ผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งของกูเกิลที่สร้างความขัดแย้งอย่างมากคือ Google Books (เดิมชื่อ Google Book Search และ Google Print) แม้จะได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก แต่กลับมีปัญหากับเจ้าของลิขสิทธิ์และสำนักพิมพ์จนเกิดคดีฟ้องร้องโดยสมาคมนักเขียนของสหรัฐ แนวทางแก้ไขของกูเกิลคือ จ่ายเงินให้สำนักพิมพ์เพื่อยุติคดีในสหรัฐ
แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดีนี้คือศาลเขตนิวยอร์กได้สั่งระงับข้อตกลงยอมความของกูเกิลกับสมาคมนักเขียน โดยศาลให้เหตุผลว่าเงื่อนไขในข้อตกลงเอื้อประโยชน์แก่กูเกิลมากเกินไป เพราะเมื่อกระบวนการยอมความเสร็จสิ้น กูเกิลจะกลายเป็นผู้ผูกขาดตลาดอีบุ๊กทันที กีดขวางไม่ให้คู่แข่งสแกนหนังสือแบบเดียวกันได้
การตัดสินของศาลครั้งนี้ทำให้ Google Books ยังมีสถานะเป็นมหากาพย์ต่อไปครับ
ที่มา - CNET
เป็นอีกข่าวที่แสดงถึงการเอาจริงของกลุ่มผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตอย่างโจ่งแจ้งครับ
หลายๆ คนที่เปิด OneManga ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้อาจจะได้พบกับข้อความเตือนนี้เรียบร้อยแล้วครับ นั่นคือการที่กลุ่มสำนักพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นได้รวมตัวกันเพื่อจัดการกับเรื่องของการสแกนการ์ตูนเพื่อเผยแพร่อย่างเป็นทางการ และรายแรกๆ ที่ถูกลูกหลงไปก่อนเลยก็ไม่พ้นเว็บใหญ่อย่าง OneManga ครับ ทำให้ทางทีมงานต้องลบการ์ตูนทั้งหมดทิ้งก่อนสิ้นเดือนนี้ และเปิดหน้า Facebook ขึ้นมาให้โต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน และทำให้ยอด "ถูกใจ" จาก ๑๘,xxx ครั้งที่ผมเจอในวันแรกของการแจ้งข่าวมาเป็น ๓๓x,xxx ครั้งในตอนนี้แล้วครับ
ข่าวนี้อาจทำให้หลายๆ คนเศร้าใจกันไป แต่อย่าลืมนะครับว่าทีมงานของ OneManga และผู้อ่านของ OneManga เองก็ผิด และไม่ต้องห่วงครับ แม้จะลบการ์ตูนทิ้ง แต่ทางทีมงานจะยังคงเว็บไว้เพื่อที่สมาชิกจะยังคงเข้าไปใช้ในส่วนของเว็บบอร์ดได้เช่นเคย
ถ้ามีแบบ e-Book ขายราคาสักเล่มละ ๓๐ บาทเมื่อไหร่ ผมคงได้อุดหนุนแน่ๆ
ที่มา: One Manga
นักท่องอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะขาประจำหรือขาจร เมื่อเข้าไปใน YouTube ก็มักจะหนีไม่พ้นซับนรกสุดฮาอย่างฮิตเลอร์ที่เข็นกันออกมาไม่หยุดหย่อน แม้กระทั่งผู้กำกับเองมาเห็นก็ยังหัวร่องอหาย แต่คราวนี้ผู้ผลิตหนัง Downfall ซึ่งเป็นต้นฉบับของความฮาก็ออกมาโวยซะแล้ว เนื่องจากผู้ใช้อัพโหลดขึ้นไปจนไม่หวาดไม่ไหว สุดท้ายแล้วก็ได้หาหนทางเพื่อชดเชยด้วยระบบ Content ID ได้แก่การเก็บรายได้ที่มาจากโฆษณาของคลิปแทน หรือสามารถใช้ช่องทางกฎหมายคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ (DMCA) เพื่อนำคลิปเจ้าปัญหาออกได้ แน่นอนว่าค่ายอื่นก็รู้สึกเหมือนกันที่ไม่พอใจกับการอัพโหลดภาพยนตร์ของตนขึ้นไปโดยสูญเสียรายได้ไม่น้อย
Oliver Hirschbiegel ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร New York เมื่อปีที่แล้วว่า เขาเจอวีดีโอที่เป็นซับนรกล้อเลียนจากฝีมือแฟนๆ เรื่องนี้โผล่ไปบน YouTube กว่า 145 คลิป (ปัจจุบันมีของไทยผสมโรงอยู่ซึ่งน่าจะมากกว่าเดิม) ดูแล้วฮาหน้าหงายจนเค้าไปซื้อตั๋วการแสดงบรอดเวย์แทบไม่ทัน
การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) มีความคืบหน้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเราๆ ท่านๆ ในโลกไอทีและอินเทอร์เน็ตสองฉบับครับ
อย่างแรกคือ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ... ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว (privacy) ของทุกคน ใจความหลักๆ ของกฎหมายฉบับนี้คือจะมีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ (คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และกำหนดหลักเกณฑ์ว่าอะไรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลบ้าง เปิดเผยข้อมูลอะไรได้บ้าง ถ้าละเมิดจะมีความผิดอย่างไร ฯลฯ (ผมอ่านดูแล้วโครงสร้างจะคล้ายๆ กับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550) หลังจากผ่าน ครม. แล้วต้องรอเข้าไปโหวตในสภาต่อไป
ผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ดูแลเว็บไซต์ ผู้ดูแลระบบ ย่อมมีแน่นอน เพราะ พ.ร.บ. นี้จะกำหนดว่าเราสามารถกำหนดข้อมูลได้แค่ไหนอย่างไร ถ้าข้อมูลหลุดออกไปสู่สาธารณะแล้วจะมีความผิดอะไรบ้าง เว็บโพสต์รูป เว็บบล็อก social network ทั้งหลายเตรียมตัวกันให้ดี
มีรายงานว่าแอปเปิลกับ Eigth Mile Style บริษัทของนักแรพชื่อดัง Eminem ได้ไปที่ศาลวันนี้เนื่องจากการที่ Eight Mile Style ได้แจ้งข้อหาให้กับแอปเปิลว่าแอปเปิลได้ทำการขายของ Eminem บนอินเทอร์เน็ตผ่านทาง iTunes ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจาก Aftermath Records ค่ายเพลงที่จัดจำหน่ายเพลงให้กับ Eminem นั้นได้สำสัญญากับ Eminem ไว้ไม่เหมือนกับวงดนตรีอื่น ๆ
จากคำอ้างของ Eight Mile Style นั้น สัญญาของบริษัท Eight Mile Style นั้นระบุไว้ว่าค่ายเพลงจะต้องทำการซื้อสิทธิในการจัดจำหน่ายแยกอีกต่างหาก หากต้องการที่จะขายเพลงของ Eminem ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และค่ายเพลงนั้นก็รู้ ๆ อยู่แก่ใจว่าไม่มีสิทธิที่จะให้แอปเปิลนำเพลงเหล่านี้ไปขายบน iTunes
สำหรับทางแอปเปิลเองนั้นก็ได้บอกว่าบริษัทมีข้อตกลงที่ถูกต้องกับค่ายเพลงนี้แล้ว
ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้มีคดีกับ Eminem เมื่อแอปเปิลได้ใช้เพลง Lose Yourself ของ Eminem ในโฆษณา iTunes Store บนโทรทัศน์ โดยเรื่องจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยนอกชั้นศาล
ที่มา - MacRumors
"พรรคโจรสลัด" หรือ Pirate Party ที่เริ่มโด่งดังจนได้เก้าอี้ในรัฐสภายุโรป กำลังเริ่มดำเนินการนโยบายหนึ่งที่เคยหาเสียงไว้ นั่นคือการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญา และข้อเสนอจากพรรคโจรสลัดคือลดระยะเวลาคุ้มครองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้สร้างลง จากเดิมที่ขั้นต่ำ 25-50 ปี (ขึ้นกับประเภทของงานและประเทศ) ลงมาเหลือ 5 ปี
ในมุมมองของผู้นิยมเสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอของพรรคโจรสลัดก็น่าจะดี อย่างไรก็ตามพรรคโจรสลัดกลับโดนคัดค้านโดย Richard Stallman หรือ RMS แห่ง Free Software Foundation ผู้เสนอแนวคิดซอฟต์แวร์เสรีและ GPL
เหตุผลที่ RMS ต้องออกมาคัดค้านเพราะว่าข้อเสนอของพรรคโจรสลัดจะทำให้ GPL มีผลบังคับใช้ได้น้อยลง เพราะเมื่อครบอายุ 5 ปีตามระยะเวลาคุ้มครองแล้ว ซอฟต์แวร์นั้นจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ (public domain) ที่ใครก็สามารถนำไปใช้ได้ ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ที่เป็น GPL อยู่แล้ว (มีซอร์สโค้ด) เมื่อครบ 5 ปี ทั้งไบนารีและซอร์สโค้ดจะเป็นสมบัติสาธารณะ ใครเอาไปใช้อย่างไรก็ได้ และเมื่อไม่มีลิขสิทธิ์แล้ว GPL จะไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ซอฟต์แวร์ปิดสามารถนำโค้ดที่เคยเป็น GPL นี้ไปใช้ได้โดยไม่ถูกบังคับให้เปิดซอร์สออกมา เหมือนที่ต้องทำถ้า GPL ยังทำงานอยู่
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ปิด (มีแต่ไบนารี) เมื่อครบ 5 ปี ไบนารีจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ ใครจะนำไปใช้อย่างไรก็ได้ (เช่น ไรท์ Windows XP ใส่แผ่นขาย ตำรวจไม่จับ) แต่ซอร์สโค้ดที่ไม่เคยออกสู่สาธารณะจะไม่เข้าข่ายนี้ ทำให้เจ้าของโค้ดสามารถเลือกปิดโค้ดไปตลอดกาล หรือจะวางยาไว้ในไบนารีให้โปรแกรมหยุดทำงานหลัง 5 ปีก็ได้
RMS เสนอให้บังคับให้เจ้าของซอฟต์แวร์ต้องเปิดซอร์สโค้ดด้วย เมื่อซอฟต์แวร์รุ่นไบนารีเข้าสู่สถานะ public domain ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบออกมาจากฝั่งพรรคโจรสลัดว่ามีความเห็นอย่างไร
ที่มา - GNU, Ars Technica
ดูเหมือนว่าชาวยุโรปอาจจะต้องยอมรับว่าจะมีโจรสลัดเข้ามาอยู่ในรัฐสภาของตนแล้ว หลังจากที่ผลการเลือกตั้งบ่งบอกว่าพรรค Pirate สามารถที่จะส่งสมาชิกเข้าไปอยู่ในสภา EU ได้
หลังจากที่ The Pirate Bay แพ้คดีครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าพรรค Pirate ของประเทศสวีเดนได้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง แม้ว่าพรรคนี้กับ The Pirate Bay จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยกันมากนักก็ตามที
โดยพรรค Pirate นี้เป็นพรรคการเมืองที่โด่งดังอันดับสองในประเทศสวีเดน หากนับกันที่ประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งระหว่างอายุ 18-30 ปี โดยหนังสือพิมพ์ DN.se รายงานว่าพรรคนี้จะได้รับโหวตสูงถึง 5.1% ซึ่งนั่นหมายความว่าจะได้รับเก้าอี้ในสภา ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เสียงเดียวในสภาก็ตามที แต่นี่ก็เป็นก้าวสำคัญก้าวแรกของพรรค Pirate นี้
สำหรับใครที่ไม่รู้จักพรรค Pirate ดี: พรรคนี้เป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับสี่ของประเทศสวีเดน โดยจุดประสงค์หลักของพรรคนี้คือการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิบัตรและลิขสิทธิ ส่งเสริมเรื่องความลับและสิทธิส่วนบุคคลทั้งบนอินเทอร์เน็ตและในชีวิตประจำวัน (อ่านต่อได้ที่ Wikipedia)
ที่มา - Gizmodo
สองบริษัทผู้ "เสียผลประโยชน์" จากการล็อกโทรศัพท์ของแอปเปิล นั่นคือ Skype และ Mozilla ผู้ดูแลโครงการ Firefox ได้ออกมาประกาศตัวสนับสนุน EFF ที่ต่อสู้กับทางแอปเปิลเพื่อสิทธิในการปลดล็อกการลงซอฟต์แวร์หรือที่เรียกกันว่า jailbreak แล้ว
ทั้งสองบริษัทนี้ไม่สามารถส่งซอฟต์แวร์ของตนเองไปติดตั้งในไอโฟนด้วยวิธีปรกติได้ เนื่องจากแอปเปิลนั้นไม่รับซอฟต์แวร์ VoIP ทุกชนิดเมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อกับเครือข่าย cellular และไม่รองรับซอฟต์แวร์ที่ใช้รันสคริปต์อื่นๆ ได้ ซึ่งรวมไปถึงเบราว์เซอร์ด้วย
ทาง EFF ระบุว่าการปลดล็อกโทรศัพท์ไอโฟนนั้นเป็นสิทธิอันชอบธรรมของผู้ใช้เนื่องจากเป็นการกระทำเพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ (interoperability) ได้ดีขึ้น
ทาง EFF ระบุว่าการข่มขู่ของแอปเปิลก่อนหน้านี้ เป็นเพียงการข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวอย่างเลื่อนลอยเท่านั้น
กระบวนการในตอนนี้ยังอยู่ที่การส่งเรื่องไปยังสำนักงานลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ
ที่มา - TechCrunch
Paul Aiken ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมนักเขียนให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่าการใช้คุณสมบัติการอ่านออกเสียงโดยซอฟท์แวร์ (Text-to-Speech) เป็นเรื่องผิดกฏหมาย ทั้งในแง่ลอกเลียนแบบจากหนังสือที่ืมีลิขสิทธิ์ ในแบบ Audio Book และการเผยแพร่เนื้อหาสู่สาธารณชน
"พวกมัน(Text-to-Speech)ไม่มีสิทธิ์อ่านออกเสียง" Paul Aiken กล่าว
"มันเป็นเสียงที่ลอกแบบมาจากหนังสือที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง"
โดยเฉพาะ Kindle 2 ที่จะออกในเร็ววันนี้
ทางโฆษกของ Amazon ก็ออกมาตอบโต้ว่าคุณลักษณะการอ่านขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของ Text-to-Speech และผู้อ่านจะไม่สับสนกับการฟังจาก Audio Book
ก็ว่ากันไปครับ ต่างคนต่างมุม
จาก boingboing,SlashDot
BSA (Business Software Alliance) ออกมาสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกับผู้บริโภคที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ จากกรณีคดีบริษัทไทยละเมิดลิขสิทธิ์ "Autodesk"
นายดรุณ ซอว์นีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ เปิดเผยว่า ปลายปี 2551 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางของประเทศไทยได้มีการพิจารณาคดีให้บริษัท ฮาร์เวสท์ โมลด์ (ประเทศไทย) จำกัด จ่ายชดเชยจำนวน 3.5 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิด ค่าเสื่อมเสียชื่อเสียง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้กับ บริษัท Autodesk Inc. ตามที่บริษัทฯ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาล
จากเอกสารสนับสนุนการใช้งานจากแอปเปิล ผู้ที่ซื้อชุดโปรแกรม iWork '09 จากกล่องที่วางขายตามร้านไม่จำเป็นที่จะต้องป้อนเลขซีเรียลนัมเบอร์หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว ซึ่งจะแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ผู้ใช้งานจำเป็นที่จะต้องใส่หมายเลขซีเรียลนัมเบอร์เมื่อเริ่มใช้งานครั้งแรก
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของแอปเปิล เพราะชุดโปรแกรม iLife และ Mac OS X เองก็ไม่ได้ต้องการให้ผู้ใช้ใส่ซีเรียลนัมเบอร์มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะซอฟต์แวร์ทั้งสองนี้มักจะมาพร้อมกับเครื่องแมคที่ขายช่วงเวลาเดียวกับรุ่นซอฟต์แวร์นั้น ๆ อยู่แล้ว
แต่สำหรับ iWork นั้น เป็นชุดโปรแกรมที่ต้องซื้อแยกต่างหาก ความไม่จำเป็นที่จะต้องป้อนซีเรียลนัมเบอร์อาจจะเป็นการเพิ่มหรือส่งเสริมให้คนไม่ซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิจากแอปเปิลก็เป็นได้ แต่อีกมุมมองหนึ่งก็คือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อของแท้
ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ คนที่ดาวน์โหลด iWork '09 เวอร์ชั่น Trial มาแล้วต้องการอัพเกรดเป็นตัวเต็ม ยังจำเป็นที่จะต้องป้อนซีเรียลนัมเบอร์อยู่ หลังจากที่ได้จ่ายเงินออนไลน์แล้ว
นี่ถือว่าเป็นการสวนกระแสความต้องการของผู้ผลิตซอฟต์แวร์บางราย ที่เพิ่มมาตราการการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิของลูกค้าโดยการยัดเยียด DRM เข้าไปในซอฟต์แวร์ของตัวเอง
คุณล่ะครับ คิดว่าวิธีนี้มันดีหรือเปล่า?
ที่มา - MacRumors
หลายๆ คนแถวนี้คงจะเปิดเพลงใน YouTube บ้างไม่มากก็น้อย แต่ถ้าวันนี้เปิดแล้วบางวิดีโอไม่มีเสียงก็ไม่ต้องตกใจนะครับ วิดีโอเหล่านั้นอาจโดน YouTube แบนเสียงไปแล้วครับ
YouTube ได้ทดสอบการเทียบเสียงในวิดีโอกับกับต้นฉบับที่มีลิขสิทธิ์โดยทำเป็นเสมือนลายนิ้วมือของเพลงเอาไว้มาได้สักระยะแล้ว แต่โดยปกติเมื่อพบว่าวิดีโอนั้นผิดลิขสิทธิ์ก็จะทำการตักเตือนผู้อัพโหลด และทำการแจ้งเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเจ้าของสิขสิทธิ์ตัวจริงจะได้รับการแจ้งให้เลือกระหว่างการโฆษณาไปบนวิดีโอหรือจะลบวิดีโอไปเลย
อย่างไรก็ดีในขณะนี้วิดีโอหลายอันที่ผิดลิขสิทธิ์แทนที่จะหายไปกลับกลายเป็นมีเฉพาะภาพแต่ไม่มีเสียง ตัวอย่างเช่นวิดีโอเพลงนี้ ทำให้ผู้ใช้บางส่วนไม่พอใจและสับสนว่าเครื่องของตนผิดปกติเองหรือไม่
ที่มา: TechCrunch
ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้รับการสนันสนุนอย่างอบอุ่นจากกลุ่มที่ต่อสู้เรื่องกฎหมายกับอุตสาหกรรมบันทึกเสียง ลอว์เรนซ์ เลสสิก อาจารย์กฎหมายที่ชูธงนำขบวนการ "วัฒนธรรมเสรี" สนับสนุนวุฒิสมาชิกจากรัฐอิลลินอยส์ผู้นี้อย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับ เอริก ชมิดท์ ซีอีโอของกูเกิล และกระทั่งพรรคไพเรตปาร์ตี้อเมริกา ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ต่อสู้เพื่อการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาและมีแนวร่วมในระดับนานาชาติ
แต่นั่นก็เป็นเรื่องในสมัยนั้น ในฐานะผู้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีที่รอรับตำแหน่ง การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอันดับแรก ๆ ของโอบามาก็คือ การเลือก Tom Perrelli ทนายคู่บุญของสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งอเมริกา หรือ RIAA คู่ปรับชาวเพียร์ทูเพียร์ มานั่งเก้าอี้อันดับสามในกระทรวงยุติธรรม และเลือก David Ogden ทนายที่ดูแลการปกป้องสนับสนุน พ.ร.บ.ขยายการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (Copyright Term Extension Act) ที่เลสสิกและพันธมิตรของเขาได้ร่วมกันฟ้องเพื่อยกเลิกแต่ไม่สำเร็จ มานั่งเก้าอี้อันดับสอง
ขอยืมคำพูดของ Ford Antitrust มาใช้สักหน่อยครับ "ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ จั่วหัวพูดถึงทีไร เว็บไม่แตกก็ร้อนกันไปเป็นแถบ ๆ" แต่เนื่องจากตอนนี้เยอรมันเข้าหน้าหนาวละ หากเขียนเรื่องนี้แล้วร้อนก็คงดี จะได้ประหยัดค่าทำความร้อนไปได้หลายยูโร ซึ่งตอนนี้ประเด็นนี้กำลังร้อนมาก ๆ ใน blognone ผมไม่ได้เข้าไปอ่านแป้บเดียว กว่าสามร้อยความคิดเห็นไปแล้ว ตามอ่านแทบไม่ทัน วานฝากผู้เกี่ยวข้อง ให้ปักหมุดประเด็นนี้ไว้นาน ๆ หน่อยก็ดีครับ เผื่อจะมีความคิดเห็นที่สี่ร้อย ห้าร้อย ให้ได้อ่านกัน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาค่ายหนังใหญ่ๆ ของ Hollywood (Paramount, Twentieth Century Fox, Universal, Warner Brothers, Columbia, Walt Disney, Sony) ออกมาฟ้อง Real Network เนื่องจากพบว่า RealDVD มีความสามารถในการสร้างสำเนาแผ่นหนังในรูปแบบ DVD ได้
ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายนโดยมีคุณสมบัติหลักคือสามารถคัดลอก DVD เก็บเอาไว้ในรูปแบบ Image File บนเครื่องเพื่อเก็บไว้ดูในภายหลัง
"RealDVD น่าจะถูกเรียกว่า StealDVD มากกว่า" Greg Goeckner ผู้บริหารของ Motion Picture Association of America (MPAA) กล่าว
อย่างไรก็ดี RealNetworks ออกมาตอบโต้ว่าสำเนาที่เก็บไว้นั้นถูกเข้ารหัสไว้ทำให้ไม่สามารถเผยแพร่ออนไลน์ได้ และพวกเขารู้สึกเสียใจที่วงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังทำการเลียนแบบวงการอุตสาหกรรมเพลงในการจำกัดสิทธิของผู้บริโภค
ที่มา: The New York Times
มีข้อพิพาทจากสำนักข่าว AP ที่ไล่ฟ้องบล็อกเกอร์หลายต่อหลายรายในอินเทอร์เน็ตจากการลิงก์ข่าวไปยังเว็บในเครือของเอพีและอ้างอิงเนื้อข่าวสั้นๆ โดยระบุว่าแม้จะเป็นการใช้เนื้อความเพียงสั้นๆ จากข่าวด่วนนั้นก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่อาจจะถือเป็นการใช้งานอย่างเป็นธรรม (Fair Use - ข้ออนุญาตให้ใช้งานที่มีสิขสิทธิ์โดยไม่ต้องขออนุญาต มีระบุไว้ในกฏหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ)
กรณีที่เกิดขึ้นนี้ AP ได้ยื่นขอความคุ้มครองให้มีการถอนบทความจากเว็บจำนวนเจ็ดเว็บ โดยในจำนวนนี้หกเว็บมีการใช้งานเนื้อข่าวของ AP อยู่ที่ 33 ถึง 79 คำ
งานนี้ทาง TechCrunch ซึ่งมีผู้รับ Feed กว่าเจ็ดแสนคนทั่วโลกได้ออกแถลงท่าทีของตนเองต่อเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะอ้างสิทธิมากกว่าที่กฏหมายระบุไว้ ทาง TechCrunch จึงประกาศว่าจะไม่มีการอ้างถึง, กล่าวถึง, หรือลิงก์ใดๆ ไปยังข่าวของสำนักข่าว AP อีกต่อไป และยังสนับสนุนให้บล็อกเกอร์คนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้กรณีคล้ายๆ กันคือสำนักข่าว AFP ที่ฟ้องต่อ Google News ที่นำข่าวและหัวข่าวของตนไปใช้งาน และคดีจบลงที่การตกลงกันนอกศาล
ที่มา - TechCrunch
หนึ่งในผู้ผลิตกล้อง DSLR รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Canon ได้ทำการจดสิทธิบัตรเทคโยโลยีใหม่ที่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องลิขสิทธิของภาพถ่าย
โดยเทคโนโลยีนี้จะทำการอ่านม่านตาของตากล้องที่ได้ถ่ายรูปนั้นผ่าน Viewfinder จากนั้นก็จะทำการ Watermark ข้อมูลที่อ้างอิงได้จากม่านตานั้นใส่ลงไปใน Metadata ของทุก ๆ รูปภาพที่ตากล้องคนนั้นได้ถ่าย เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของเจ้าของภาพที่นำภาพของตนขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีการ Watermark นั้นคาดว่าจะถูกนำมาใช้มากขึ้นในการแก้ไขปัญหาละเมิดลิขสิทธิ ก่อนหน้านี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่รายหนึ่งก็ได้ใช้วิธีเดียวกันโดยการ Watermark ข้อมูลต่าง ๆ ลงไปในไฟล์เพลง MP3
ที่มา - Slashdot
แม้ทางด้านสมาคมอุตสาหกรรมเพลงของสหรัฐฯ (RIAA) จะมีท่าทีแข็งกร้าวต่อการแชร์เพลงผ่านอินเทอร์เน็ต สมาคมผู้แต่งเพลงของทางแคนาดากลับมีท่าทีที่สวนทางกัน ด้วยการร่างข้อเสนอในการเก็บค่าธรรมเนียมการแชร์เพลงผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
ด้วยข้อเสนอนี้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ต้องการแชร์เพลง จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นคนละ 5 ดอลลาร์ต่อเดือน และจะทำให้เขาสามารถแชร์เพลงได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ตราบใดที่ยังไม่มีการสร้างผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจจากการแชร์เพลงนั้น โดยค่าธรรมเนียมที่เก็บนี้จะกระจายไปตามผู้ถือสิทธิในตัวเพลง และศิลปิน
ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องนี้ว่าในทางปฏิบัติแล้วจะมีการแบ่งเงินนี้อย่างไร รวมถึงว่าจะมีการแบ่งอย่างไรว่าใครต้องจ่ายและไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้บ้าง
ที่มา - Songwriters Association of Canada ผ่านทาง Slashdot
ตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (ซึ่งมีผลมาจาก Berne Convention) เมื่อเราสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาแล้ว ลิขสิทธิ์ในผลงานนั้นๆ จะเป็นของผู้สร้างอัตโนมัติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (แปรตามกฎหมายแต่ละประเทศ และชนิดของผลงาน แต่ส่วนมากก็ 50 ปีขึ้นไป) จากนั้นลิขสิทธิ์จะขาด กลายเป็นของสาธารณชน (public domain)
เรื่องนี้ถูกวิจารณ์มาเยอะว่าเป็นระยะเวลาที่นานไป คนอื่นต้องรอกันนานมากกว่าจะนำผลงานเหล่านี้ไปใช้ได้ ปัญหามีอยู่ว่าระยะเวลาที่เหมาะสมเป็นเท่าไรกันแน่ ที่จะดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิ์เจ้าของ และการให้คนอื่นนำไปใช้ต่อ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ชื่อ Rufus Pollock ได้ใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์คำนวณหาอายุงานที่เหมาะสม (optimal level for copyright) และผลที่ได้คือเวลาแค่ 14 ปีเท่านั้น
แนวคิดของ Pollock คือระยะเวลาของลิขสิทธิ์ควรจะลดลงเรื่อยๆ ตามค่าใช้จ่ายในการสร้างสรรค์ผลงานที่ลดลง แต่สิ่งที่เป็นจริงคือกฎหมายลิขสิทธิ์จะขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ ทางแก้ในตอนนี้เราก็ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons กันไปก่อน
ที่มา - Ars Technica
บริษัทแอปเปิลกำลังเจอกับปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เพราะถูกฟ้องร้องพร้อมกันถึงสองคดีโดยคดีแรกถูกช่างภาพอาชีพฟ้องในข้อหาขโมยภาพ Wall of Videos ของเขาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติซึ่งทางบริษัทแอปเปิลเอาไปใช้ในโฆษณาและส่วนอื่นๆของ Apple TV ส่วนอีกคดีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ของเพลง "Girlfriend" ที่ไปคล้ายกับเพลงเก่าเพลงนึงและแอปเปิลเองก็กำลังจำหน่ายอยู่ใน iTunes ขณะนี้











