ตลาด micro server เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงหลัง จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์แยกเฉพาะแต่ไม่ต้องการพลังประมวลผลสูงๆ เช่นเว็บขนาดเล็กที่ต้องการเลือกเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยตัวเอง และต้องการ I/O มากกว่าที่เครื่องเสมือนทั่วไปจะให้ได้ ที่ผ่านมา Atom เป็นชิปที่ได้รับความนิยมสำหรับทำ micro server อย่างมาก แต่แม้ Atom จะเหมาะสมแต่อินเทลก็กำหนดสเปคหลายอย่างให้ไม่เหมาะกับงานเซิร์ฟเวอร์เช่นบีบขนาดแรมที่รองรับ ด้วยเหตุผลว่า Atom นั้นมีราคาขายต่ำมาก แต่วันนี้อินเทลก็ออกชิปสำหรับงานนี้มาโดยเฉพาะแล้วนั่นคือ Pentium 350
น่าสนใจมากว่าแม้ Pentium จะเป็นแบรนด์ของชิปสำหรับเดสก์ทอปดั้งเดิมที่เคยสร้างชื่อให้กับอินเทลอย่างมาก แต่ Pentium 350 เป็นชิปรุ่นใหม่ที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิต 35 นาโนเมตร และใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น VT-x (virtualization), ชุดคำสั่ง 64 บิต, ที่สำคัญคือรองรับแรมถึง 32GB
Pentium 350 นับเป็นรุ่นแรกในสายการผลิตมันทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 1.2GHz มี 2 คอร์ทำงานได้ 4 เธรด และมีแคช 3MB ใช้หน่วยความจำ DDR3-1066/1333 ทำงานแบบ dual channels ปล่อยความร้อนสูงสุด 15 วัตต์
ยังไม่มีราคาออกมา แต่คาดว่าจะไม่มีรุ่นขายปลีก อย่างมากเราอาจจะได้เห็นรุ่นที่ขายมาพร้อมเมนบอร์ดเท่านั้น
- 12 comments
- 2727 reads
เมื่อ TOP500 ประกาศรายชื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุด 500 ระบบของโลกไปแล้ว จะมีการรวบรวมข้อมูลความเร็วในการประมวลผลและการใช้พลังงานไฟฟ้าของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ใน TOP500 เพื่อจัดอันดับ Green500 หรือรายชื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประหยัดพลังงานมากที่สุด 500 ระบบแรกของโลก ทั้งนี้ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งใน Green500 ได้นั้นจะต้องให้ความเร็วในการประมวลผลสูงที่สุดต่อการใช้พลังงานไฟฟ้า 1 วัตต์ หรือวัดออกมาเป็นหน่วยเมกะฟลอปต่อวัตต์ (MFLOPS/W) ยิ่งตัวเลขของหน่วยนี้มีค่ามากก็ถือว่ายิ่งประหยัดพลังงาน
จากการรายงานผลของ TOP500 ครั้งล่าสุด (ข่าวเก่า) Green500 ได้ทำการจัดอันดับใหม่ โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Blue Gene/Q จากไอบีเอ็มคว้า 5 อันดับแรกไปครอง และผมได้สรุปผลเฉพาะ 10 อันดับแรกของ Green500 ไว้ดังต่อไปนี้
- 6 comments
- 1927 reads
- Read more
ผลการศึกษาขององค์กร Carbon Disclosure Project (CDP) รายงานว่า บริษัทที่ใช้บริการกลุ่มเมฆสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% และจากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานที่ใช้บริการกลุ่มเมฆทั้งในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา มาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี ทาง CDP ทำนายว่าหากบริษัทต่างๆย้ายไปใช้บริการกลุ่มเมฆ ในปี ค.ศ. 2020 บริษัทในสหรัฐอเมริกาที่มีรายได้สูงกว่า 1 พันล้านเหรียญต่อปีจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 12.3 ล้านเหรียญต่อปีและลดปริมาณคาร์บอนได้เทียบเท่าการใช้น้ำมันถึง 200 ล้านบาร์เรล ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหราชอาณาจักรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 1 พันล้านปอนด์ต่อปี
ที่มา - Reuters ท่านที่สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Carbon Disclosure Project
- 15 comments
- 1745 reads
กระแสตอบรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กมาก (micro server) นั้นเกิดขึ้นมากในต่างประเทศโดยเฉพาะจีน จนโดยตอนนี้ตลาดหลักมักใช้ชิป Atom ทั้งที่ตัวมันเองไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์ จนกระทั่ง ARM เตรียมวางตลาดชิป ARM สำหรับเซิร์ฟเวอร์เข้ามาชิงส่วนแบ่ง ล่าสุดอินเทลเองก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอินเทลจะลงมายังตลาดนี้ด้วย
Boyd Davis ผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบุว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการชิปพลังงานต่ำมากนั้นเป็นตลาดเฉพาะทางที่มีขนาดใหญ่ถึง 10% ของตลาดรวม และอินเทลจะส่งชิปทั้ง Xeon และ Atom เข้ามาเติมช่องว่างในส่วนนี้
ข้อดีของ ARM ที่สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่องที่ ARM นั้นขาย "พิมพ์เขียว" ให้บริษัทอื่นๆ นำไปแก้ไขกันได้ตามใจชอบ และบริษัทหน้าใหม่อย่าง Calxeda ก็ซื้อพิมพ์เขียวของ ARM ไปออกแบบชิปรุ่นใหม่ ที่สามารถต่อเข้าด้วยกันได้ถึง 120 ตัวในเมนบอร์เดียว
ชิปที่ Calxeda ใช้นั้นเป็น ARM Cortex-A9 แบบ 4 คอร์ ทำให้คอร์ทั้งหมดใส่ได้สูงสุด 480 คอร์ โดยขนาดเครื่องจะอยู่ในช่องเซิร์ฟเวอร์เพียง 2U เท่านั้น โดยความพิเศษของชิปจาก Calxeda คือส่วนสื่อสารระหว่างซีพียูที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ Cortex-A9 ซึ่งปรกติมีข้อจำกัดอยู่ที่ 4 คอร์ในชิปเดียว สามารถสื่อสารข้ามชิปกันได้
- 2 comments
- 504 reads
- Read more
บริษัทเซิร์ฟเวอร์เล็กๆ อย่าง SeaMicro กำลังอาศัยความสามารถในการรับแรมที่เพิ่มขึ้นของ Atom N570 ตัวใหม่ที่รับแรมได้ถึง 4GB จากเดิมจำกัดอยู่เพียง 2GB ทำให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์กว่าเดิม
เครื่อง SM10000-64 รองรับ Atom N570 จำนวน 256 ตัวแต่ละตัวสามารถใส่แรมได้ 4GB โดยภายในแบ่งเป็นการ์ดจำนวน 64 ใบแต่ละใบใส่ Atom ไว้ 4 ตัว ตัวบอร์ดมี Atom, แรม, และชิปเฉพาะของ SeaMicro เอง
- 6 comments
- 661 reads
- Read more
อินเทลทุ่มทรัพยากรมหาศาลเพื่อนำสถาปัตยกรรม x86 ลงมาบุกตลาดโทรศัพท์มือถือ (ข่าวเก่า) แล้วทำไมเจ้าตลาดโทรศัพท์อย่าง ARM จะไม่บุกตลาดเซิร์ฟเวอร์กลับ ในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสแรก Warren East ซีอีโอของ ARM ก็ให้ข่าวว่าเขาคิดว่าเซิร์ฟเวอร์ ARM จะเริ่มบุกตลาดในอีก 12 เดือนข้างหน้า
แม้ว่า ARM จะขายเพียงแบบพิมพ์เขียวของซีพียูโดยไม่ได้ขายตัวบอร์ด และชิปเหมือนอินเทล แต่จากสถาปัตยกรรมของ Cortex A9 ก็ชัดเจนว่า ARM วางหมากให้มีการใช้สถาปัตยกรรม ARM บนเซิร์ฟเวอร์ จากการรองรับ 4 คอร์ในชิปเดียวและสัญญาญนาฬิกาที่รองรับสูงสุดถึง 2GHz
ในแง่ของความเร็วโดยรวมนั้นสถาปัตยกรรม x86 ยังนำห่างจาก ARM อยู่มาก แต่กระแสไอทีสีเขียวที่ต้องการแสดงประสิทธิภาพการประมวลผลในเชิงพลังงานเป็นอีกหนึ่งตัวแปร ที่ผ่านมาชิปที่ทำสถิติในเชิงพลังงานได้ดีที่สุดกลับไม่ใช่ชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์อย่าง Xeon แต่เป็น Atom จึงไม่น่าแปลกใจหากวันหนึ่ง ARM จะขอเข้ามาชิงความได้เปรียบในส่วนนี้ และอีกประการคือเซิร์ฟเวอร์ในหน่วยงานใหญ่ๆ มัก idle มากกว่า 50% ตัวสถาปัตยกรรม ARM นั้นมีความได้เปรียบเมื่อการประมวลผลไม่เต็มประสิทธิภาพซีพียูได้ดีกว่า x86 มาก
ออกมากยิ่งได้เปรียบ หวังว่าคนทำบอร์ดจะขายไม่แพง + ไม่กั๊กประมาณแรมผมก็พอใจล่ะ
ที่มา - EETimes
- 10 comments
- 1675 reads
หนึ่งในเทคโนโลยีที่กล่าวถึงมากในปีนี้คือ การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ หรือ Cloud Computing หากแต่เทคโนโลยีนี้อาจทำให้หลายๆ คนสงสัยและถกเถียงถึงบทบาทที่แท้จริงของมัน Joe Weinman จาก AT&T Business Solutions ได้สรุปคุณสมบัติ 6 ข้อที่เขาคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นร่วมกันจากมุมมองธุรกิจ เพื่อให้เป็นประเด็นทางความคิดกันต่อไป ดังนี้
- 5 comments
- 4768 reads
- Read more
ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เอเอ็มดีได้เปิดเผยถึงแผนการครั้งใหญ่ภายในงาน CES 2009 ว่า เอเอ็มดีกำลังสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอปภายใต้ชื่อ Fusion Render Cloud (FRC) เพื่อให้บริการพลังประมวลผลสำหรับงานกราฟิกผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ โดยมีบริษัท Dell, HP, Electronic Arts, Lucasfilm และอีกหลายบริษัทให้การสนับสนุน ทั้งนี้ เอเอ็มดีกล่าวว่า FRC จะทำให้เกิดการปฏิวัติสื่อความละเอียดสูง (หรือ HD)
IEEE Spectrum ประจำเดือนมีนาคม มีบทความที่เขียนถึง FRC โดยเฉพาะ โดยกล่าวว่า FRC เป็นการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆที่เน้นงานกราฟิกและวิดีโอความละเอียดสูง โดยสิ่งที่สร้างความแตกต่่างไปจากการประมวลผลกราฟิกแบบทั่วๆไปคือ กราฟิกของเกมหรือภาพยนตร์สามารถถูกเรนเดอร์บน FRC เพื่อให้ได้ความละเอียดสูงสุด ก่อนที่จะถูกบีบอัดและส่งไปที่อุปกรณ์ปลายทางเพื่อการแสดงผลต่อไป โดยที่อุปกรณ์ปลายทางไม่จำเป็นต้องมีโปรเซสเซอร์หรือการ์ดจอสมรรถนะสูงเลย ดังนั้น โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ Thin-client ก็สามารถเล่นเกมหรือดูภาพยนตร์ด้วยความละเอียดสูงได้
- 15 comments
- 3447 reads
- Read more
เมื่อไม่นานมานี้ ไมโครซอฟท์ได้ทดสอบเอาชิป Atom ของอินเทลไปพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า Atom เป็นชิปที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและปล่อยความร้อนต่ำ แต่ว่าในเชิงปฏิบัติแล้ว Atom จะเหมาะกับเซิร์ฟเวอร์หรือไม่ ?
ถึงแม้ว่าชิป Atom กินไฟน้อยกว่าชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปถึง 20 เท่า แต่ Atom ประมวลผลได้ช้ากว่ามาก หากนำ Atom ไปติดตั้งกับเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลแล้ว อาจต้องติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ด้วยจำนวนที่มากกว่าศูนย์ข้อมูลทั่วๆไปด้วย ส่วนในอีกมุมมองหนึ่ง Jim Larus หนึ่งในทีมวิจัยของไมโครซอฟท์กล่าวว่า หากพิจารณาการใช้พลังงานที่เท่ากันแล้ว แม้จำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Atom จะมีมากกว่า แต่ย่อมหมายถึง การได้จำนวนงานที่ประมวลผลเสร็จสิ้นมากกว่าตามมาด้วย นอกจากนี้ Larus กล่าวว่า ต้นทุนเรื่องค่าไฟของศูนย์ข้อมูล มีราคาแพงกว่าราคาเซิร์ฟเวอร์เป็นอย่างมาก จึงเป็นไปได้ที่จะนำ Atom ไปพัฒนาศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ที่เคยกล่าวไว้ในรายงานก่อนหน้านี้
- 9 comments
- 2162 reads
- Read more
ต้องยอมรับเลยว่าไมโครซอฟท์ลงทุนอย่างมากกับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ดูได้จากงบหลายพันล้านเหรียญที่เตรียมไว้กับแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆอีกหลายแห่ง [รายงานเก่า] แต่ทว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกกลับกลายเป็นขวากหนามอันยิ่งใหญ่ของไมโครซอฟท์ในแผนการครั้งนี้ โดยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ไมโครซอฟท์เตรียมตัดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลด้วย
เพื่อต่อกรกับปัญหาดังกล่าว ทางทีมวิจัย Microsoft Research ได้ก่อตั้งโครงการชื่อ Microsoft Cloud Computing Futures เพื่อค้นคว้าหาวิธีลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล โดยยังคงประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลที่ยังสามารถรองรับภาระงานมหาศาลของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆต่อไปได้และเป็นมิตรกับธรรมชาติ
โครงการได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะค้นหาวิธีการที่สามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลให้ได้อย่างน้อย 4 เท่า ซึ่งอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมของศูนย์ข้อมูลแบบถอนรากถอนโคน รวมไปถึงการคิดค้นมาตรฐานแบบใหม่สำหรับระบบการผลิตไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะทำให้การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลเป็นไปได้อย่างง่าย ยืดหยุ่น และรวดเร็ว นอกจากนี้ ทางโครงการยังตั้งใจว่าจะค้นหาวิธีลดเวลาติดตั้งศูนย์ข้อมูลซึ่งจากเดิมใช้เวลานาน 1 - 2 ปี ให้ลดเหลือเพียง 2 - 3 เดือน
ที่มา - Softpedia และโครงการ Cloud Computing Futures ที่ Microsoft Research
- 4 comments
- 1936 reads
บริษัท การ์ตเนอร์ ทำนายแนวโน้มการเติบโตของตลาดซอฟต์แวร์ virtualization ของทั่วโลกในปีนี้ว่า จะมีรายได้สูงกว่าปีก่อนถึง 43 เปอร์เซนต์ หรือคิดเป็นรายได้ทั้งหมด 2.7 พันล้านเหรียญ ทั้งนี้ การ์ตเนอร์กล่าวว่า ปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้องค์กรต่างๆหันมาให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ virtualization มาจากคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ที่ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์, ลด carbon footprint, และประหยัดพลังงานไฟฟ้า
- 11 comments
- 2862 reads
- Read more
Enterprise Rent-A-Car (ERAC) ลูกค้ารายใหญ่ของ Wyse คว้ารางวัลผู้นำไปปฏิบัติยอดเยี่ยมด้านกรีนไอที (“Best Practices in Green IT”) จัดโดย IDG Computerworld รางวัลนี้คัดสรรและชื่นชมผู้ริเริ่มและผู้นำที่ผลักดันให้แนวร่วมกรีนไอทีเคลื่อนไปข้างหน้า หัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาได้แก่
• ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Green Computing • การนำมาปฏิบัติยอดเยี่ยมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ • กรีนไอทีในดาต้าเซ็นเตอร์ • การลดความซับซ้อนเพื่อเพิ่มกรีนไอที • ผู้นำไอทีที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยการผลักดันนโยบายกรีนไอทีให้เป็นความรับผิดชอบขององค์กร
อุปกรณ์ Thin Client รุ่นต่าง ๆ ที่แสนประหยัดพลังงานจาก Wyse และ นโยบาย “Go Green” เป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยให้ ERAC ชนะรางวัลนี้ น่าตื่นเต้นมากที่ Wyse สามารถกลายเป็นผู้นำด้านกรีนไอทีและช่วยให้บริษัทอื่น ๆ ดำเนินการด้านกรีนไอทีมากขึ้น
ที่มา : ComputerWorld
- 1054 reads
กูเกิลได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันดับต้นในวงการไอที [ข่าวเก่า] หรือเรียกกันว่าเป็นผู้นำด้าน "กรีนไอที" ข่าวล่าสุดจากคู่กัดของกูเกิลอย่างไมโครซอฟท์ ได้ออกมาเปิดเผยให้ชาวโลกทราบว่า ไมโครซอฟท์ก็ไม่ยิ่งหย่อนในเรื่องกรีนไอทีเช่นกัน
ไมโครซอฟท์ออกวารสาร The Architecture Journal ฉบับที่ 18 ภายใต้หัวข้อชื่อ Green Computing ซึ่งเน้นไปที่การออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น การออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงและประหยัดไฟ, การใช้เทคโนโลยี virtualization เพื่อกรีนไอที และการออกแบบแอพพลิชันที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น ในบทสุดท้ายได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการ SQL Server โดยใช้วิธีการรวมระบบ (server consolidation) ของเทคโนโลยี virtualization อันทำให้ประหยัดต้นทุนในการรันระบบ (รวมค่าไฟด้วย) ได้กว่า 11 ล้านเหรียญต่อปี
จากการที่ผมอ่านวารสารฉบับนี้ในบางบท พบว่าเนื้อหามีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบระบบสารสนเทศที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดวารสารเล่มนี้ได้ฟรีที่ MSDN
ที่มา - InfoWorld
- 1 comment
- 2398 reads
สารให้คำมั่นจากประธานและซีอีโอของ Wyse นายทาร์แคน แมเนอร์
Wyse ยึดมั่นในการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยสุด โดยได้สร้างระบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทุกด้านในระบบ Thin Computing และกระบวนทำงานไว้ทั่วโลก
Wyse ร่วมกับคู่ค้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้พลังงานน้อย (น้อยกว่าคอมพิวเตอร์พีซี หรือ thin client ทั่วไป) ใช้งานได้นานกว่าคอมพิวเตอร์พีซี มีชิ้นส่วนเหลือไปรีไซเคิลและไปทิ้งน้อย และปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดที่สุดอันได้แก่ ISO 14001, ROHS และ WEEE ผลที่ได้คือ ลดปล่อยคาร์บอนลงมหาศาลและได้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
การใช้พลังงานยังคงเป็นประเด็นสำคัญของผู้บริหารไอที Thin Client ขจัดข้อกังวลใจนี้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าคอมพิวเตอร์พีซี ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ Wyse รุ่น S Class ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 6.6 วัตต์ ในขณะใช้งาน
ลูกค้ารายจริงรายหนึ่งที่เป็นผู้ค้าปลีกอยู่ใน Fortune 100 สามารถประหยัดได้กว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีจากค่าไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
Wyse เชิญชวนให้ทุกท่านเข้ามาร่วมในการปฏิรูป “Green Thin Computing” ด้วย EarthSmart Computing
ที่มา : Whygothin?
- 1 comment
- 826 reads





