จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์ไม่พอใจใน Android อย่างมาก และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ) เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ล่าสุดคอลัมนิสจาก Newsweek นาย Dan Lyons อ้างว่าแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว
รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นจำนวนมาก
Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรกับการฟ้องร้องต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ "ตกลงกันนอกชั้นศาล" ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน
ที่มา - MacRumors
การต่อสู้คดีกันในชั้นศาลระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงเริ่มเป็นที่จับตามองโดยหน่วยงานรัฐหลาย ๆ ประเทศ ล่าสุดกรมส่งเสริมการแข่งขันของสหภาพยุโรป (EU Competition Commission) ได้ดำเนินการสืบสวนการต่อสู้ระหว่างสองบริษัทนี้แล้ว เนื่องจากกังวลว่าการต่อสู้ระหว่างสองบริษัทจะทำให้การแข่งขันในธุรกิจมือถือหยุดชะงักลงได้
หัวหน้ากรมส่งเสริมการแข่งขัน Joaquin Almunia ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิบัตรที่กำลังเป็นข้อครหาจากทั้งสองบริษัทไปแล้ว และยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าเคสนี้อาจจะไม่ใช่กรณีที่เอาสิทธิบัตรมาต่อสู้กันเพื่อหวังผลอื่น ๆ ในตลาด แต่การเกิดการฟ้องร้องกว่า 20 ครั้งใน 10 ประเทศทำให้เคสนี้ถือว่าเป็นเคสที่ใหญ่และควรให้ความสำคัญ
ถ้าหากทางกรมฯ เห็นว่าทั้งแอปเปิลและซัมซุงมีส่วนทำให้การแข่งขันในตลาดมือถือลดลงจริงผ่านการใช้ "สิทธิบัตร" เป็นเครื่องมือ ทั้งสองบริษัทอาจจะถูกปรับโดยสหภาพยุโรปสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อปี ทางเลือกของทั้งสองบริษัทก็คือการเลิกฟ้องร้องกันแล้วหันมา "แข่ง" กันจริง ๆ ในตลาด (แทนที่จะแข่งกันในชั้นศาล)
ซัมซุงได้พูดในชั้นศาลว่า แอปเปิลได้นำดีไซน์ไอแพ็ดมาจากภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง 2001: A Space Odyssey โดย Stanley Kubrik โดยหวังว่าหากศาลพิจารณาเข้าข้าง แอปเปิลอาจจะเสียสิทธิบัตรใบนี้ไปเนื่องจากการนำ "prior art" หรือการนำสิ่งที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว มาใช้ในการจดสิทธิบัตร
ซัมซุงยังได้บอกในชั้นศาลว่าหลักฐานนี้ปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอที่สามารถดูได้จาก YouTube โดยในฉากจะสามารถเห็นได้ชัดว่าแท็บเล็ตดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่ต่างจากแท็บเล็ตที่มีอยู่ทุกวันนี้ เช่น ดีไซน์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบดำรอบหน้าจอ พื้นผิวด้านหน้า-หลังที่เรียบ และบาง
ที่มา - 9to5Mac
หลังจากที่แอปเปิลได้ยื่นเรื่องร้องต่อ ITC กรณี HTC ละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิลแล้ว ล่าสุดทาง HTC ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อการกระทำดังกล่าวแล้ว โดยตัวแทนของ HTC ได้ออกมากล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า:
HTC ผิดหวังกับการที่แอปเปิลเลือกที่จะสู้กันทางด้านกฎหมายมากกว่าการแข่งขันกันอย่างแฟร์ ๆ ในตลาด ทาง HTC ขอไม่ยอมรับข้อครหาทั้งหมดที่แอปเปิลได้อ้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้งก่อน ๆ จนถึงตอนนี้ และเราก็ขอยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของเรา
ที่มา - 9to5Mac
คดีการฟ้องร้องไปมาของแอปเปิลกับซัมซุงมีความคืบหน้าแล้ว โดยศาลมีคำตัดสินปฏิเสธในส่วนข้อเรียกร้องของซัมซุงที่ขอดูสินค้าแอปเปิลก่อน อาทิ iPhone 5 หรือ iPad 3 เพื่อจะได้ไม่ผลิตสินค้าหน้าตาเหมือนกัน
ผู้พิพากษา Lucy Koh คนเดิมชี้แจงเหตุผลในคำตัดสินว่า พิจารณาแล้วพบว่าการฟ้องร้องนี้เป็นเรื่องของการลอกเลียนสินค้าที่วางจำหน่ายแล้วของแอปเปิลเท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสินค้าในอนาคต จึงไม่มีความจำเป็นที่ซัมซุงจะต้องดูสินค้าตัวใหม่ของแอปเปิลแต่อย่างใด
แอปเปิลเคยให้ความเห็นในข้อเรียกร้องนี้ว่าเป็นการจงใจก่อกวนของซัมซุง
ที่มา: Reuters
ความคืบหน้าล่าสุดของการฟ้องร้องไปมาระหว่างซัมซุงกับแอปเปิล ซึ่งศาลนัดฟังคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้พิพากษา Lucy Koh แถลงว่ายังไม่มีคำตัดสิน แต่เสนอให้สองฝ่ายไปเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน โดยศาลมองว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกันอยู่แล้ว การเจรจานอกศาลอาจให้ข้อสรุปที่ดีกว่า
ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของแอปเปิลได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากนั้นว่า ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีกันอยู่ แต่ตรงข้ามกับฝ่ายซัมซุงที่ออกมาบอกว่ายังไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้นขณะนี้ มีการประเมินว่าถ้าการเจรจาสองฝ่ายล่าช้าเกินไป ศาลอาจแถลงคำตัดสินออกมาโดยใช้การเทียบคดีโนเกียฟ้องแอปเปิลและได้ค่าตอบแทนสิทธิบัตร ซึ่งจะส่งผลเป็นบวกเป็นลบต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เรื่องวุ่นๆ นี้เริ่มต้นจากแอปเปิลฟ้องซัมซุงข้อหาลอกเลียนสินค้า ซัมซุงจึงฟ้องกลับและบอกขอดูสินค้าแอปเปิลล่วงหน้า ซึ่งแอปเปิลมองว่าเป็นการจงใจป่วน
ที่มา: V3.co.uk
FOSS Patents รายงานว่าแอปเปิลได้ตอบโต้ซัมซุงกรณีที่ซัมซุงได้ขออนุญาตศาลในการขอดูสินค้าที่ยังไม่ถูกเปิดตัวของแอปเปิล iPhone 5 และ iPad 3 ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจที่จะก่อกวนและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และการร้องขอดูสินค้าที่ยังไม่เปิดตัวแอปเปิลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการที่แอปเปิลฟ้องซัมซุงในตอนแรกแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องความคืบหน้าของการต่อสู้ระหว่างซัมซุงกับแอปเปิลในครั้งนี้ ทางศาลได้ให้เวลาซัมซุงถึงวันศุกร์นี้ในการผลิตอุปกรณ์ตัวอย่างที่ซัมซุงยังไม่ได้เปิดเผยให้กับแอปเปิล (สินค้าตระกูล Galaxy รุ่นต่อไปนั่นเอง) โดยหลังจากนั้นแอปเปิลสามารถที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีต่อไปกับซัมซุงอีกหรือไม่ หากแอปเปิลชนะคดีดังกล่าว ซัมซุงอาจจะไม่สามารถขายอุปกรณ์ดังกล่าวได้อีก
แต่วันศุกร์นี้เราก็จะรู้คำตัดสินของศาล ว่าศาลจะยอมให้ซัมซุงดู iPhone 5 หรือ iPad 3 หรือไม่เช่นกัน คอยติดตามละกันครับ
ที่มา - MacRumors
แม้ว่ามีคำแนะนำออกมาให้ผู้ปกครองรู้รหัสผ่านสำหรับอีเมลและ Social Network ต่าง ๆ ของเด็ก แต่สำหรับคู่สมรสหรือแฟนนั้นคงจะไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา
เรื่องก็คือนาย Leon Walker ถูกจับได้ว่าไปอ่านอีเมลของภรรยา (ในตอนนั้น) เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเองรู้ว่าภรรยานั้นแอบมีชู้อยู่จริง (ซึ่งก็มีจริง ๆ) โดยชู้คนนี้ก็คือสามีคนก่อนของภรรยานั่นเอง โดยนาย Walker นั้นไปพบรหัสผ่านของภรรยาของเขาเขียนไว้ในหนังสือที่อยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะทำงาน แต่แล้วก็ถูกจับได้ว่ากำลังแอบเปิดอีเมลคนอื่นอ่านอยู่
สรุป: ตามกฎหมายของรัฐมิชิแกน ถ้าแอบเปิดอีเมลของลูกที่อายุต่ำกว่า 18 ปีอ่าน ไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิติดคุก และองค์กรรัฐและองค์กรอิสระยัง "แนะนำ" ให้ทำเช่นนี้เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่หากอายุเกิน 18 ปี แม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นภรรยา หรือลูก มีสิทธิติดคุกสูงสุดถึง 5 ปี!
ที่มา - ITWire
ต่อจากนี้ไปเราอาจจะเห็นหน้าเว็บสีแดงแบบนี้บ่อยขึ้น (คลิกอ่านต่อเพื่อเข้ามาดูรูป) เพราะว่ารัฐบาลสหรัฐจะเริ่มทำการยึดโดเมนที่เกี่ยวข้องกับการแชร์ไฟล์ผิดกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องลิขสิทธิ จนไปถึงการขายสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการยึดโดเมนเนมคือ Immigration and Customs Enforcement division of the Department of Homeland Security หรือกรมศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐนั่นเอง
ยังจำกันได้ไหม ก่อนที่แอปเปิลจะเปิดตัว iPhone 4 นั้นมีต้นแบบเครื่องสูญหาย แล้ว Gizmodo ก็ได้รับต้นแบบ iPhone เครื่องที่หายดังกล่าวไปรีวิว แอปเปิลเลยขอคืนแต่ Gizmodo ก็ยังรีวิวต่อด้วยการแกะดูภายใน จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านบรรณาธิการ Gizmodo และเริ่มต้นการสืบสวน แล้วตอนนี้คดีดำเนินการไปถึงไหนแล้วล่ะ?
Wall Street Journal ได้ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ Gizmodo ได้ตกลงให้ความร่วมมือในการสืบสวนคดีนี้ โดยบรรณาธิการคนดังกล่าวได้สมัครใจให้ผู้ตรวจสอบเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่องและวัสดุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนี้ได้ นั้นจึงเป็นสาเหตุที่สำนักงานอัยการเขต Santa Clara County ได้รับแจ้งให้ถอนหมายตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของบรรณาธิการ Gizmodo และผู้พิพากษาศาลได้อนุมัติแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้ของทั้งหมดที่ถูกยึดไว้ก็จะได้รับการส่งคืนให้บรรณาธิการดังกล่าวต่อไป
ที่มา: Wall Street Journal ผ่าน Boy Genius Report
มีรายงานจากเว็บไซต์ MarketWatch ว่าแอปเปิลเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ (Director) ของหน่วย Rapid Enforcement Allied Computer Team (REACT) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ทำการบุกเข้าค้นบ้านของบรรณาธิการ Gizmodo (ดูข่าวเก่า) เช่นเดียวกับบริษัทไอทีอื่นๆ อย่างกูเกิล หรือ Adobe
แม้ว่าจะไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าแอปเปิลมีสิทธิ์ในการควบคุมการทำงานของ REACT แค่ไหน รวมไปถึงอยู่เบื้องหลังการตรวจค้นครั้งนี้หรือไม่ แต่ปัจจุบันแอปเปิลอยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีคดีเปิดอยู่
ที่มา - AppleInsider
เป็นเรื่องใหญ่ของจริงซะแล้ว สำหรับกรณีที่ Gizmodo เปิดเผยต้นแบบ iPhone 4G โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าค้นบ้านของ Jason Chen บรรณาธิการเว็บ Gizmodo แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงปรากฏว่านาย Jason ไม่ได้อยู่ที่บ้าน ตำรวจจึงได้พังประตูบ้านเข้าไป !!
หลังจากนั้นไม่นาน นาย Jason ก็กลับมาถึงบ้านหลังจากไปทานอาหารค่ำกับภรรยา แล้วก็พบว่าบ้านกำลังถูกค้นอยู่ เค้าได้เข้าไปขอดูหมายค้นจากเจ้าหน้าที่ แล้วก็พบว่าตำรวจมีหมายค้นที่ถูกต้อง ทั้งสองถูกห้ามเข้าไปในบริเวณบ้านจนกว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจค้นเสร็จ
เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ได้ทำรายการสิ่งของที่ยึดออกมาจากบ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง, เซิร์ฟเวอร์ 2 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นๆ รวม 24 รายการ ทั้งหมดถูกถ่ายภาพและทำรายการไว้ โดยเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นาย Jason โทรติดต่อเข้ามาหากมีข้อสงสัยใดๆ และควรจะทำเอกสารขอเรียกคืนค่าซ่อมแซมประตูบ้านที่ถูกพังไป
ที่มา - Gizmodo
หน่วยสอบสวนอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของเขต Santa Clara County ได้เริ่มการสืบสวนการซื้อต้นแบบ iPhone 4G ของ Gizmodo เพื่อพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาหรือไม่
ประเด็นหลักๆ ของปัญหาคือการที่ Gizmodo เองก็ประกาศว่าได้จ่ายเงินถึง $5,000 เพื่อซื้ออุปกรณ์ที่เชื่อได้ว่าเป็นต้นแบบ iPhone 4G ซึ่งเป็นการแสดงถึงว่า Gizmodo ก็ทราบก่อนแล้วว่าของที่ซื้อเป็นของที่อาจถูกขโมยมา จึงเป็นไปได้ที่จะถูกตั้งขอหาในการรับซื้อของโจร
แม้ว่าตามกฎหมายจะอนุญาตให้สื่อสามารถตีพิมพ์ข้อมูลที่เป็นความลับได้ แต่การซื้อขายวัตถุที่ถูกขโมยมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญา และจึงทำให้ตำรวจต้องเข้ามาสอบสวนทันที โดยที่แอปเปิลเองไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องแต่ประการใด
ในตอนนี้แอปเปิลยังไม่มีการประกาศใดๆ ถึงทิศทางของตัวเองว่าจะมีการฟ้องร้องทางแพ่งหรือไม่ ล่าสุดมีเพียงการส่งจดหมายให้กับทาง Gizmodo เพื่อขอต้นแบบ iPhone 4G คืน
ที่มา - AppleInsider
หน่วยสอบสวนอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของเขต Santa Clara County ได้เริ่มการสืบสวนการซื้อต้นแบบ iPhone 4G ของ Gizmodo เพื่อพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาหรือไม่
ประเด็นหลักๆ ของปัญหาคือการที่ Gizmodo เองก็ประกาศว่าได้จ่ายเงินถึง $5,000 เพื่อซื้ออุปกรณ์ที่เชื่อได้ว่าเป็นต้นแบบ iPhone 4G ซึ่งเป็นการแสดงถึงว่า Gizmodo ก็ทราบก่อนแล้วว่าของที่ซื้อเป็นของที่อาจถูกขโมยมา จึงเป็นไปได้ที่จะถูกตั้งขอหาในการรับซื้อของโจร
แม้ว่าตามกฎหมายจะอนุญาตให้สื่อสามารถตีพิมพ์ข้อมูลที่เป็นความลับได้ แต่การซื้อขายวัตถุที่ถูกขโมยมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญา และจึงทำให้ตำรวจต้องเข้ามาสอบสวนทันที โดยที่แอปเปิลเองไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องแต่ประการใด
ในตอนนี้แอปเปิลยังไม่มีการประกาศใดๆ ถึงทิศทางของตัวเองว่าจะมีการฟ้องร้องทางแพ่งหรือไม่ ล่าสุดมีเพียงการส่งจดหมายให้กับทาง Gizmodo เพื่อขอต้นแบบ iPhone 4G คืน
ที่มา - AppleInsider
ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางโกดักได้ยื่นฟ้องต่อแอปเปิลและ RIM ว่าละเมิดสิทธิบัตรของตนเอง (ดูข่าวเก่า) เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ทางแอปเปิลมีการยื่นฟ้องโกดักต่อ ITC (U.S. International Trade Commission) ว่าทางโกดักเองก็มีการละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิล 2 รายการ ได้แก่สิทธิบัตรที่มีชื่อว่า "Computer vision system for subject characterization" และ "Modular digital image processing via an image processing chain with modifiable parameter controls"
ในช่วงนี้ตลาดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ มีการฟ้องเรื่องสิทธิบัตรกันมากมาย และดูเหมือนไม่ว่าใครจะฟ้องใคร ก็มักจะโดนฟ้องกลับในเวลาต่อมาด้วยสิทธิบัตรอื่นๆ ที่อีกฝ่ายถือครองอยู่ คงเป็นที่น่าติดตามว่าเรื่องราวที่แสนยุ่งเหยิงทั้งหมดนี้จะจบลงอย่างไร
ที่มา - AppleInsider
หลังจากที่แอปเปิลได้ติดต่อทาง Gizmodo เพื่อขอรับต้นแบบ iPhone คืน (ดูข่าวเก่า) ทางเว็บไซต์ AppleInsider ได้รายงานว่าทาง Gizmodo มีโอกาสที่จะถูกฟ้องใน 2 ข้อหา ได้แก่การซื้อของโจร และการเปิดเผยความลับทางการค้า
ในข้อหาแรกคงเป็นข้อหาที่คล้ายๆ กับกฎหมายของไทย ที่ระบุว่าการซื้อของที่ถูกขโมยมา ไม่ว่าผู้ซื้อจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ในขณะที่ข้อหาที่สองตามกฎหมายความลับทางการค้าของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการจ่ายเงินเพื่อซื้อของต้นแบบที่ถูกขโมยและนำมาหาผลประโยชน์ให้กับตนเองนั้นมีความผิด
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อสังเกตที่ทาง AppleInsider ได้นำเสนอขึ้นมา โดยที่ทางแอปเปิลเองก็ไม่ได้มีให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อกฎหมาย สามารถอ่านได้จากที่มาครับ
ที่มา - AppleInsider
หลายคนอาจจะเฮ แต่สำหรับแอปเปิลแล้วงานนี้อาจจะต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากอีกครั้ง ในเมื่อศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Court) อนุญาตให้ Psystar Corp ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่มาพร้อมกับ Mac OS X ทำการฟ้องกลับแอปเปิลด้วยสำนวนฟ้องใหม่แล้ว
จุดที่สำคัญที่สุดของการฟ้องกลับในครั้งนี้คือ หาก Psystar ชนะในครั้งนี้ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่น ๆ ก็จะสามารถขายคอมพิวเตอร์พร้อม ๆ กับ Mac OS X เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ ศาลได้ตัดสินที่จะไม่รับคำยื่นฟ้องกลับของ Psystar ในตอนแรก เนื่องจากสำนวนการฟ้องได้บอกว่าแอปเปิลนั้นทำผิดกฎหมายการป้องกันการผูกขาด แต่ทาง Psystar ได้ไปเปลี่ยนสำนวนการฟ้องใหม่ กลายเป็นว่าแอปเปิลได้พยายามขยายสิทธิของตนเองผ่านการผูก Mac OS X เข้ากับฮาร์ดแวร์ของตนเอง (ที่ Slashdot ตอนนี้กำลังเถียงเรื่องนี้กันอย่างเมามัน)
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แอปเปิลยังคงยืนยันว่าในคดีต่าง ๆ นี้ Psystar ไม่ได้เป็นคนทำเองคนเดียว แต่มีหลายองค์กรและบุคคล ที่พยายามผลักดันให้แอปเปิลแพ้คดี โดยแอปเปิลได้บอกไว้ว่าจะทำการเปิดเผยรายชื่อแน่นอน หากรู้แน่ชัดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง
ที่มา - ComputerWorld
BSA (Business Software Alliance) ออกมาสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกับผู้บริโภคที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ จากกรณีคดีบริษัทไทยละเมิดลิขสิทธิ์ "Autodesk"
นายดรุณ ซอว์นีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ เปิดเผยว่า ปลายปี 2551 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางของประเทศไทยได้มีการพิจารณาคดีให้บริษัท ฮาร์เวสท์ โมลด์ (ประเทศไทย) จำกัด จ่ายชดเชยจำนวน 3.5 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิด ค่าเสื่อมเสียชื่อเสียง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้กับ บริษัท Autodesk Inc. ตามที่บริษัทฯ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาล
สื่อออสเตรเลียเริ่มที่จะทำการรายงานปัญหาของเกมออนไลน์ในออสเตรเลีย แต่ปัญหานี้ไม่เหมือนกับปัญหาของบ้านเราแต่เป็นปัญหาความเข้าใจผิดของผู้นำเข้าเกม ผู้ขายเกมในประเทศออสเตรเลีย
โดยตามกฎหมายของออสเตรเลีย เกมทุกเกมจะต้องได้รับเรตติ้งจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนจะวางขายโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่สำหรับเกมออนไลน์หลาย ๆ เกมที่ขายในประเทศออสเตรเลียนั้นยังไม่ได้มีการให้เรตติ้งแต่อย่างใด และไม่มีใครรู้ถึงปัญหานี้มาก่อนจนถึงตอนนี้
โดยตาม พรบ. นั้น การขายเกมเพียงชุดเดียว (หรือกล่องเดียว) โดยที่ไม่ได้รับเรตติ้งอย่างถูกต้องจะถูกปรับ 27,220.80 ออสเตรเลี่ยนดอลลาร์ หรือจำคุกสองปี หากขายเกมในลักษณะทางธุรกิจ (50 ชุดขึ้นไป) จะถูกปรับมากกว่านี้อีกเยอะ และหากมีการโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจะยิ่งโดนปรับมากขึ้นไปอีก
ผู้นำเข้าเกมและผู้จัดจำหน่ายแต่ละคน ณ เวลานี้ก็ได้ทำธุรกิจเกมออนไลน์โดยที่เดากันเอาเองว่าไม่จำเป็นที่ต้องมีเรตติ้งแต่อย่างใด
สำหรับอเมริกานั้น เกมที่สามารถนำมาเล่นออนไลน์ได้มักจะมีการเขียนว่า "ประสบการณ์จากเล่นออนไลน์ในเกมนี้ไม่ได้รับเรตติ้งจาก ESRB"
ที่มา - Slashdot
จากคำให้สัมภาษณ์ของ Tim Cook ผู้บริหารของแอปเปิลที่ขู่คู่แข่งว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหากถูกละเมิดลิขสิทธิ์ (จริงๆ ก็ไม่ได้ระบุชื่อแต่ฟังแล้วก็รู้แน่ว่าคือปาล์ม) ที่ผ่านมา (ข่าวเก่าโดยคุณ infernohellion: แอปเปิลขู่ Palm Pre จะไม่ยืนเฉย หากโดนละเมิดสิทธิ) วันนี้ปาล์มก็ออกมาให้สัมภาษณ์โต้กลับแล้วครับ
คุณ Lynn Fox ซึ่งเป็นผู้แทนจากบริษัทปาล์ม ได้ให้สัมภาษณ์กับ All Things Digital ว่า
บริษัทปาล์มเองก็มีผลงานที่เป็นนวัตกรรมมานานแล้ว ซึ่งสามารถดูได้จากสิทธิบัตรที่บริษัทเคยจดเอาไว้ นอกจากนี้ทุกคนในวงการก็ทราบดีว่าปาล์มมีสิทธิบัตรพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย และถ้าปาล์มจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายแล้ว เรามั่นใจว่าเราก็มีเครื่องมือเพียงพอเหมือนกันที่จะปกป้องตัวเราเอง
สงครามน้ำลายนี้ท่าทางจะไม่จบง่ายๆ แฮะ เอ้า.. สาวกปาล์มมาเชียร์กันหน่อย
ที่มา: All Things Digital via Engadget




