ผลสำรวจล่าสุดจาก Nielsen ชี้ให้เห็นว่า 56 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนอเมริกานั้น จะมีคอนโซลเกม Xbox 360, PlayStation 3 และ Wii อยู่ ลองคิดดูเล่นๆ ครับ ถ้าเรามีบ้านอยู่ในอเมริกา ก็จะมีโอกาสสูงที่เพื่อนบ้างข้างๆ (และบ้านเราเอง) จะมีคอนโซลเกมเหล่านี้อยู่ในบ้านด้วย
เวลาในการเล่นเกมของชาวอเมริกายังเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่างโทรศัพท์มือถือในการเล่นเกมมากขึ้น
ในเรื่องของเครื่องเกมแบบพกพานั้น Nielsen พบว่ากว่า 39 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนอเมริกามีอุปกรณ์ที่ใช้งาน iOS อยู่และ 50 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 6-12 ปี จะเป็นเจ้าของ Nintendo DS
ที่มา - GameSpot
- 2 comments
- 237 reads
บริษัทวิจัยตลาด NPD Group เผยส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนสหรัฐอเมริกาประจำไตรมาสที่สี่ของปี 2011
- บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ แอปเปิลแซงหน้าซัมซุงและแอลจีขึ้นมาเป็นแชมป์ โดยมีส่วนแบ่งมากถึง 43% ของยอดขายสมาร์ทโฟนสหรัฐไตรมาสสี่
- สมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์มียอดขายรวมกัน 48% ของสมาร์ทโฟนทั้งหมด สองค่ายนี้รวมกันมีส่วนแบ่งตลาด 91% มีที่ว่างให้คู่แข่งอื่นๆ เพียง 9% เท่านั้น
- iPhone 4S เป็นมือถือที่ขายดีที่สุด โดยขายดีกว่า iPhone 4 อยู่ 75%
- มือถือยอดนิยม 5 อันดับแรกคือ iPhone 4S, 4, 3GS, Galaxy S II, Galaxy S 4G
- ถ้าคิดเฉพาะคนที่เพิ่งซื้อสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก พบว่าแอนดรอยด์ได้รับความนิยมเยอะกว่าที่ 57% ส่วน iOS อยู่ที่ 34% ซึ่ง NPD ให้ความเห็นว่าเป็นเพราะเครือข่ายรองรับมากกว่า และใช้กับ LTE ได้แล้ว
ที่มา - NPD Group
- 4 comments
- 422 reads
ข่าวนี้อาจทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกต้องอายม้วนกันถ้วนหน้า เพราะคู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐการันตีว่าจะอัพเกรด Android ภายใน 2 สัปดาห์หลังกูเกิลปล่อยซอร์สโค้ดออกมา
หลังจากทดสอบระบบมาได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็ตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์ม Android เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนของรัฐบาล โดยจะเริ่มจากหน่วยทหารเป็นหน่วยแรก และขยายไปยังหน่วยงานระดับชาติอื่นๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยหน่วยงานระดับรัฐต่อไป
สมาร์ทโฟนของรัฐบาลจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นดัดแปลงให้ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ส่งข้อมูลที่เป็นความลับของราชการได้ (ตอนนี้ระบบปฏิบัติการกำลังพัฒนาอยู่)
คู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐในการปรับแต่งสมาร์ทโฟนคือมหาวิทยาลัย George Mason ซึ่งผู้บริหารให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าจะอัพเกรดระบบปฏิบัติการภายใน 2 สัปดาห์หลังจากกูเกิลปล่อยซอร์สโค้ดออกมา
โครงการสมาร์ทโฟนของรัฐบาลสหรัฐเคยพยายามใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายล้มเลิกไป เพราะแอปเปิลไม่อนุญาตให้เข้าถึงโค้ดของระบบปฏิบัติการ
- 26 comments
- 1202 reads
comScore เผยสถิติส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐ รอบสามเดือนที่สิ้นสุดเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2011 (ข่าวของรอบก่อนหน้านี้)
โดยสรุปคือ Android, iOS ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่รายอื่นๆ ลดลงต่อเนื่องครับ
- Android 47.3%
- iOS 29.6%
- BlackBerry 16.0%
- Windows Phone 4.7%
- Symbian 1.4%
ส่วนผู้ขายมือถือในสหรัฐยังคงอันดับเดิมทุกประการคือ Samsung, LG, Motorola, Apple, RIM
ที่มา - comScore via TechCrunch
- 4 comments
- 553 reads
ในการหาเสียงเลือกตั้งของสหรัฐ ผู้สมัครสามารถขอระดมทุนในการหาเสียงจากประชาชนได้ (ครั้งละไม่เยอะแต่จำนวนคนเยอะ) และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2008 บารัค โอบามาก็ใช้เครื่องมือระดมทุนผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสถิติยอดบริจาคเยอะเป็นประวัติการณ์
พอมาปี 2012 ใกล้เลือกตั้งรอบใหม่ คราวนี้เป็นยุคของ mobile device ทำให้แคมเปญการหาเสียงจากทั้งสองพรรคใหญ่ในสหรัฐต้องปรับตัว เพิ่มวิธีการจ่ายเงินให้ทันสมัยตามมาด้วย
ผู้นำในตลาดนี้คือบริษัท Square (คนละอย่างกับ Square Enix) ซึ่งเป็นบริษัทของ Jack Dorsey หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twitter นั่นเอง บริษัทนี้ค่อนข้างดังในสหรัฐแต่การใช้งานก็จำกัดเฉพาะในสหรัฐด้วย เราเลยไม่ค่อยนำข่าวมาลงเท่าไรนะครับ
- 3 comments
- 335 reads
- Read more
บริษัท 51Degrees.mobi ซึ่งทำธุรกิจด้าน mobile web optimization และ mobile analytics ออกมาเผยสถิติการใช้งาน mobile web ตลอดปี 2011 ที่ผ่านมา
51Degrees.mobi ไม่ได้ให้สถิติภาพรวมของทั้งโลก แต่แบ่งออกเป็นภูมิภาคต่างๆ โดยที่เปิดเผยข้อมูลมีเพียงยุโรปและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
- ทิศทางตลาดเว็บยุโรปทั้งปี 2011 - เข้าผ่านพีซี 82.47%, มือถือ 14.10%, แท็บเล็ต 3.43%
- ส่วนแบ่งตลาดเว็บสหรัฐ ครึ่งหลังของปี 2011 - Android แซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 36.6%, iOS ลดเหลือ 34.1%
- ส่วนแบ่งตลาดเว็บยุโรป ครึ่งหลังของปี 2011 - iOS ยังเป็นแชมป์ที่ 42.6% (แต่ส่วนแบ่งลดลง) Android ตามมาห่างๆ ที่ 19.5%, RIM ประมาณ 9%
- ส่วนแบ่งตลาดเว็บยุโรป ครึ่งหลังของปี 2011 แยกตามยี่ห้อ - ซัมซุงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 11.6% ที่เหลือก็ตามกราฟ
- ส่วนแบ่งตลาดเว็บอินเดีย ครึ่งหลังของปี 2011 - มีข้อมูลของโนเกียยี่ห้อเดียว โดยส่วนแบ่งลดลงจาก 57.3% มาเหลือ 50.6% แต่ภาพรวมยังเป็นแชมป์แบบทิ้งห่าง, ส่วน Android โดยรวมขึ้นมาที่ 6%
- 7 comments
- 761 reads
- Read more
บริษัทวิจัยตลาดมือถือ BGR เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในสหรัฐ พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนในสหรัฐ 47% ใช้ Android, ตามด้วย 27% ใช้ iPhone
ส่วนมือถือ Android ยี่ห้อที่ผู้บริโภคสหรัฐให้ความนิยมสูงสุด (highest brand preference) คือ Samsung ตามด้วย Motorola, HTC, LG ส่วนยี่ห้อที่ได้คะแนนรั้งท้ายคือ ZTE และ Huawei
นอกจากนี้ผลสำรวจของ iGR ยังระบุว่า 45% ของผู้ใช้ Android รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการก่อนตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้ Android จำนวน 27% ตอบคำถามว่าเลือก Android เพราะชื่อเสียงของกูเกิลที่สั่งสมมานาน ถือเป็นปัจจัยยอดนิยมที่ช่วยสนับสนุนการซื้อ Android
รายงานฉบับเต็มก็ซื้อได้จาก iGR ครับ
ที่มา - iGR (PDF), Talk Android
- 52 comments
- 1208 reads
หลังการปิดเว็บ Megaupload ก็สร้างความไม่พอใจให้กับคนหลายกลุ่มจนมาถึงกลุ่ม Anonymous ที่เน้นการตอบโต้กับเจ้าของลิขสิทธิ์และรัฐบาล จนเริ่มปฏิบัติการ #OpGlobalBlackout ที่ตั้งเป้าหมายไปยังเว็บต่างๆ ทั่วโลก
กลุ่ม Anonymous ประกาศว่ากลุ่มสามารถเข้าถึงเว็บสำคัญๆ ทั่วโลกทั้ง UN, Xbox Live, ธนาคาร, และเว็บเครือข่ายสังคมหลายเว็บได้ โดยยื่นข้อเสนอว่าทางรัฐบาลต้องเปิด Megaupload กลับมาภายในสามวัน โดยประกาศมาแล้วตั้งแต่สามวันก่อน
เว็บแรกที่เริ่มถูกโจมตีคือ CBS.com ที่ถูกแก้ค่า DNS จนไม่สามารถเข้าใช้งานได้ และทางกลุ่ม Anonymous เริ่มเผยแพร่เว็บที่ใส่ JavaScript เพื่อโหลดเว็บเป้าหมายไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล่มเพื่อเรียกร้องให้คนที่ต้องการมีส่วนร่วมได้กด และโจมตี DDoS กับเว็บเป้าหมาย
ด้วยเทคนิคแบบนี้หากมีคนร่วมด้วยจำนวนมากพอ แม้จะแต่ละคนจะเชื่อมต่อกับเว็บเป้าหมายไม่กี่ครั้ง แต่สำหรับเซิร์ฟเวอร์แล้วก็อาจจะหนักเกินไปจนรับไม่ไหว
เว็บที่มีรายงานแล้วว่าเริ่มถูกโจมตีได้แก่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ, FBI, MPAA, และเว็บอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง
- 49 comments
- 1517 reads
หลังจากกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งมากมาย ส.ส. Lamar Smith จากพรรครีพับลิกัน เจ้าของร่างกฎหมาย SOPA อันขัดแย้ง ก็ประกาศถอนร่างนี้ออกจากวาระของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐแล้ว
Smith ยอมรับว่าร่างกฎหมายของเขาได้รับเสียงวิจารณ์มากมาย และเขารับฟังเสียงเหล่านี้ จึงตัดสินใจถอนร่างออกจากสภา อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าประเด็นเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญ เพียงแต่เขาจะทบทวนวิธีการแก้ไขปัญหาลิขสิทธิ์ที่สร้างความขัดแย้งใน SOPA อีกครั้ง
ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือ PIPA ที่เสนอเข้าวุฒิสภาของสหรัฐ ทางผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาคือ วุฒิสมาชิก Harry Reid ก็ประกาศว่าจะเลื่อนการลงมติออกไปก่อน
ที่มา - Mashable
- 1 comment
- 1218 reads
ดูเหมือนว่าการปิดหน้าเว็บเพื่อประท้วงร่างกฎหมาย PIPA และ SOPA โดยเว็บชื่อดังหลายเว็บได้ผล โดยสมาชิกสภาคอนเกรสเริ่มถอดถอนชื่อเพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายสองฉบับดังกล่าวแล้ว เช่น ส.ว. Marco Rubio ที่สนับสนุน PIPA มาตลอดกับ ส.ส. รัฐอาริโซน่า Ben Quayle ที่เคยสนับสนุน SOPA
Rubio ได้เขียนบนหน้าเฟสบุ้คของตัวเองว่า "มันมีวิธีที่ดีกว่าที่จะต่อสู้กับการขโมยทรัพย์สิน ไอเดีย และอาชีพของชาวอเมริกันในโลกออนไลน์" และยังได้บอกอีกว่าสภาคอนเกรสไม่ควรที่จะรีบผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวที่อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
คาดว่าหลังจากนี้เราจะได้เห็นการถอดถอนรายชื่อโดยนักการเมืองอีกหลายรายในสหรัฐ จากการสนับสนุนร่างกฎหมายทั้งสองนี้เรื่อย ๆ (ในที่มาของข่าวนี้ก็มีการอัพเดตเรื่อย ๆ ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. อีกหลายรายขอถอนตัว) นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการ "ฟังเสียงของประชาชน" เหมือนกัน
ที่มา - Mashable
- 8 comments
- 3311 reads
ปรากฎการณ์เว็บทั่วโลกร่วมกันต่อต้านร่างกฏหมายต่อต้าน Stop Online Piracy Act ตลอดวันนี้ เว็บที่เข้าร่วม เช่น Wikipedia, Scribd, Wired หรือ EFF บทความนี้จะแนะนำว่าทำไมหน่วยงานจำนวนมากในโลกจึงต่อต้านกฏหมายฉบับนี้ และเมืองไทยเองเพิกเฉยต่อกระบวนการเหล่านี้มาอย่างไรกันบ้าง เพื่อบางทีที่เรามองเหตุการณ์ในต่างประเทศแล้วเราอาจจะมองเห็นภาพที่สังคมอินเทอร์เน็ตต่อการเซ็นเซอร์
- 129 comments
- 12326 reads
- Read more
reddit และ Wikipedia นำหน้าไปก่อนแล้ว ล่าสุดเว็บไซต์ชื่อดังอีกหลายแห่งก็เข้าร่วมประท้วงร่างกฎหมาย SOPA/PIPA กันอย่างพร้อมเพรียง
ตัวอย่างเว็บไซต์ดังๆ ที่ร่วมประท้วงได้แก่
- กูเกิลที่ประกาศไว้แล้วว่าจะประท้วง คาดแถบดำทับโลโก้กูเกิลบน Google.com พร้อมลิงก์ไปยังหน้า Ending Piracy, Not Liberty (รายละเอียด)
- WordPress.org เปลี่ยนเว็บเป็นสีดำ พร้อมเชิญชวนให้ส่งอีเมลไปยังสภาคองเกรสของสหรัฐเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้าน SOPA (รายละเอียด)
- Mozilla ประกาศเปลี่ยนหน้า Start Page ของ Firefox (about:home) เป็นสีดำ (ภาพประกอบพร้อมรายละเอียด)
- OpenDNS ประกาศจุดยืนสนับสนุนการประท้วง แต่จะไม่ปิดระบบของ OpenDNS (รายละเอียด)
- CyanogenMod ไม่น้อยหน้า เปลี่ยนหน้าแรกของเว็บเป็นคำว่า THIS WEBSITE HAS BEEN CENSORED (รายละเอียด)
- 65 comments
- 10169 reads
- Read more
ประเด็นกฏหมาย SOPA กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองของสหรัฐฯ หลังจากที่มีข่าวว่าสส. Eric Canter จะแขวนร่างกฏหมายนี้ วันนี้สส. Lamar Smith จากเท็กซัสก็ออกจดหมายข่าวระบุว่ากฏหมายนี้กำลังเดินหน้าต่อไป โดยจะเข้าสภาอีกครั้งในเดือนหน้า
สส. ทั้งสองคนมีตำแหน่งค่อนข้างสำคัญในการผ่านร่างกฏหมายนี้ โดย Eric Canter นั้นเป็นผู้นำวิปเสียงข้างมากของสภาผู้แทน ส่วน Lamar Smith นั้นเป็นประธานคณะกรรมมาธิการยกร่างกฏหมาย
ข่าวที่ว่า Eric Canter จะแขวนร่าง SOPA นั้นมาจากการให้ข่าวของสส. Darrell Issa อีกทีหนึ่ง ว่า Canter สัญญาว่าจะหยุดร่างกฏหมายนี้เอาไว้จนกว่าจะหาข้อตกลงกันได้ แทนที่จะผลักดันและต่อสู้กันด้วยคะแนนโหวต แต่โฆษกของ Smith ก็ระบุว่าเธอไม่เชื่อว่า Canter จะพูดสัญญาแบบนี้ต่อสาธารณะแต่อย่างใด
- 5 comments
- 2348 reads
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกฏหมายป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง SOPA หรือ PIPA นั้นคือบรรดาเว็บ Torrent ทั้งหลาย (ผู้สนับสนุนกฏหมายนี้ก็เป็นกลุ่มผู้ถือลิขสิทธิ์อย่าง MPAA) แต่ทางแหล่งข่าวภายใน The Pirate Bay ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับ TorrentFreak ว่ากฏหมายเหล่านี้ไม่สามารถหยุดบริการได้แต่อย่างใด
The Pirate Bay เตรียมการเว็บตัวเองสำหรับการถูกบล็อคด้วยการถอดการให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ torrent ออกจากเว็บ ทำให้เว็บมีขนาดเล็กลงมาก และหลังจากนั้นจึงพัฒนา CGIPROXY รุ่นพิเศษ ที่ทำให้ใครๆ สามารถเปิดบริการ proxy ไปยัง The Pirate Bay ได้โดยง่าย
นอกจากการเข้าถึงเว็บที่สร้าง proxy ได้ง่าย ยังมีประเด็นของการย้ายระบบ tracker จากเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวไปใช้ระบบฐานข้อมูลแบบ DHT ทีไม่มีศูนย์กลาง ทำให้การบล็อคเครื่องใดเครื่องหนึ่งไม่มีผลกับระบบโดยรวมมากนัก
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวก็ยังระบุว่าประเด็นอย่าง SOPA/PIPA นั้นแสดงว่าสหรัฐฯ มีอิทธิพลต่ออินเทอร์เน็ตมากเกินไป และการควบคุมอินเทอร์เน็ตควรเป็นเรื่องของนานาชาติให้มากกว่านี้
ที่มา - TorrentFreak
- 8 comments
- 3359 reads
เราเห็นข่าว reddit ประกาศปิดเว็บชั่วคราว ประท้วงกฎหมาย SOPA กันไปแล้ว คราวนี้เป็นคิวของสารานุกรม Wikipedia กันบ้าง
ชุมชน Wikipedia เห็นพ้องว่าจะปิดเว็บ Wikipedia เฉพาะภาคภาษาอังกฤษ เป็นเวลา 24 ชั่วโมงในวันพรุ่งนี้ (18 มกราคม) โดยจะเริ่มที่เวลา 5:00 นาฬิกา UTC (ตรงกับเวลาเที่ยงตรงของวันที่ 18 ของบ้านเรา) เพื่อประท้วงกฎหมาย SOPA/PIPA ที่กำลังเสนอในรัฐสภาของสหรัฐ
การปิดเว็บประท้วงครั้งนี้เป็นครั้งแรกของ Wikipedia ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งก่อนจะตัดสินใจก็ผ่านการถกเถียงจากชุมชนกันนาน 3 วันว่าจะปิดดีหรือไม่ และผลสุดท้ายคือตัดสินใจปิดเว็บประท้วงในที่สุด
ใครต้องทำการบ้านก็เช็คช่วงเวลากันดีๆ นะครับ
ที่มา - Wikimedia Foundation
- 22 comments
- 7468 reads







