IBM ประกาศข่าวว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Watson จะเริ่มถูกใช้งานจริงสำหรับงานด้านการแพทย์และสุขภาพแล้ว โดยลูกค้าสองรายแรกคือบริษัทประกันสุขภาพ WellPoint กับศูนย์วิจัยมะเร็ง Memorial Sloan-Kettering Cancer Center ในสหรัฐ
Watson จะคำนวณประวัติด้านการแพทย์ของผู้ป่วย และให้คำแนะนำแก่พนักงานของทั้งสององค์กรว่าควรทำอย่างไรกับผู้ป่วยบ้าง เช่น กรณีของศูนย์มะเร็ง Watson จะแนะนำวิธีการรักษาที่น่าจะประสบความสำเร็จมากที่สุด ส่วนกรณีของประกันสุขภาพก็จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะกับค่าใช้จ่ายมากที่สุด
IBM นำข้อมูลมะเร็งปอดของผู้ป่วยกว่า 1,500 รายและเอกสารวิชาการ ตำราเรียนกว่า 2 ล้านหน้า ให้ Watson อ่านเพื่อ "เรียนรู้" วิธีการรักษาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม IBM ยืนยันว่า Watson ไม่ได้ทำหน้าที่ "ตัดสินใจ" ว่าจะรักษาผู้ป่วยอย่างไร แต่ให้คำแนะนำกับแพทย์และพยาบาลเพื่อลดภาระในการค้นข้อมูลด้วยตนเอง
IBM บอกว่า Watson รุ่นนี้มีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นที่ชนะการแข่งขัน Jeopardy! เมื่อปี 2011 ถึง 240%
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Watson ของไอบีเอ็มเริ่มขยายงานสู่กลุ่มธุรกิจอื่นเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ได้ลูกค้ารายแรกเป็นหมวดประกันภัย-สาธารณสุข โดยคราวนี้ไอบีเอ็มได้ Citigroup มาเป็นลูกค้าของ Watson ในกลุ่มบริการการเงินการลงทุนรายแรก
Citigroup กล่าวว่าจะใช้ Watson ในการประมวลผลวิเคราะห์ความเสี่ยง ความต้องการของลูกค้า เพื่อให้สามารถออกแบบแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้าที่สุด ซึ่งงานชนิดปัจจุบันใช้คนในการพิจารณาและอาจเกิดการหลุดหลงในบางประเด็นได้ แต่ Watson นั้นสามารถประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับการเงินได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ามาก
Manoj Saxena ผู้ดูแลการนำ Watson มาใช้ในเชิงพาณิชย์ของไอบีเอ็มกล่าวว่าการเข้าสู่โลกการเงินของ Watson ถือเป็นงานใหญ่อีกครั้งของไอบีเอ็ม ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าได้เพราะมันไม่ใช่การขายซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่เป็นการขายคำตอบที่เหมาะสมที่สุดให้ลูกค้าผ่านการรวบรวมข้อมูลใหม่จำนวนมากที่ไหลเข้ามาทุกวันในโลกการเงิน อย่างไรก็ตามความสามารถวันนี้ของ Watson ยังคงจำกัดในการจัดพอร์ตการลงทุนมากกว่าการช่วยซื้อขายหุ้นที่ต้องใช้ข้อมูลที่เรียลไทม์มากกว่ามาก
ไอบีเอ็มคาดว่า Watson จะสร้างรายได้ให้ในส่วนธุรกิจซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลราว 2.65 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015
ที่มา: Bloomberg
เมื่อต้นปีที่แล้ว หลายคนคงจำข่าว IBM Watson ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ชนะมนุษย์ในการแข่งเกมโชว์ Jeopardy! กันได้
การนำ Watson มาแข่งเกมโชว์ไม่ได้แค่การประชาสัมพันธ์ความสามารถของ IBM แต่เป็นหนึ่งในแผนการทำตลาดระยะยาวของ Watson เพราะความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดมหาศาล (big data) ของมันสามารถนำมาใช้ในธุรกิจต่างๆ ได้มากมาย เช่น ประกันภัยหรือสาธารณสุข
Manoj Saxena ผู้บริหารฝ่าย Watson Solutions ของ IBM ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ IBM กำลังเริ่มทดสอบระบบของ Watson กับลูกค้าบางรายแล้ว โดยลูกค้ารายแรกคือบริษัทประกันภัย WellPoint และจะมีลูกค้าทดสอบรุ่นเบต้าในอุตสาหกรรมประกันภัยและประกันสุขภาพตามมาอีกจำนวนหนึ่งในเร็วๆ นี้
Manoj Saxena ให้สัมภาษณ์ว่าการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นเรื่องใหม่ เพราะปัจจุบันการสร้าง/ผลิตข้อมูล (data producing) ง่ายขึ้นมาก และ 90% ของข้อมูลในปัจจุบันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาภายใน 2 ปีนี้เอง ทำให้เป็นโอกาสตลาดของ Watson และระบบวิเคราะห์ข้อมูลรุ่นใหม่ๆ จะได้แจ้งเกิด
ที่มา - Fortune
หลังจากสร้างความฮือฮาด้วยการชนะมนุษย์ในรายการเกมโชว์ Jeopardy! ไปแล้ว ทีมงานของ IBM ก็เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดในโครงการ Watson มากขึ้น โดยจากบทสัมภาษณ์ของทีมงานเว็บ Reddit นั้น ทีมงานได้ระบุว่าโค้ดส่วนใหญ่ของ IBM Watson เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวา
- Watson ใช้คอมพิวเตอร์ขนาด 10 racks ซีพียู POWER7 จำนวน 2,880 คอร์ เนื้อที่เก็บข้อมูล 15TB
- โค้ดส่วนใหญ่เขียนด้วยภาษาจาวา (ไม่ได้ระบุเวอร์ชันของ JVM) แต่ก็มีหลายส่วนสำคัญที่เขียนด้วย C++ และ Prolog
- ทุกคอมโพเน้นท์ถูก Deploy และ Integrated ด้วย UIMA (เฟรมเวิร์คสำหรับการประมวลผลข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน)
- Tools ที่ใช้ไม่มีการเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะเป็น Eclipse
- เพื่อความเสมอภาคในการกดปุ่มตอบคำถาม IBM ต้องสร้างอุปกรณ์มือกดที่เหมือนมือของคนจริง ทำให้บางครั้ง Watson ก็กดตอบคำถามไม่ทันเหมือนกัน
เป้าหมายต่อไปของ Watson คือการปรับปรุงให้สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ได้ ทีมงานยกตัวอย่างว่าปัจจุบันแพทย์ต้องใช้เวลาค้นหาข้อมูลการรักษาโรคนานมาก และกว่า 15% ของข้อมูลที่ได้ก็ไม่ถูกต้องเพียงพอ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มไปบ้างแล้ว
ที่มา - Reddit Blog
หลังจากการแข่งขันรอบทดสอบ (ข่าวเก่า) ระหว่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Watson ของ IBM กับแชมป์รายการเกมโชว์ Jeopardy! จบลงที่ Watson ชนะไป ล่าสุดศึกการแข่งขันจริงตลอด 3 วันซึ่งเพิ่งออกอากาศทางโทรทัศน์จบลงไป Watson เป็นฝ่ายชนะมนุษย์ในที่สุด
โดยหลังสิ้นสุดเกมการแข่งขันวันที่สาม Watson ได้เงินรางวัลไป 77,147 ดอลลาร์ ส่วนผู้เข้าแข่งขันมนุษย์ซึ่งเป็นแชมป์หลายสมัยของรายการคือ Ken Jennings กับ Brad Rutter คว้าเงินรางวัลไป 24,000 และ 21,600 ดอลลาร์ตามลำดับ
คนแถวนี้คงคุ้นกับข่าวการแข่งขันหมากรุกระหว่างคอมพิวเตอร์ Deep Blue ของ IBM กับแชมป์โลก Garry Kasparov ในปี 1997 ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของ Deep Blue
ข้ามเวลามาอีกสิบกว่าปี IBM กำลังจะแข่งในลักษณะเดียวกัน โดยส่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Watson (ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งบริษัท Thomas J. Watson) แข่งเกมโชว์ตอบคำถามความรู้รอบตัว Jeopardy! กับแชมป์ตลอดกาลของรายการนี้ 2 คน






