Energy
อ้อยขึ้นแท่น แหล่งพลังงานอันดับ 2 ในบราซิล
Submitted by zybernav
on 9 May, 2008 - 12:54.
tags:
จากการศึกษาประจำปีของประเทศบราซิล พบว่า สัดส่วนการใช้พลังงานที่มาจากอ้อย ซึ่งถูกแปรรูปไปใช้ในรูปแบบของเอธานอล และพลังงานจากกากอ้อย เพิ่มสูงขึ้นเป็น 16% จากปีที่แล้ว 14.5% แซงหน้า พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากน้ำ ขึ้นเป็นที่ 2 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
โดยอันดับ 1 ยังคงเป็นน้ำมันด้วยสัดส่วน 36%
แนวโน้มสัดส่วนของการใช้พลังงานชีวภาพในประเทศบราซิลจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นับจากนี้ไป แม้ว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มเติมก็ตาม
นอกจากนี้บราซิลยังสามารถผลิตน้ำมันได้เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ และมีเหลือพอที่จะส่งออกได้อีกด้วย
ที่มา Physorg
แม้ว่า โลกจะร้อน แต่น้ำมันแพง : ยุโรป เริ่มหันกลับไปใช้พลังงานจากถ่านหิน
Submitted by zybernav
on 6 May, 2008 - 16:29.
tags:
Enel ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศอิตาลี ได้ตัดสินใจดัดแปลงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของตัวเอง ในเมือง Civitavecchia จากการใช้น้ำมันเป็นการใช้ถ่านหิน ทำให้สัดส่วนของการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินของบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 50% และเพิ่มอัตราส่วนของทั้งประเทศ จาก 14% เป็น 33% ด้วยเหตุผลว่าราคาของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติทีจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
ถ่านหิน เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ขึ้นชื่อว่า ก่อให้เกิดมลภาวะมากเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ โดยการปล่อยก๊าซ sulfur dioxide, nitrous oxide และ CO2 ที่เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แม้ว่าจะมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนขึ้นมาเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ก็ยังอยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งยังไม่สามารถรับรองผลในการใช้กับโรงงานขนาดใหญ่ได้ และมีต้นทุนที่สูงจนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ก็ยังมีการคาดการณ์แบบหวังน้ำบ่อหน้าว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ได้จริงในปี 2015-2020 ซึ่งหน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อมได้แสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะช้าเกินไป
นอกจากภาระด้านเทคโนโลยีในการลดการปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศแล้ว การสร้างพื้นที่สำหรับกักคาร์บอนเอาไว้ใต้ดิน และการป้องกันการรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยุโรปต้องหันกลับมาใช้ถ่านหินอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายการไม่สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์มากกว่า
นอกจากประเทศอิตาลีแล้ว ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ยังมีโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่รอเปิดตัวอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง
Data center จะสร้างมลพิษมากกว่าอุตสาหกรรมการบินในปี 2020
Submitted by mk
on 5 May, 2008 - 15:26.
tags:
ผลการศึกษาจาก McKinsey พบว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูล (หรือที่เราคุ้นกันกับชื่อ data center) จะสร้างมลพิษให้กับโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการบริโภคพลังงานจำนวนมหาศาล
- ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายสำหรับ data center (สถานที่+ฮาร์ดแวร์) คิดเป็น 25% ของงบไอทีบริษัท
- แม้ว่าสถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์แบบกระจายเครื่องที่ใช้กันอยู่ จะยืดหยุ่นต่อการทำงานมากกว่า แต่ถ้าเทียบเรื่องอัตราการใช้งาน (utilization) แล้ว เซิร์ฟเวอร์ปัจจุบันมีเพียง 20% เท่านั้น เมื่อเทียบกับ 80% ของยุคเมนเฟรม แถมสถิติจริงยังบอกว่าเซิร์ฟเวอร์ 30% นั้นถูกปล่อยให้อยู่ว่างๆ หรือไม่ก็ไม่ทำงาน (แต่ใช้ไฟ)
- Data center ทั่วโลก ใช้พลังงานรวมกันคิดเป็น 0.5% ของพลังงานที่ผลิตได้ในโลก ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวระหว่างปี 2000 ถึงปี 2006
- Data center ทั่วโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมกัน 170 ล้านตันต่อปี คิดเป็นครึ่งหนึ่งของอุตสาหกรรมสายการบิน แต่มากกว่าอาร์เจนตินาทั้งประเทศ และตัวเลขนี้จะเพิ่มสี่เท่าเป็น 670 ล้านตันในปี 2020
- McKinsey มีคำแนะนำ 10 ข้อให้กับผู้บริหาร data center ทั้งหลาย ที่สำคัญ คือปิดเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ใช้งาน และนำเทคโนโลยี virtualization มาใช้เพื่อเพิ่ม utilization (ซึ่งจะส่งผลให้ลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ลง)
รายละเอียดอื่นๆ อ่านได้จากสไลด์ของ McKinsey
ที่มา - New York Times
ก้าวแรกกับเบนซินเขียว
Submitted by lew
on 8 April, 2008 - 10:23.
tags:
แม้บ้านเราจะรณรงค์การใช้แก๊สโซฮอล์กันอย่างหนัก แต่งานวิจัยล่าสุดจาก UMass (University of Massachusetts-Amherst) อาจจะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพลังงานจากเอธานอลอีกต่อไป ด้วยการผลิตน้ำมันจากชีวมวล (ต้นไม้ใบหญ้า) มาเป็นสารประกอบที่มีคุณสมบัติเหมือนน้ำมันทุกประการที่เรียกว่าเบนซินเขียว (green gasoline)
กระบวนการผลิตใช้เวลาประมาณสองนาทีและไม่ต้องการความร้อนมากนัก แต่ยังคงใช้เวลาอีกนานเพื่อที่จะพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้สามารถผลิตได้ในปริมาณมากๆ และมีต้นทุนที่ต่ำพอ
เบนซินเขียวนี้มีข้อดีกว่าน้ำมัน E20 ที่บ้านเราใช้งานกันหลายอย่าง หลักๆ คือ พลังงานที่ให้เท่ากันทำให้ตัวเลขกิโลเมตรต่อลิตรเท่าน้ำมันปรกติ และไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ใดๆ
เราอาจจะได้เห็นน้ำมันเขียวนี้ในเวลาไม่นานเกินไปนัก เพราะนอกจากการวิจัยในมหาวิทยาลัยแล้ว บริษัทจำนวนมากก็กำลังทุ่มงบประมาณไม่อั้นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้เช่นกัน
ที่มา - PhysOrg
Carbon Nanotubes ปรับปรุงเซลล์เชื้อเพลิง
Submitted by molecularck
on 31 March, 2008 - 12:53.
tags:
นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นวิธีปรับปรุงเซลล์เชื้อเพลิงใหม่ โดยทำให้ electrode ของเซลล์เชื้อเพลิงมีขนาดเบาและบาง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายของ คาร์บอนนาโนทูบส์ ซึ่งสามารถเข้าไปใกล้ความจริงในการนำมาใช้ได้ตามบ้านเรือน
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ Applied Physics Letters เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2008 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคิดค้นของสถาบันวิจัย Max Planck และ มหาวิทยาลัยDarmstadt ประเทศเยอรมันนี
เครือข่ายนาโนทูบส์ที่สร้างขึ้นมาจะทำหน้าที่เป็น electrode ในการให้แก๊สแพร่เข้าไปยังชั้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งมีแพลทินัมเป็นส่วนประกอบ โปรตอนและอิเล็กตรอนของแก๊สจะทำปฏิกิริยาต่อวัสดุนี้และแยกอะตอมออกมาให้พลังงานออกมา
ความสามารถนี้ทำให้สามารถประยุกต์ไปใช้ได้หลายแบบและนำไปสู่การออกแบบเซลล์เชื้อเพลิงที่ง่ายขึ้น
สนใจอ่านต่อที่ : Applied Physics Letters 92, 094103 (2008)
ที่มา - Physorg.com
เนสท์เล่เตือน เชื้อเพลิงชีวภาพอาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์
Submitted by Mr.JoH
on 24 March, 2008 - 11:34.
tags:
ในสภาวะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงอย่างในปัจจุบัน ทำให้การใช้พลังงานทางเลือกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งแหล่งพลังงานทางเลือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ก็คงหนีไม่พ้นพลังงานชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการนำพลังงานชีวภาพ มาใช้กันแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เหตุผลหลักๆ ของฝ่ายที่คัดค้าน ก็คือ เรื่องการใช้พลังงานทั้งหมด ในวงจรของการปลูกและผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และปัญหาเรื่อง ปริมาณอาหารที่จะเพียงพอหรือไม่ หากเรานำมาใช้ผลิตเป็นพลังงาน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานบริษัทเนสท์เล่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ถึงปัญหาดังกล่าว โดยให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าหากเราคาดหวังจะใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนน้ำมัน ให้ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ก็จะไม่มีอะไรเหลือให้กินอีกต่อไป”
คำพูดของประธานบริษัทเนสท์เล่ สอดคล้องกับคำพูดของ Jean Ziegler ผู้เชี่ยวชาญอิสระของ UN ที่ระบุว่า ควรจะชะลอการพัฒนาต่างๆ ที่เกี่ยวของ กับเชื้อเพลิงชีวภาพออกไปก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างน่ากลัว
ถ้าให้มองอย่างเป็นกลาง ผมมองว่า การนำผลิตผลที่เหลือกจาการบริโภค มาผลิดเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การตั้งใจนำอาหารมาผลิดเป็นเชื้อเพลิง นี่สิที่เป็นเรื่องน่ากลัว
ที่มา - Physorg
Konarka ประกาศความสำเร็จในการผลิตโซลาร์เซลล์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต
Submitted by lew
on 10 March, 2008 - 13:24.
tags:
การพัฒนาเทคนิคในการผลิตโซลาร์เซลล์เพื่อให้ต้นทุนต่ำพอที่จะติดตั้งในพื้นที่ขนาดใหญ่ยังคงอยู่ในความสนใจของคนจำนวนมาก และด้วยเทคโนโลยี Power Plastic ที่บริษัท Konarka เพิ่งประกาศความสำเร็จ ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตแทนกระบวนการผลิตชิปซิลิกอนแบบเดิมๆ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะลดต้นทุนในการผลิตโซลาร์เซลล์ในปริมาณมาก
แม้กระบวนการผลิตจะเริ่มผลิตโซลาร์เซลล์ได้แล้ว แต่ประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ที่ได้จากกระบวนการนี้ยังมีประสิทธิภาพเพียงร้อยละ 5 เทียบกันร้อยละ 15 ถึง 20 ของโซลาร์เซลล์โดยทั่วไป ในเรื่องนี้ทางด้าน Konarka ระบุว่าเราอาจจะต้องรอไปอีกประมาณสองปีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ Power Plastic ก่อนจะได้เห็นมันวางตลาดจริงๆ
ที่มา - Popular Mechanics, Wired Blog
รัฐ Ontario เตรียมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
Submitted by lew
on 8 March, 2008 - 10:59.
tags:
ตามแผนการยกเลิกการใช้พลังงานจากถ่านหินภายในปี 2014 รัฐ Ontario ประเทศแคนาดาได้เริ่มเตรียมการประมูลการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่หลังจากไม่มีการสร้างเพิ่มเติมมานานนับสิบปี
ในปัจจุบันแคนาดามีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทำงานอยู่ทั้งหมด 16 เตาจากโรงไฟฟ้าสามแห่ง ทั้งหมดสร้างขึ้นมานานกว่ายี่สิบปี มีกำลังผลิตรวม 14,000 เมกกะวัตต์ ด้วยอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ เตาปฏิกรณ์สองเตาถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2005 และกำลังมีอีกสองเตาต้องปรับปรุงสภาพในเร็วๆ นี้
พร้อมๆ กับแผนการนี้ทางการแคนาดากำลังเตรียมเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจาก 6,300 เมกกะวัตต์เป็น 15,700 เมกกะวัตต์ภายในปี 2025
ที่มา - PhysOrg
รถพลังงานอากาศอัดกำลังเตรียมวางตลาดในสหรัฐฯ
Submitted by lew
on 28 February, 2008 - 11:58.
tags:
หลังจากเป็นข่าวมานาน รถยนต์พลังอากาศอัดก็เริ่มประกาศแผนการทำตลาดในสหรัฐฯ แล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดจอดภายในต้นปีนี้และเริ่มส่งมอบรถล็อตแรกกันในปี 2010 โดยรถดังกล่าวจะผลิตโดยบริษัท Zero Pollution Motor ซึ่งซื้อสิทธิ์ในการผลิตมาจากบริษัท MDI ในประเทศฝรั่งเศส
รถยนต์พลังอากาศอัดเป็นรถที่ไม่ปล่อยอากาศเสียออกจากตัวรถเองเนื่องจากไม่มีการเผาไหม้ภายในแต่อย่างใด แต่อาศัยการขยายตัวจากอากาศอัดที่ความดันสูงมากๆ อาจจะถึง 4500psi มาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวรถ เทคนิคนี้ทำให้เป็นมิตรต่อสภาพอากาศในเมือง อย่างไรก็ตามรถยนต์แบบนี้ต้องการพลังงานในการอัดอากาศเข้าไปในถึงความดันสูง ซึ่งต้องใช้พลังงานอยู่ดีแต่หากเราใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่าเช่นพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานนิวเคลียร์ก็จะได้ระบบขนส่งที่สะอาดกว่าเดิม
ที่มา - Inhabitat
ออสเตรเลียเริ่มแผนสร้างโรงงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
Submitted by lew
on 28 February, 2008 - 10:50.
tags:
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านพลังงานมาค่อนข้างยาวนาน ล่าสุดทางรัฐบาลของรัฐวิคตอเรียก็ได้ผู้ชนะการประมูลในโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบใช้โซลาร์เซลล์มูลค่า 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณหนึ่งหมื่นสามพันล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการก่อสร้างนั้นจะเริ่มต้นในปีหน้า
หากโครงการนี้ก่อสร้างสำเร็จจะทำให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นโรงไฟฟ้าที่กำลังผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในโลก ด้วยกำลังผลิต 54 เมกกะวัตต์ แต่ยังไม่มีข้อมูลถึงกำหนดการก่อสร้างแต่อย่างใด
ทางด้านสหรัฐฯ เอง รัฐแอริโซนาร์ก็ได้เปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบใช้การรวมแสงเพื่อสร้างไอน้ำไปก่อนหน้านี้ โดยโรงไฟฟ้าของทางแอริโซนาร์นั้นจะกินเนื้อที่ถึง 1900 เอเคอร์ หรือกว่าเจ็ดตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว
ฮอนด้าโชว์งานวิจัยรถประสิทธิภาพสูงกว่ารถไฮบริดแบบเดิมๆ
Submitted by lew
on 20 February, 2008 - 10:02.
tags:
ขณะที่กระแสการลดการใช้พลังงานกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐฯ เองรถยนต์ที่ครองแชมป์ในด้านนี้อยู่คงเป็น Toyota Prius ที่มีประสิทธิภาพสูงมากเป็นดันดับต้นๆ และมีวางขายในสหรัฐฯ แต่ตอนนี้หมายเลขสองอย่างฮอนด้าก็เริ่มโชว์เทคโนโลยีขั้นต่อไปที่เหนือกว่ารถไฮบริดแบบเดิมๆ กันแล้ว โดยมีการตีพิมพ์ในงานวิจัยหัวข้อ “Advanced Transient Simulation on Hybrid Vehicle Using Rankine CYcle System”
กลไกใหม่นี้โดยหลักการแล้วคือการนำความร้อนที่สูญเสียไปจากการทำงานของเครื่องยนต์กลับมาเป็นพลังงานกลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากปรกติที่รถไฮบริดจะใช้พลังงานจากช่วงเวลาที่มีการเบรกกลับมาปั่นไฟ แต่เครื่องยนต์ Rakine แบบใหม่นี้จะใช้ความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการเบรกนั้นมาใช้งานด้วย ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.8 โดยระบบนี้มีประสิทธิภาพในการดึงความร้อนกลับมาใช้งานได้ร้อยละ 13
ตัวเลขทั้งหมดนี้ยังไม่น่าประทับใจนัก โดยทางฮอนด้าก็รู้ดีว่าระบบนี้ยังไม่คุ้มค่าที่จะนำมาติดตั้งในรถยนต์ในท้องตลาด แต่หากมีการพัฒนาระบบนี้ให้สามารถดึงความร้อนมาใช้งานได้เกินร้อยละ 30 เมื่อใหร่เราคงได้เห็นระบบนี้ในตลาดต่างประเทศกันบ้าง
ว่าแต่กฏหมายรถรักษาสิ่งแวดล้อมบ้านเราไปถึงไหนกันแล้ว?
ที่มา - Green Car Congress, EcoGeek
แบคทีเรียอาจเป็นแหล่งพลังงานใหม่สำหรับมนุษย์
Submitted by lew
on 30 January, 2008 - 10:18.
tags:
ในวารสารวิชาการ Microbial Biotechnology เล่มล่าสุด(PDF) มีรายงานถึงการใช้แบคทีเรีย E. coli ที่ เคยสร้างปัญหาด้านความปลอดภัยกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง มาใช้ในการผลิตพลังงานแหล่งใหม่ โดยทีมงานวิจัยพบว่าเชื้อ E. coli นี้สามารถนำมาใช้ในการผลิตไฮโดรเจนได้เป็นอย่างดี หลังผ่านการคัดและดัดแปลงพันธุ์มาแล้ว
เชื้อ E. coli ที่ได้รับการดัดแปลงนี้จะใช้พลังงานจากน้ำตาลมาสร้างไฮโดรเจน ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะสร้างความเรียบง่ายให้กับการผลิตไฮโดรเจนได้มาก เนื่องจากไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือความร้อนอื่นๆ ในการผลิตไฮโดรเจนตามกระบวนการแบบเดิมๆ ทำให้เราอาจจะสามารถผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนใช้งานกันเองในบ้านได้ในที่สุด
อีกหน่อยกินขนมไม่หมด ก็โยนใส่ถังน้ำมัน อาจจะวิ่งได้อีกหลายกิโล
ที่มา - PhysOrg
สหประชาชาติเตือน การใช้พลังงานชีวภาพจะสร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม
Submitted by lew
on 24 January, 2008 - 11:40.
tags:
กระแสการใช้พลังงานชีวภาพกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบ้านเราและประเทศในกลุ่มเอเซียแปซิฟิกและยุโรป กำลังสร้างความวิตกต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะไม่คุ้มค่า จนทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ต้องออกมาเตือนว่าแม้การใช้พลังงานชีวภาพจะให้ผลดีในแง่ของความมั่นคงทางพลังงาน แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นมากเกินกว่าที่เราคาดกัน
การแถลงการครั้งนี้มาจากนาย Regan Suzuki ในงามประชุมวิชาการที่ได้รับการสนับสนุนจากทางสหประชาชาติและรัฐบาลไทย ระบุว่าผลกระทบหลักๆ ของการใช้พลังงานชีวภาพคือ การขาดแคลนอาหาร, การขาดแคลนน้ำที่จะถูกผันไปใช้ในการเกษตร, และพื้นที่ป่าที่จะถูกทำลายเพื่อนำมาเป็นพื้นที่เพาะปลูก
รัฐบาลไทยเลื่อนการใช้น้ำมัน B2 ออกไปก่อนหน้านี้แล้วเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันปาล์ม ส่วนรัฐบาลฟิลิปปินส์นั้นยกเลิกกฏหมายน้ำมันชีวภาพไปแล้วเพราะผลการศึกษาต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลเสีย เช่นเดียวกับทางอังกฤษที่มีรายงานในแนวทางเดียวกัน
สำหรับในภูมิภาคนี้ อินเดียน่าจะเป็นประเทศที่มีโครงการน้ำมันชีวภาพขนาดใหญ่ที่สุด โดยเตรียมการปลูกพืชเพื่อใช้เป็นพลังงานกว่าแสนล้านตารางเมตร ซึ่งสร้างความกังวลในแง่ของความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังจะถูกทำลายลง เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดจะมีการปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น
ที่มา - PhysOrg
รายงานภายใน EU ระบุ "พลังงานชีวภาพไม่คุ้มค่า"
Submitted by lew
on 19 January, 2008 - 01:19.
tags:
กระแสพลังงานชีวภาพเริ่มได้รับความนิยมเรื่อยมาในช่วงหลัง ที่เราเห็นๆ กันคงเป็นไบโอดีเซล กับแก๊สโซฮอลล์ ในเรื่องนี้ทางสหภาพยุโรปนั้นจริงจังกว่าเรามาก โดยระบุชัดเจนว่าภายในปี 2020 แหล่งพลังงานของระบบขนส่งต้องมาจากเชื้อเพลิงชีวภาพร้อยละ 10
ในเรื่องนี้ได้มีการศึกษาจาก Joint Research Centre ซึ่งศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ของทางสหภาพยุโรปเอง ระบุชัดเจนว่าความพยายามเพิ่มการใช้งานพลังงานชีวภาพนั้นไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าค่าใช้จ่ายรวมเพื่อการบรรลุเป้าหมายร้อยละ 10 นั้นจะอยู่ที่ 33 ถึง 65 พันล้านยูโรหรือประมาณ 1.5 ถึง 3 ล้านล้านบาทไทย
ทางด้านสหภาพยุโรปออกมาตอบข้อซักถามในเรื่องนี้ว่า รายงานฉบับนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์และเป็นเพียงหนึ่งในหลายความคิดเห็นที่ผู้บริหารต้องให้ความสนใจ โดยเป้าหมายร้อยละสิบนั้นจะยังคงเดินหน้าต่อไป
บ้านเราเงินค่าโฆษณากับวิจัยนี่หมดไปเท่าใหร่แล้ว ใครได้นับบ้างครับ
ที่มา - PhysOrg
แบตเตอรี่มือถือพลังไฮโดรเจน
Submitted by molecularck
on 16 January, 2008 - 11:47.
tags:
บริษัทแคนาดาได้พัฒนาแบตเตอรี่พลังงานไฮโดรเจนต้นแบบที่มีชื่อว่า Angstrom Power ที่สามารถใส่เข้าไปในมือถือได้พอดี และ ใช้จนกว่าแบตเตอรี่จะหมดได้นานกว่าแบตเตอรี่มือถือทั่วไป 2 เท่า
แบตเตอรี่ตัวนี้ได้ออกงาน CES 2008 มาแล้วโดยอยู่ในเครื่อง Motoslvr และทีมงานได้โชว์ว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายใน 10 นาที บริษัทหวังว่าแบตเตอรี่นี้จะสามารถวางขายได้ในปี 2010 ซึ่งตอนนั้นคงให้พลังงานมากกว่านี้แน่นอน
แบตเตอรี่นี้ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด ซึ่งเกิดจากการทดลองเอาเข้าไปเผาในกองไฟ และไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ข้อเสียคือคุณไม่สามารถชาร์จแบตเองได้ คุณต้องซื้อเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาเติมมันเท่านั้น ซึ่งในอนาคตอาจจะมีขายตามร้านสะดวกซื้อต่างๆก็เป็นได้
ที่มา - PhysOrg.com




