Google App Engine
Tags:
App Engine

แอพมือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องต่อเชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์จึงจะใช้งานได้ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วการตั้งเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับผู้ใช้แอพจำนวนมากๆ ด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก นี่จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการกลุ่มเมฆที่จับตลาด "คนทำแอพ" อีกทีหนึ่ง

ไมโครซอฟท์เป็นรายแรกๆ ที่เข้ามาจับตลาดนี้ด้วย Azure Mobile Services (Tutorial สอนการใช้งานฉบับ Blognone) ฝั่งของกูเกิลก็เปิดตัวฟีเจอร์แบบเดียวกันบ้างในชื่อ Mobile Backend Starter โดยเป็นส่วนหนึ่งของ App Engine และเบื้องต้นยังรองรับแค่ Android

ล่าสุดกูเกิลประกาศว่า Mobile Backend Starter รองรับแอพ iOS เรียบร้อยแล้ว โดยผู้พัฒนาแอพสามารถเก็บข้อมูลของผู้ใช้แอพลงกลุ่มเมฆ, ส่งข้อความ push notification, รองรับการล็อกอินในแอพด้วย Google Accounts ได้

ผู้พัฒนาแอพจะต้องฝัง Mobile Backend Client Lib ไว้ในแอพด้วย (มีเวอร์ชัน Objective-C แล้ว) โดย Lib ตัวนี้จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับกลุ่มเมฆของกูเกิลนั่นเองครับ

Tags:
App Engine

กูเกิลประกาศในงาน Google I/O 2013 ว่าบริการ App Engine รองรับภาษา PHP แบบพรีวิว-จำกัดกลุ่มทดสอบ (ข่าวเก่า)

วันนี้กูเกิลปลดป้ายพรีวิวออก และเปิดให้ผู้ใช้ App Engine ทุกคนสามารถพัฒนาแอพบนกลุ่มเมฆด้วย PHP เรียบร้อยแล้ว โดยฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นพรีวิวได้แก่ รองรับส่วนขยายยอดฮิตอย่าง mbstring/mcrypt, ปรับปรุงให้ PHP เขียน/อ่านไฟล์บน App Engine ได้ง่ายขึ้น, ออกปลั๊กอินให้ WordPress รันบน App Engine ได้ เป็นต้น

PHP เวอร์ชันที่กูเกิลรองรับคือ 5.4 โดยจะรันเป็นโหมด sandbox รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก เอกสารของ App Engine

ที่มา - Google Cloud Platform Blog

Tags:
App Engine

บริการสำคัญตัวหนึ่งของกูเกิลคือ App Engine ก่อนหน้านี้การพัฒนาจะต้องดาวน์โหลด SDK มาพัฒนาบนเครื่องก่อนจะอัพโหลดทั้งชุดขึ้นไปรันบน App Engine แต่ตอนนี้กูเกิลก็เปิดให้ทดสอบการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนเว็บแล้ว

การพัฒนาบนเว็บจะมีโครงการตัวอย่างให้ผู้ใช้สามารถทำสำเนาโครงการไปรัน หรือกระทั่งตัวอย่างบนเอกสารก็สามารถกดรัน หรือแก้ไขโค้ดได้เองทันที

ตัว Cloud Playground นั้นเป็นโครงการโอเพนซอร์สที่รันบน App Engine เอง โดยมีสองโครงการคือ mimic ที่เป็นตัว SDK ที่รันบน App Engine และ bliss ตัวแก้ไขโค้ดบนเว็บ เนื่องจากโครงการเป็นโครงการโอเพนซอร์ส เราจึงสามารถสร้าง Playground ของเราเองใช้งานได้ด้วย

ที่มา - Google Cloud Platform

Tags:
App Engine

ในงาน Google I/O ปีนี้ Google App Engine ก็มีการเพิ่มการรองรับ PHP เป็นอีกภาษาหนึ่งในการพัฒนา เพราะ 75 เปอร์เซ็นต์ของเว็บทั้งหมดนั้นใช้ PHP ตามสถิติของ Google ถึงขนาด Andi Gutmans CEO ของ Zend ยังแปลกใจ เพราะเขาเองยังได้ข้อมูลมาแค่ 39 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

ที่มา - VentureBeat, Google Developers Blog, Google Cloud Platform Blog

Tags:
App Engine

Java 6 จะหมดระยะสนับสนุนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ (ประกาศของออราเคิล) แต่ยังมีหน่วยงานอีกมากที่ยังอยู่กับ Java 6 และยังไม่ยอมอัพเกรดไปยัง Java 7

หนึ่งในองค์กรที่ยังใช้ Java 6 คือกูเกิล ซึ่งก็เริ่มขยับตัวบ้างแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อนกูเกิลออก App Engine 1.7.5 ที่ของใหม่คือการรองรับ Java 7 เป็นฟีเจอร์ทดสอบ (experimental) แล้ว

ฟีเจอร์อย่างอื่นได้แก่ รองรับ Google Cloud Endpoints สำหรับสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างแอพมือถือกับเอนจินที่สร้างบนกลุ่มเมฆ, รองรับเครื่องเสมือนแบบ High-Memory Instances และการแจ้งเตือน Mail Bounce Notifications

นอกจากนี้กูเกิลยังอัพเดต Google Plugin for Eclipse ให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านี้ด้วย

ที่มา - Google App Engine Blog

Tags:
App Engine

ย้อนความก่อนนิดนึงนะครับ บริการกลุ่มเมฆรายใหญ่ๆ ในท้องตลาดตอนนี้แบ่งเป็นเมฆแบบ IaaS คือให้เช่าเครื่องเสมือน เข้าถึงโครงสร้างระดับฮาร์ดแวร์ แล้วจะมาติดตั้งซอฟต์แวร์อะไรก็เรื่องของผู้เช่า ตัวอย่างคือ Amazon EC2

ส่วนอีกแบบคือเมฆแบบ PaaS หรือเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์มาให้ในตัว เรียกใช้ได้เฉพาะ API ที่กำหนด ลงซอฟต์แวร์ในเครื่องเองไม่ได้ ตัวอย่างเมฆแบบนี้คือ Google App Engine และ Microsoft Azure ซึ่งทั้งสองตลาดก็ซ้อนทับกันอยู่บางส่วน

แต่ล่าสุด ไมโครซอฟท์ลงมาลุยในตลาด IaaS แล้ว โดยขยาย Azure ให้ใช้งานเครื่องเสมือนที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ ทำให้ตลาด IaaS คึกคักมากขึ้น

ล่าสุดมีข่าวว่ากูเกิลเตรียมเปิดตัว IaaS ของตัวเองอีกราย โดยคาดว่าจะใช้เวที Google I/O สัปดาห์หน้าแถลงข่าว อันนี้ต้องรอดูว่าจริงแท้แค่ไหนครับ ถ้าเป็นจริงก็แปลว่า Amazon โดนตีขนาบจากสองรายใหญ่เลยทีเดียว

ที่มา - GigaOm

Tags:
App Engine

คล้อยหลัง อเมซอนลดราคา EC2 สูงสุดถึง 37% เพียงวันเดียว ฝั่งกูเกิลก็ประกาศลดราคาลงบ้าง โดยลดราคาพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์สำหรับนักพัฒนาแอพคือ Google Cloud Storage (เทียบได้กับ Amazon S3 มันเป็นคนละอย่างกับ Google Drive ที่มีข่าวลือนะครับ)

Google Cloud Storage จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือน โดยแยกคิดระหว่างค่าพื้นที่เก็บข้อมูล และค่าทราฟฟิกในการรับ-ส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ ส่วนราคาจะคิดแบบขั้นบันไดตามปริมาณพื้นที่-ทราฟฟิกที่ใช้งาน (เริ่มต้นที่ 0.12 ดอลลาร์ต่อ TB และราคาต่อพื้นที่จะลดลงเรื่อยๆ ตามปริมาณการใช้)

สำหรับงานนี้ กูเกิลลดราคาลดจากเดิม 8-12% ขึ้นอยู่กับช่วงการใช้งาน รายละเอียดอ่านได้จาก Google Cloud Storage

Cloud Storage เป็นบริการของกูเกิลที่ออกมาแบบเงียบๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักเยอะเหมือน S3 แต่ก็มีบริษัทเริ่มมาใช้บริการฝากข้อมูลในเชิงพาณิชย์กันบ้างแล้ว

ที่มา - Computerworld

Tags:
App Engine

กูเกิลประกาศของใหม่ใน App Engine สี่ประการ

  • Premier Accounts บัญชีแบบพรีเมียมสำหรับลูกค้าที่ต้องการบริการเหนือระดับ การันตีบริการ 99.95% สร้างแอพได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ก็ราคาเดือนละ 500 ดอลลาร์
  • Cloud SQL (ตามข่าวเก่า) เปิดให้บริการในวงกว้างแล้ว ยังให้ใช้งานฟรีในสถานะพรีวิว
  • Cloud Storage มันคือบริการคู่แข่งของ S3 ที่กูเกิลเปิดให้ทดสอบตั้งแต่ปีที่แล้ว (ข่าวเก่า) ตอนนี้มีสถานะพ้นจาก Labs มาเป็นบริการเต็มตัว แถมลดราคาค่าพื้นที่และแบนด์วิธลงมา
  • Prediction API บริการของกูเกิลที่ช่วยวิเคราะห์รูปแบบของข้อมูล และประเมินความเป็นไปได้รูปแบบต่างๆ เคยเปิดทดสอบเป็น Labs ตอนนี้ออกมาเป็นบริการเต็มตัวเช่นกัน

ที่มา - Google Enterprise Blog

Tags:
App Engine

กูเกิลเปิดตัว Google Cloud SQL ฐานข้อมูลแบบ relational database สำหรับแพลตฟอร์มกลุ่มเมฆ App Engine

เดิมที App Engine มีระบบเก็บข้อมูลของตัวเองแบบ BigTable และภาษา GQL ที่ลดรูปมาจาก SQL ปกติ แต่ครั้งนี้ก็เพิ่มฐานข้อมูลแบบ relational database เข้ามา ให้รองรับแอพพลิเคชันได้หลากหลายมากขึ้น

แท้จริงแล้ว Cloud SQL คือ MySQL เวอร์ชันกลุ่มเมฆของกูเกิล โดยกูเกิลจะดูแลรักษาฐานข้อมูลให้เลย สามารถเชื่อมต่อกับ JDBC (สำหรับแอพภาษา Java) และ DB-API (สำหรับ Python) ช่วงแรกจะยังฟรีอยู่ และกูเกิลจะเปิดเผยราคาค่าใช้งานในภายหลัง

ที่มา - Google Code Blog

Tags:
App Engine

แม้จะไม่ได้แสดงตัวในส่วน keynote แต่ App Engine ก็เปิดฟีเจอร์ชุดใหม่ทันทีต่อจาก Android โดยการเพิ่มฟีเจอร์ส่วนมากเป็นการเพิ่มเอาใจลูกค้าองค์กร (ที่เป็นลูกค้าสำคัญของ App Engine)

  • Backends API: เป็นการรองรับการทำงานหลังบ้านอย่างเต็มรูปแบบ โดยงานบางอย่างที่ต้องการการคำนวณต่อเนื่องมากกว่าจะเป็นงานที่ทำแล้วจบไปเช่นเว็บทั่วไป Backends API จะให้เลือกได้ว่าต้องการซีพียูและหน่วยความจำเท่าใด โดยซีพียูจะอยู่ในช่วง 600-4800MHz และแรมอยู่ในช่วง 128-1024MB โดยสามารถเปิดให้ Backends รับ HTTP Request จากภายนอกได้โดยตรงหากต้องการ
  • Pull Queues: มาพร้อมกับ Backends โดยจากเดิมที่ Task API จะเรียกโค้ดส่วนรับงานขึ้นมาทำงานเมื่อมีงานในคิว ก็ให้ Backends สามารถมาดึงงานออกไปทำเมื่อพร้อมได้
  • SQL และ SSL: เป็นฟีเจอร์ที่ออกมาจาก Google Apps for Business ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว โดยตอนนี้ผู้ใช้ที่จ่ายเงินของ Google Apps จะสามารถทำ SSL ได้บนโดเมนของตัวเอง และมี SQL Server ให้ใช้งานเต็มรูปแบบ
  • รองรับ ภาษา Go: อาจจะเรียกว่ารองรับได้ไม่เต็มปากนัก เพราะ API ที่รองรับในภาษา Go นั้นยังห่างจากภาษาอื่นๆ อยู่มากโดยทำงานพื้นฐานได้อย่างจำกัดเท่านั้น แต่กูเกิลระบุว่าภาษา Go จะมีค่าใช้จ่ายด้านซีพียูถูกกว่าภาษาอื่นๆ เพราะถูกคอมไพล์มาแล้ว

นอกจากนี้แล้วกูกิลยังเปลี่ยนแนวทางการคิดค่าใช้จ่ายใหม่ด้วยการไปคิดตาม "จำนวน" API ที่เรียกใช้แทนการคำนวณจากเวลาของซีพียู เพื่อให้นักพัฒนาคาดเดาค่าใช้จ่ายของซอฟต์แวร์ตัวเองได้ง่ายขึ้น

ที่มา - App Engine Blog (1, 2)

Tags:
App Engine

ผลัดจากฝั่งอุปกรณ์มือถือ ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลเองก็มีการอัพเดตบริการ App Engine เป็นรุ่น 1.4 ที่นับว่าเป็นการอัพเดตที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้ โดยมีสามความสามารถหลักเพิ่มเข้ามา

  1. Channel API สามารถยิงข้อมูลตรงจากเซิร์ฟเวอร์ไปยังหน้าจอเว็บได้แล้ว โดยฝั่งหน้าเว็บนั้นต้องวางจาวาสคริปต์ เตรียมรับไว้ด้วย ส่วนนี้ทำให้เวลาที่ต้องมีการอัพเดตข้อมูลใหม่ๆ ไปยังหน้าเว็บเรื่อยๆ เราไม่ต้องเขียนจาวาสคริปต์มาวนลูปเช็คเป็นรอบๆ อีกต่อไป ภายในของเทคโนโลยีนี้อาศัย Comet ทำงานเป็นตัวแปลงต่อกับ XMPP อยู่ด้านหลัง แต่นักพัฒนาไม่ต้องรับรู้การทำงานเหล่านี้อีกต่อไป
  2. Always On เราสามารถสั่งรันเซิร์ฟเวอร์ไว้ล่วงหน้าโดยไม่ปิดบริการลงไปได้ 3 ชุด เพื่อลดช่วงเวลาเริ่มต้นการทำงานเว็บลง อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ต้องเสียเงินซื้อ 9 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น
  3. Warm Up Request จะมีการส่ง Request เริ่มต้นเข้ามาในแอพพลิเคชั่นของเราล่วงหน้า ก่อนการเริ่มให้บริการจริง การได้ทำ Warm Up Request ทำให้เราเตรียมข้อมูลบางอย่างไว้ก่อนได้ ทำให้ลดเวลาการให้บริการจริงลงไป

ฟีเจอร์อื่นๆ เป็นการขยายขีดจำกัด เช่นเริ่มเวลาทำงานอยู่ด้านหลังเป็น 30 วินาที, และสามารถดาวน์โหลดหรืออัพโหลดไฟล์ ตลอดจนใส่ข้อมูลลงไปใน memcache ได้มากขึ้น

ที่มา - Google App Engine, ArsTechnica

Tags:
App Engine

Google App Engine Python SDK ออกรุ่น 1.2.3 แล้วครับ และที่มาเขียนข่าวเรื่องนี้ก็เพราะว่ามีบรรทัดหนึ่งที่น่าสนใจจากหน้า Release Notes:

Last but not least, the 1.2.3 release is full of other new stuff as well! Stay tuned to the blog for more updates or check the release notes for exciting info on:

  • Asynchronous urlfetch support
  • Django 1.0 support

นั่นก็คือบรรทัดที่เขียนว่า Django 1.0 support ครับ จากการที่เสียเวลาโมแอปตัวเองให้ใช้ Django ได้อยู่นานก็เลยตามเข้าไปดูถึง Release Notes และใน Tracker Issue #872 ก็พบ คอมเม้นท์จากคุณ Guido Van Rossum เจ้าพ่อ Python มาเขียนไว้ครับ กดเข้าไปอ่านดูได้ แต่ตรงนี้ขอสรุปเป็นใจความสั้นๆ ให้ก็แล้วกัน:

Tags:
App Engine

ถือว่าเป็นไปตามข่าวลือ เพราะหลังจากเปิดให้บริการมาหนึ่งปี Google App Engine ก็ประกาศเพิ่มภาษาที่สามแล้วคือจาวานั่นเอง และอยู่ในระหว่างพัฒนาปลั๊กอินสำหรับ Eclipse

ในระยะแรกนี้กูเกิลจะทำการทดสอบระบบโดยเปิดให้ผู้ที่สนใจจำนวน 10000 คน โดยจะต้องลงชื่อกับทางกูเกิล ก่อน จึงจะมีสิทธิเข้าใช้ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทั่วไปได้ใช้ในภายหลัง

สำหรับคนที่ใช้ Python อยู่ไม่ต้องน้อยใจ เพราะยังมีความสามารถใหม่อีก 2 - 3 อย่างออกมาให้เราใช้กันด้วยคือ

ถ้าจาวาได้รูบี้คงตามมาในไม่ช้าล่ะมั้ง

ที่มา: Google App Engine Blog

ปล. ภาษาที่สองที่ Google App Engine รองรับ คือ Fortran77 :P (อันนี้เอพริล ฟูลนะครับ)

Tags:
App Engine

TechCrunch รายงานข้อมูลจากวงในว่ากูเกิลเตรียมสนับสนุนจาวาเป็นภาษาที่สองของ App Engine ในเร็วๆ นี้ หลังจากสนับสนุน Python เพียงภาษาเดียวมานาน

ข่าวนี้น่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ ภาษาที่มีคนเรียกร้องให้ App Engine สนับสนุนมากที่สุดคือจาวาและ Ruby ส่วนภาษาที่ใช้เป็นการภายในของกูเกิลได้แก่ Python, จาวา และ C++

ที่มา - TechCrunch