Amazon

App Engine รันบน Amazon EC2 ได้แล้ว

tags:

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ออกจะน่ากลัวสำหรับผู้ใช้ App Engine ของทางกูเกิลคือจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาต้องการย้ายซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นไปใช้งานกับผู้ใช้บริการอื่นๆ จากคำถามนี้ทำให้นักพัฒนา Chris Anderson ได้พัฒนา AppDrop โดยมีพื้นฐานจาก SDK ของทางกูเกิลเอง แล้วนำไปรันบน Amazon EC2

ข้อจำกัดของ AppDrop นั้นสูงกว่า App Engine ของกูเกิลอยู่มาก ประการสำคัญคือระบบฐานข้อมูลที่ใช้ไฟล์ปรกติแทนที่จะใช้ฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูงเช่น BigTable ของกูเกิล โดยนาย Anderson วางแผนว่าอาจจะมีการเขียน API สำหรับ BigTable เพื่อให้ใช้งาน MySQL ได้ในอนาคต

ที่มา - AppDrop, Waxy.Org

Amazon Web Service ล่ม เว็บที่ใช้บริการได้รับผลกระทบจำนวนมาก

tags:

บริการ Amazon Web Service (AWS) ที่ให้บริการพลังการประมวลผลแบบคิดเงินตามปริมาณการใช้งานจริงนั้นกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงที่รองรับผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นของแต่ละเว็บได้สูงมาก ประกอบกับความน่าเชื่อถือที่น่าจะสูงกว่าการดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง

แต่เมื่อวานนี้บริการหลายตัวของ AWS ก็เกิดล่มไป ทั้งบริการ S3 ที่ให้บริการเก็บไฟล์ และ EC2 ที่เป็นเหมือนบริการดูแลเซิร์ฟเวอร์ ทำให้บริการหลายตัวมีปัญหา เช่น Avatar ของทาง Twitter เป็นต้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นเป็นวงกว้่างว่าบริการ AWS นี้เชื่อถือได้มากเพียงใด และเป็นเรื่องดีหรือไม่ที่เว็บจำนวนมากไปพึ่งพิงกับบริการนี้

บริการรูปแบบเดียวกับของทาง Amazon นั้นยังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายในความสามารถที่ต่างกันออกไป เช่น MediaTemple ที่มีบริการ Grid Service ที่คิดค่าบริการตามการใช้งานจริงเช่นกัน

ที่มา - TechCrunch

Amazon เตรียมขายเพลง MP3 ไร้ DRM ทั่วโลก

tags:

Amazon ออกมาประกาศในวันนี้ว่าจะทำการเปิดตัว MP3 Store International ภายในปี 2008 นี้

สำหรับสาเหตุนั้น Amazon ได้ออกมาบอกว่าทางบริษัทได้รับอีเมลจากลูกค้ารอบโลกถามมาว่า เมื่อใด Amazon จะทำให้ลูกค้านอกสหรัฐซื้อเพลง MP3 ไร้ DRM ได้ …​ และเราก็ตื่นเต้นที่จะออกมาบอกว่าเรายินดีที่จะประกาศเปิดบริการ MP3 Store International ในปีนี้

ขณะนี้ Amazon MP3 Store มีคอเลคชั่นเพลงไร้ DRM ที่ใหญ่ที่สุดบนอินเทอร์เน็ต และสามารถเล่นได้บนเครื่องเล่นดนตรีพกพาได้ทุกเครื่องอย่างไม่มีปัญหา

ที่มา - MacRumors

ทุกค่ายเพลงยักษ์ไร้ DRM ที่ Amazon MP3 Store

tags:

New York Times รายงานว่าหลังจากที่โซนี่เคยประกาศที่จะเริ่มเข้าสู่วงการขายเพลงออนไลน์ไร้ DRM แล้ว ล่าสุดทางค่าย Sony BMG ได้ทำการเซ็นสัญญาการขายเพลงผ่าน Amazon MP3 Store แล้ว โดยทุกเพลงของค่ายจะเริ่มขายตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป

เมื่อสตีฟ จ็อปส์ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับความล้มเหลวของ DRM ในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่ายเพลงต่าง ๆ เริ่มออกมาประกาศจุดยืนของตัวเองในเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วยกับการขายเพลงไร้ DRM เนื่องจากเห็นว่าการมี DRM นั้นเป็นการทำร้ายตลาดและความรู้สึกของลูกค้ามากกว่าพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ขึ้นไปอีกขั้น

ข้อดีอีกข้อของไฟล์เพลงไร้ DRM ก็คือ ความสามารถในการเล่นบนเครื่องเล่นดนตรีพกพาได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อด, Zune, Creative Zen หรือแม้กระทั่งบนซีดี อีกทั้งยังไม่ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อมีการนำไปเล่นบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ทำให้การย้ายเพลงนั้นจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่งนั้นง่ายขึ้น

เป็นไปได้ว่าปีนี้อาจจะถึงจุดจบของ DRM จริง ๆ แล้วก็ได้ อาจจะต้องลองดูว่าร้านขายเพลงออนไลน์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง iTunes Store เมื่อไหร่จะมีการขายเพลงไร้ DRM จริง ๆ เสียที (ไม่นับ iTunes Plus ที่มีแต่เพลงของ EMI ขายเท่านั้น)

ที่มา - New York Times

Amazon ขาย Wii 17 เครื่องต่อวินาทีในปีนี้ (2007)

tags:

Amazon ได้ออกมาประกาศว่า พวกเขาสามารถทำการขายเครื่อง Wii ได้ถึง 17 เครื่องต่อวินาทีในปีนี้ (นับเฉพาะตอนที่มีเครื่องใน stock เท่านั้น)

แน่นอนว่า Wii สามารถทำกำไรให้กับ Amazon อย่างมากมายเลยทีเดียว คงไม่น่าแปลกใจที่ Wii ได้รับ Blognone Best of 2007 และกลายเป็นเครื่องเกมที่ไม่ต้องทำการโปรโมตก็สามารถขายได้

ที่มา - Gamasutra

Amazon เปิดบริการฐานข้อมูลแบบเก็บเงินตามการใช้งานจริง

tags:

บริการ SimpleDB นับเป็นบริการล่าสุดจากทาง Amazon ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของเว็บที่ต้องการสร้างเว็บที่เติบโตปริมาณผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที สามารถเลือกใช้งานได้ เช่นเดียวกับบริการในรูปแบบ Cloud Computing อื่นๆ ของทาง Amazon ที่ให้บริการที่สามารถขยายตัวไปตามความต้องการได้ในทันที เช่น EC2 หรือ S3

โดยทั่วไปแล้ว SimpleDB จะมีการใช้งานที่ใกล้เคียงกับ SQL ตามปรกติ ที่ต่างออกไปคือการทำ Query ต้องอยู่บนตารางเดียวเท่านั้น และสามารถใช้ Expression ได้เพียงพื้นฐาน แต่มีข้อดีคือการเพิ่มขนาดของ SimpleDB นั้นทำได้ค่อนข้างง่าย แม้ในช่วงนี้จะเป็นรุ่นทดสอบ และทาง Amazon จะจำกัดขนาดตารางไว้ที่ 10 กิกะไบต์ แต่ก็มีแผนว่าข้อจำกัดนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ที่สำคัญที่สุดคือไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ โดย SimpleDB จะเก็บเงินตามปริมาณซีพียูที่ใช้งาน ปริมาณการส่งข้อมูลเข้าออก และปริมาณข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล

ถ้าเว็บเล็กๆ ที่ต้องการเตรียมตัวเผื่อบางวันจะมีคนเข้าเยอะๆ ก็น่าสนใจ แต่ผมเคยคำนวณราคาแล้วมันก็แพงกว่าตั้งเซิร์ฟเวอร์เองอยู่พอตัวเหมือนกันนะ

ที่มา - Amazon

ลาก่อน DRM ... MP3 รีเทิร์น!

tags:

เมื่อปี 2004-2005 ช่วง Superbowl ในสหรัฐอเมริกา แป๊ปซี่จะออกโปรโมชั่นร่วมมือกับ iTunes โดยการแจกเพลงฟรีจากการแจก Redeem Code ใต้ฝา ปีนี้แป๊ปซี่ก็ได้ออกโปรโมชั่นใหม่เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้แป๊ปซี่จะทำการแจก MP3 (ไร้ DRM) ผ่านทาง Amazon MP3 Store แทน

ในขณะนี้โซนี่เองก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะเริ่มขายเพลงในรูปแบบของ MP3 แทน ทำให้ “เดอะบิ๊กโฟว์” ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ Warner เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนการในการขายเพลง MP3 แต่อย่างใด โดยปัจจุบันหากรวมโซนี่แล้วทั้ง EMI และ Universal Music Group เริ่มที่จะขายเพลงในรูปแบบ MP3 แทน

Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3 ฟอร์แมตที่ทุกเครื่องเล่นเพลงสนับสนุนและไร้ DRM … Wal-Mart ได้ประกาศ “ขู่” ค่ายเพลงว่าหากค่ายเพลงใดก็ตามที่ไม่เปลี่ยนมาขายเพลงฟอร์แมต MP3 ทาง Wal-Mart จะดึงเพลงที่เป็น WMA (ที่มาพร้อมกับ DRM) ออกจากระบบทั้งหมด

ดูเหมือนใกล้จะถึงจุดจบของ DRM ในสหรัฐเต็มที ขนาดนี่ไม่นับรวมผู้ขายเพลงหลัก ๆ อีกเจ้าเช่น iTunes ที่เริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือวง Radiohead ที่เริ่มเปิดให้โหลดเพลงตามอัธยาศัยของผู้ซื้อ

คงพูดได้ว่านี่เป็นการกลับมาของฟอร์แมต MP3 เลยทีเดียว หลังจากที่มีการเปลี่ยนไปเป็น WMA, AAC, OGG และอื่น ๆ สาเหตุก็หนีไม่พ้น “ความเป็นกลาง” ของฟอร์แมตนี้ที่ไม่ว่าเครื่องเล่นเพลงจากค่ายไหนก็เล่นได้หมด และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ “ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM”

ค่ายเพลงไทยว่าไงครับ?

ที่มา - C|net

Kindle จาก Amazon ขายของหมด-ฮิตเกินคาด

tags:

แม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มามากเกี่ยวกับ Kindle อุปกรณ์อ่านหนังสือพกพาอิเล็กโทรนิกส์ก็ตาม ล่าสุดดูเหมือนว่าเจ้า Kindle จะมาแรงกว่าที่หลาย ๆ คนคิดไว้

Amazon เริ่มขาย Kindle ในราคา 399 ดอลลาร์หรือประมาณ​ 13,000 บาทตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ตอนนี้ขายหมดซะแล้ว กลายเป็นของขาดตลาดไปอย่างรวดเร็วราว ๆ กับสมัย Wii, เพลย์สเตชั่น 3 หรือไอโฟนเลยทีเดียว

Kindle จะออกวางขายอีกรอบวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ลูกค้าที่สนใจควรจะสั่งซื้อเพื่อที่จะ “จองคิว” ล่วงหน้า

ก่อนหน้านี้หลาย ๆ บริษัทที่พยายามจะทำอุปกรณ์ E-book ทั้งหลายรวมถึงโซนี่นั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร มาถึงตอนนี้ก็คงพูดไม่ได้แล้วว่า Kindle ไม่ประสบความสำเร็จ

แม้ว่าจอภาพของ Kindle ยังจะเป็นขาวดำและไม่มี Backlight ก็ตาม แต่แบตเตอรี่ของมันสามารถใช้ได้นานประมาณหนึ่งอาทิตย์ Amazon ได้ออกมาคอนเฟิร์มว่าซักวันเราคงจะได้เห็น Kindle จอสีอย่างแน่นอน

ที่มา - CNET News

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Amazon Kindle

tags:

จากข่าว Amazon เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อ่าน eBook ทำให้วันนี้เว็บจำนวนมากพูดถึงกันแต่เรื่องนี้ครับ

รายละเอียดของ Kindle เพิ่มเติมจากข่าวต้นฉบับ

  • ถึงจะโฆษณาว่าอ่านบล็อกได้ แต่ไม่ใช่ผ่าน RSS มีเฉพาะบล็อกดังๆ ที่ทาง Amazon ไปทำสัญญาไว้เท่านั้น (มีเรื่องส่วนแบ่งรายได้มาเกี่ยวข้อง)
  • ฟอร์แมตที่ใช้สำหรับ e-Book เป็นฟอร์แมตของ Kindle เอง (ซึ่งพัฒนาจาก HTML) แต่ก็สนับสนุน Word, PDF, HTML, txt แต่ไม่มี RTF
  • หน่วยความจำใช้ SD ธรรมดา ไม่ใช่ SDHC
  • บัญชีผู้ใช้ Amazon สามารถใช้กับ Kindle หลายเครื่องได้ (ในข่าวบอกว่า 5-6 เครื่อง) ไม่มีระบบล็อกว่าห้ามอ่านพร้อมกัน ดังนั้นถ้าที่บ้านมี Kindle มากกว่าหนึ่งเครื่อง สามารถซื้อหนังสือครั้งเดียว แล้วอ่านพร้อมกันได้
  • Amazon ได้ออก Digital Text Platform สำหรับคนอยากขายหนังสือบน Kindle
  • ราคาหนังสือมาตรฐาน 9.99 ดอลลาร์ แต่ถ้าเป็นหนังสือเก่าจากโครงการ Gutenberg (ซึ่งลิขสิทธิ์หลุดแล้ว) ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ดอลลาร์

สำหรับคนที่สนใจอยากซื้อ Engadget ได้เครื่องมาลองและรีวิวไปบ้างแล้ว ว่าแต่มันใช้กับเมืองไทยได้รึ?

ที่มา - Engadget

Amazon เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อ่าน eBook

tags:

นิตยสาร Newsweek รายงานเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ตัวใหม่่ที่กำลังจะออกมาชื่อ “Kindle” ที่จะเปิดตัวที่ราคา 399 ดอลลาร์ (เทียบเท่า iPod touch หรือ iPhone)

อุปกรณ์ตัวนี้ได้ชื่อว่าจะเป็น “ไอพ็อดแห่งโลกของคนรักการอ่าน” โดย Kindle นี้จะไม่เหมือนกับสินค้าอื่น ๆ ที่มีในตลาดอยู่แล้ว ด้วยเทคโนโลยี EV-DO และ WiFi ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อและดาวน์โหลดหนังสือดิจิตอลกว่า 88,000 เล่มในช่วงเปิดตัว แน่นอนที่สุด อุปกรณ์ตัวนี้ยังสามารถทำให้ผู้ใช้เลือกบอกรับบล็อกและหนังสือพิมพ์หรือข่าวต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้วความสามารถอื่น ๆ ก็เป็นการรวมเว็บบราวเซอร์, อีเมล, ความสามารถในการอ่านไฟล์ Word และ PDF นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกได้แก่:

  • มีคีย์บอร์ดในตัว
  • แบตเตอรี่ที่สามารถใช้ติดต่อกันได้ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่ 2 ชั่วโมง
  • น้ำหนักประมาณ​300 กรัม
  • จอภาพขนาดประมาณ​4.9 x 7.5 x 0.7 นิ้วที่มีความละเอียด 800x600 พิกเซล
  • ช่องใส่ SD การ์ด
  • USB 2.0
  • ใช้เทคโยโลยี E Ink
  • เปลี่ยนขนาดฟอนท์ได้
  • สามารถจุหนังสือได้กว่า 200 เล่ม
  • สามารถหาหนังสือได้เพียงแค่มีชื่อหรือคำพูดในเรื่อง
  • มีช่องเสียบ Headphone Minijack

ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ตลาดของผู้อ่านหนังสือดิจิตอลหรืออีบุ๊คส์นั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเสียเท่าไหร่ แต่อุปกรณ์ตัวนี้มีความสามารถทับซ้อนกับอุปกรณ์ในตลาดอื่น ๆ เช่นการเปิดเว็บหรืออีเมล

Kindle คาดจะเปิดตัววันจันทร์ที่จะถึงนี้ ใครอยากเห็นรูปดูได้ที่นี่ครับ

ที่มา - MacRumors

สิทธิบัตร 1-Click กำลังถูกถอดถอน?

tags:

Amazon นั้นมีสิทธิบัตรที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากอยู่อันหนึ่งนั่นคือ 1-Click ที่ให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในการคลิกเพียงครั้งเดียว โดยสิทธิบัตรนี้เคยเป็นอาวุธให้กับ Amazon ในการต่อสู่กับคู่แข่งเช่น Barnes & Noble มาแล้ว และส่งผลให้ต้องมีการทำข้อตกลงกันนอกศาลไป

แต่ในวันนี้คณะกรรมการได้ตัดสินให้ยกเลิกการกล่าวอ้างของทาง Amazon ไปเกือบทั้งหมด และส่งสิทธิบัตรกลับไปยังขั้นตอนการพิจารณาใหม่อีกครั้ง โดยยังมีกระบวนการในขั้นต่อไปอีกมาก แต่ตอนนี้ก็นับได้ว่าสิทธิบัตรนี้ค่อนข้างสั่นคลอนสมควร

ผมเคยอ่านเรื่องของ 1-Click ครั้งแรกในหนังสือ IT Management สมัยเรียนปริญญาตรี นับว่าเป็นสิทธิบัตรที่ค่อนข้างคลาสสิคและสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ถือครองได้ค่อนข้างสูงมาก การที่สิทธิบัตรนี้ถูกยกเลิกคงเรียกได้ว่าเป็นการสะเทือนวงการอีคอมเมิร์ซทีเดียว

ที่มา - C|Net

Amazon ขายเพลง MP3 ไร้ DRM แถมถูกกว่า iTunes Store

tags:

Amazon เปิดร้านขายเพลงออนไลน์สู้ iTunes Store และ Wal-Mart เพลงที่ขายเป็นฟอร์แมต MP3 ไม่มี DRM ใช้อัตราการบีบอัดที่ 256kbps โดยคิดราคาเพลงละ 99 เซนต์เท่านั้น ซึ่งถูกกว่า iTunes (256kbps แบบ AAC) ที่ราคา 1.29 เหรียญ

ที่ไม่ธรรมดายิ่งขึ้นคือเพลงฮิต 100 อันดับแรกราคาจะลงไปอีกหน่อยเหลือ 89 เซนต์ และถ้าซื้อยกอัลบั้ม 100 อันดับแรกคิดอัลบั้มละ 8.99 เหรียญ การดาวน์โหลดถ้าซื้อแยกเพลงสามารถใช้เว็บเบราว์เซอร์ได้โดยตรง แต่ถ้าซื้อยกอัลบั้มจำเป็นต้องใช้โปรแกรมพิเศษของ Amazon ซึ่งตอนนี้มีเฉพาะบนวินโดวส์กับแมค ส่วนบนลินุกซ์จะตามมาเร็วๆ นี้

เพลงที่ขายมาจาก 2 ค่ายยักษ์ที่ไม่เอา DRM นั่นคือ EMI และ Universal (ยังขาด Sony BMG กับ Warner ซึ่งมีขายใน iTunes แต่ติด DRM) ที่เหลือเป็นค่ายระดับกลางและเล็กอีกกว่า 20,000 ราย

ที่มา - Ars Technica

Amazon.com กำไรไตรมาสสองพุ่งสามเท่าตัว

tags:

หนึ่งในธุรกิจที่รอดจากฟองสบู่ดอตคอมในยุคแรกมาได้อย่าง Amazon.com ยังคงแสดงความแข็งแกร่งในโลกธุรกิจต่อไปเมื่อมีการประกาศผลกำไรไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วกว่าสามเท่าตัว

กำไรของ Amazon.com ในไตรมาสที่สองประจำปีนี้อยู่ที่ 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 22 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ส่วนรายได้สุทธินั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จาก 2.14 พันล้านดอลลาร์เป็น 2.88 พันล้านดอลลาร์ ที่น่าสนใจคือยอดขายอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์นั้นเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 55 เป็น 970 ล้านดอลลาร์แล้ว

ทาง Amazon.com เชื่อว่าไตรมาสที่สามนี้ยอดขายน่าจะเกิน 3 พันล้านดอลลาร์ไปได้

ที่มา - PhysOrg

Amazon เปิดร้านเพลงออนไลน์ไร้ DRM

tags:

หลังจากเป็นข่าวลือมานาน Amazon ก็เปิดตัวบริการเพลงออนไลน์อย่างเป็นทางการแล้ว ที่สำคัญคืองานนี้มีแต่ MP3 อย่างเดียวเท่านั้นไม่มีไฟล์อย่างอื่นเจือปน

งานนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากทางค่าย EMI ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะขายเพลงแบบไม่มี DRM ไปก่อนหน้านี้ แต่การประกาศตัวว่าจะขายเฉพาะเพลงที่ไม่มี DRM ทำให้ทาง Amazon ไม่สามารถขายเพลงจากค่ายอื่นๆ ได้มากเท่าทาง iTunes ผู้ครองตลาดรายใหญ่ที่กำลังพยายามกดดันค่ายเพลงในมือให้ยกเลิกการใช้ DRM เช่นกัน

วันก่อนเห็นแผ่นนิโคลแล้วอยากซื้อนะ แต่แผ่นอัสนี-วสันต์ ยังหลอนผมไม่หาย เลยขอบายดีกว่า

ที่มา - Amazon.com

Amazon เข้าซื้อ DPReview

tags:

แหล่งข่าวกล้องดิจิตอลที่ใหญ่และน่าเชื่อถือที่สุดอันหนี่งได้ถูกเข้าซื้อจาก Amazon ร้านค้าปลีกบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว หลังจากที่สยายปีกเข้าไปในธุรกิจอื่นๆ ค่อนข้างมาก ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่ Amazon เริ่มแสดงตัวว่าจะบุกเข้าตลาดข่าว

Amazon ระบุว่าคนของ Amazon นั้นเป็นแฟนของ DPReview มายาวนานและยินดีที่จะได้ร่วมงานกันในที่สุด ส่วนทาง DPReview เองก็ระบุว่าการเข้ามาของ Amazon จะทำให้การเพิ่มความสามารถของเว็บทำได้อย่างเต็มที่ โดยทีมงานเดิมจะสามารถมุ่งหน้าผลิตเนื้อหาได้เต็มเวลากว่าเดิมต่อไป

Blognone ขอผมกับ mk คนละล้านอย่างน้อยนะครับ :P

ที่มา - DPReview.com

Site Search

 
Web blognone.com

User login