Tags:

กูเกิลร่วมมือกับ Intergovernmental Panel on Climate Change นำข้อมูลการคาดการณ์ของ IPCC ว่าโลกในปี 2100 หลังจากเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) มาใส่ลงใน Google Earth ให้เห็นภาพ

ความร่วมมือครั้งนี้เพื่อเตรียมรับการประชุม United Nations Climate Change Conference Copenhagen 2009 (COP15) ที่เดนมาร์กในเดือนธันวาคมนี้

ใครมี Google Earth ก็ไปดาวน์โหลดแผนที่มาดูเล่นกันได้ที่ Google COP15 ถ้าขี้เกียจเปิด Google Earth แต่ใช้ Windows/Mac ก็ดูผ่าน Google Earth Browser Plugin ได้เช่นกัน ถ้าขี้เกียจทุกอย่างหรือใช้ลินุกซ์ มีวิดีโอหนังตัวอย่าง พากย์โดยอัล กอร์ ให้ดูด้านใน

ที่มา - smh.com.au

Tags:

ภารกิจแรกของการส่งยานสำรวจ CO2 ของนาซ่าล้มเหลวเหตุจากจรวดทำงานผิดปกติ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปัญหาเกิดจากเปลือก(fairing)ที่หุ้มดาวเทียมตรงหัวจรวดล้มเหลวในการแยกตัว หากผลการตรวจสอบได้รับการยืนยันเราคงจะสูญเสียภารกิจนี้ไป

Tags:

Enterprise Rent-A-Car (ERAC) ลูกค้ารายใหญ่ของ Wyse คว้ารางวัลผู้นำไปปฏิบัติยอดเยี่ยมด้านกรีนไอที (“Best Practices in Green IT”) จัดโดย IDG Computerworld รางวัลนี้คัดสรรและชื่นชมผู้ริเริ่มและผู้นำที่ผลักดันให้แนวร่วมกรีนไอทีเคลื่อนไปข้างหน้า หัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาได้แก่

• ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Green Computing • การนำมาปฏิบัติยอดเยี่ยมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ • กรีนไอทีในดาต้าเซ็นเตอร์ • การลดความซับซ้อนเพื่อเพิ่มกรีนไอที • ผู้นำไอทีที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยการผลักดันนโยบายกรีนไอทีให้เป็นความรับผิดชอบขององค์กร

อุปกรณ์ Thin Client รุ่นต่าง ๆ ที่แสนประหยัดพลังงานจาก Wyse และ นโยบาย “Go Green” เป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยให้ ERAC ชนะรางวัลนี้ น่าตื่นเต้นมากที่ Wyse สามารถกลายเป็นผู้นำด้านกรีนไอทีและช่วยให้บริษัทอื่น ๆ ดำเนินการด้านกรีนไอทีมากขึ้น

ที่มา : ComputerWorld

Tags:

นักสำรวจพบว่าฤดูร้อนของ Antarctica ที่ผ่านมา มีลูกเพนกวินแข็งตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในตอนกลางวันซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็ง เกิดฝนตกอย่างหนัก ทำให้ลูกเพนกวินที่ยังไม่มีขนที่สามารถกันน้ำได้เปียกโชก เมื่อกลางคืนมาเยือน อุณหภูมิจะต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้ลูกเพนกวินที่ยังคงเปียกอยู่แข็งตาย

และแน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งก็เกิดจากภาวะโลกร้อน (อีกแล้ว)

เพราะฉะนั้นก็ช่วยกันลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกกันด้วยนะครับ

ที่มา National Geographic

Tags:

ปรกติแล้วในบ้านเราภาษีรถยนต์จะคิดตามขนาดกระบอกลูกสูบและจำนวนที่นั่งเป็นหลัก แต่ออสเตรียกำลังเริ่มนำร่องการช่วยปัญหาโลกร้อนด้วยการลดภาษีให้กับรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร และไนโตรเจนออกไซด์น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร ส่วนรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 180 กรัมต่อกิโลเมตรนั้นจะถูกปรับเป็นเงิน 25 ยูโรต่อคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งกรัมที่ปล่อยเกินมาตรฐาน

นอกจากนี้แล้วเทศบาลเมืองเวียนนายังมีนโยบายสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเงิน 1,000 ยูโรต่อคันอีกด้วย

ที่มา - PhysOrg

Tags:

การวิจัยที่ผ่านๆ มาพบว่าพืชและสัตว์หลายสปีชีส์ค่อยๆ ย้ายถิ่นฐานเข้าใกล้ขั้วโลกมากขึ้น

ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์พบว่าพืชต่างๆ กำลังย้ายถิ่นฐานขึ้นสู่ที่สูงอย่างช้าๆ เพื่อจะได้เติบโตในอุณหภูมที่เหมาะสม โดยมีอัตราเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ฟุตต่อปี

และเนื่องจากพืชแต่ละสปีชีส์มีอัตราการเขยิบขึ้นที่สูงไม่เท่ากัน นักวิจัยจึงเกรงว่านี่อาจทำให้ระบบนิเวศน์เกิดการเปลี่ยนแปลง

ที่ว่าพืชเขยิบขึ้นไปก็หมายถึงว่าพืชที่เคยอยู่ข้างล่างจะค่อยๆ ตาย ส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปก็ค่อยๆ ขยายพันธุ์ขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆ ไม่ใช่มันเดินขึ้นไปหรอกนะ

แล้วเราล่ะ จะอพยพตามมันไปมั้ย...

ที่มา National Geographic

Tags:

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และในปีนี้นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่ามีโอกาสครึ่งครึ่งที่เราจะพบว่าที่จุดขั้วโลกเหนือจะมีช่วงเวลาที่กลายเป็นทะเลเปิดโดยไม่มีน้ำแข็งปกคลุมคามปรกติ

น้ำแข็งชั้วโลกมีการละลายอยู่เป็นเรื่องปรกติ แต่การละลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในปีที่แล้วทะเลเปิดนั้นห่างออกไปจากจุดขั้วโลกเหนือเพียง 700 ไมล์เท่านั้น และในปีนี้หากสภาพอากาศและลมเป็นใจแล้ว เราก็อาจจะมีโอกาสได้เห็นทะเลเปิดเข้าไปถึงจุดขั้วโลก

ในเว็บที่มาที่ข้อมูลแสดงพื้นที่น้ำแข็งที่เก็บจากดาวเทียมมาให้ดูกันว่าภาพที่น้ำแข็งกำลังลดลงนั้นเป็นอย่างไรด้วยครับ

ที่มา - The Independent

Tags:

เป็นที่ทราบกันว่า ปริมาณน้ำแข็งที่ขั้วโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลนั้น มีความหนาลดลงทุกปี ตามอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น

นักวิจัยจาก National Snow and Ice Data Center มหาวิทยาลัย Colorado ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ฤดูร้อนในปีนี้มีโอกาสเป็นไปได้ที่น้ำแข็งบนขั้วโลกเหนือจะละลายจนหมด เนื่องจากชั้นน้ำแข็งที่เคลือบผิวหน้าทะเลเอาไว้บางลงมากเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นผลเนื่องมาจากปรากฏการณ์ Arctic Oscillation ทำให้อัตราการไหลของน้ำแข็งขั้วโลกลงสู่ทะเลเร็วขึ้น เหลือเพียงชั้นน้ำแข็งบาง ๆ อายุ 1 ปีเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมจากภาพถ่ายดาวเทียมของ NASA ในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าน้ำแข็งที่ล้อมรอบขั้วโลกเหนือนั้นลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องน้ำแข็งขั้วโลกก็แสดงความเป็นห่วงว่า โอกาสที่น้ำแข็งขั้วโลกเหนือจะละลายหมดมีถึง ครึ่งต่อครึ่ง หรือแม้แต่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ประมาณการณ์แบบอนุรักษ์นิยมแล้วก็ยังให้โอกาสในการเกิดปรากฏการณ์นี้ถึง 1 ใน 4

และแม้ว่าปรากฏการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ก็ตาม เราก็อาจจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้อยู่ดี

ขอตัวไปปิดไฟก่อนครับ

ที่มา Physorg

Tags:

ปัญหาโลกร้อนที่เราพยายามลดการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั้น เป็นที่รู้กันมานานว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐฯ ครองแชมป์ประเทศที่ปล่อยคาร์บอนสูงสุดมาเป็นเวลานาน แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนก็ทำให้ปี 2007 ที่ผ่านมา จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ไปได้ในที่สุด

ปี 2007 ที่ผ่านมาจีนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศร้อยละ 24 ของปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งโลก ขณะที่สหรัฐฯ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 21 สหภาพยุโรปนั้นตามมาเป็นอันดับสามที่ร้อยละ 12 ส่วนอันดับสามและสี่นั้นคือ อินเดียและรัสเซียที่ร้อยละ 8 และร้อยละ 6 ตามลำดับ

แม้ตัวเลขนี้อาจจะทำให้จีนดูเป็นผู้รับผิดชอบต่อสภาวะโลกร้อนมากดูพอควร แต่เมื่อเทียบการปล่อยคาร์บอนต่อคน โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันปล่อยคาร์บอนปีละ 19.4 ตันต่อคน ขณะที่ชาวจีนนั้นปล่อยคาร์บอนกันปีละ 5.1 ตันต่อคนเท่านั้น

ที่น่าสนใจคือสภาวะน้ำมันแพงในปีที่ผ่านมากดดันให้ชาวยุโรปลดการปล่อยคาร์บอนลงร้อยละ 2 แต่ชาวอเมริกันนั้นยังใช้มีอัตราการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นในปีที่แล้วไปอีกร้อยละ 1.8

ที่มา - PhysOrg

Tags:

ในการประชุม European Geosciences Union (EGU) ที่จัดขึ้นในกรุงเวียนนา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการเสนอผลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่มีต่อภาวะความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำทะเล

กลุ่มนักวิจัยภายใต้โครงการ European Collaborative Research (EUROCORE) ได้เสนอข้อมูลความเป็นกรดของทะเลที่เพิ่มมากขึ้น 30% นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา จาก pH 8.2 เป็น 8.1 (เป็นกรดมากขึ้น) ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณก๊าซ CO2 ที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งความเป็นกรดระดับนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง 35 ล้านปีที่ผ่านมา

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานความเสียหายที่เกิดจากระดับความเป็นกรดของน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ตาม แต่ก็มีความกังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อสาหร่ายทะเล และแพลงก์ตอนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบห่วงโซ่อาหารในทะเล และความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้นนี้จะชลอการแข็งตัวของเปลือกของสัตว์ทะเล และปะการังต่าง ๆ ที่อยู่ตามชายฝั่งซึ่งที่สุดแล้ว ก็จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ทั้งในด้านแหล่งอาหาร และภัยธรรมชาติ

มีการคาดการณ์ว่า pH ของน้ำทะเลจะลดลงอีก 0.4 ภายในสิ้นศตวรรษนี้

คณะผู้วิจัยกล่าวว่าหนทางแก้ไขปัญหานี้ สามารถทำได้โดยลดปริมาณ CO2 ที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศ

ที่มา Physorg

Tags:

ประเทศนอรเวย์มีการตรากฏหมายภาษีคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 1991 ทำให้บริษัทจำนวนมากต้องพบกับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อมีการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศจากก๊าซที่มีคาร์บอนปนเปื้อนมา ทำให้แท่นขุดเจาะน้ำมัน Sleipner บริเวณทะเลเหนือตัดสินใจติดตั้งเทคโนโลยีใหม่กลับลงใต้พื้นโลกในความลึกหนึ่งกิโลเมตรแทนการปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ

มีการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มาตั้งแต่ปี 1996 และหลังจากครบรอบ 12 ปีมานี้อุปกรณ์ชุดนี้ทำหน้าที่อัดคาร์บอนกลับลงใต้พื้นโลกไปแล้วกว่า 10 ล้านตัน คิดจากภาษีคาร์บอนล่าสุดที่ 66 ดอลลาร์ต่อตันแล้วแท่นขุดเจาะนี้ประหยัดภาษีไปได้กว่า 600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณสองหมื่นล้านบาท) หักลบกลบหนี้กับการลงทุนแล้วก็น่าจะคุ้มค่าดีไม่น้อย

อย่างไรก็ตามคาร์บอนจากการปั่นไฟบนแท่นและจากกระบวนการผลิตน้ำมันอื่นๆ ก็ยังคงปล่อยคาร์บอนในอัตรา 900,000 ตันต่อปี พอๆ กับที่แท่นขุดเจาะสามารถอัดกลับลงสู่ใต้ดินได้

แนวทางการเก็บกักคาร์บอนลงสู่ใต้ดินเป็นแนวทางที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่มากว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลในอนาคตได้

ที่มา - PhysOrg

Tags:

อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่าปัญหาโลกร้อนนั้นแก้ได้โดยการลดปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งนอกจากการลดการใช้พลังงานที่กระบวนการผลิตมีการปล่อยคาร์บอน (เช่นไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน หรือรถยนต์แบบปรกติ) เรายังสามารถเลือกที่จะเก็บกักคาร์บอนเหล่านั้นไม่ให้ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย และด้วยแนวคิดนี้ นักวิจัยที่ Wyoming's Soft Materials Laboratory ได้สร้างเทคโนโลยีในชื่อว่า Carbon Filter Process และได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยลงในวารสาร Industrial & Engineering Chemistry Research

แนวทางการกรองคาร์บอนจากปล่องควันนั้นมีการนำเสนอมานานแล้ว แต่ปัญหาหลักคือตัวกรองเหล่านี้มักต้องการความดันที่ค่อนข้างสูง ทำให้ต้องการแรงอัดในปล่องควันมากกว่าปรกติ เทคนิคใหม่ที่มีการนำเสนอนี้ใช้แรงดันต่ำกว่าเดิม, มีต้นทุนที่ต่ำโดยประมาณ 40-50 ดอลลาร์ต่อตัน, และทำงานได้ที่อุณหภูมิปรกติ แต่ให้ผลที่ดีถึงร้อยละ 90

เทคโนโลยีตัวนี้มีการจดสิทธิบัตรไปแล้วตั้งแต่ปี 2007 น่าสนใจว่าโลกธุรกิจจะเลือกแนวทางนี้หรือเลือกไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ มากกว่ากัน แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าเป็นทางไหนหากมันดีต่อสิ่งแวดล้อมก็คงไม่ต่างกันมาก

ที่มา - PhysOrg, ACS (รายงานฉบับเต็ม), Confex (สิทธิบัตร)

Tags:

Phil Edwards และ Ian Roberts นักวิจัยของ London School of Hygiene and Tropical Medicine ได้ชี้ให้เห็นว่าประชากรที่มีภาวะน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน อาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น จากการทำให้ความต้องการอาหาร และพลังงานเพิ่มมากขึ้น

นักวิจัยทั้งสองคนนี้ชี้ให้เห็นว่าคนทั่วไปต้องการพลังงานในการดำรงชีวิตประมาณ 2510 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่คนอ้วนต้องการพลังงานถึง 2960 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 18 % โดยพลังงานที่ต้องการมากกว่า หมายถึงปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการทำการเกษตรมากขึ้น เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น (20 % ของก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคเกษตรกรรม) ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น

นอกจากนี้น้ำหนักที่มากของคนอ้วนยังส่งผลโดยตรงต่อภาคการขนส่ง เพราะยานพาหนะต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นเช่นเดียวกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปัจจุบันมีคนอย่างน้อย 400 กว่าล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะอ้วน (BMI > 30) และในปี 2015 ประชากร 2,300 ล้านคนจะอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) โดย 700 ล้านคนในนั้นจะอยู่ในภาวะอ้วน

ว่าแล้วก็ไปออกกำลังกาย และลดการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่์กันดีกว่า

ที่มา - YAHOO! NEWS, The Lancet (ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าอ่าน)

หมายเหตุ BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือค่าที่คำนวณโดยการเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อเมตรยกกำลังสอง (คำนวณออนไลน์ได้ที่ NHBI) ค่าปกติคือ 18 - 25 สำหรับคนตะวันตก และ 18 - 23 สำหรับคนเอเชีย

Tags:

Enel ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศอิตาลี ได้ตัดสินใจดัดแปลงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของตัวเอง ในเมือง Civitavecchia จากการใช้น้ำมันเป็นการใช้ถ่านหิน ทำให้สัดส่วนของการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินของบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 50% และเพิ่มอัตราส่วนของทั้งประเทศ จาก 14% เป็น 33% ด้วยเหตุผลว่าราคาของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติทีจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย

ถ่านหิน เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ขึ้นชื่อว่า ก่อให้เกิดมลภาวะมากเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ โดยการปล่อยก๊าซ sulfur dioxide, nitrous oxide และ CO2 ที่เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แม้ว่าจะมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนขึ้นมาเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ก็ยังอยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งยังไม่สามารถรับรองผลในการใช้กับโรงงานขนาดใหญ่ได้ และมีต้นทุนที่สูงจนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ก็ยังมีการคาดการณ์แบบหวังน้ำบ่อหน้าว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ได้จริงในปี 2015-2020 ซึ่งหน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อมได้แสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะช้าเกินไป

นอกจากภาระด้านเทคโนโลยีในการลดการปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศแล้ว การสร้างพื้นที่สำหรับกักคาร์บอนเอาไว้ใต้ดิน และการป้องกันการรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยุโรปต้องหันกลับมาใช้ถ่านหินอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายการไม่สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์มากกว่า

นอกจากประเทศอิตาลีแล้ว ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ยังมีโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่รอเปิดตัวอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง

ที่มา NYTimes, blognone

Tags:

Google ได้ทำการเปลี่ยนสีของหน้าเว็บเพจ Google เป็นสีดำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงโครงการประหยัดพลังงานซึ่งจะมีขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีชื่อโครงการว่า "Earth Hour"

โดย Google ได้มีแผนเชิญชวนให้ทุกคนทั่วโลกร่วมปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในวันที่ 29 มีนาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 20.00-21.00 น. หากใครที่เข้า Google ก็จะพบว่า Google ได้เปลี่ยนเว็บเพจเป็นสีดำ และใช้ถ้อยคำเชิญชวนว่า "เราปิดไฟแล้ว คราวนี้ถึงทีคุณบ้าง"

และทาง Google ก็ได้มาชี้แจงรายละเอียดถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด Google จึงจะไม่เปลี่ยนเว็บเพจเป็นสีดำตลอดไป หากใครสนใจโครงการ Earth Hour สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่มา และอย่าลืมปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตามเวลาดังกล่าว

ที่มา - Google Earth Hour