ในอดีตเรามักได้ยินข่าวคนงานจีนของบริษัท Foxconn ซึ่งผลิตสินค้าให้กับแอปเปิล มีสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่ข่าวล่าสุดมาจากบริษัทจีนอีกแห่งหนึ่งชื่อ Wintek (ซึ่งทั้งคู่มีเจ้าของเป็นคนไต้หวัน แต่เปิดโรงงานในจีนแผ่นดินใหญ่)
ตัวแทนคนงานในโรงงานของ Wintek ที่เมืองซูโจว ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงสตีฟ จ็อบส์ ว่าการผลิตในโรงงานแห่งนี้ใช้สารที่ชื่อ hexyl hydride หรืออีกชื่อคือ n-hexane ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของคนงานเป็นอย่างมาก ในจดหมายเขียนว่ากำไรของแอปเปิลและ Wintek มาจากสุขภาพของคนเหล่านี้ที่ต้องเสียสละ ตามรายงานของแอปเปิลเองเคยบอกว่ามีคนงานต้องเข้าโรงพยาบาล 137 ราย
- 47 comments
- 1298 reads
- Read more
นินเทนโดออกคำเตือน (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่ควรใช้เครื่อง Nintendo 3DS ในโหมดสามมิติ เนื่องจากพัฒนาการทางสายตายังเติบโตไม่เต็มที่ และการแสดงภาพซ้อนของโหมดสามมิติอาจมีผลกระทบต่อสายตาของเด็กได้
เครื่อง 3DS สามารถสั่งแสดงผลเป็นสองมิติได้ และผู้ปกครองสามารถ "ล็อค" ให้แสดงเฉพาะภาพสองมิติได้เช่นกัน
- 5 comments
- 1095 reads
ใครแถวนี้ใช้โทรศัพท์มือถือจอสัมผัสบ้างยกมือ! รู้หรือไม่ว่ามันเต็มไปด้วยเชื้อโรค!
หนึ่งในการศึกษาของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดพบว่ากว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของเชื้อไวรัสต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือจอสัมผัสจะติดอยู่บนหัวนิ้วมือเรา ส่วนที่เหลือเราก็คงคิดเอาเองได้ว่านิ้วมือเราไปสัมผัสอะไรต่อไปที่อาจจะทำให้เราป่วย
นอกจากนี้แล้วมีรายงานหนึ่งจากประเทศอังกฤษ ที่พบว่าโทรศัพท์มือถือนั้นมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากกว่าที่กดส้วมถึง 18 เท่า! ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ มันมีหลายเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมที่กดส้วมถึงสะอาดกว่าโทรศัพท์มือถือ เช่น การใช้สารฆ่าเชื้อโรค ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเราคงไม่ใช้บนโทรศัพท์มือถือของเราแน่
อาจจะถึงเวลาแล้วสินะ ที่เราเริ่มทำความสะอาดพื้นผิวจอสัมผัสของโทรศัพท์มือถือของเรา มีใครแถวนี้สนใจทำน้ำยากำจัดเชื้อโรคสำหรับมือถือบ้างไหม? อาจจะรวยก็ได้นะ!
ที่มา - C|net News
- 22 comments
- 1722 reads
เป้าหมายที่แท้จริงของ Dell Streak อาจไม่ใช่แท็บเล็ตสำหรับงานทั่วไป แต่อาจเป็นแท็บเล็ตเฉพาะทางขององค์กรขนาดใหญ่ และวงการสาธารณสุข-การแพทย์
ตอนนี้ Dell เริ่มโฆษณา Streak บนหน้าเว็บสำหรับองค์กรด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์ชีวภาพของตัวเอง โดยโฆษณาว่า Streak ขนาด 5" นั้นมีขนาด "พอดีกับเสื้อคลุมในห้องแล็บ"
จุดแข็งอีกอย่างของ Dell คือซอฟต์แวร์และบริการด้านการแพทย์ ที่ได้มาจากการซื้อบริษัท Perot Systems เดี๋ยวเราคงเห็น Dell ขาย Streak ที่ปรับแต่งให้พร้อมใช้งานด้านนี้ตั้งแต่แรก
ที่มา - ZDNet
- 14 comments
- 1914 reads
อ่านแล้วอาจจะช็อคกันสักเล็กน้อย เพราะว่าสถาบัน Swabs ได้วิจัยออกมาว่า เขาได้ทำการสำรวจโทรศัพท์มือถือที่ผ่านการใช้งานตามปกติมาแล้วกว่า 30 เครื่อง พบว่าสถาบัน Swabs ได้ออกเตือนภัยระดับ 7 ในเรื่องของเชื้อแบคทีเรียที่พบ โดยเชื้อแบคทีเรียที่พบมากที่สุดคือเชื้อ faecal coliforms ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงและท้องเสียอย่างรุนแรงได้
โดย Jim Francis ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยได้เปิดเผยว่า เชื้อแบคทีเรียในโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง มีหลากหลายชนิดมาก แถมเชื้อแบคทีเรีย ยังสามารถมีชิวิตในโทรศัพท์ได้ง่ายๆ อีก อีกทั้งยังสามารถติดต่อกันได้โดยง่าย แม้จะเอาไปลองเล่น, ดูรูป หรือเล่นโปรแกรมอะไรก็ตาม ซึ่ง Francis ยังได้แนะนำมาอีกว่าจำเป็นต้องมีการฆ่าเชื้ออยู่เป็นประจำ โดยใช้เพียงแค่แอลกอฮอลล้างแผลชุบหมาดๆ แล้วเช็ดไปในบริเวณปุ่มกดและหน้าจอ รวมไปถึงช่องไมโครโฟน และบริเวณลำโพงด้วย
ที่มา : Telegraph
- 12 comments
- 1897 reads
ว่ากันว่าการจะลดความอ้วนให้ได้ผลดีที่สุดต้องมีแรงผลักดันจากภายนอกเช่นมีแฟน แต่เครื่องชั่งน้ำหนัก Withings กำลังก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดฟีเจอร์แจ้งน้ำหนักของคุณให้ทั้งโลกได้รับรู้ผ่านทางทวิตเตอร์
นอกจากความสามารถในการทวีตแล้ว Withings ยังสามารถส่งข้อมูลนำหนักของคุณไปยังบริการหลายรายการเพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพเช่น Google Health หรือ Daily Burn
ราคา 138 ดอลลาร์ ต่อไปสาวๆ จะไปใช้เครื่องชั่งบ้านไหนควรระวังเดี๋ยวจะมีหลักฐาน ส่วนถ้าใครอยากซื้อให้ @sugree ผมยินดีสมทบทุน 100 บาท
ที่มา - Withings
- 29 comments
- 2411 reads
- Read more
กูเกิลได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชน (Department for Health and Human Services) ของสหรัฐฯ ลงข้อมูลตำแหน่งสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีน H1N1 และวัคซีนสำหรับโรคไข้หวัดตามฤดูกาลใน 20 รัฐลงใน Google Maps และทางกูเกิลก็กำลังรวบรวมและลงข้อมูลสถานที่ที่ให้บริการดังกล่าวให้ครบ 50 รัฐในเร็วๆ นี้
ที่มา: Gizmodo
- 4 comments
- 2186 reads
อาจจะดูไม่เกี่ยวกับสินค้าโดยตรงของอินเทลเท่าใหร่ แต่เครื่องอ่านเอกสารแบบพกพาเป็นสายการผลิตอุปกรณ์ดิจิตอลเพื่อสุขภาพ
ภายในเครื่องใช้ซีพียู Atom (แน่นอน) พร้อมหน่วยความจำ 2 กิกะไบต์ พอสำหรับหน้าเอกสารกว่า 500,000 หน้า พร้อมกล้อง 5 ล้านพิกเซล ราคา 1,499 ดอลลาร์ หรือกว่า 50,000 บาทอาจจะแพงไปหน่อย แต่เทียบกับอุปกรณ์เฉพาะทางในตลาดตอนนี้ก็ต้องนับว่าถูกกว่ามาก
นับจริงๆ มันก็พีซีที่ต่อกับกล้อง ที่เหลือคือซอฟต์แวร์นั่นเอง
ที่มา - Venture Beat
- 6 comments
- 1702 reads
- Read more
มาดูการจัดอันดับโทรศัพท์มือถือดี/แย่สุดจาก "การวัดรังสีที่ปล่อยออกมา" กัน ออกจากแปลกซักหน่อยเทียบกับการจัดอันดับที่เคยเห็นกัน แต่ผมว่าเข้าท่าทีเดียว จะได้รู้ไปเลยโทรศัพท์มือถือที่เราใช้นั้นมีโอกาสทำให้หน้าเราหรือสมองเรา "เสื่อม" มากแค่ไหน
Environmental Working Group (EWG) เป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่หวังผลกำไร มีเป้าหมายในการใช้พลังของข้อมูลสาธารณะปกป้องมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยการจัดอันดับโทรศัพท์มือถือ พีดีเอ และสมาร์ทโฟนโดยการวัดกรังสีที่ปล่อยออกมา โดย
- โทรศัพท์มือถือ: โมโตโรล่า RAZR V8 กับ ซัมซุง Impression SGH-A877 ปล่อยรังสีน้อยสุด และ โมโตโรล่า MOTO VU204 กับ T-Mobile myTouch 3G ปล่อยมากสุด (แอปเปิล iPhone 3G S อยู่อันดับที่ปล่อยรังสีเยอะพอสมควร แต่ยังน้อยกว่า iPhone 3G รุ่นก่อนหน้า)
- พีดีเอ และสมาร์ทโฟน: โนเกีย 9300i และ 7710 ปล่อยรังสีน้อยสุด และ Kyocera Jax S1300 และ T-Mobile myTouch 3G ปล่อยมากสุด (ครองที่โหล่ทั้งหมวด โทรศัพท์มือถือ และ พีดีเอ และสมาร์ทโฟน เลยทีเดียว)
ส่วนใหญ่เป็นของที่ขายเฉพาะในสหรัฐฯ แต่รุ่นที่ขายทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยก็มีไม่น้อย ใครอยากรู้ว่าอุปกรณ์พกพาที่เราใช้อยู่อยู่ในอันดับที่เท่าไรเข้าไปดูได้ที่เว็บ EWG
- 18 comments
- 5035 reads
หลายๆ คนมักมีความเชื่อว่าคนติดเกมมักอ้วน ไม่ชอบออกกำลังกาย และมีบุคลิกเฉพาะไม่พบปะผู้คน อารมณ์หดหู่ (คาแรกเตอร์ของโอตาคุ) ซึ่งความเชื่อนี้จะเป็นจริงหรือไม่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
ผลวิจัยจาก Centers for Disease Control and Prevention, Emory University และ Andrews University สำรวจข้อมูลสุขภาพของคนอายุระหว่าง 19-90 ปีจำนวน 552 คน ในเขตเมืองชิคาโก สนับสนุนความเชื่อข้างต้น เพราะบอกได้ว่าคนที่เล่นเกมมีโอกาสที่จะ "น้ำหนักตัวสูงกว่า" และ "มีสุขภาพจิตแย่กว่า" คนที่ไม่เล่นเกม
ผลลัพธ์ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ผู้หญิงใช้การเล่นเกมเป็น "เครื่องบำบัดอารมณ์" คือระหว่างที่เล่นเกมอยู่จะลืมความเครียดไปได้ชั่วครู่ ส่วนผู้ชายที่เล่นเกมมักจะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นระยะเวลานานกว่าคนไม่เล่นเกมอีกด้วย
ที่มา - MSNBC
- 30 comments
- 3425 reads
ข่าวสตีฟเข้าโรงพยาบาลกลางดึกเมื่อคืนวาน (เที่ยงวันที่สหรัฐฯ) แทบกลายเป็นฝันร้ายของแอปเปิลด้วยราคาหุ้นที่ร่วงลงชนิดนาทีต่อนาที แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งชั่วโมง (ประมาณตีหนึ่ง) บิลล์ อีแวนส์ และ macrumors ก็ช่วยกันออกประกาศแทบจะพร้อมกันว่าทุกอย่างได้กลับเข้าสู่สภาวะปรกติแล้ว อีแวนส์ โฆษกของแอปเปิล กล่าวว่า "ภายในสองนาที หัวใจของสตีฟก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ตอนนี้สุขภาพโดยรวมและสภาพจิตใจดีมาก"
แต่ประเด็นที่น่าตื่นเต้นนั้นกว่าอยู่หลังจากนั้น เมื่ออีแวนส์กล่าวต่อไปว่าหลังจากสตีฟตื่นจากการพักผ่อน เขารู้สึกเป็นสุขมากที่เขาจำอะไรได้หลายอย่างระหว่างเหตุการณ์สองนาทีที่เขาหายไปนั้น
...He states that so many details in those significantly pseudo-dream gave him lots of enlightenment of Apple's years to come. His visions during the sacred hour provided not just a "Journey between two worlds", but what he had seen, he quoted, that it was "his own journey to the Future Apple Store with him as a customer..."
[สตีฟ] กล่าวว่าเขาจำรายละเอียดได้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับฝันระหว่างนั้นซึ่งเกี่ยวพันกับแอปเปิลโดยตรง ภาพนิมิตที่เขาเห็นในชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้เป็นแค่การ "เดินทางระหว่างสองโลก" เท่านั้น แต่ [สตีฟ] บอกกับผมว่ามันคือ "การเดินทางไปยังแอปเปิลสโตร์ในอนาคตโดยมีเขาเป็นเสมือนลูกค้าคนหนึ่งในนั้น..."
สตีฟไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นในความฝัน แต่ เว็บ macinsider รายงานต่อว่าเมื่อคืนนี้ฝ่ายจดสิทธิบัตรของแอปเปิลถูกเรียกตัวเข้าพบแทบจะในทันทีหลังจากที่อีแวนส์ออกจากห้องเพื่อเตรียมแถลงข่าว และก่อนที่จะคล้อยหลังออกจากห้องสตีฟก็เรียกอีแวนส์กลับเข้ามาอีกครั้งเพื่อขอให้พูดอะไรกับ Apple Community บางอย่าง
[Steve] would like to tell everyone in Apple Community that he had come back, and with a Ten More Things™
บอกกับทุกคนด้วยว่า ผมกลับมาแล้ว พร้อมกับ Ten More Things™
แน่นอน หลังจากนั้นหุ้นแอปเปิลก็ทะยานขึ้นมาอยู่ที่เดิม และกำลังขึ้นต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เป็นข่าวดีของสาวกทุกคน แต่น่าจะเป็นข่าวร้ายสำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้กวาดหุ้นแอปเปิลเมื่อคืนวาน
ที่มา: macrumors, macinsider
- 6 comments
- 2134 reads
หลังจากที่ประกาศโครงการ Medpedia (ข่าวเก่า) สารานุกรมทางการแพทย์ ตอนนี้เว็บของโครงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งผมหวังว่าจะใช้ Medpedia เป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีกว่า Wikipedia ได้
ณ เวลาที่ผมเขียนข่าวมีสมาชิกแล้ว 781 คน บทความเท่าที่ดูคร่าวๆ (ไม่รู้จะนับอย่างไรดี) ก็ครอบคลุมเนื้อหาทั้งพื้นฐานและขั้นสูง รายละเอียดของโรคที่ค่อนข้างมาก และรายละเอียดของยาแทบจะคลุมทุกกลุ่ม แต่ไม่มีเนื้อหาทางด้านโภชนาการครับ :x
ที่มา Medpedia ผ่าน email subscription
- 6 comments
- 2272 reads
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครๆ ก็มีหน้าบนเว็บ Social Network โดยเฉพาะคนอเมริกันที่ Facebook เป็นที่นิยม วันนี้ทางสำนักงานสุขภาพของนิวยอร์ค (New York City Department of Health and Mental Hygiene) มีไอเดียโปรโมทการใช้ถุงยางอนามัย เนื่องในวันวาเลนไทน์ผ่าน Facebook ครับ
เมื่อเข้าไปยังหน้า E-Condom ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นหนึ่งใน Facebook ผู้ใช้สามารถที่จะส่ง E-Condom ถึงกันเพื่อที่จะเตือนถึงการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมเสมือนที่ทุกคนสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการชวนเพื่อนๆ ให้ทำแบบเดียวกันอีกด้วย "เราสามารถกระจายข่าวไปได้ถึงคนเป็นล้านคนเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยผ่านทาง Facebook" Dr. Monica Sweeney ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์กล่าว
บ้านเราก็น่าจะกระจายข่าวแบบนี้ผ่าน Social Network เหมือนกันนะครับ (แต่เอ จะมีใครกล้าส่งให้กันมั้ยเนี่ย 555) และก็อย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันโรคติดต่อครับ
- 14 comments
- 2569 reads
- Read more
Dr Vinesh Oommen นักวิทยาศาสตร์จาก Queensland University of Technology's Institute of Health and Biomedical Innovation ได้ทำการวิจัยผลสำรวจเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ทำงานของออฟฟิศสมัยใหม่กับผลของการทำงานและสุขภาพทั่วโลก ได้ผลออกมาเป็นผิดความคาดหมายมาก
ข้อสรุปจากผลสำรวจพบว่า 90% ของพื้นที่ทำงานแบบเปิด (คือมีห้องน้อยๆ ไม่มี pratition กั้นระหว่างพนักงาน) พนักงานจะมีความเครียดสูง, ความดันสูง, ผลการทำงานต่ำ และมีการลาออกสูงมาก
เหตุผลเกิดจากการไม่มีห้องส่วนตัวหรือ partition ทำให้มีเสียงรบกวนจากเพื่อนร่วมงานทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน ซ้ำยังกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเพราะคนอื่นจะเห็นและได้ยินตลอดว่าเราทำอะไรบ้าง ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ซ้ำยังทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายอีกต่างหาก นอกจากนี้ด้วยสภาวะแวดล้อมแบบเปิด ทำให้เชื้อโรคอย่างแพร่กระจายได้ง่าย เสี่ยงต่อโรคติดต่อเข้าไปอีก
Dr Oommen กล่าวว่าพื้นที่ทำงานแบบเก่า (แบบปิด มีพื้นที่ส่วนตัว) นั้นดีกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าบริษัทมักจะหาทางลดค่าใ้ช้จ่าย ซึ่งออฟฟิศแบบเปิดจะลดต้นทุนการก่อสร้างสัก 20% และชาวออฟฟิศควรจะชั่งใจดีๆ กับออฟฟิศแบบเปิดครับ
ที่มา - News.com.au ผ่านทาง Joel On Software
- 33 comments
- 3314 reads
โรงพยาบาลหลายแห่งในอังกฤษกำลังพิจารณาอนุญาตให้สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในโรงพยาบาลได้ ตามแนวทางใหม่ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยแนวทางใหม่ดังกล่าวจะพิจารณาอนุญาตให้บรรดาผู้ป่วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และญาติผู้ป่วยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มากขึ้นในสถานที่หรือบริเวณที่ไม่รบกวนต่อการทำงานของเครื่องมือทางการแพทย์ ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หรือทำให้เกิดเสียงดังเกินควร
อย่างไรก็ตามแนวทางใหม่ดังกล่าว ยังคงมีการห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในบางพื้นที่ต่อไป เช่น บริเวณที่เครื่องมือทางการแพทย์มีความอ่อนไหวต่อการรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้า และได้ขอความร่วมมือให้มีการกำหนดและประกาศให้ชัดเจนถึงบริเวณที่ห้ามมิให้บุคลากรทางการแพทย์ คนไข้ และญาติผู้ป่วยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในบริเวณโรงพยาบาล
เหตุผลที่มีการนำเรื่องนี้มาพิจารณาทบทวนนั้น เนื่องจากหลายฝ่ายมองเห็นว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้นเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้ในทุกที่และทุกเวลา ดังนั้นการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในบริเวณโรงพยาบาล จึงมีความจำเป็น เพื่อสร้างความใกล้ชิดและแสดงความเป็นห่วงระหว่างผู้ป่วยกับญาติพี่น้อง
ที่มา - cellular-news
- 3 comments
- 1899 reads









