Environment

ออสเตรียออกกฎหมายคิดภาษีรถตามปริมาณคาร์บอน

tags:

ปรกติแล้วในบ้านเราภาษีรถยนต์จะคิดตามขนาดกระบอกลูกสูบและจำนวนที่นั่งเป็นหลัก แต่ออสเตรียกำลังเริ่มนำร่องการช่วยปัญหาโลกร้อนด้วยการลดภาษีให้กับรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร และไนโตรเจนออกไซด์น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร ส่วนรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 180 กรัมต่อกิโลเมตรนั้นจะถูกปรับเป็นเงิน 25 ยูโรต่อคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งกรัมที่ปล่อยเกินมาตรฐาน

นอกจากนี้แล้วเทศบาลเมืองเวียนนายังมีนโยบายสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเงิน 1,000 ยูโรต่อคันอีกด้วย

ที่มา - PhysOrg

เมอร์เซเดส-เบนซ์เตรียมเลิกใช้น้ำมันภายใน 7 ปี

tags:

เมอร์เซเดส-เบนซ์ประกาศไม่พึ่งพิงน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงภายในปี 2015 โดยให้เหตุผลสามข้อ คือ ต้นทุน, สิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำมันหมดโลกในอนาคต

เมอร์เซเดส-เบนซ์ลงทุนไปแล้วกว่า 2 ล้านปอนด์ในแผนระยะยาวชื่อ Sustainable Mobility และเตรียมจ่ายอีก 7 พันล้านปอนด์ระหว่างช่วงนี้ถึงปี 2014 โดยจะวิจัยเพิ่มความสะอาดของเครื่องยนต์ การเพิ่มอัตราส่วนของเครื่องไฮบริด รวมถึงพลังงานอื่นๆ อย่างเช่นไฮโดรเจนด้วย

รถรุ่น A-Class และ B-Class ที่เตรียมขายเดือนตุลาคมนี้จะมีเทคโนโลยี Start/Stop ซึ่งเมื่อรถจอดติดไฟแดงจะหยุดเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ และติดเครื่องใหม่ให้อีกรอบ เมื่อคนขับปล่อยเท้าออกจากเบรกตอนไฟเขียว ส่วน Blue Efficiency A-Class 160 และ C-Class ที่ออกปลายปีจะประหยัดน้ำมันขึ้น 12%

แต่ก้าวสำคัญของเบนซ์คือ Smart Electronics Car ซึ่งไม่ใช้น้ำมันเลย จะวางขายในปี 2010 ปัจจุบันมีทดลองวิ่งในลอนดอนแล้ว 100 คัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ Diesotto ที่ประหยัดพลังงานลงฮวบฮาบ และรถต้นแบบ F600 Hygenius ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าและไฮโดรเจนผสมกัน รออยู่ในสายการผลิต ในลิงก์ที่มาคนเขียนได้ไปลองขับมาแล้ว ถ้าใครสนใจรายละเอียดก็ตามไปอ่านต่อได้

หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์คาดว่าในปี 2015 ผู้ขับขี่รถยนต์ในเขตเมืองส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานทางเลือกอื่นๆ กันแล้ว

ที่มา - The Sun

ปีนี้น้ำแข็งอาจจะหายไปจากขั้วโลกเหนือ

tags:

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และในปีนี้นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่ามีโอกาสครึ่งครึ่งที่เราจะพบว่าที่จุดขั้วโลกเหนือจะมีช่วงเวลาที่กลายเป็นทะเลเปิดโดยไม่มีน้ำแข็งปกคลุมคามปรกติ

น้ำแข็งชั้วโลกมีการละลายอยู่เป็นเรื่องปรกติ แต่การละลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในปีที่แล้วทะเลเปิดนั้นห่างออกไปจากจุดขั้วโลกเหนือเพียง 700 ไมล์เท่านั้น และในปีนี้หากสภาพอากาศและลมเป็นใจแล้ว เราก็อาจจะมีโอกาสได้เห็นทะเลเปิดเข้าไปถึงจุดขั้วโลก

ในเว็บที่มาที่ข้อมูลแสดงพื้นที่น้ำแข็งที่เก็บจากดาวเทียมมาให้ดูกันว่าภาพที่น้ำแข็งกำลังลดลงนั้นเป็นอย่างไรด้วยครับ

ที่มา - The Independent

ปลาวาฬเพชฌฆาตดำเกยตื้นหาดที่จังหวัดภูเก็ตสามสิบตัว

tags:

ปลาวาฬเพชฌฆาตดำสามสิบตัวขึ้นมาเกยตื้นที่หาดบนเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต แต่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รีสอร์ทบริเวณใกล้เคียงจนสามารถกลับลงทะเลได้ 29 ตัวและช๊อกจนเสียชีวิตไปหนึ่งตัว

ปลาวาฬเพชฌฆาตดำกลุ่มนี้มความยาวลำตัวตั้งแต่ 2.6 ถึง 4 เมตร สำหรับสาเหตุการเกยตื้นนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคลื่นลมแรงทำให้ฝูงปลาวาฬถูกคลื่นซัด หรือคลื่นโซนาร์ที่ปลาวาฬใช้ในการนำทางนั้นผิดพลาด

ปลาวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์จำพวกเดียวกันปลาโลมา และไม่ดุร้ายเหมือนปลาวาฬเพชฌฆาตแต่อย่างใด

ที่มา - PhysOrg, ข่าวสด

ขั้วโลกเหนืออาจไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่ในฤดูร้อนปีนี้

tags:

เป็นที่ทราบกันว่า ปริมาณน้ำแข็งที่ขั้วโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลนั้น มีความหนาลดลงทุกปี ตามอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น

นักวิจัยจาก National Snow and Ice Data Center มหาวิทยาลัย Colorado ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ฤดูร้อนในปีนี้มีโอกาสเป็นไปได้ที่น้ำแข็งบนขั้วโลกเหนือจะละลายจนหมด เนื่องจากชั้นน้ำแข็งที่เคลือบผิวหน้าทะเลเอาไว้บางลงมากเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นผลเนื่องมาจากปรากฏการณ์ Arctic Oscillation ทำให้อัตราการไหลของน้ำแข็งขั้วโลกลงสู่ทะเลเร็วขึ้น เหลือเพียงชั้นน้ำแข็งบาง ๆ อายุ 1 ปีเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมจากภาพถ่ายดาวเทียมของ NASA ในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าน้ำแข็งที่ล้อมรอบขั้วโลกเหนือนั้นลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องน้ำแข็งขั้วโลกก็แสดงความเป็นห่วงว่า โอกาสที่น้ำแข็งขั้วโลกเหนือจะละลายหมดมีถึง ครึ่งต่อครึ่ง หรือแม้แต่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ประมาณการณ์แบบอนุรักษ์นิยมแล้วก็ยังให้โอกาสในการเกิดปรากฏการณ์นี้ถึง 1 ใน 4

และแม้ว่าปรากฏการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ก็ตาม เราก็อาจจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้อยู่ดี

ขอตัวไปปิดไฟก่อนครับ

ที่มา Physorg

จีนขึ้นแท่นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่หนึ่งของโลก

tags:

ปัญหาโลกร้อนที่เราพยายามลดการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั้น เป็นที่รู้กันมานานว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐฯ ครองแชมป์ประเทศที่ปล่อยคาร์บอนสูงสุดมาเป็นเวลานาน แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนก็ทำให้ปี 2007 ที่ผ่านมา จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ไปได้ในที่สุด

ปี 2007 ที่ผ่านมาจีนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศร้อยละ 24 ของปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งโลก ขณะที่สหรัฐฯ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 21 สหภาพยุโรปนั้นตามมาเป็นอันดับสามที่ร้อยละ 12 ส่วนอันดับสามและสี่นั้นคือ อินเดียและรัสเซียที่ร้อยละ 8 และร้อยละ 6 ตามลำดับ

แม้ตัวเลขนี้อาจจะทำให้จีนดูเป็นผู้รับผิดชอบต่อสภาวะโลกร้อนมากดูพอควร แต่เมื่อเทียบการปล่อยคาร์บอนต่อคน โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันปล่อยคาร์บอนปีละ 19.4 ตันต่อคน ขณะที่ชาวจีนนั้นปล่อยคาร์บอนกันปีละ 5.1 ตันต่อคนเท่านั้น

ที่น่าสนใจคือสภาวะน้ำมันแพงในปีที่ผ่านมากดดันให้ชาวยุโรปลดการปล่อยคาร์บอนลงร้อยละ 2 แต่ชาวอเมริกันนั้นยังใช้มีอัตราการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นในปีที่แล้วไปอีกร้อยละ 1.8

ที่มา - PhysOrg

โลกร้อน ทะเลเป็นกรด

tags:

ในการประชุม European Geosciences Union (EGU) ที่จัดขึ้นในกรุงเวียนนา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการเสนอผลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่มีต่อภาวะความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำทะเล

กลุ่มนักวิจัยภายใต้โครงการ European Collaborative Research (EUROCORE) ได้เสนอข้อมูลความเป็นกรดของทะเลที่เพิ่มมากขึ้น 30% นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา จาก pH 8.2 เป็น 8.1 (เป็นกรดมากขึ้น) ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณก๊าซ CO2 ที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งความเป็นกรดระดับนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง 35 ล้านปีที่ผ่านมา

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานความเสียหายที่เกิดจากระดับความเป็นกรดของน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ตาม แต่ก็มีความกังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อสาหร่ายทะเล และแพลงก์ตอนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบห่วงโซ่อาหารในทะเล และความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้นนี้จะชลอการแข็งตัวของเปลือกของสัตว์ทะเล และปะการังต่าง ๆ ที่อยู่ตามชายฝั่งซึ่งที่สุดแล้ว ก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ทั้งในด้านแหล่งอาหาร และภัยธรรมชาติ

มีการคาดการณ์ว่า pH ของน้ำทะเลจะลดลงอีก 0.4 ภายในสิ้นศตวรรษนี้

คณะผู้วิจัยกล่าวว่าหนทางแก้ไขปัญหานี้ สามารถทำได้โดยลดปริมาณ CO2 ที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศ

ที่มา Physorg

นอรเวย์ประกาศความสำเร็จโครงการนำร่องเก็บกักคาร์บอนสู่ใต้ดิน

tags:

ประเทศนอรเวย์มีการตรากฏหมายภาษีคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 1991 ทำให้บริษัทจำนวนมากต้องพบกับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อมีการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศจากก๊าซที่มีคาร์บอนปนเปื้อนมา ทำให้แท่นขุดเจาะน้ำมัน Sleipner บริเวณทะเลเหนือตัดสินใจติดตั้งเทคโนโลยีใหม่กลับลงใต้พื้นโลกในความลึกหนึ่งกิโลเมตรแทนการปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ

มีการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มาตั้งแต่ปี 1996 และหลังจากครบรอบ 12 ปีมานี้อุปกรณ์ชุดนี้ทำหน้าที่อัดคาร์บอนกลับลงใต้พื้นโลกไปแล้วกว่า 10 ล้านตัน คิดจากภาษีคาร์บอนล่าสุดที่ 66 ดอลลาร์ต่อตันแล้วแท่นขุดเจาะนี้ประหยัดภาษีไปได้กว่า 600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณสองหมื่นล้านบาท) หักลบกลบหนี้กับการลงทุนแล้วก็น่าจะคุ้มค่าดีไม่น้อย

อย่างไรก็ตามคาร์บอนจากการปั่นไฟบนแท่นและจากกระบวนการผลิตน้ำมันอื่นๆ ก็ยังคงปล่อยคาร์บอนในอัตรา 900,000 ตันต่อปี พอๆ กับที่แท่นขุดเจาะสามารถอัดกลับลงสู่ใต้ดินได้

แนวทางการเก็บกักคาร์บอนลงสู่ใต้ดินเป็นแนวทางที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่มากว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลในอนาคตได้

ที่มา - PhysOrg

ครีมกันแดดเป็นภัยคุกคามต่อปะการัง

tags:

ครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้กันทั่วไปตามชายหาด อาจเป็นสาหตุสำคัญในปรากฏการณ์ ปะการังฟอกสี ผลจากการศึกษาของคณะกรรมการสหภาพยุโรป

นักวิจัยที่นำโดย Roberto Danovaro จากมหาวิทยาลัยปิซ่า (University of Pisa) ได้ทำการทดลองโดยใช้ครีมกันแดดต่างกันสามยี่ห้อ ควบคุมปริมาณให้เหมาะสม แล้วนำไปทดสอบกับน้ำทะเลรอบๆ แนวปะการัง ซึ่งสถานที่ทดสอบได้แก่ เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, ไทย และอียิปต์

จากการทดลอง พบว่าครีมกันแดดแม้มีปริมาณน้อย แต่ก็ทำให้ปะการังผลิตเมือกเหนียวออกมาภายในเวลา 18 ถึง 96 ชั่วโมง และภายในเวลา 96 ชั่วโมง ปะการังที่ทดสอบก็ฟอกสีทั้งหมด

จากการประมาณ ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวประมาณ 78 ล้านคน ที่ท่องเที่ยวแนวปะการัง และมีปริมาณครีัมกันแดดที่ถูกปล่อยออกมาบริเวณแนวปะการังประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ตัน และสารเคมีในครีมกันแดดประมาณ 25% จะถูกละลายออกมาภายใน 20 นาที หลังจากสัมผัสน้ำทะเล

ความสำคัญของแนวปะการัง นอกจากความสวยงามที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังเป็นแหล่งรวมผลิตผลและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งหากแนวปะการังเสื่อมโทรม ก็ย่อมหมายถึงความเสื่อมโทรมของท้องทะเลบริเวณนั้นๆ ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปะการังฟอกสี

ที่มา - Physorg via Jusci.net

เทคโนโลยีใหม่กรองคาร์บอนจากปล่องควันได้ร้อยละ 90

tags:

อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่าปัญหาโลกร้อนนั้นแก้ได้โดยการลดปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งนอกจากการลดการใช้พลังงานที่กระบวนการผลิตมีการปล่อยคาร์บอน (เช่นไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน หรือรถยนต์แบบปรกติ) เรายังสามารถเลือกที่จะเก็บกักคาร์บอนเหล่านั้นไม่ให้ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย และด้วยแนวคิดนี้ นักวิจัยที่ Wyoming’s Soft Materials Laboratory ได้สร้างเทคโนโลยีในชื่อว่า Carbon Filter Process และได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยลงในวารสาร Industrial & Engineering Chemistry Research

แนวทางการกรองคาร์บอนจากปล่องควันนั้นมีการนำเสนอมานานแล้ว แต่ปัญหาหลักคือตัวกรองเหล่านี้มักต้องการความดันที่ค่อนข้างสูง ทำให้ต้องการแรงอัดในปล่องควันมากกว่าปรกติ เทคนิคใหม่ที่มีการนำเสนอนี้ใช้แรงดันต่ำกว่าเดิม, มีต้นทุนที่ต่ำโดยประมาณ 40-50 ดอลลาร์ต่อตัน, และทำงานได้ที่อุณหภูมิปรกติ แต่ให้ผลที่ดีถึงร้อยละ 90

เทคโนโลยีตัวนี้มีการจดสิทธิบัตรไปแล้วตั้งแต่ปี 2007 น่าสนใจว่าโลกธุรกิจจะเลือกแนวทางนี้หรือเลือกไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ มากกว่ากัน แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าเป็นทางไหนหากมันดีต่อสิ่งแวดล้อมก็คงไม่ต่างกันมาก

ที่มา - PhysOrg, ACS (รายงานฉบับเต็ม), Confex (สิทธิบัตร)

Site Search

 
Web blognone.com

Poll

User login