น้ำท่วมไทยปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคงเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมพีซีทั้งระบบ ราคาฮาร์ดดิสก์แบบขายปลีกในสหรัฐฯ นั้นพุ่งขึ้นไปถึงเกือบสามเท่าตัวในช่างปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และตอนนี้สัญญาณที่ดีขึ้นก็เริ่มชัดเจนเมื่อราคาหน้าร้านกำลังปรับลดมาจนบางรุ่นเริ่มใกล้เคียงก่อนเกิดน้ำท่วมแล้ว
ราคาขายปลีกหน้าร้าน เป็นคนละราคากับการขายล็อตใหญ่กับผลิตพีซีที่มักได้ราคาที่นิ่งกว่า และผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์มักส่งให้กับผู้ผลิตพีซีก่อน
รายงานจาก TechSpot แยกกลุ่มฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ราคาตอนนี้ยังสูงกว่าช่วงก่อนน้ำท่วมในช่วง 62-138% โดยรุ่นที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ Seagate Barracuda XT 3TB ที่ราคาเพิ่มจาก 179.99 ดอลลาร์เป็น 429.99 ดอลลาร์แล้วไม่ยอมลดราคาลงเลย ส่วนรุ่นที่ลงมาใกล้เคียงก่อนเกิดน้ำท่วมที่สุดคือ Seagate Barracuda Green 2TB ที่ราคาปรับจากก่อนน้ำท่วม 79.99 ดอลลาร์ ขึ้นไปถึง 229.99 ดอลลาร์ แล้วจึงกลับลงมาที่ 129.99 ดอลลาร์ในตอนนี้
ส่วนฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กนั้น ความผันผวนราคายังกว้างมากในช่วง 28-156% โดยรุ่นที่แพงขึ้นมากที่สุดคือ Western Digital Scorpio Black 750GB ที่เพิ่มจาก 89.99 ดอลลาร์ไปเป็น 229.99 ดอลลาร์ และไม่ลดลงเลย ส่วนรุ่นที่ใกล้เคียงราคาเพิมมากที่สุดคือ Samsung Spinpoint M8 1TB ที่ราคาก่อนน้ำท่วมอยู่ที่ 89.99 ดอลลาร์ และเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 219.99 ดอลลาร์ก่อนจะกลับลงมาอยู่ที่ 114.99 ดอลลาร์
แนวโน้มราคาที่ลดลงแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ (อย่างน้อยที่สุดความตระหนกในการกักตุนก็ลดลงแล้ว) อย่างไรก็ดีราคาที่เพิ่มขึ้นและกำลังผลิตที่มีจำกัดจะบีบให้การขยายตัวของตลาดพีซีลดลงในปี 2012 แต่การ์ตเนอร์ก็ออกมาเตือนว่าภาวะขาดแคลนจริงๆ จะมาในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ และการขาดตลาดจะมีอยู่ตลอดปี 2012
ที่มา - TechSpot
- 13 comments
- 580 reads
งานจราจรนครบาล (น.3) โดยคำสั่งจากพล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกสน. รวมถึงจราจรของ บก.จร. เข้ามาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่ร้องเรียนผ่านระบบของโครงการจราจรตาเพชร โดยตำรวจต้องรายงานผลการติดตามเรื่องร้องเรียนภายในสามวันหลังการร้องเรียน
ก่อนหน้านี้โครงการนี้เคยมีการเปิดตัวไปก่อนแล้วแต่การส่งต่อเรื่องไปยังสน. ท้องที่นั้นใช้เวลานาน โดยรวมจะมีการรายงานผลภายใน 30 วัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเซิร์ฟเวอร์และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตลอดจนปัญหาน้ำท่วมทำให้โครงการต้องหยุดไป
ระบบใหม่เปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ที่ผ่านมา โดยประเดิมรายงานเด็กแอบนำรถมอเตอร์ไซต์ออกไปขี่โดยไม่สวมหมวกกันน็อกตอนนี้ถูกลงโทษแล้วทั้งเจ้าของรถ พร้อมทั้งปรับฐานไม่สวมหมวกกันน็อก
ระบบรายงานเป็นฟอร์ม HTML ธรรมดา แถวนี้น่าจะไปเขียนแอพพลิเคชั่นบนมือถือมาช่วยกันรายงานกันได้
ที่มา - ไทยรัฐ, โครงการจราจรตาเพชร
- 39 comments
- 856 reads
ข่าวสั้นนะครับ แอพพลิเคชั่นบอตถามตอบ SimSimi ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และอยู่ในความเป็นห่วงของกระทรวงวัฒนธรรมในประเด็นของการทำให้คำหยาบคายระบาด ได้ "ลืมภาษาไทย" ไปแล้ว
ขณะที่เขียนข่าวนี้ (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 21.30 น.) คำตอบจาก SimSimi ไม่ค่อยจะมีเป็นภาษาไทยออกมาแล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถตอบเป็นภาษาไทยได้อย่างฉะฉานเมื่อผู้ใช้ถามเป็นภาษาไทย จากการทดลองถามคำถามง่ายๆเป็นภาษาไทยผ่านหน้าเว็บ และไอโฟนแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่จะได้รับคำตอบกลับมาว่า "I have no response. Teach me please" ซึ่งหมายถึงการที่ไม่มีคำตอบอยู่ในชุดคำตอบของแอพพลิเคชั่น มีเพียงคำถามบางคำถามเท่านั้นที่ตอบเป็นภาษาไทยได้ (ลองเล่นเจอว่าถ้าถามว่า "หนาว" จะตอบเป็นภาษาไทยได้) ซึ่งอาการนี้ผม(ผู้เขียนข่าว)คิดว่าตัวฐานข้อมูลคำตอบภาษาไทยถูกล้างออกไปหมด แปลว่าเราคงต้องสอนภาษาไทยให้เจ้า SimSimi กันใหม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีข่าวจากผู้พัฒนาว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูรูปตัวอย่างการทดสอบคำถามภาษาไทยได้หลัง break
- 40 comments
- 1601 reads
- Read more
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 อ้างข้อมูลจาก น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่ากระทรวงได้กำหนดเนื้อหาหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ป.1 เพื่อบรรจุในแท็บเล็ตเรียบร้อย และจะมอบให้สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ไปดำเนินการ
เนื้อหาในแท็บเล็ตจะมี
- หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (PDF) 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา-ศาสนา-วัฒนธรรม
- Learning object จำนวน 350 หน่วย
ใช้พื้นที่ทั้งหมด 4GB จาก 8GB ดังนั้นจะเหลือพื้นที่เหลือให้บรรจุหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ในวันที่ 6 ก.พ. นี้จะเชิญสำนักพิมพ์มานำเสนอหนังสือเรียนและหารือเรื่องการทำเนื้อหาต่อไป
ส่วนประเด็น Wi-Fi จะจับมือกับกระทรวงไอซีทีสำเร็จข้อมูลของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และแบ่งกลุ่มโรงเรียนตามความพร้อม โดยจะส่งแท็บเล็ตไปยังโรงเรียนกลุ่มที่พร้อมที่สุด (มีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน) ก่อน
ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ 3 ก.พ. 2555 หน้า 15 (เข้าใจว่าไม่มีให้อ่านบนเว็บ)
- 85 comments
- 1429 reads
น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น SimSimi ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ว่า แอพพลิเคชั่นนี้ทางประเทศผู้ผลิตคือเกาหลีใต้มีการตรวจสอบและคัดกรองคำหยาบคายออกไปอยู่ตลอด แต่ในส่วนของภาษาไทยนั้นไม่มี ทำให้เกิดการใช้คำหยาบคายและคำไม่สุภาพอยู่ในระบบ แม้ตอนนี้กลุ่มผู้ใช้งานยังจำกัดเฉพาะแค่กลุ่มคนที่มีไอโฟน แต่มองปัญหานี้ว่าก็สะท้อนถึงการใช้งานเทคโนโลยีที่ต้องมาพร้อมภูมิคุ้มกัน รู้จักกาลเทศะในการใช้งาน จึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม
อนึ่ง SimSimi เป็นแอพที่พัฒนาโดยบริษัท ISMAKER จากประเทศเกาหลีใต้ มีให้ใช้งานทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS, Android และบนเว็บ โดยแอพนี้ขึ้นคำเตือนว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีภาษาในการใช้งานที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน โดยแอพทำงานเป็นระบบบอตถามตอบที่ผู้ใช้งานสามารถช่วยสอนบอตในการโต้ตอบจากคำถามต่างๆ ได้ จึงทำให้คำตอบที่ได้ออกแนวบันเทิงเสียมากกว่า
เราได้สอบถามความเห็นจาก SimSimi ในเรื่องนี้แล้ว ติดตามได้ท้ายข่าว
ที่มา: ไทยพีบีเอส
- 74 comments
- 1708 reads
- Read more
ผู้สื่อข่าวกรุงเทพธุรกิจเปิดเผยข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับร่างสเปกหรือทีโออาร์ของแท็บเล็ตสำหรับแจกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่กำหนดจะแจกให้ทันภายในเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ
- ราคา 2,400 บาท ผลิตจากประเทศจีน
- หน้าจอไม่ต่ำกว่า 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768 พิกเซล ติดฟิล์มมาทั้งด้านหน้าและหลัง
- ซีพียู Dual Core ไม่ต่ำกว่า 1 GHz, ความจุ 16 GB, แรม 512 MB
- ใช้ระบบปฏิบัติการสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ หรือเป็น Android 3.2 ที่รองรับ Android 4.0 ได้
- รับประกันอุบัติเหตุ 2 ปี และมี On-Site Service 1 ปี
รายละเอียดอื่นๆ ก็เช่น เมื่อเปิดเครื่องต้องขึ้นสัญลักษณ์กระทรวงศึกษาธิการ, มีช่อง Data Sync, มีช่องเสียบหูฟัง ไมโครโฟน, มีช่องใส่ Micro SD, เชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน 802.11b/g, มี GPS ฯลฯ
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกมาให้ความเห็นว่าโครงการจัดซื้อนี้ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา และขั้นตอนการจัดซื้อน่าจะใช้เวลาราว 4 เดือน ซึ่งด้วยจำนวน 9 แสนเครื่องที่จะซื้อนี้ จึงอาจไม่ทันแจกให้กับนักเรียนก่อนเปิดภาคการศึกษา ทั้งยังมองว่าแท็บเล็ตนี้มีราคาเพียง 2,400 บาท จึงควรแจกให้นักเรียนเป็นสิทธิขาดไปเลย ไม่ต้องนำเครื่องมาคืนเมื่อครบปี เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละ 3 พันล้านบาทนั้นราคาก็เท่ากับเรือรบหนึ่งลำ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ข่าวที่หนึ่ง, ข่าวที่สอง
- 227 comments
- 2402 reads
ซีเกทรายงานรายได้ไตรมาสสองของปีบัญชี พบว่ารายได้รวมอยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 150 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว แต่กำไรสุทธินั้นอยู่ที่ 563 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 3.75 เท่าเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว
ซีเกทส่งมอบฮาร์ดดิสก์ได้ทั้งหมด 47 ล้านลูกในไตรมาสที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์น้ำท่วมไทยทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์พบกับความยากลำบากในการผลิตสินค้า แม้แต่ตัวซีเกทเองที่โรงงานไม่ถูกน้ำท่วมแต่โรงงานซัพพลายเออร์หลายรายถูกน้ำท่วมไป เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ซีเกทมีต้นทุนการผลิตต่อลูกเพิ่มขึ้น 2.5 ดอลลาร์ แต่ราคาขายในตลาดกลับเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 13 ดอลลาร์
ซีเกทระบุว่าแทนที่บริษัทจะทำกำไรจากความผันผวนในช่วงนี้ให้สูงสุด บริษัทเลือกจะเชิญชวนลูกค้าหลายรายมาทำสัญญาส่งมอบในระยะยาว ทำให้ในระยะยาวแล้วซีเกทจะสามารถคาดเดาความต้องการสินค้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ในปีที่แล้วซีเกตต์มีรายได้ทั้งปีอยู่ที่ 10,970 ล้านดอลลาร์แต่มีกำไรเพียง 119 ล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่แค่สองไตรมาสของปีบัญชี 2012 ตอนนี้ซีเกททำกำไรได้แล้ว 703 ล้านดอลลาร์ และการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์คงทำให้กำไรของซีเกทยังงดงามอย่างนี้ต่อไปตลอดปีนี้
ใครซื้อหุ้นทันบ้าง?
ที่มา - Channel Register
- 12 comments
- 886 reads
ปรกติตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเราจะได้เห็นการสัมภาษณ์นักเรียนที่ได้รางวัลงานใหญ่ๆ หรืองานที่จัดโดยภาคธุรกิจกันมามาก วันนี้เลยขอพามารู้จักกับนักเรียนสายวิชาการแบบเพียวๆ กันบ้างนะครับ น้องอาณกร จงยินดี เป็นนักศึกษาม.เกษตร แต่ได้ไปฝึกงานที่ Nara Institute of Science and Technology จนงานที่ไปทำที่นั่นได้ตีพิมพ์ในงานประชุมวิชาการ The 6th International Conference on Software Process and Product Measurement (Mensura) เมื่อปีที่ผ่านมาทั้งที่เป็นงานวิจัยเดียวในงานที่เป็นผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
- 15 comments
- 946 reads
- Read more
หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าทวิตเตอร์ ต้องยอมเลือกที่จะเซ็นเซอร์เพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดในประเทศที่ยังนิยมการปิดกั้นการรับข้อมูลของประชาชนอย่างเสรี ล่าสุดบางกอกโพสต์รายงานว่าปลัดกระทรวง ICT นางจีราวรรณ บุญเพิมได้ออกมาบอกว่าประเทศไทยขอต้อนรับการเปลี่ยนจุดยืนของทวิตเตอร์ในครั้งนี้
จากในรายงานของ The Next Web รัฐบาลไทยในปีที่แล้วได้ติดต่อกับ Facebook เพื่อทำการปิด Pages จำนวนกว่า 10,000 หน้าเนื่องจากหน้าดังกล่าวมีเนื้อหาที่ละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และรัฐบาลไทยอ้างว่าทางรัฐได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัทอินเทอร์เน็ตหลายราย และจะเริ่มติดต่อกับทวิตเตอร์ทันทีเพื่อเริ่มใช้คุณสมบัติใหม่นี้ของทวิตเตอร์
รายละเอียดอื่น ๆ แนะนำให้ไปอ่านจากที่มาครับ
ที่มา - The Next Web
- 78 comments
- 1873 reads
ข่าวนี้ช้าไปนิดนึงนะครับ เพราะ กสทช. จะจัดงานรับฟังความคิดเห็นสาธารณะวันพรุ่งนี้ (27 ม.ค.) แล้ว แต่ก็ยังสามารถส่งความเห็นเข้าไปทางช่องทางอื่นๆ เช่น อีเมล ไปรษณีย์ หรือแฟ็กซ์ได้เช่นกัน
สรุปเนื้อหาแบบสั้นๆ คือ กสทช. กำลังจะประกาศ "มาตรฐาน" ของการให้บริการข้อมูลบนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเรียกง่ายๆ ว่าข้อกำหนดเรื่อง mobile data ว่าผู้ให้บริการต้องมีมาตรฐานอย่างไรบ้าง เช่น ระยะเวลาการส่ง SMS จากต้นทางถึงปลายทาง, อัตราการโหลดแพ็คเก็ต HTTP ให้สำเร็จบนเครือข่าย 3G ควรจะเป็นเท่าไร ฯลฯ ซึ่งจะกระทบต่อชีวิตการใช้เน็ตบนมือถือของพวกเราแน่นอน
แถวนี้มีวิศวกรเครือข่ายอยู่เยอะแน่นอน ดังนั้นโปรดสละเวลากันคนละเล็กน้อย อ่านร่างประกาศนี้ว่าอะไรดีไม่ดี แล้วส่งความเห็นกลับไปที่ กสทช. ด้วยนะครับ
- 15 comments
- 836 reads
- Read more
15 เดือนผ่านไป กับการพิจารณาคดีที่ กสท. ยื่นฟ้อง กทช. เพื่อให้ระงับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz สำหรับใช้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ของ กทช จนมีคำสั่งศาลปกครองออกมาเพื่อระงับการประมูลชั่วคราวจนกว่าจะพิจารณาคดีเสร็จ (ข่าวเก่า 1, 2, 3, 4) ในวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น "ไม่รับคำฟ้อง" คดีระงับประมูล 3G ดังกล่าวแล้ว
ขออนุญาตยกเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดให้ไว้มาใส่ประกอบครับ
ผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าว ส่วนที่อ้างว่าผู้ฟ้องคดีจะไม่มีโอกาสใช้บริการ 2G ได้อย่างต่อเนื่องอีกต่อไป เพราะการดำเนินการให้บริการ 3G ต้องมีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมเสียดาย และต้องถูกบีบบังคับให้เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่เป็นระบบ 3G นั้น เมื่อพิจารณาเนื้อหาประกาศแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดใดที่เป็นการยกเลิกให้บริการระบบ 2G
ที่มา: ข่าวไทยรัฐออนไลน์
- 75 comments
- 1938 reads
การแข่งขันออกแบบเว็บไซต์ด้วย HTML5 เต็มรูปแบบ จัดโดยไมโครซอฟท์ประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ดังนั้นหัวข้อของเว็บที่แข่งจึงเป็นเรื่องการท่องเที่ยว) งานนี้ Blognone ร่วมเป็นสปอนเซอร์ด้วย และผมก็เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินด้วย (ใครจะล็อบบี้ก็รีบๆ นะครับ :P)
การแข่งขันครั้งนี้จะรวมเอาเทคโนโลยีการออกแบบเว็บสมัยใหม่มาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ HTML5 เพียวๆ ห้ามใช้ Flash, ให้เลือกใช้ JavaScript Library ยอดนิยม, การออกแบบแนว responsive เวอร์ชันเดียวแสดงได้ทุกหน้าจอ, ทดสอบกับเบราว์เซอร์ใหม่ล่าสุดเท่านั้น ฯลฯ
รายละเอียดทั้งหมดดูได้จาก HTML5Thailand หรือ Facebook Group: HTML5 Developers Thailand
- 48 comments
- 2125 reads
- Read more
อันนี้ไม่ใช่โฆษณาครับ แต่ผมเห็นว่าน่าสนใจดีเลยเอามาลงหน่อย (IBM จะมาจ่ายเงินให้ก็ยินดียิ่ง)
โครงการ SmartCloud Challenge เป็นโครงการของ IBM โดยมี SIPA และ Software Park ร่วมสนับสนุน รูปแบบโครงการคือการสอนวิชา cloud computing โดยมีคอร์สเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต (ต้องใช้บัญชี IBM developerWorks) จากนั้นมาทำควิซ 40 ข้อภายใน 45 นาที ผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดใน 3 ประเทศ (ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) จะได้รางวัลเป็น iPad และใบรับรองจาก IBM ส่วนรางวัลที่เหลือเป็นคูปองสำหรับสอบใบรับรองของ IBM
โครงการนี้แบ่งรุ่นเป็นนักศึกษาและบุคคลทั่วไป หมดเขตตอบควิซวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ รายละเอียดดูกันเองที่ SmartCloud Challenge
ที่มา - IBM Thailand Facebook
- 592 reads
ข่าวเก่าไปนิดนึงครับ แต่คิดว่ายังน่าสนใจอยู่ เพราะมือถือแบรนด์จีนอย่าง ZTE เข้ามาบุกตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยใช้ตัวแทนจำหน่ายคือ บริษัทไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (WDS - Wireless Device Supply) ในเครือ AIS
เบื้องต้น ZTE นำมือถือเข้ามาทำตลาด 2 รุ่น และแท็บเล็ตอีก 1 รุ่น ขายผ่านร้าน Telewiz และตัวแทนจำหน่ายของ WDS
- ZTE Racer II หน้าจอ 2.8", กล้อง 3.2MP, Android 2.2, ราคา 3,990 บาท (ลูกค้า AIS รับแพกเกจเสริมเพิ่มเติม)
- ZTE Blade หน้าจอ 3.5", กล้อง 3.2MP, Android 2.2, ราคา 5,790 บาท
- ZTE V9+ แท็บเล็ต 7", Android 2.3, CPU 1 GHz, RAM 512MB, 3G/Wi-Fi, กล้อง 3.2MP ราคา 10,900 บาท
ที่มา - MXPhone, ภาพเครื่องและพริตตี้ดูที่ TabletD
- 18 comments
- 1255 reads
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ซึ่งเป็นกสทช. ในส่วนของโทรคมนาคม (ข่าวเก่า: แผนการทำงานปี 2555 ของกทค.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการกทค. ได้หารือถึงร่างประกาศกสทช. เรื่องการเปลี่ยนอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคม สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและภาระของผู้บริโภค โดยกทค. จะเสนอกสทช. ให้อนุมัติและประกาศอัตราค่าโทรศัพท์ขั้นสูงสุดอยู่ที่นาทีละ 0.99 บาท จากเดิมอัตราค่าใช้บริการขั้นสูงชั่วคราวที่ใช้ปัจจุบันอยู่ที่ 3.00, 8.00 และ 12.00 บาท
ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวจะมีผลเฉพาะผู้ประกอบการที่มีอำนาจเหนือตลาดคือมีส่วนแบ่งมากกว่า 25% ได้แก่เอไอเอสและดีแทคเท่านั้น ส่วนทรูมูฟมีส่วนแบ่ง 24% จึงไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว และหลังประกาศนี้มีผลบังคับใช้แล้วโปรโมชั่นต่างๆ ที่ออกไปแล้ว เช่นการคิดนาทีแรก 2 บาท นาทีต่อไป 0.25 บาท ก็ต้องมีการแก้ไขด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันการคิดอัตราค่าบริการเฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 ของผู้ให้บริการนั้น เอไอเอสอยู่ที่ 0.54 บาท ดีแทค 0.76 บาท ทรูมูฟ 0.67 บาท และฮัทช์ 0.71 บาท
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
- 78 comments
- 4212 reads








