จากข่าวโครงการดักข้อมูล PRISM ของรัฐบาลสหรัฐ (ที่โดนข่าว WWDC กลบมิด) ทางกลุ่มเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิบนอินเทอร์เน็ตนำโดย Mozilla และ Electronic Frontier Foundation (EFF) ก็ออกแคมเปญต่อต้านชื่อ Stop Watching Us มาแล้ว
ข้อเสนอของ Stop Watching Us คือเรียกร้องให้สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายละเอียดของโครงการ PRISM ต่อสาธารณะ (ซึ่งปัจจุบันถูกปกปิดโดยอ้างประเด็นเรื่องความลับ-ความมั่นคงของชาติ) และเชิญชวนให้องค์กร คนดัง ภาคธุรกิจ นักการเมือง รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องครั้งนี้
อีกข่าวที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันคือวุฒิสมาชิกของสหรัฐจำนวน 8 คน (จากทั้งสองพรรคการเมือง) ก็เตรียมเสนอร่างกฎหมายต่อวุฒิสภาสหรัฐให้เปิดเผยข้อมูลโครงการ PRISM เช่นกัน - Guardian
ไมโครซอฟท์เดินตามกูเกิลและทวิตเตอร์ที่เปิดเผยจำนวนการขอข้อมูลส่วนบุคคลจากรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกในปี 2012 ที่ผ่านมาโดยรวมแล้วมีการขอข้อมูล 70,665 ครั้ง รวมเป็นผู้ใช้ทั้งหมด 122,015 คน
ประเทศที่ขอข้อมูลมากที่สุด คือ สหรัฐฯ ขอข้อมูล 11,073 ครั้งรวมผู้ใช้ 24,565 คน อันดับสองคือตุรกี 11,434 ครั้ง ฝรั่งเศส 8,603 ครั้ง, เยอรมัน 8,419 ครั้ง และไต้หวัน 4,381 ครั้ง
ส่วนข้อมูลของไทยนั้น มีการขอข้อมูลไปทั้งสิ้น 83 ครั้ง รวมผู้ใช้ 105 คน และทางไมโครซอฟท์เคยส่งข้อมูลให้รวม 73 ครั้ง อีกสิบครั้งนั้นไมโครซอฟท์ไม่พบข้อมูล
สำหรับไทยน่าแปลกใจว่าทางฝั่งของกูเกิลนั้นจนทุกถึงรายงานล่าสุดยังไม่มีการขอข้อมูลผู้ใช้นัก แม้จะมีการขอการปิดกั้นข้อมูลออกจากประเทศไทยก็ตามที แต่ฝั่งไมโครซอฟท์ กลับเป็นการขอข้อมูลโดยตรง
ที่มา - Microsoft
โครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยเอง โดยรัฐพยายามนำโครงสร้างพื้นฐานเข้าไปยังพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก แต่โครงการนี้ก็ดูจะเป็นช่องทางให้มีการใช้งบประมาณอย่างไม่สมเหตุสมผลเมื่อห้องสมุดสาธารณะ Marmet ที่มีขนาดเพียงตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งตู้เท่านั้นกลับต้องติดตั้งเราท์เตอร์ Cisco 3945 ราคากว่าหกแสนบาท แพงกว่าตัวอาคารของห้องสมุดเองเสียอีก
โครงการนี้เกิดปัญหาเพราะรัฐบาลกลางตัดสินใจที่จะซื้อเราท์เตอร์ทั้งหมด 1,164 ตัวจากศูนย์กลางแล้วกระจายไปยังจุดที่กำหนดของรัฐบาล โดยไม่มีการพิจารณาความเหมาะสมว่าพื้นที่ใดควรซื้ออุปกรณ์มากน้อยเพียงใด บางพื้นที่เช่นสถานีตำรวจ กลับไม่สามารถใช้งานเราท์เตอร์ที่ได้รับมา ได้เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบ VoIP เดิมที่มีอยู่
อย่างไรก็ดี โครงการลงทุนในโครงสร้างบรอดแบนด์มีข้อดีจำนวนมาก หมู่บ้านที่เคยไม่มีการสื่อสารอื่นนอกจากอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ สามารถเข้าถึงบริการ DSL หรือไฟเบอร์ได้ มหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายเข้าหากันด้วยความเร็วสูงทำให้สามารถสอนระยะไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์
ที่มา - ArsTechnica
เมื่อกลางเดือนกันยายน 2012 ที่ผ่านมา กูเกิลได้ประกาศว่าไม่ลบคลิป Innocence of Muslims ออกจาก YouTube เพราะสาเหตุทางการเมือง ซึ่งสร้างผลเสียให้กับหลายๆ ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ล่าสุดมีการตอบโต้จากศาลของประเทศอียิปต์ ที่มีคำสั่งให้ทำการบล็อค YouTube ทั้งหมดเป็นเวลา 1 เดือน ด้วยข้อหาการเป็นโฮสให้กับคลิป Innocence of Muslims เพราะหลังจากที่คลิปนี้ถูกบล็อคในหลายประเทศ และก็เริ่มกลายเป็นข่าวในหลายๆ ประเทศ ทำให้มีคนเริ่มอัปโหลดวิดีโอข่าวของคลิปนี้อีกครั้ง โดยวิดีโอข่าวที่มีความยาวมากที่สุดคือ 14 นาที ซึ่งเนื้อหาของข่าว ได้รวมเอาคลิป Innocence of Muslims เข้ามาด้วยนั่นเอง
ต้นเหตุของข่าวนี้ก็คือ ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีประชากรในประเทศอียิปต์ได้รวมตัวเข้าขอความเป็นธรรมกับศาลประเทศอียิปต์อีกครั้ง จนในที่สุดก็นำไปสู่การสั่งบล็อค YouTube เป็นเวลา 1 เดือนนั่นเองครับ
ที่มา - Washington Post ผ่าน The Verge
สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว ประกาศวันที่ 1-2 มิถุนายน 2013 เป็นวัน "National Day of Civic Hacking" หรือ "วันแฮ็กเพื่อสาธารณประโยชน์แห่งชาติ" (hack ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเจาะระบบ แต่หมายถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์-ระบบไอที)
เป้าหมายของงานนี้คือกระตุ้นให้คนทำงานสายไอซีที ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไป หันมาสนใจแก้ปัญหาของประเทศด้วยเทคโนโลยี โดยเน้นไปที่ข้อมูลสาธารณะ (publicly-released data) และโค้ดหรือเทคโนโลยีแบบเปิด
แคมเปญนี้เชิญชวนหน่วยงานท้องถิ่นทั้ง 50 รัฐของอเมริกาจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ของท้องถิ่น เช่น งาน hackathon เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของท้องถิ่น หรือจัดงานพบปะสังสรรค์ทำความรู้จักกันระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพไอซีทีในเมืองนั้นๆ (ตอนที่เขียนข่าวนี้มีประกาศงานแล้ว 24 รัฐ เป้าหมายของโครงการคือต้องมีครบทุกรัฐ)
ผู้จัดงานหลักคือหน่วยงานภาคสังคม Code for America และ Random Hack of Kindness โดยมีหน่วยงานภาครัฐอย่าง NASA, กระทรวงแรงงานของสหรัฐให้การสนับสนุน รายละเอียดดูได้จาก Hack for Change
ที่มา - White House
มีรายงานจาก Facebook ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าได้พบลิงก์ไปยังเว็บไซต์รับพนันฟุตบอลออนไลน์สองเว็บคือ vipclub88s และ sbothai666m ภายในหน้าแรกของเว็บกระทรวงวัฒนธรรม โดยซ่อนลิงก์ไว้ที่พื้นที่ด้านล่างสุดของเว็บ และใช้สีตัวอักษรเป็นสีม่วงเพื่อให้กลืนกับสีของฉากหลังอีกด้วย
นายชูวิทย์โพสต์ข้อความบรรยายว่าปัจจุบันปัญหาการพนันออนไลน์มีการแพร่กระจายไปทั่ว แต่น่าแปลกที่แม้กระทั่งเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรมเองก็ยังมีลิงก์ไปยังเว็บพนันแบบนี้ด้วย
มีผู้แสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่ากรณีที่เกิดขึ้น เว็บกระทรวงวัฒนธรรมอาจโดนแฮก หรืออาจเป็นการรับทำ SEO ให้เว็บรับพนันแห่งนี้นั่นเอง
อัพเดต: ล่าสุดลิงก์ดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว แต่คุณ icez ยังพบในซอร์สว่ามีลิงก์ไปยังเว็บเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่อยู่ด้วย ซึ่งยังไม่ถูกลบออก
ที่มา: Facebook ชูวิทย์ I'm No.5
หากเข้าเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม แล้วเลื่อนไปดูล่างสุด (หรือค้นหาคำว่า "แทงบอล") จะพบลิงก์แทงบอลออนไลน์ที่สามารถลิงก์ไปยังเว็บไซต์แทงบอลได้ถึง 2 เว็บไซต์
ทั้งนี้ไม่ทราบว่ามีลิงก์เหล่านี้อยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงมานานเพียงใด แต่หวังว่าลิงก์ดังกล่าวคงถูกลบออกไปในเร็วๆ นี้
ที่มา - เพจชูวิทย์ I'm No.5
Eric Schmidt ผู้ซึ่งเป็นอดีต CEO และดำรงตำแหน่งประธานของ Google คนปัจจุบัน ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา
ผมจะทำให้มันชัดเจนได้อย่างไร?
ผมยังคงมีคำตอบเช่นเดิม ผมไม่ต้องการเป็นลูกจ้างของรัฐบาลกลาง Google คือบ้านของผม
ชื่อของ Eric Schmidt ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเต็งผู้ที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ว่างอยู่ หลังจากก่อนหน้านี้ Schmidt เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดี Barrack Obama มาก่อน
ทั้งนี้ภายหลังที่ Barrack Obama ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอีกวาระหนึ่ง กระแสความสนใจก็เริ่มพุ่งไปที่ทีมงานฝ่ายบริหารที่จะมาร่วมงานกับ Obama ซึ่งก็รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ว่างลงตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังการลาออกของรัฐมนตรีคนก่อน John Bryson
ที่มา - Bloomberg Businessweek
คนที่ติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงนี้คงทราบเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม อันเนื่องมาจากคลิปภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Innocence of Muslims ที่ถูกโพสต์ขึ้นบน YouTube ก่อให้เกิดการประท้วงรัฐบาลสหรัฐในหลายประเทศ และในบางประเทศก็ถึงกับมีผู้เสียชีวิตด้วย
กูเกิลในฐานะเจ้าของ YouTube ให้ความร่วมมือบล็อคคลิปนี้เป็นรายประเทศ (เช่น ลิเบีย อียิปต์ อินโดนีเซีย อินเดีย) แต่ไม่ลบคลิปนี้ออกจาก YouTube เป็นการถาวร ถึงแม้จะได้รับการร้องขอจากทำเนียบขาวให้ทบทวนการตัดสินใจครั้งนี้ก็ตาม
กูเกิลบอกว่าต้องการยึดกฎหมายของแต่ละประเทศมากกว่าตอบสนองตามแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งเป็นแนวทางที่กูเกิลปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2007 และประกาศไว้ในเว็บไซต์อยู่แล้ว
ที่มา - Reuters
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิจัยนิวเคลียร์แห่งชาติรัสเซีย (National Research Nuclear University) เผยข้อมูลว่าดัดแปลงระบบปฏิบัติการ Android ของกูเกิลเพื่อใช้ในการทหาร ในชื่อว่า RoMos (Russian Mobile Operating System)
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมรัสเซีย โดย RoMos จะแบ่งเป็นสองรุ่นคือรุ่นปกติทั่วไป และรุ่นพิเศษที่ใช้ในการทหาร สิ่งที่รัสเซียดัดแปลงจากเวอร์ชันของกูเกิลคือตัดการส่งข้อมูลกลับไปยังกูเกิลทั้งหมดออก, เปลี่ยนระบบ GPS ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐมาเป็นระบบ GLONASS ของรัสเซียเอง และปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยให้เข้มข้นที่สุดเพื่อปกป้องความลับของชาติ
ในเบื้องต้น RoMos ถูกนำมาใช้ในแท็บเล็ตที่จะเปิดตัวปลายปีนี้ ราคาตั้งเป้าไว้เครื่องละ 15,000 รูเบิ้ล (ประมาณ 14,500 บาท ค่าเงินใกล้เคียงกัน) ตามข่าวบอกว่าแท็บเล็ตเวอร์ชันการทหารจะป้องกันการกระแทกและกันน้ำได้ด้วย และในอนาคตอาจมีรุ่นบนมือถือตามมา
ที่มา - AFP, Wall Street Journal
ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ที่สหรัฐอเมริกาจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสื่อบนโลกดิจิทัลก็ต่างมีความสำคัญมากในการหาเสียงและการติดต่อสื่อสาร รวมถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ล่าสุด YouTube ประกาศเปิดตัว Elections Hub ในหมวด Politics เพื่อรวบรวมทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดีเบต หรือแม้แต่วิดีโอหาเสียง ทั้งนี้ YouTube ยังจับมือกับสำนักข่าวชื่อดังในสหรัฐเช่น ABC News, Wall Street Journal หรือแม้แต่ New York Times ในการรวบรวมวิดีโอข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ อีกทั้งยังมี YouTube Spotlight ที่คัดสรรวิดีโอเด่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสหรัฐอีกด้วย (YouTube's Blog ผ่าน Engadget)
ทางด้าน Microsoft ก็ได้ปล่อย Election 2012 Hub on Xbox LIVE ที่สามารถติดตามการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเมืองจาก Face the Fact USA, NBC, สมัครเพื่อเลือกตั้งผ่าน Rock the Vote หรือดูโพลจาก YouGov ซึ่ง Microsoft คาดว่าจะมีผู้ใช้กว่า 40 เปอร์เซนต์ดาวน์โหลดแอพนี้ลง Xbox LIVE (Microsoft ผ่าน Engadget)
ประเด็นการสอดแนมข้อมูลของประชาชนเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในสหรัฐฯ ภาพยนตร์และนิยายหลายเรื่องพูดถึงหน่วยงานลับที่สอดแนมข้อมูลทุกอย่างที่ส่งไปตามระบบคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา หน่วยงานหนึ่งที่ถูกจับตาว่าจะทำหน้าที่นั้น คือ NSA (National Security Agency) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายพล Keith Alexander ก็ขึ้นเวที DefCon ระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ไม่ได้ "เก็บรักษา" (maintain) แฟ้มข้อมูลของประชาชนสหรัฐฯ
เมื่อวานนี้ William Binney อดีตเจ้าหน้าที่ของ NSA ก็ออกมาระบุว่าการพูดเช่นนั้นเป็นการเล่นคำของนายพล Keith เพราะ NSA นั้นมีระบบสอดแนมประชาชนของตัวเองมาตั้งแต่ปี 2001 แล้ว โดยเริ่มดึงข้อมูลจากบริษัทโทรคมหลายบริษัท และ NSA กำลังเก็บข้อมูลทวิตเตอร์, อีเมล, การค้นหาเว็บ, และข้อมูลอื่นๆ เพื่อจะค้นหาได้ในภายหลัง
เจ้าหน้าที่ William ระบุว่าที่เขาลาออกจาก NSA ในเวลาต่อมาก็เพราะหน่วยงานกำลังพยายามสอดแนมทุกคนในประเทศ
นายพล Keith ไม่ได้ปฎิเสธว่าไม่มีการสอดแนมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ แต่การกระทำเหล่านั้นเป็นการตรวจสอบข้อมูลของคนต่างชาติ และ NSA เองก็ถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการข่าวกรอง, สมาชิกรัฐสภา, และศาล FISA (ศาลคดีการสอดแนมคนต่างชาติเพื่อข่าวกรอง)
ที่มา - Wired
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทยหรือ thaigov.go.th ซึ่งมีชื่อเสีย(ง)มานานในเรื่องหน้าตาที่ล้าสมัย การตอบสนองที่ล่าช้า และการหาข้อมูลที่ยากลำบาก ถูกเปลี่ยนใหม่หมดทั้งเว็บแล้ว
เว็บไซต์โฉมใหม่ถูกปรับแต่งให้ทันสมัยขึ้น มีข้อมูลอัพเดตทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และใช้งานง่ายขึ้นมาก ผมลองดูแล้วข้างในทำด้วย Joomla! 1.5 แต่ยังไม่แน่ใจว่าทำโดยทีมไหนนะครับ (ใครมีข้อมูลโปรดแจ้ง จะขอสัมภาษณ์)
นี่เป็นสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งว่าเว็บไซต์หน่วยงานราชการของไทย (โดยเฉพาะเว็บสำคัญอย่างเว็บไซต์ของรัฐบาลเอง) ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากครับ
ไมโครซอฟท์ยังเดินหน้าลุยต่อกับ Office 365 บริการอีเมล-สำนักงาน-ระบบการทำงานบนกลุ่มเมฆ ล่าสุดออกรุ่นพิเศษ Office 365 for Government เพื่อจับตลาดลูกค้าฝั่งหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ
การที่ไมโครซอฟท์ต้องออกรุ่นพิเศษเพื่อตลาดรัฐบาล เป็นเพราะหน่วยงานรัฐในสหรัฐและยุโรปบังคับให้กระบวนการเก็บรักษาข้อมูลมีความปลอดภัยสูงกว่าปกติ และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานต้องผ่านมาตรฐานหลายอย่าง เช่น ISO 27001, SAS70 Type II, EU Safe Harbor, EU Model Clauses, FISMA จึงเป็นเหตุให้ไมโครซอฟท์ต้องออกรุ่นพิเศษมาเพื่อการนี้ (เมื่อสองปีก่อน กูเกิลเปิดตัว Google Apps for Government ไปนานแล้ว)
ไมโครซอฟท์ยังบอกอีกว่าจะรองรับ IPv6 บน Office 365 for Government ในเดือนกันยายนนี้ด้วย
ที่มา - Office Blogs, ZDNet
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า FBI หรือสำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งหน่วยย่อยชื่อ Domestic Communications Assistance Center (DCAC) ขึ้นมาอย่างเงียบๆ โดยภารกิจของหน่วยงานนี้คือ "ดักฟังและถอดรหัส" ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารไร้สาย ตามที่ได้รับการร้องขอจากหน่วยสืบสวนต่างๆ
DCAC เปรียบเสมือนหน่วยงานด้านเทคนิคที่ช่วยแกะรอยข้อมูลดิจิทัลให้กับหน่วยงานภายใน FBI เองหรือตำรวจท้องถิ่น แต่จะไม่เป็นฝ่ายดักฟังหรือดำเนินการด้วยตัวเอง ตอนนี้รายละเอียดของ DCAC ยังมีน้อยมาก แต่ก็มีข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานของ DCAC ว่าต้องการคนที่มีทักษะการแกะรอยข้อมูลดิจิทัลอย่าง PacketCable (สำหรับเคเบิลโมเด็ม), QChat (ใช้ในโทรศัพท์มือถือแบบ push-to-talk) และ T1.678 (มาตรฐานการสื่อสารของโลก VoIP) เป็นต้น
ที่มา - CNET
WikiLeaks ประกาศเปิดตัวโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของตัวเองภายใต้สโลแกน 'Encrypted Facebook' หรือ Facebook ในรูปแบบที่ผ่านการเข้ารหัส หลังจากมีการอ้างว่า Facebook ได้ขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานให้กับรัฐบาลและยังประณามการที่ Facebook สนับสนุนร่างกฎหมาย Cyber Intelligence Sharing and Protection Act (CISPA) ซึ่งว่าด้วยการที่ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลใดๆ ก็ได้ภายใต้ข้ออ้างความปลอดภัยทางไซเบอร์
สำหรับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คนี้ยังอยู่ในช่วงเบต้า และยังเปิดให้ทุกคนสามารถสมัครสมาชิกได้ภายในลิงก์ที่มาข่าวครับ
ที่มา - @wikileaks via Voice of Grey Hat
ทางการจีนและสหรัฐฯ แถลงการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากเผชิญหน้ากับความตึงเครียดด้านการแข่งขันทางเทคโนโลยี รวมทั้งปัญหาด้านสงครามไซเบอร์โดยมีการให้คำสัญญาที่จะทำงานพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันมากกว่าจะมุ่งเน้นไปทางผลประโยชน์ของชาติใดชาติหนึ่ง
โดยในการพบกันครั้งนี้ Leon Panetta รัฐมนตรีกลาโหมและอดีตผู้อำนวยการซีไอเอ ออกมากล่าวว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีความสามารถในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันและอยู่บนเวทีเดียวกันในตลาดโลก ดังนั้นจะเป็นการดีมากกว่าที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยี และเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ด้านนายพล Liang Guanglie รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนก็แสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ จะเป็นทุกครั้งที่จีนถูกกำหนดให้ยืนอยู่ตรงตำแหน่งผู้กระทำเสมอ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ถูกต้องและยุติธรรมเท่าไหร่นักสำหรับทางการจีน โดยการแถลงการณ์ครั้งนี้มีการอ้างอิงถึงกรณีที่จีนถูกกล่าวหาว่าได้ว่าจ้างแฮกเกอร์ให้โจมตีสหรัฐฯ ด้วย
ถึงการแถลงการณ์ครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจได้อีกครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วอนาคตก็ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายๆ ปัจจัยที่จะเป็นตัวแปรในการกำหนดอนาคตครับ
ที่มา - U.S. Department of Defense Transcript via V3
การประมูลบริการบนกลุ่มเมฆ (Cloud Service) ที่ให้บริการทั้งซอฟต์แวร์ออฟฟิศและอีเมลของกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2010 เมื่อสเปคการจัดซื้อในตอนแรกระบุว่าบริการที่เสนอขายต้องเป็น Microsoft BPOS เท่านั้น จนกูเกิลไม่ยอมและฟ้องการประมูลทำให้ต้องหยุดการประกาศผู้ชนะ สุดท้ายแล้วมีการตกลงนอกศาลได้ว่าการจัดซื้อจะยกเลิกข้อกำหนดที่เป็นปัญหานี้ออกไป กูเกิลจึงถอนฟ้องและการประมูลก็เดินหน้าใหม่อีกครั้ง จนตอนนี้ก็ได้ผู้ชนะแล้วคือกูเกิลเอง
บริการ Google Apps for Government จะให้บริการผ่านทางบริษัท Onix Networking โดยจะรวมบริการแชตแบบวิดีโอและเสียง, อีเมล, Google Docs, และ Google Sites ให้บริการกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทั้งหมดกว่า 90,000 คน
มูลค่าโครงการรวม 34,872,728 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดระยะเวลา 7 ปี ราคานี้น่าติดต่อมาให้รับงานบ้านเราบ้าง น่าจะถูกคุ้ม
ที่มา - Department of Interior
ข่าวฮือฮาในรอบสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นภาพโป๊ที่โผล่ขึ้นมากลางโทรทัศน์ในที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างการอภิปรายของนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณห้าวินาที ซึ่งถูกสำนักข่าวหลายแห่งเก็บภาพไว้ได้ (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมได้จากมติชน)
ในเบื้องต้นได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าภาพที่ขึ้นบนจอโทรทัศน์ดังกล่าวน่าจะมาจากการแฮคผ่าน Wi-Fi เนื่องจากโทรทัศน์ดังกล่าวเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตของรัฐสภาอยู่ด้วย ในขณะนั้นยังไม่ได้มีการให้ความเห็นว่าการแฮค Wi-Fi เพื่อส่งภาพไปยังโทรทัศน์สามารถทำได้จริงหรือไม่
เพื่อเป็นการพิสูจน์ ทางทีมงานแบไต๋ไฮเทคได้ทำการทดสอบโดยก่อนที่จะไปพูดถึงวิธีการทดสอบ ลองมาดูจุดน่าสงสัยจากวิดีโอคลิปที่สำนักข่าวได้ทำการถ่ายไว้ ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้นสองจุดได้แก่











