Tags:

ในมุมเทคโนโลยีนั้น หลายคนบอกว่าจาวาได้ตายไปแล้ว โดยถ้าหากเราลองมาดูในโลกของเว็บ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Wikipedia, Twitter ล้วนไม่ได้สร้างมาจากจาวา การที่ Oracle เข้ามาซื้อกิจการของ Sun กลับยิ่งทำให้แสงสว่างในโลกจาวาดับวูบลงไปอีก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีใหม่ๆ หลายโครงการในปัจจุบัน ยังคงใช้จาวาเป็นหลักอยู่

  • เทคโนโลยีที่เป็นเทรนด์ฮิตในยุคนี้อย่าง MapReduce ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของ Google หรือ Yahoo นั้นใช้จาวาเป็นฐาน
  • เทคโนโลยี NoSQL อื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้จาวาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Hadoop, CouchDB, Neo4J, HBase
  • โครงการหลักๆ ของ Apache ยังคงสร้างด้วยจาวา
  • Android ที่หลายต่อหลายคนเรียกว่าเป็น Innovation แห่งยุคก็ใช้จาวาเป็นฐาน - ออราเคิลฟ้องกูเกิลฐานละเมิดสิทธิบัตร Java แล้ว
  • ความต้องการนักพัฒนาสายจาวาเพิ่มขึ้น 59% นับตั้งแต่ปี 2009 ถึงปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้น ว่ากันว่างาน Java One ในปีนี้ (19 กันยายน) อาจจะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของเทคโนโลยีที่ทุกคนเคยพูดถึงอย่างจาวาก็เป็นได้

ที่มา - Redmonk

Tags:

นิตยสาร Time จัดอันดับ 10 เทรนด์ยอดฮิตสำหรับเว็บในปีนี้ ใครจะทำเว็บไซด์โปรดพิจารณา

  • Location,Location,Location - ดูตัวอย่างการใช้สถานที่อย่างชาญฉลาดได้จาก Foursquare
  • สร้างแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่สร้างเว็บ - ถ้าทำเว็บที่ให้บริการ ควรให้มันต่อยอดได้อย่าง Twitter หรือ Facebook
  • Social Gaming - ขุมทองของบริษัททำเกมส์
  • Augmented Reality - สร้างโลกเสมือนจริง อย่างเช่นเกมส์บนไอโฟนที่ให้เรายิงเพื่อนจากกล้องได้ หรืออย่างบริการสร้างกล่องใส่พัสดุเสมือนจริงของไปรษณีย์กลางสหรัฐ
  • Living in the Cloud - เมื่อ Netflix ให้เราสามารถเช่าหนังมาดูแบบ streaming แทนที่จะต้องไปที่ร้านเช่าจริงหรือรอ DVD จากทางไปรษณีย์
  • Birth of the Backchannel - การพูดคุยในหลากหลายช่องทางในขณะที่เหตุการณ์สดๆ กำลังเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็น #Judgementday
Tags:

คุณ Mark Anderson ซีอีโอของ Strategic News Service ที่ให้คำทำนายในด้านการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์และอุตสาหกรรมสื่อสาร ได้กล่าวคำทำนายในงาน Annual SNS Predictions Dinner เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศของปีหน้าไว้ 10 ข้อดังนี้

  1. เป็นปีแห่งสงครามด้านแพลตฟอร์ม คือ เน็ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และมาตรฐานการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ โดยการประมวลผลบนกลุ่มเมฆจะเข้าไปรองรับการใช้งานของผู้ใช้ตามบ้าน (consumer) ส่วนเหล่าองค์กรทั้งหลายก็พยายามที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) เป็นของตนเอง และเน็ตบุ๊กจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมาก
  2. เป็นปีแห่งสงครามด้านระบบปฏิบัติการ คือ วินโดวส์ 7 แมคโอเอส ลีนุกซ์ ซิมเบียน แอนดรอยด์ Chrome OS และโนเกีย Maemo 5 ในด้านยอดขายแล้วผู้ชนะคือ วินโดวส์ 7 แมคโอเอส และแอนดรอยด์ แต่ด้วยความล้มเหลวของจินตนาการสร้างสรรค์ (imagination) และความเป็นแพลตฟอร์มของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ของวินโดวส์ 7 จะทำให้เปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นมาแทนที่ไมโครซอฟท์ได้โดยแพลตฟอร์มบนโทรศัพท์มือถือ

บริษัท การ์ตเนอร์ ทำนายแนวโน้มการเติบโตของตลาดซอฟต์แวร์ virtualization ของทั่วโลกในปีนี้ว่า จะมีรายได้สูงกว่าปีก่อนถึง 43 เปอร์เซนต์ หรือคิดเป็นรายได้ทั้งหมด 2.7 พันล้านเหรียญ ทั้งนี้ การ์ตเนอร์กล่าวว่า ปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้องค์กรต่างๆหันมาให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ virtualization มาจากคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ที่ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์, ลด carbon footprint, และประหยัดพลังงานไฟฟ้า

Tags:

บริษัท IDC คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) บริการแบบกลุ่มเมฆ * จะมีการเติบโตอย่างมาก ซึ่งบริษัทและหน่วยงานต่างๆจะมีการลงทุนกับบริการแบบกลุ่มเมฆมากถึง 42 พันล้านเหรียญ

บริษัท IDC เผยว่าจะมีช่องทางของโอกาสอยู่ 2 ช่องทางที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากบริการแบบกลุ่มเมฆ โดยช่องทางแรกคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น บริการแบบ SaaS (เช่น Google Apps และ Photoshop Express), บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (เช่น Amazon S3), และบริการโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ (เช่น Amazon EC2) เป็นต้น และอีกช่องทางหนึ่ง เป็นการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าที่ต้องการผันตัวเองไปเป็นผู้ให้บริการแบบกลุ่มเมฆ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าสามารถพัฒนาและติดตั้งบริการแบบกลุ่มเมฆได้

* บริการแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Services) เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ติดตั้งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) สำหรับติดตั้ง พัฒนา และเปิดให้บริการแบบกลุ่มเมฆต่อผู้บริโภค [อ้างอิงจาก IDC]

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE

บริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner) จัดอันดับเทคโนโลยีทั้งหมด 10 อันดับที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนกลยุทธ์เทคโนโลยีสำหรับปีหน้า (พ.ศ. 2552 หรือ ค.ศ. 2009) โดยนักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์เชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า และการ์ตเนอร์แนะนำบริษัทต่างๆว่าควรให้ความสนใจกับเทคโนโลยีเหล่านี้ว่าจะนำมาเพิ่มศักยภาพสำหรับการดำเนินธุรกิจในส่วนไหนของบริษัทได้บ้าง มาดูกันครับว่า เทคโนโลยีทั้ง 10 อันดับนี้มีอะไรบ้าง

  1. Virtualization เป็นเทคโนโลยีสำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การสร้างเซิร์ฟเวอร์เสมือน (virtual server) เป็นต้น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของเทคโนโลยี virtualization ได้แก่ Xen, VMware, VirtualBox และ Hyper-V เป็นต้น
  2. Cloud Computing หรือการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เป็นรูปแบบการประมวลผลที่มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า ทำให้รองรับปริมาณภาระงานที่มีจำนวนมากและข้อมูลขนาดมหึมาได้ ตัวอย่างของผู้ให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ได้แก่ Amazon EC2, Google App Engine, IBM Blue Cloud และ GoGrid เป็นต้น

ผมเห็นว่าบทความของอาจารย์ภุชงค์ "คุยกันเล่นกับชาว HP" ฟังชื่อเหมือนป็นการคุยกันเล่นๆ แต่จริงๆกลับมีคุณค่าอย่างมากในการวางแผนสำหรับโครงการไอทีระยะยาว, การวิจัยและพัฒนา, และการให้ความรู้แก่ผู้ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญในการใช้หรือพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป ผมจึงขอนำเสนอผลงานค้นคว้าและวิจัยของบริษัทการ์ทเนอร์ (Gartner) ที่มีความเกี่ยวข้องกับบทความของอาจารย์ภุชงค์ ดังต่อไปนี้

บริษัทการ์ทเนอร์ได้ยกเทคโนโลยี 5 ตัวซึ่งอยู่ใน Hype Cycle * แห่งปี 2008 ได้แก่ Green IT, Cloud Computing, Social computing platforms, Video telepresence, และ Microblogging ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตมากในปีนี้และอีก 2 - 5 ปีข้างหน้า

Tags:

วันนี้ มีฝรั่งกลุ่มหนึ่งมาเยี่ยมโดยมาจากบริษัท HP ที่เมือง Huston Texas มาจากทางด้าน marketing เขามาเพื่อมาสัมภาษณ์พวกเราว่าผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในปีหน้าควรจะเป็นอย่างไร ทีมนี้มากันสามคน เวลานำเสนอคนที่เด็กหน่อยก็ update road map ของเขาให้ฟัง ส่วนตัวหัวหน้าคอยจด เขามาพร้อมกับรายการยาวเหยียดของคำถาม เช่น เรามองแนวโน้มอะไรเป็นเรื่องใหญ่ พวกนี้เขาไม่ได้มาขายของ แต่มาเก็บข้อมูลจาก reference customer เพื่อทำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ มาให้เราใช้ คำถามบางเรื่องเป็นเรื่องเทคนิคสูงมาก เช่น ตอนนี้เราบริหารระบบเซิร์ฟเวอร์ แคร์เรื่อง IPMI หรือไม่ การใช้งาน workload ของกลุ่มผู้ใช้เรามีกี่กลุ่มและควรปรับปรุงผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ของเขาอย่างไรถึงจะดี