Tags:
Node Thumbnail

นักวิจัยจาก University of California, San Francisco (UCSF) พัฒนาอุปกรณ์สร้างเสียงพูดสังเคราะห์โดยอาศัยการอ่านคลื่นสมองของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการพูด สามารถสื่อสารได้โดยใช้อุปกรณ์นี้พูดแทนปากของตนเอง

อุปกรณ์นี้มีแผงขั้วไฟฟ้ารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดด้านละประมาณ 6.5 เซนติเมตร มีขั้วไฟฟ้าทั้งหมด 256 จุดที่จะต้องปลูกถ่ายเพื่อใช้สำหรับอ่านคลื่นไฟฟ้าจากสมองโดยตรง จากนั้นจึงจะนำเอาสัญญาณที่อุปกรณ์อ่านได้มาแปลผลแล้วสังเคราะห์เสียงพูดแทนผู้ใช้

Tags:
Node Thumbnail

Richard Ramchurn ผู้กำกับหนังและกำลังศึกษาปริญญาเอกจาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษ ได้สร้างหนังสั้น 27 นาทีเพื่องานวิจัยชื่อเรื่องว่า The MOMENT หนังที่พิเศษกว่าเรื่องใดเพราะเนื้อเรื่องและตอนจบเปลี่ยนไปได้ตามความคิดของผู้ชม

เนื้อเรื่องของ The MOMENT นั้นก็เป็นเรื่องเดียวกับงานวิจัย เหตุการณ์ในหนังเป็นเรื่องด้านมืดของโลกในอนาคตซึ่งเป็นยุคที่คอมพิวเตอร์สามารถทำงานเชื่อมต่อกับสมองคนได้เป็นเรื่องปกติ แต่เนื้อเรื่องและตอนจบของเรื่องนั้นไม่มีอะไรตายตัว เพราะในระหว่างที่ผู้ชมนั่งดู The MOMENT โดยสวมเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองไปด้วย สัญญาณที่ถูกวัดได้จะถูกส่งต่อไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อการตัดต่อด้วยซอฟต์แวร์ที่สร้างมาเป็นพิเศษ และตัดต่อเรื่องราวของหนังไปตามสัญญาณที่วัดได้นั้น

Tags:
Node Thumbnail

เรารู้กันดีว่าวิธีการที่สมองของคนเราสั่งการกล้ามเนื้อต่างๆ รวมทั้งรับข้อมูลจากประสาทรับรู้ ตลอดจนคิดและจดจำเรื่องราวทั้งหลายนั้น คือการส่งผ่านคลื่นสัญญาณไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง แน่นอนว่ามันย่อมมีความเป็นไปได้ว่าการส่งสัญญาณคลื่นไฟฟ้าด้วยวิธีและรูปแบบที่เหมาะสมย่อมสามารถเสริมการทำงานของสมองได้ ตัวอย่างหนึ่งที่เสริมข้อเท็จจริงเรื่องความเป็นไปได้ที่ว่านี้ คืองานวิจัยที่ DARPA ช่วยออกทุนสนับสนุนให้งานหนึ่ง

DARPA ต้องการหาทางช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน หลายคนมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันเพราะหลงลืมอะไรต่างๆ ได้ง่าย งานวิจัยจึงมีขึ้นเพื่อหาทางช่วยแก้ปัญหาให้แก่วีรบุรุษผู้ผ่านสนามรบเหล่านี้ โดยการใช้คลื่นสัญญาณไฟฟ้ากระตุ้นเข้าไปที่สมอง ทำให้ความสามารถในการจำข้อมูลช่วงสั้นๆ ที่เรียกว่า "ความจำอาศัยเหตุการณ์" ดีขึ้นถึง 35%

Tags:
Node Thumbnail

เพราะความคิดคือสิ่งที่ใครก็มีเป็นของตนเองและคนอื่นล่วงรู้ไม่ได้ จะแปลกตรงไหนหากจะมีคนวิจัยใช้มันเป็นหนทางเพื่อการยืนยันตัวตนแบบใหม่ วันนี้มีนักวิจัยจาก University of California at Berkeley ทดลองใช้แนวทางนี้โดยการใช้เครื่องจับสัญญาณคลื่นไฟฟ้าสมอง โดยไม่ต้องปลูกถ่ายอุปกรณ์ หรือติดเซ็นเซอร์ที่เต็มไปด้วยสายพะรุงพะรังเต็มศีรษะ

เหล่าวิศวกรนักวิจัยของ University of California at Berkeley ใช้เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองแบบสวมศีรษะสำหรับงานวิจัยนี้ ซึ่งอันที่จริงอุปกรณ์ประเภทนี้มีการใช้งานเพื่อการควบคุมคอมพิวเตอร์และใช้เพื่อตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับอยู่ก่อนแล้วในปัจจุบันนี้ แต่นี่คือการทดลองใหม่ที่นำมันมาประยุกต์ใช้เพื่อการยืนยันตัวบุคคล งานวิจัยนี้มีชื่อว่า "I Think, Therefore I Am: Usability and Security of Authentication Using Brainwaves"

Tags:
Node Thumbnail

เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมาก คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราตอนที่พวกท่านยังหนุ่มสาวคงยากจะคิดว่าการจะเก็บภาพนับพันนับหมื่นภาพในอุปกรณ์ที่เล็กกว่าอุ้งมือแทนอัลบั้มภาพกองพะเนินนั้นจะเป็นอย่างไร ตอนที่พวกเรายังเด็กก็อาจจะไม่เคยฉุกคิดว่าไม่ทันที่เราจะแก่เราจะได้เห็นเทคโนโลยีที่เก็บบทเพลงจากเทปคาสเซทนับร้อยม้วนลงในการ์ดความจำที่เล็กเพียงปลายนิ้วมือได้สำเร็จ แต่ที่ว่ามานั้นยังห่างไกลจากการเก็บข้อมูลของสมอง กระบวนการธรรมชาติที่มีกลวิธีในการจดจำบันทึกเรื่องราวแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ที่มองทุกอย่างด้วยพื้นฐานเลข "0" และ "1"

Tags:

นักวิจัยจาก Duke University Medical Center ในประเทศสหรัฐอเมริกาทำงานวิจัย "Brainet" เชื่อมต่อสมองสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคิดประมวลผลได้จริง โดยมีการทดสอบกับสัตว์ 2 ประเภท คือ ลิงแม็กแคก และ หนู

Tags:
Node Thumbnail

ในขณะที่หลายคนแถวนี้อาจมีปัญหาทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลานอน กลับยังมีคนอีกไม่น้อยที่เจอปัญหาตรงกันข้ามเพราะนอนไม่ค่อยจะหลับ ซึ่งคนกลุ่มหลังก็มักจะต้องพึ่งยานอนหลับเป็นตัวช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนยามค่ำคืน ทว่าวันนี้มีทางเลือกใหม่ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ได้ หมวกนิทรา Sleep Shepherd ได้ถือกำเนิดมาช่วยแก้ปัญหานี้แล้ว

Sleep Shepherd คือหมวกบีนนี่ (จะเรียกว่าเป็นหมวกไหมพรมก็ไม่เชิง เพราะแม้จะทรงเดียวกันแต่ Sleep Shepherd ก็ไม่ได้ทำมาจากไหมพรม) ที่จะช่วยกล่อมผู้สวมใส่ให้หลับและตื่นได้ในเวลาที่เหมาะสม การทำงานของมันอาศัยเซ็นเซอร์ภายในหลายตัวร่วมกับตัวส่งสัญญาณไปที่สมอง

Tags:
Node Thumbnail

งานวิจัยล่าสุดจากคณะจิตวิทยามหาวิทยาลัยมิชิแกน อาจจะเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงว่าการฝึกสมองช่วยให้เราฉลาดขึ้นได้จริง (ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นความเชื่อซะมากกว่าครับ เพราะไม่มีงานวิจัยรองรับ)

งานนี้เรียกว่าสร้างความตื่นเต้นได้มากพอสมควรครับ เพราะงานวิจัยที่ผ่านๆมา ไม่มีงานไหนเลยที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า ผลจากการฝึกอย่างหนึ่งสามารถส่งผ่านไปยังการทดสอบอีกแบบหนึ่งได้ เช่นฝึกในแบบฝึก A ก็จะทำแบบฝึก A เก่งขึ้น แต่พอไปทำแบบฝึก B ก็ง่อยพอๆกับคนไม่เคยฝึกแบบฝึก A มาก่อน

Tags:
Node Thumbnail

งานวิจัยจาก Duke University เผยว่า แม้ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะมีไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน ถ้าเลือกงานถูกก็จะทำให้ไอคิวสูงขึ้นได้

งานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบค่า IQ ของผู้เข้าร่วมจำนวน 1,036 คน ระหว่าง IQ ตอนอายุ 20 ต้นๆ (โดยใช้ข้อมูลจากการทดสอบไอคิว ตอนเข้าประจำการกองทัพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) กับ IQ ในปัจจุบัน (50 ปีให้หลัง) และทำการเปรียบเทียบลักษณะงานที่ทำหลังจากปลดประจำการ พบว่ากลุ่มที่ทำงานที่ต้องอาศัยสติปัญญา (เช่นงานที่ต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการจัดระบบ รวมถึงงานที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ) และงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คน มี IQ เพิ่มขึ้น ในขณะทีกลุ่มที่ทำงานใช้แรงงานจะมี IQ ต่ำลง

Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wake Forest ได้รายงานผลการศึกษา การใช้โปรตีน เคราติน (Keratin) มีความสามารถในการเร่ง การสร้างเส้นประสาท และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเส้นประสาทที่เสียหาย เมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

วิธีการปัจจุบันที่ใช้ในการรักษาเซลล์ประสาทที่เสียหายมีอยู่หลายวิธี เช่น ใช้การผ่าตัดเอาเส้นประสาทจากส่วนอื่นของร่างกายมาตัดต่อ, การเย็บเส้นประสาทสองจุดเข้าด้วยกัน, หรือการใช้ท่อเล็กๆ ในการนำทางให้เส้นประสาททำการเชื่อมต่อกันเอง

Tags:
Node Thumbnail

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เจอร์เจียเทค (Georgia Tech) ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เอ็มเมอรี ( Emory University) ได้เสนอผลงานวิจัย ที่ให้ความหวังในการฟื้นฟูเซลล์ประสาท (Neuron) ที่เสียหาย

โดยปกติ หากเกิดความเสียหายบริเวณสมองหรือไขสันหลัง เราจะไม่สามารถมีวิธีการใดๆ ในการฟื้นฟูเซลล์ประสาทของเดิม เนื่องจากระบบประสาทส่วนกลาง มีความสามารถต่ำในการสร้างใหม่ หรือรักษาตัวเอง

วิธีการที่นักวิจัยใช้ในการทดลอง ก็คือ ใช้ ไบโอพอลิเมอร์ (Biopolymer) ที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งมีหมู่ทางเคมีเลียนแบบตัวส่งสัญญาณของเซลล์ประสาท เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท โดยสามารถทำการทวนสัญญาณ, ขยายสัญญาณ, มอดูเลทสัญญาณ ที่ส่งระหว่างเซลล์ประสาทด้วยกันเอง หรือระหว่างเซลล์ประสาทกับเซลล์ชนิดอื่นๆ ได้