Tags:
Node Thumbnail

No Time to Die ภาพยนตร์ในชุดสายลับเจมส์ บอนด์ 007 ลำดับที่ 25 ซึ่งเดิมกำหนดฉายทั่วโลกเดือนเมษายน 2020 แต่เลื่อนออกไปจากการระบาดของโควิด-19 (BrandInside: ข่าวเก่า) เป็นปลายปี 2020 และประกาศเลื่อนอีกครั้งเป็นเมษายน 2021 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น ล่าสุดหนังได้เลื่อนกำหนดฉายอีกครั้งเป็นตุลาคม 2021 แต่ด้วยสาเหตุที่ต่างออกไป

มีรายงานว่าโนเกีย หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์ No Time to Die ได้ขอให้มีการถ่ายทำซ่อมในฉากที่มีสมาร์ทโฟนโนเกียปรากฏอยู่ เพื่อให้เป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด มากกว่ารุ่นที่ใช้ขณะถ่ายทำครั้งแรก ซึ่งเป็นรุ่นที่กำหนดวางขายในปี 2020 ผลดังกล่าวทำให้ภาพยนตร์ต้องเลื่อนกำหนดการฉายออกไปอีกครั้ง

Tags:
Node Thumbnail

No Time to Die จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายในบท James Bond ของ Daniel Craig แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวนักแสดงคนใหม่ที่จะมารับบท Bond คนต่อไป (มีการคาดกันว่า Bond อาจจะตายในภาคนี้) ขณะที่ Largo.ai บริษัทพัฒนา AI สำหรับวิเคราะห์ภาพยนตร์ได้พัฒนาอัลกอริทึม ML เพื่อวิเคราะห์หานักแสดงที่เหมาะจะเป็น Bond คนต่อไป ก่อนจะที่ผลจะออกมาเป็น Henry Cavil จาก Man of Steel และซีรีส์ The Witcher

Largo ใช้ ML วิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณสมบัติของ Bond และนักแสดงชาวอังกฤษที่เหมาะสมและน่าจะได้รับเสียงตอบรับจากคนดู โดย Henry Cavil นำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 92.3% ตามมาด้วย Richard Armitage (รับบท Thorin ใน The Hobbit) ที่ 92% และ Idris Elba (รับบท Heimdall ใน MCU และ Stacker Pentecost ใน Pacific Rim)

Tags:
Node Thumbnail

หลังแพลตฟอร์มภาพยนตร์จากบริษัทไอทีเริ่มเป็นที่แพร่หลายและประสบความสำเร็จ จึงไม่น่าเป็นเรื่องแปลกใจหากมีข่าวว่า บริษัทอย่างแอปเปิลและ Amazon ที่ล้วนต่างมีแพลตฟอร์มภาพยนตร์วิดีโอของตัวเอง จะลงมาช่วงชิงลิขสิทธิ์ในแฟรนไชส์ 007 James Bond

ข่าวลือนี้ออกมาจาก The Hollywood Reporters หลังลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่าย James Bond ของ Sony Pictures หมดลงไปในปี 2015 กับภาค Spectre ซึ่งทั้งแอปเปิลและ Amazon ได้เข้ามาแข่งกับ Warner Bros., Sony, Universal และ Fox ที่พยายามซื้อสิทธิ์จาก Metro-Goldwyn-Mayer (MGM) ผู้ถือสิทธิ์ โดย Warner Bros. และ Sony ดูจะเอาจริงเอาจังในดีลนี้มากที่สุด