pawinpawin's blog

Asus เตรียมเปิดตัว Eee PC S101 สำหรับตลาดระดับบน

tags:

ตอนนี้สถานการณ์ของตลาดเครื่อง Netbook เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดทาง Asus มีแผนที่จะเปิดตัว Eee PC S101 ซึ่งตัวต้นแบบมีสเปคคร่าวๆคือ

  • Intel Atom N270 1.6Ghz
  • Intel 945GME Chipset
  • 32-64GB SSD
  • หนาเพียงแค่ 16-21mm (MacBook Air หนา 4-19.4mm)
  • น้ำหนักเบากว่า 1kg
  • จอ 10.2 นิ้ว, 16:9, LED Backlit
  • Battery ใช้ได้ประมาณ 4-5 ชม.
  • สีน้ำตาล (ตัวต้นแบบสีน้ำตาล แต่ตัวจริงอาจเป็นสีอื่น)

สำหรับราคาคาดว่าน่าจะประมาณ US$699 (23,500 บาท) สำหรับรุ่น 32GB และ US$899 (30,200 บาท) สำหรับรุ่น 64GB

Freedomscope เปิดตัว Bluetooth Stethoscope

tags:

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนใช้หูฟัง Bluetooth ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเหตุผลทางกฎหมาย อุปกรณ์สมัยใหม่ส่วนใหญ่โดยเฉพาะพวกที่เกี่ยวกับเพลง มักจะมี Bluetooth ติดมาด้วยเสมอ

บริษัท Freedomscope เปิดตัว Stethoscope (หูฟังสำหรับแพทย์) โดยปกติแล้วการใช้ Stethoscope เป็นการส่งต่อสัญญาณเสียงตามหลอดพลาสติกจากปลายของ Stethoscope ที่แนบกับลำตัวของคนไข้ มายังหูของแพทย์ ซึ่งอาจมีปัญหาเมื่อเราอยู่ในสถานการณ์ที่มีโอกาสติดเชื้อจากคนไข้สูงเช่น คนไข้ที่มีประวัติสงสัย SARS เป็นต้น หูฟังรุ่นใหม่นี้ จะส่งสัญญาณผ่าน Bluetooth แทน ทำให้ไม่ต้องมีสาย

สำหรับราคายังไม่ได้เปิดเผย แต่คิดว่าคงแพงแน่ ขนาด Stethoscope ธรรมดาๆ ยังตั้งพันกว่าบาทเลยครับ นอกจากนี้ หูฟังแบบอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในวงการแพทย์เนื่องจากมีราคาแพงและอาจไม่ได้ยินเสียงที่ค่อยมากๆ ครับ

นักวิจัยพัฒนากล้องจุลทรรศน์ขนาดจิ๋ว

tags:

กล้องจุลทรรศน์เป็นสิ่งสำคัญในวงการชีววิทยารวมไปถึงวงการแพทย์ กล้องจุลทรรศน์ในปัจจุบันยังคงมีขนาดที่ใหญ่ซึ่งทำให้เกิดความลำบากในการพกพา และยังมีราคาที่สูงด้วย

นักวิจัยจาก California Institute of Technology ได้คิดค้นกล้องจุลทรรศน์ขนาดจิ๋ว ที่มีขนาดเล็กพอๆกับเหรียญดอลลาร์เท่านั้น โดยกล้องนี้การจัดเรียงตัวของของเหลวแทนเลนส์ และสามารถจับภาพได้โดยอาศัยเพียงแสงที่ส่องจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงด้วย

กล้องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการเจรจาเพื่อผลิตเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งอาจมีราคาอาจต่ำได้ถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะสามารถใช้เพื่อช่วยการวินิจฉัยโรคมาลาเรีย หรือใช้เพื่อตรวจสอบคุณภาพของน้ำจากเชื้อปรสิตในประเทศด้อยพัฒนา ทั้งนี้ทางผู้วิจัยฝันว่าอีกหน่อยคงสามารถผลิตเป็นกล้องเพื่อเข้าไปตรวจหาเซลล์มะเร็งในร่างกายของคนด้วย

ที่มา: PhysOrg

Fujitsu Siemens อาจจะร่วมวงออก netbook

tags:

มีข่าวลือและภาพหลุดว่า Fujitsu อาจจะออกเน็ตบุ๊คมาสู้กับค่ายอื่นๆ โดยแหล่งข่าวบอกว่า เน็ตบุ๊คในซีรีส์ Amilo ตัวนี้จะมีขนาดหน้าจอ 8.9” และจากภาพปุ่มคีย์บอร์ดที่มีปุ่มวินโดวส์ น่าจะหมายความว่าเน็ตบุ๊คตัวนี้จะมาพร้อมกับวินโดวส์ด้วย ราคาตามข่าวจะประมาณ 300-400 ยูโร (16,000 - 21,000 บาท) สำหรับรูปดูได้ที่ที่มาครับ

ที่มา: Liliputing

Web Crawlers ช่วยค้นหาการระบาดของโรค

tags:

ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของโรค มักมาจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ ข่าวบนเว็บไซต์ หรือแม้แต่จากบล็อกของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะมาจากการรายงานของทางการจริงๆ ทีมนักวิจัยจาก Harvard Medical School และ Children’s Hospital Boston ได้สร้างระบบ HealthMap ซึ่งระบบนี้เป็นการรวบรวมข่าวต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อพล็อตลงบนแผนที่ และช่วยนักวิจัยในการเตรียมพร้อมกับโรคระบาด โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Google

หลักการทำงานของเว็บไซต์นี้ก็คือ จะใช้ crawlers ไปค้นหาข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google News, ProMED mail (อันนี้เป็นคล้ายๆ เว็บกระจายข่าวของผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคระบาดครับ) หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ทางการขององค์การอนามัยโลก เป็นต้น หลังจากได้ข่าวมาแล้ว ก็จะทำการจัดแบ่งตามโรคและสถานที่ หลังจากนั้นก็นำมาพล็อตลงบนแผนที่

การใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวนี้เป็นแหล่งที่อาจมีอคติ (bias) เยอะ เช่นข้อมูลที่ได้ก็จะเป็นเฉพาะข้อมูลที่ได้ลงข่าวเท่านั้น, ข้อมูลบางแหล่งอาจเชื่อถือไม่ค่อยได้, บางรัฐบาลปิดข่าวการระบาด หรือแม้แต่คนรายงานบางครั้งไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรค อย่างไรก็ดีทางด้านผู้วิจัยก็คิดว่าจะพยายามปรับปรุงระบบนี้ต่อไป

ผมว่าอีกอย่างหนึ่งที่ระบบนี้อาจจะต้องพัฒนา คือการสนับสนุนข่าวที่เป็นภาษาต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากดูแล้วประเทศไทยเราแทบไม่มีการระบาดของอะไรเลย มีแต่รายงานเฝ้าระวังโรคฉี่หนู ^^” (ซึ่งน่าจะระบาดน้อยกว่าไข้เลือดออกและโรคมือเท้าปากซะอีก) ลองคลิ๊กเข้าไปดูที่ HealthMap ครับ

ที่มา: British Medical Journal, PLoS Medicine, HealthMap

RFID อาจทำให้เครื่องมือทางการแพทย์ทำงานผิดพลาด

tags:

ปัจจุบัน RFID ได้มีที่ใช้แพร่หลาย โดยเฉพาะในโรงพยาบาล เริ่มมีความคิดที่จะนำมาใช้เพื่อ tag ถุงยา, เลือดที่จะให้ผู้ป่วย เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการจ่ายผิดราย อย่างไรก็ดี ยังไม่ค่อยมีงานวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยีนี้ต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์

นักวิจัยชาวดัตช์ ได้ทำการศึกษาผลกระทบของ RFID ต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับหอผู้ป่วยวิกฤตหลายชนิด จำนวน 123 ครั้ง พบว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน RFID อาจส่งผลให้เครื่องมือทางการแพทย์ทำงานผิดพลาดถึง 34 ครั้ง และ 22 ครั้งในจำนวนนี้เป็นความผิดพลาดขั้นร้ายแรงเช่น เครื่องฉีดสารน้ำ (Syringe Pump) ไม่ยอมฉีดสารน้ำ, เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) และเครื่องช่วยหายใจ ไม่ยอมทำงานเป็นต้น

อย่างไรก็ดี ทางผู้วิจัยสรุปไว้ว่า อาจไม่จำเป็นถึงขั้นจะต้องห้ามใช้อุปกรณ์ RFID ในหอผู้ป่วยวิกฤต แต่เราอาจจะต้องทำการศึกษาผลกระทบในลักษณะนี้ให้มากขึ้น

จะว่าไปแล้ว RFID ก็เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันเราเยอะเหมือนกันนะครับ อย่างการ์ด RFID เนี่ยผมมีในกระเป๋าสตางค์ตั้ง 8 ใบแหน่ะ

ที่มา: Journal of American Medical Association

Blizzard เปิดตัว Diablo III

tags:

Blizzard เปิดตัวเกมใหม่ Diablo III ซึ่งเป็นเกมภาคที่ 3 หลังจากเกมนี้ห่างหายไปกว่า 8 ปี เกมใหม่นี้จะแสดงภาพเป็นมุมมองแบบสามมิติทั้งหมด และใช้ Havoc Physics Engine (เท่าที่ดูจากภาพ คล้ายคลึงกับ Starcraft II พอสมควร) ทำให้ภาพต่างๆ สมจริง และเราสามารถโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น เช่น ทำลายกำแพงให้ล้มทับศัตรูเป็นต้น วิดีโอและภาพตัวอย่างสามารถดูได้จากลิงก์ที่มาครับ

เนื้อหาของเกมเป็นเนื้อเรื่องหลังจาก Diablo II : Lord of Destruction จบไป 20 ปี ในเกม ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นตัวละครจาก 5 คลาส โดยมีคลาสที่เปิดเผยแล้ว 2 คลาสคือ Barbarian และ Witch Doctor โดยเกมสามารถเล่นคนเดียว หรือหลายคนเหมือนในภาคที่ผ่านมา ฉากยังคงเป็นฉากแบบสุ่มเหมือนเดิม และจะมี Quest ต่างๆ มากขึ้น

Spec เครื่องที่เล่นได้ยังไม่ได้เปิดเผย แต่ผมคิดว่าคงต้องถึงเวลา Upgrade กันแล้วล่ะครับ!

ที่มา: Blizzard - Diablo III

Web Service ช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง

tags:

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาควบคุมความดันโลหิตของตนไม่ได้ ได้มีการศึกษาที่จะประยุกต์เอา Web Service มาช่วยควบคุมความดันโลหิต

การทดลองนี้ทำโดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มที่รักษาตามปกติ, กลุ่มที่วัดความดันโลหิตแล้วส่งผลให้แพทย์ผ่านทางเว็บ, กลุ่มที่ส่งผลร่วมกับการให้คำปรึกษาจากเภสัชกรทางเว็บ จากการเปรียบเทียบผลที่ผ่านไปเป็นเวลา 1 ปี พบว่า อัตราส่วนผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตได้ในกลุ่มที่ส่งผลและได้รับคำปรึกษาทางเว็บมากกว่า กลุ่มที่รักษาตามปกติอย่างชัดเจน (56% กับ 31% p<0.01)

อย่างไรก็ดี มีข้อถกเถียงว่า การใช้ Web Service มาช่วยอาจทำได้ยากในความเป็นจริง เนื่องจากยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บในประชาชนส่วนใหญ่ (ซึ่งในเมืองไทยคงเป็นปัญหามากเพราะเท่าที่เจอเกือบ 80-90% ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมักเป็นวัยกลางคนขึ้นไปซึ่งมักจะไม่รู้จักคอมพิวเตอร์)

ที่มา: Journal of American Medical Association

สมาคมโรคหัวใจสหรัฐแนะนำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีเครื่องวัดความดันที่บ้านทุกราย

tags:

สมาคมโรคหัวใจสหรัฐฯ (American Heart Association หรือ AHA) ได้ออกแนวทางปฏิบัติให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทุกคน (ประมาณ 72 ล้านรายในสหรัฐฯเอง) ควรจะมีเครื่องวัดความดันโลหิตสูงเองที่บ้าน และใช้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นส่วนช่วยแพทย์ในการพิจารณาปรับยา

ก่อนหน้านี้ยังไม่มีแนวทางใดแนะนำให้ผู้ป่วยซื้อเครื่องวัดมาใช้เอง แต่ก็เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีอันจะกิน และมีหลายบริษัทผลิตเครื่องวัดดังกล่าวออกมาเป็นล่ำเป็นสัน โดยปัจจุบันเครื่องวัดส่วนใหญ่ใช้งานง่ายเพียงพันรอบแขนและกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ก็สามารถทราบค่าได้ทันที และราคาของเครื่องได้ลดลงเหลือประมาณ 50-100 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับในเมืองไทยผมเห็นมีขายในราคาประมาณ 2,000-3,000 บาท)

แนวทางปฏิบัติดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงในหมู่นักวิชาการ บางส่วนเห็นว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือดังกล่าวมีส่วนในการผลักดัน อย่างไรก็ดี AHA นี้เป็นสมาคมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เป็นสมาคมเดียวกับที่ผลิตแนวทางปฏิบัติการกู้ชีพหรือ CPR)

ผมว่าอีกสักพักคน(อเมริกัน)คงแห่กันไปซื้อเครื่องนี้กันแน่ๆ สำหรับบ้านเราคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นความสำคัญของโรคนี้ กินยาทิ้งขว้าง รู้อีกทีก็เป็นอัมพาต หรือโรคหัวใจไปเสียแล้ว

ที่มา: Yahoo News, Guideline ของ AHA ในรูปแบบ PDF

Twitter ช่วยรายงานข่าวแผ่นดินไหวในจีน

tags:

จากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวในมณฑล Sichuan ของจีน ที่มีความรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 12,000 คนนั้น ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสพเหตุได้ใช้ Twitter เป็นเครื่องมือในการรายงานข่าวสารแผ่นดินไหวตั้งแต่ขณะเกิดเหตุ ซึ่งเร็วกว่าการรายงานข่าวทางช่องทางปกติ

นอกจากนี้ยังมีวิดีโอของแผ่นดินไหวใน YouTube และรูปภาพใน Flickr อีกด้วย

ที่มา: AFP

Site Search

 
Web blognone.com

Poll