อินเทลยังไม่เปิดตัว Core รุ่นที่สี่รหัส Haswell อย่างเป็นทางการ แต่ก็ทยอยปล่อยข้อมูลออกมาเรื่อยๆ
Rani Borkar ผู้บริหารของอินเทลให้ข้อมูลกับสื่อว่าเป้าหมายหลักของ Haswell คือลดอัตราการบริโภคพลังงานโดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน โดยโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้ Haswell จะใช้แบตเตอรี่ได้นานกว่า Ivy Bridge ถึง 50%
จุดเด่นของ Haswell คือลดอัตราการใช้พลังงานในช่วง idle/standby ลงจากเดิมมากถึง 20 เท่า นอกจากนี้ก็มีประเด็นที่เรารู้กันก่อนแล้วคือประสิทธิภาพด้านกราฟิก ดีกว่าเดิม 2 เท่าบนโน้ตบุ๊ก และ 3 เท่าบนเดสก์ท็อป
ที่มา - Computerworld
AMD เปิดตัว APU (หน่วยประมวลผลที่รวม CPU+GPU ตามคำเรียกของ AMD เอง) รุ่นใหม่ของปี 2013 สำหรับตลาดอุปกรณ์พกพา (แท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ก) จำนวน 3 ซีรีส์ย่อย
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ AMD ระบุว่าต้องการจับ "ตลาดใหม่" ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างแท็บเล็ตสาย ARM ขนาดเล็กกับพีซีโน้ตบุ๊กแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นตลาดที่คู่แข่งอย่างอินเทลยังทำได้ไม่ดีนัก
AMD ยกตัวอย่างอุปกรณ์เหล่านี้ได้แก่ แท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง แท็บเล็ตไฮบริด โน้ตบุ๊กจอสัมผัสขนาดเล็ก และโน้ตบุ๊กกลุ่ม ultra-thin
แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลของซีพียูรุ่นใหม่จากอินเทลในรหัส "Haswell" ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับจีพียูออกมา วันนี้ผลทดสอบแรกของ Haswell ก็ปรากฏบนเว็บไซต์เป็นครั้งแรกแล้ว
ตัวเลขผลการทดสอบที่ว่านี้ออกมาจากเว็บไซต์จีน RedQuasar ที่นำผลทดสอบของซีพียูรหัส Haswell สองรุ่นอย่าง Core i7-4770K และ Core i5-4570K ไปเทียบกับซีพียูรุ่นท็อปในรหัส Ivy Bridge อย่าง Core i7-3770K ในโปรแกรมทดสอบหลายตัว ได้แก่ 3DMark11, AIDA64, Cinebench 11.5, Fritz Chess Benchmark และ Super Pi benchmarks
ผลการเปรียบเทียบนั้นพบว่าซีพียู Haswell ทำผลงานได้ดีกว่ามากในการทดสอบกราฟิก อันเนื่องมาจากจีพียูใหม่ Iris ที่น่าแปลกใจคือ Haswell อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำได้ช้ากว่า Ivy Bridge แต่กลับเขียนข้อมูล หรือทำสำเนาข้อมูลได้เร็วกว่า และในการทดสอบโดยรวมยังไม่โดดเด่นกว่า Ivy Bridge มากนัก
ดูตารางเปรียบเทียบได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - Xbit
ทิศทางตลาดฮาร์ดแวร์นั้นชัดเจนมากว่าหมุนไปในโลกแห่งอุปกรณ์พกพาที่ต้องการหน่วยประมวลผลแบบฝังตัวขนาดเล็ก ค่าย AMD ซึ่งช่วงหลังประสบปัญหาไม่สามารถเจาะตลาดเดสก์ท็อปจากอินเทลได้มากนัก จึงต้องหาจุดยืนใหม่ของตัวเอง ซึ่งบริษัทก็พยายามบุกเข้ามาในตลาด SoC มากขึ้น
ล่าสุด AMD ออกชิปสำหรับอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ AMD Embedded G-Series System-on-Chip มาสู้กับ Atom SoC และ ARM SoC ด้วยฟีเจอร์ที่อัดมาเน้นๆ ดังนี้
- ซีพียูสถาปัตยกรรม “Jaguar” แบบเดียวกับที่ใช้ใน PS4 และ Xbox รุ่นถัดไป อัดความแรงได้สูงสุด 2.0GHz ควอดคอร์
- รองรับแรมแบบ Error-Correction Code (ECC) ที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์องค์กร
- จีพียู Radeon HD 8000E ถือเป็นหนึ่งในจีพียูยุคหน้า (8000 Series) คล็อคสูงสุด 600MHz
- ฮาร์ดแวร์ถอดรหัสวิดีโอ H.264, VC-1, MPEG2
- รองรับ OpenCL 1.2, DirectX 11.1, OpenGL 4.2x, ต่อออกสองจอที่เป็นอิสระต่อกันได้
- AMD Virtualization, Trusted Platform Module (TPM) 1.2
Qualcomm จัดงานแถลงข่าวที่ปักกิ่ง และให้ข้อมูลสำคัญว่าจะเริ่มสายการผลิต Snapdragon 800 หน่วยประมวลผลตัวท็อปสุดของบริษัทช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
Snapdragon 800 นั้นต่างจาก Snapdragon 600 ในปัจจุบันอยู่มาก เพราะเปลี่ยนสถาปัตยกรรมซีพียูจาก Krait 300 ใน Snapdragon S4 Pro/600 มาเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุด Krait 400 ส่วนจีพียูก็ใช้ Adreno 330 ที่ดีกว่า Adreno 320 ในปัจจุบันอีกเท่าตัว
ตอนนี้ยังไม่มีใครได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของ Snapdragon 800 ซึ่งทาง Qualcomm ระบุว่าจะเปิดให้ทดสอบในเดือนมิถุนายน และกว่ามือถือที่ใช้ Snapdragon 800 จะวางจำหน่ายจริงก็คงต้องรอไปถึงครึ่งหลังของปีนี้
ที่มา - Engadget
ในงาน Intel Developer Forum 2013 ที่จัดขึ้น ณ เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน อินเทลได้เปิดตัวซีพียูสำหรับตลาดองค์กรในปีนี้
ภายในปี 2013 อินเทลจะขยายไลน์ที่จับกลุ่มองค์กรมากขึ้นโดยแบ่งเป็นสี่กลุ่มโดยใช้ Atom, Xeon E3, Xeon E5 และ Xeon E7 ไล่ตามลำดับของการใช้งาน โดยส่วนเล็กที่สุดอย่าง Atom จะมีสามรหัส ตัวแรกคือ Briarwood สำหรับสตอเรจที่วางขายไปแล้ว ส่วนอีกสองตัวที่จะตามมาคือ Avoton สำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก และ Rangeley สำหรับอุปกรณ์ในกลุ่มเน็ตเวิร์ค โดยทั้งคู่ผลิตในสถาปัตยกรรมขนาด 22 นาโนเมตร และจะเริ่มส่งของในไตรมาสสองของปี
ใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่าง Xeon E3 ตัวใหม่ E3-1200v3 กลายเป็นซีพียู Xeon ตัวแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Haswell มาพร้อมกับชิปกราฟิกในตัวรุ่นใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพจากเดิมอีก 25% เพิ่ม SDK สำหรับประมวลผลวิดีโอตัวใหม่ทั้งบนลินุกซ์ และวินโดวส์ รวมถึงมีค่า TDP ต่ำสุดที่ 13 วัตต์ ลดลงจากรุ่นก่อนหน้าราวหนึ่งในสี่ เริ่มส่งของช่วงกลางปีนี้
อินเทลเริ่มเผยข้อมูลของ Atom รหัส "Avoton" ซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก (microserver) ที่อยู่บนสถาปัตยกรรมใหม่ Silvermont ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมย่อยครั้งสำคัญของ Atom นับตั้งแต่ปี 2008
สถาปัตยกรรม Silvermont จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดอัตราการใช้พลังงานของ Atom อย่างก้าวกระโดด, รองรับการทำงานแบบ 64 บิต, มีคอนโทรลเลอร์ Ethernet ในตัว, รองรับ virtualization เป็นต้น
ชิป Atom ตัวแรกที่ใช้ Silvermont คือ "Avoton" ที่ใช้การผลิตระดับ 22 นาโนเมตร ชิปตัวนี้จะมาแทน Atom Centeron ที่วางขายอยู่ในปัจจุบัน (ผลิตที่ 32 นาโนเมตร ออกปลายปี 2012) และเริ่มมีผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์บางรายนำมาใช้ทำเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กกันแล้ว, เซิร์ฟเวอร์ Avoton จะเริ่มขายช่วงครึ่งหลังของปี 2013
จากนั้นช่วงปลายปี 2013 จะเป็นคิวของ Atom "Bay Trail" สำหรับแท็บเล็ต ส่วน Atom "Merrifield" สำหรับสมาร์ทโฟนน่าจะวางขายต้นปี 2014
ที่มา - PC World
เว็บไซต์ EE Times รายงานข่าวว่ายักษ์จีน Lenovo เตรียมเดินตามรอยแอปเปิลและซัมซุง สร้างทีมออกแบบชิปประมวลผลใช้กับอุปกรณ์พกพาของตัวเองแล้ว
ที่ผ่านมา Lenovo ใช้ชิปประมวลผลหลากหลายยี่ห้อ ทั้ง Exynos ของซัมซุง, MediaTek รวมถึง Atom ของอินเทลด้วย ส่วนเป้าหมายของการพัฒนาชิปเองก็เพื่อลดการพึ่งพิงชิปจากนอกบริษัทนั่นเอง ตามข่าวบอกว่าเคยมีปัญหาซัมซุงไม่สามารถส่ง Exynos รุ่นใหม่ให้ได้ทัน ซึ่งกระทบกับแผนการของ Lenovo ไม่น้อย
เดิมที Lenovo มีพนักงานออกแบบวงจรประมาณ 10 คนเท่านั้น แต่บริษัทตั้งเป้าขยายทีมเป็น 100 คนภายในช่วงกลางปีนี้ โดยแบ่งเป็น 40 คนในเสิ่นเจิ้น และ 60 คนในปักกิ่ง
ที่มา - EE Times
Freescale Semiconductor เปิดตัว Kinetis KL02 ชิป ARM ขนาดเล็กเพียง 1.9x2 มิลลิเมต รถือเป็นชิปตระกูล ARM ขนาดเล็กที่สุดในโลก
KL02 มีอุปกรณ์ครบครัน ตั้งแต่หน่วยประมวลผลแบบ 32 บิต, แรม 4k, แฟลชรอม 32k, ตัวแปลงแอนะล็อกเป็นดิจิทัล 12 บิต และตัวรับสัญญาณ UART
ขนาดที่เล็กมากๆ ของ KL02 ทำให้มันเหมาะมากกับการเป็นหน่วยประมวลผลแบบฝังตัวบนอุปกรณ์ชนิดต่างๆ เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things)
KL02 ยังไม่วางขายปลีก แต่รับทำเป็นออเดอร์พิเศษจาก "ลูกค้ารายหนึ่ง" เท่านั้น
ที่มา - Wired
เป็นธรรมเนียมปกติไปแล้ว เมื่อมีการเปิดตัว Tegra เวอร์ชันใหม่ สิ่งสำคัญที่จะโชว์พลังของ GeForce ULP ได้ดีที่สุดก็คือเกมส์นั่นเอง โดยใน Tegra 3 NVIDIA ได้เอาเกมส์ Shadow Guns และ Dead Trigger มาเป็นตัวโชว์หลัก ซึ่งมีลูกเล่นและเอฟเฟคที่ล้ำกว่าใครๆ และแน่นอนเมื่อมีการเปิดตัว Tegra 4 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเป็นธรรมเนียมที่ NVIDIA จะต้องเผยรายชื่อเกมส์ที่ตกลงที่จะทำ Exclusive Version ให้แล้วครับ
โดยเกมส์ที่ตกลงทำ Exclusive Version หรือตกลงที่จะห้อยท้ายด้วย THD มีทั้งหมด 5 เกม คือ Burn Zombie Burn, Carie: Blood Mansion, RPG CODEX, Dead on Arrival 2 และ RU Golf ครับ โดยเบื้องต้น NVIDIA ได้เอา RU Golf ที่ทำเสร็จแล้วมาทดลองเล่นให้ดู ผลก็คือการแสดงผลของภาพจะมีสีสัน และมีการให้แสงที่สมจริงกว่าเวอร์ชันปกติเยอะพอสมควรทีเดียวครับ
แต่งานนี้ก็ต้องรอดูผู้ผลิตกันต่อไป ว่าจะมีใครบ้างที่จะเอา Tegra 4 ไปทำเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของตัวเองครับ
ที่มา - NVIDIA Blog ผ่าน Android Community
เปิดตัวมาได้เดือนกว่าๆ ในที่สุดผลทดสอบแรกของ Tegra 4 ก็เผยสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกแล้ว โดยผลทดสอบดังกล่าวมาจากเครื่องภายในของ NVIDIA เองในรหัส Dalmore และ Pluto ซึ่งทำคะแนนไปได้ดังนี้
- Quadrant ~16,000 แต้ม (Snapdragon S4 Pro อยู่ราวๆ 7,000-8,000 แต้ม, Snapdragon 600 ประมาณ 10,000 แต้ม)
- Antutu ~36000 แต้ม (Snapdragon S4 Pro อยู่ราวๆ 20,000 แต้ม)
- GLBenchmark: 2.5 Egypt HD (1080p offscreen) 57 เฟรมต่อวินาที
จากผลทดสอบดังกล่าวเรียกได้ว่าคราวนี้ Tegra 4 กลับมาทำผลงานได้อย่างดีทั้งในส่วนซีพียู และจีพียู เมื่อรวมกับข้อมูลจากการจับมือถือรุ่นต้นแบบที่ใช้ Tegra 4i อย่าง NVIDIA Phoenix สามารถเล่นเกม 1080p ได้อย่างสมจริง และกินพลังงานน้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 40% ในประสิทธิภาพเท่ากัน แม้อาจไม่ใช่ผู้นำในทุกผลการทดสอบ (แพ้ Apple A6X บางผลการทดสอบ) แต่ก็น่าประทับใจพอสมควรแล้ว
ที่เหลือก็คงต้องรอดูผลทดสอบของคู่แข่งทั้งสองรายอย่าง Exynos Octa และ Snapdragon 800 ว่าจะทำได้ดีแค่ไหนครับ
มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ Korea Times ของเกาหลีว่า LG Optimus G2 ที่มีแผนจะเปิดตัวตั้งแต่ตอนต้นปี แต่ก็เงียบหายตลอดเวลานั้น แท้จริงแล้วนั้น LG เป็นฝ่ายที่ยังไม่ต้องการเปิดตัวครับ แต่กลับกัน LG กำลังพัฒนาหน่วยประมวลผลของตัวเองเพื่อใช้งานใน Optimus G2 นั่นเองครับ โดยในตอนนี้มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า LG Odin
ตามรายงานระบุว่าหน่วยประมวลผล LG Odin นี้จะมีหน่วยประมวลผลทั้งหมด 8 คอร์ โดยแบ่งเป็น Cortex-A15 จำนวน 4 คอร์ สำหรับใช้ในงานประมวลผลหลักๆ และมีหน่วยประมวลผลรองที่ใช้ Cortex-A7 อีก 4 คอร์ สำหรับใช้ในงานประมวลผลรองที่ไม่ต้องการพลังงานที่สูงมาก ทั้งหมดนี้จะถูกผลิตภายใต้เทคโนโลยีการผลิตที่ 28 นาโนเมตรครับ
ทั้งนี้ LG ออกมายืนยันกับ Korea Times แล้วว่า LG Optimus G2 จะใช้ชิป LG Odin ของตัวเองครับ แต่จะมีการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ หรือไม่นั้น ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ
ที่มา - The Korea Times ผ่าน GSM Arena
Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 800 และ 600 สองรุ่นท็อปไปแล้ว คราวนี้มาถึงสองรุ่นล่างคือ Snapdragon 400 และ 200 กันบ้าง
Snapdragon 400 ออกแบบมาสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นผลิตขายเป็นจำนวนมาก
- ซีพียู มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
- Krait ดูอัลคอร์ 1.7GHz พร้อมฟีเจอร์ Asynchronous Symmetric Multiprocessing (aSMP) ความถี่สัญญาณนาฬิกาไม่ต้องเท่ากันตลอดเวลา
- Cortex-A7 แบบควอดคอร์ 1.4GHz
- จีพียู Adreno 305
- แรม LPDDR2 หรือ LPDDR3
- รองรับ HSPA+ 42Mbps
- รองรับ Miracast, ความละเอียดกล้องสูงสุด 13.5MP, อัด-เล่นวิดีโอที่ 1080p
NVIDIA เผยชิปประมวลผลที่มาพร้อมวงจรสำหรับระบบ 4G LTE ในตัว ภายใต้ชื่อ Tegra 4i เน้นการใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟน หลังตกเป็นรองคู่แข่งอย่าง Qualcomm มานาน
Tegra 4i ถูกพัฒนาภายใต้ชื่อ Project Grey เป็นชิปที่ใช้หน่วยประมวลผลหลัก R4 Cortex-A9 แบบควอดคอร์ความเร็ว 2.3GHz ของ ARM มาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก 60 คอร์ ใช้โมเด็มสำหรับ LTE รุ่น i500 core ของ NVIDIA ฝังอยู่ภายในตัว เป็นผลงานของทีม Icera ที่ NVIDIA ซื้อกิจการมาเมื่อ 2 ปีก่อน โดยได้รับความร่วมมือจาก ARM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ถึงแม้จะมีสถาปัตยกรรมแบบเดียวกัน แต่ Tegra 4i อาจไม่แรงเท่า Tegra 4 ที่มีหน่วยประมวลกราฟิก 72 คอร์ ทว่าหากเทียบกับ Tegra 3 แล้วจะพบว่า Tegra 4i มีจำนวนคอร์ในการประมวลผลมากกว่าเป็น 5 เท่า
พร้อมกันนี้ NVIDIA ได้โชว์ภาพสมาร์ทโฟนตัวอย่างที่ใช้ชื่อว่า Phoenix เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และเตรียมที่จะสาธิต Tegra 4i ในงาน MWC 2013 ที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า Tegra 4i ยังคงตามหลังเทคโนโลยี LTE ใน Snapdragon 600 และ 800 ซึ่งเป็นชิปรุ่นใหม่ของ Qualcomm ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนก่อน
เมื่อปลายปีที่แล้ว อินเทลเผยข้อมูลของซีพียู Itanium รุ่นต่อไปรหัส "Kittson" โดยประกาศว่าจะแชร์ดีไซน์ซ็อคเก็ตระหว่าง Itanium กับ Xeon เข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นทิศทางในอนาคตว่า Itanium อาจถูกผนวกรวมกับ Xeon ในที่สุด
แต่ล่าสุดอินเทลเปลี่ยนใจเสียแล้ว บริษัทโพสต์ข้อความเรื่องนี้เงียบๆ บนเว็บไซต์ของตัวเองว่าแผนการแชร์ซ็อคเก็ตกับ Xeon ถูกเลื่อนออกไปในอนาคต ทำให้ Kittson ยังใช้ซ็อคเก็ตแบบเดิมของ Itanium 9300/9500 ในปัจจุบัน
ข่าวร้ายอีกข่าวคือ Kittson จะยังใช้กระบวนการผลิตที่ 32 นาโนเมตรเท่ากับรุ่นก่อนๆ ไม่ได้ลดขนาดลงเหมือนซีพียูตระกูลอื่นๆ ของตัวเองแต่อย่างใด
ข่าวนี้อาจเป็นสัญญาณว่าอินเทลเตรียม "ดอง" การพัฒนาของ Itanium ไม่ให้ไปต่อมากกว่านี้สักเท่าไรแล้ว เป็นไปได้ว่าอีกไม่นานอินเทลอาจทิ้ง Itanium ไปเลยโดยไม่รวมมันเข้ากับ Xeon แต่อย่างใด
แม้ว่า NVIDIA จะเปิดตัว Tegra 4 รหัส Wayne ไปตั้งแต่งาน CES ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วมักจะมีสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตที่ใช้ซีพียูตัวดังกล่าวหลุดออกมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่ในปีนี้กลับไม่มีแม้แต่เงา กระทั่งผลเบนช์มาร์กก็ยังไม่มีออกมา
ล่าสุดเว็บเจ้ากรมข่าวลือไอทีแห่งไต้หวัน Digitimes ออกมาเผยว่าที่ข่าวของเจ้า Tegra 4 ยังเงียบก็เพราะว่าบรรดาผู้ผลิตต่างๆ นั้นไม่สนใจที่จะสั่ง Tegra 4 มาใช้กับอุปกรณ์ของตัวเอง แต่หันไปเลือกชิปจาก Qualcomm กันแทน ส่วน Tegra 3 ที่ NVIDIA ตั้งใจลดราคาเพื่อจูงใจให้คนมาสั่งไปทำรุ่นราคาถูก ก็ยังทำราคาสู้แบรนด์จีนอย่าง MediaTek ไม่ได้
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตอนนี้เลยมีเพียง Toshiba เพียงรายเดียวเท่านั้นที่สั่ง Tegra 4 ไปใช้กับอุปกรณ์ของตัวเอง
ถ้าหากในงาน MWC ปีนี้มีเครื่องที่ใช้ Tegra 4 ออกมาน้อย คงเป็นงานหนักของ NVIDIA แน่ๆ
ที่มา - Android Authority
ในช่วงนี้มีกระแสพูดคุยเกี่ยวกับ Exynos 5 Octa กันมาก ตัว Exynos 5 Octa นั้นเป็น SoC (system on a chip) ในรูปแบบ big.LITTLE ที่มีคอร์ของ Cortex-A15 และ Cortex-A7 อยู่ภายในอย่างละสี่คอร์ เรื่องหนึ่งที่ถกเถียงกัน (หรืออาจจะเข้าใจไปในทางเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย) ก็คือคอร์ทั้งแปดของหน่วยประมวลผลแบบ big.LITTLE นั้นสามารถใช้งานได้ทีละสี่คอร์หรือว่าได้ทั้งแปดคอร์กันแน่?
ถ้าใครใจร้อนขอสรุปตรงนี้ว่าในทางฮาร์ดแวร์นั้นทั้งแปดคอร์สามารถทำงานได้พร้อมกันทั้งหมด แต่...
เว็บไซต์ AnandTech รายงานข้อมูลที่ยังไม่ยืนยันว่า Exynos 5 Octa ชิปรุ่นล่าสุดของซัมซุงที่เพิ่งเปิดตัว เปลี่ยนหน่วยประมวลผลกราฟิกจาก ARM Mali มาเป็น Imagination PowerVR (ตัวเดียวกับที่ชิป AX ของแอปเปิลใช้งานอยู่ในปัจจุบัน)
ซัมซุงเคยใช้จีพียู PowerVR มาแล้วครั้งหนึ่งใน Galaxy S รุ่นแรกที่ใช้ซีพียูรหัส "Hummingbird" แต่หลังจากนั้นใน Galaxy S II เป็นต้นมา ก็เปลี่ยนมาใช้จีพียู Mali ของบริษัท ARM โดยตรง
ใน Exynos 5 Dual รุ่นที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ซัมซุงยังเลือกใช้งาน Mali-T604 แต่พอมาเป็น Exynos 5 Octa กลับเปลี่ยนเป็น PowerVR อีกครั้ง
จีพียูตัวที่ AnandTech คาดว่าซัมซุงเลือกใช้คือ PowerVR SGX 544MP3 ซึ่งมีสเปกใกล้เคียงกับ PowerVR SGX 543MP4 ในชิป A5X ของแอปเปิล (แต่คะแนนเบนช์มาร์คดีกว่า) อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับ PowerVR SGX 554MP4 ในชิป A6X กลับยังเป็นรองอยู่บ้าง
ที่มา - AnandTech via Android Authority
จากข่าว ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S II Plus รุ่นอัพสเปค มาพร้อมกับ Jelly Bean ซึ่งมีสเปคต่างจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ล่าสุดเว็บไซต์ AnandTech ไปค้นเจอข้อมูลจากสไลด์ของซัมซุงว่า Galaxy S II Plus ไม่ได้ใช้ SoC ของซัมซุงเอง (Exynos แบบเดียวกับใน Galaxy S II รุ่นแรก) แต่เปลี่ยนมาใช้ SoC ของบริษัท Broadcom (BCM28155) แทน โดยซัมซุงไม่ได้ให้เหตุผลแต่อย่างใด
BCM28155 ประกอบด้วยซีพียู ARM Cortex-A9 1.2GHz ดูอัลคอร์, หน่วยประมวลผลวิดีโอ Broadcom VideoCore IV ดูอัลคอร์ และชุดชิปไร้สายของ Broadcom เอง (3G/Wi-Fi/GPS/NFC)
ที่มา - AnandTech via Android Authority
Richard Yu ผู้บริหารของ Huawei (คนเดียวกับที่บอกว่าแอปเปิลไม่มีนวัตกรรมแล้ว) ให้สัมภาษณ์กับ Engadget Chinese อีกว่าบริษัทของเขามีซีพียู Cortex-A15 แบบแปดคอร์อยู่ในมือแล้ว และวางขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซีพียูตัวนี้ในครึ่งหลังของปี 2013
ก่อนหน้านี้ Richard Yu เคยให้สัมภาษณ์ถึงชิปตัวใหม่ HiSilicon K3V3 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Cortex-A15 แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแปดคอร์หรือไม่ ตรงนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นชิปอีกตัวในซีรีส์เดียวกัน
ตอนนี้ Huawei เป็นบริษัทที่สองที่ออกมาพูดถึงชิปแปดคอร์ ถัดจากซัมซุงที่เปิดตัว Exynos 5 Octa ไปแล้ว
ที่มา - Engadget






