FBI ได้เปิดเผยเอกสารในการพิจารณาสตีฟ จ็อบส์เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีในสภาการส่งออกสหรัฐหรือ PEC (President's Export Council) เมื่อสมัยรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยูบุช ในเอกสารดังกล่าว FBI ได้เข้ามาตรวจสอบประวัติและสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ที่รู้จักกับจ็อบส์ในแง่มุมที่อาจจะส่งผลร้ายต่อรัฐบาลได้
จากข้อมูลในเอกสาร ผู้ให้สัมภาษณ์หลายคน (ซึ่งถูกเซ็นเซอร์ชื่อเอาไว้) ได้เปิดเผยแง่มุมที่ไม่ดีนักต่อจ็อบส์ เป็นต้นว่าความก้าวร้าวเอาแต่ใจตัวเอง การทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตามที่ตัวเองหวัง เรื่องราวที่เขาไม่รับว่าตัวเองเป็นพ่อของลิซ่าลูกสาวคนแรก หรือแม้แต่การเคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติดในช่วงวัยรุ่น
อย่างไรก็ดีในขณะที่เพื่อนๆ รอบตัวจ็อบส์จะพูดถึงเขาในแง่ร้าย แต่ก็ยังคงสนับสนุนให้รัฐบาลเลือกเขาเข้ามาเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาอยู่ดี
ที่มา - AP, Gawker, เอกสารเวอร์ชันเต็ม
- 11 comments
- 708 reads
แม้ว่าสตีฟ จ็อบส์จะเป็นคนที่เปลี่ยนวงการดนตรีให้หันมาขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต และวางเครื่องเล่นดนตรีแบบดิจิตอล (ไอพ็อด) แต่จริง ๆ แล้วสตีฟ จ็อบส์ชอบที่จะฟังเพลงจากแผ่นเสียงแบบไวนิล (vinyl) มากกว่าการฟังเพลงผ่านไอพ็อดของเขาเอง
จากการสัมภาษณ์ที่งาน D: Dive into Media นักดนตรีชื่อดัง Neil Young บอกว่าสื่อดิจิตอลนั้นทำให้คุณภาพของดนตรีต่ำลง และเทคโนโลยีทุกวันนี้ไม่ดีพอที่จะให้คุณภาพเสียงเทียบเท่ากับแผ่นเสียง
Young ยังเปิดเผยอีกว่าเขาเคยร่วมกันกับจ็อบส์เพื่อที่จะให้บริการดนตรีคุณภาพสูง (high-fidelity music service) แต่หลังจากเริ่มไปได้ไม่นาน แอปเปิลก็ล้มโครงการทิ้ง
ที่มา - 9to5Mac
- 124 comments
- 1682 reads
บิล เกตส์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษในหลายประเด็น ทั้งเรื่องงานที่มูลนิธิ หลักการดำเนินชีวิต วิธีการเลี้ยงลูก และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว
แต่ส่วนสำคัญในบทสัมภาษณ์คือเรื่องที่เกตส์พูดถึงสตีฟ จ็อบส์ โดยเกตส์บอกว่าทั้งสองคนเป็นทั้งคู่แข่งและเพื่อน ถึงแม้จ็อบส์เคยวิจารณ์เกตส์แรงๆ หลายครั้ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากโดยเฉพาะหลังเกตส์ออกจากไมโครซอฟท์
ก่อนจ็อบส์ตายไม่กี่เดือน เกตส์ไปเยี่ยมจ็อบส์ที่บ้าน ทั้งคู่ใช้เวลาหลายชั่วโมงพูดคุยในเรื่องต่างๆ รวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับอนาคต และในช่วงที่จ็อบส์ใกล้เสียชีวิต เกตส์เขียนจดหมายไปหาจ็อบส์ โดยเนื้อหาในจดหมายบอกให้จ็อบส์ภูมิใจกับบริษัทที่เขาสร้างขึ้นและสิ่งที่เขาทำ รวมถึงพูดถึงลูกๆ ของจ็อบส์ที่เกตส์รู้จัก
- 83 comments
- 2339 reads
- Read more
ใครยังจำ Lytro กล้องที่ให้คุณถ่ายรูปไว้ก่อนแล้วค่อยโฟกัสทีหลังได้บ้าง? ล่าสุด 9to5Mac รายงานว่าสตีฟ จ็อบส์เมื่อได้เห็นเทคโนโลยีที่ Lytro ได้นำออกมาโชว์แล้วได้ทำพยายามติดต่อกับซีอีโอของบริษัท นาย Ren Ng ทันที
โดยเมื่อ Ng ทราบว่าสตีฟ จ็อบส์ต้องการติดต่อกับเขา เขาจึงรีบติดต่อกลับจ็อบส์ทันที โดยจ็อบส์ได้ชวนเขาโชว์กล้อง Lytro นี้ที่บ้านของจ็อบส์ โดยหลังจากที่เขานำกล้องดังกล่าวโชว์ให้กับจ็อบส์เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองได้พูดคุยกันเรื่องตัวกล้องและการดีไซน์สินค้า จากนั้น Ng ก็ได้ทำตามที่จ็อบส์ขอไว้ คือส่งอีเมลที่มีสิ่งสามสิ่งที่ Lytro อยากจะร่วมมือกับแอปเปิลมาด้วย
ก่อนหน้านี้ในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ มีการพูดถึงสามอุตสาหกรรมที่จ็อบส์ต้องการที่จะ "เปลี่ยน" (reinvent) โดยอย่างแรกคืออุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่อาจจะต้องใช้เวลาอีกซักระยะ อย่างที่สองคืออุตสาหกรรมการศึกษา ซึ่งแอปเปิลเองก็เพิ่งได้เปิดตัวหนังสือเรียน e-book และ iTunes U ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และอย่างสุดท้ายก็คืออุตสาหกรรมการถ่ายภาพ ที่ยังไม่มีใครพูดถึงนักว่าจ็อบส์ต้องการที่จะทำอะไรกันแน่ ซึ่งทุกวันนี้แอปเปิลไม่ได้ผลิตกล้องดิจิตอลเองอีกต่อไปแล้ว แต่กล้องของแอปเปิลกลับอยู่บนสินค้า iOS ของตัวเองแทน
ที่มา - 9to5Mac
- 14 comments
- 1015 reads
สายการบิน Virgin America หนึ่งในบริษัทเครือ Virgin Group ตั้งชื่อเครื่องบิน Airbus A320 ลำหนึ่งของตัวเองว่า 'Stay Hungry, Stay Foolish' เพื่อเป็นเกียรติแก่สตีฟ จ็อบส์
โฆษกของ Virgin America ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ CNET ว่าชื่อนี้มาจากการแข่งขันตั้งชื่อเครื่องบินของพนักงานภายในบริษัท ซึ่งบริษัทตัดสินใจใช้ชื่อนี้เพราะเป้าหมายของบริษัทคือ 'reinvent the travel experience' โดยการคิดนอกกรอบ
เครื่องบินลำนี้จะมีข้อความ 'Stay Hungry, Stay Foolish' แปะอยู่ที่จมูกเครื่องด้วย (ดูภาพประกอบ) ก่อนหน้านี้เครือ Virgin เคยมีเครื่องอีกลำชื่อ #nerdbird (ภาพประกอบ)
ที่มา - CNET
- 13 comments
- 685 reads
- Read more
แฟนๆ แอปเปิลที่สนใจประวัติของบริษัทสักหน่อยคงรู้จักอดีตซีอีโอ John Sculley ซึ่งมีชื่อเสียงจากประโยคที่สตีฟ จ็อบส์ชวนเขามารับตำแหน่งซีอีโอว่า "คุณต้องการขายน้ำหวานไปชั่วชีวิต หรือจะมาเปลี่ยนแปลงโลกกับผม?" และภายหลังเขาก็เป็นคนปลดสตีฟ จ็อบส์ออกจากตำแหน่ง
ล่าสุด John Sculley มาที่ CES เพื่อโปรโมทบริษัทล่าสุด Audax ที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีกับการบริการสุขภาพ และให้สัมภาษณ์กับ BBC พูดถึงเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจหลายประการ (น่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของ Sculley หลังการเสียชีวิตของจ็อบส์)
Sculley ยอมรับว่าไม่ได้อ่านหนังสือของ Walter Isaacson แต่ได้คุยกับคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้และอ่านบทสัมภาษณ์ของ Isaacson แล้ว เขาบอกว่า Isaacson ดึงความยิ่งใหญ่ของจ็อบส์ออกมาได้ดี และขอบคุณ Isaacson ที่เคลียร์ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับตัวเขาสองประการ
- เขาไม่ได้เป็นคนไล่สตีฟ จ็อบส์ออกจากแอปเปิล
- เขาไม่ได้เป็นคนทำลายสถานะของแอปเปิลจนตกต่ำ
- 29 comments
- 5638 reads
- Read more
หลังจากที่บริษัท in icons ผลิตฟิกเกอร์สตีฟ จ็อบส์ขนาด 12 นิ้วที่เหมือนจริงมากๆ ออกมาได้ไม่นาน ก็โดนแอปเปิลขู่ว่าจะดำเนินการทางกฏหมายเสียแล้วหากว่า in icons ไม่หยุดจำหน่ายฟิกเกอร์สตีฟ จ็อบส์ขนาด 12 นิ้วนี้
แอปเปิลมุ่งโจมตีในจุดที่ฟิกเกอร์ดังกล่าวนี้นั้นมีลักษณะเหมือนสตีฟ จ็อบส์ตัวจริงมาก ซึ่งลักษณะนี้แอปเปิลถือว่าเป็นเจ้าของ โดยแอปเปิลได้ส่งจดหมายเตือนไปยังบริษัท in icons ว่าการจำหน่ายของเล่นใดๆ ที่มีสัญลักษณ์ของบริษัท, มีชื่อบุคคลของบริษัทหรือมีลักษณะเหมือนบุคคลของบริษัทนั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายอาญา
Tandy Cheung ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท in icons เคยกล่าวว่าทางบริษัทได้เริ่มการผลิตไปแล้ว แอปเปิลอยากจะทำอะไรก็ทำ
หลังจากที่ Tandy Cheung ได้คุยกับทนายความในฮ่องกงแล้ว ก็ได้ความเห็นจากทนายความว่า บริษัท in icons ไม่ได้ทำผิดกฏหมายใดๆ โดยมีเหตุผลว่า สตีฟ จ็อบส์ไม่ใช่นักแสดง ไม่มีกฏหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ของมนุษย์ธรรมดา และสตีฟ จ็อบส์ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ไม่สามารถใช้กฏหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ได้เช่นกัน
- 33 comments
- 3800 reads
เมื่อปี 2010 เราเห็น ตุ๊กตาสตีฟ จ็อบส์ แบบ SD ของบริษัท M.I.C Gadget ซึ่งภายหลังโดนแอปเปิลสั่งแบนในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อบุคคล
ปีนี้บริษัทของเล่น in icons ผลิตแอคชันฟิกเกอร์สตีฟ จ็อบส์แบบเหมือนจริงออกมาขายกับเขาบ้าง ฟิกเกอร์ตัวนี้สูง 12 นิ้ว (สัดส่วน 1:6) ดัดแปลงท่าได้หลายอย่าง มีอุปกรณ์เสริมให้มากมายไม่ว่าจะเป็นรองเท้านิวบาลานซ์ กางเกงยีนส์ ไอโฟน ฉากหลังพร้อมคำว่า "One More Things" และเปลี่ยนมือได้หลายแบบ
ขายตัวละ 100 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ผมเข้าเว็บของ in icons ไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าปิดไปหรือยังนะครับ
ที่มา - Gizmodo
- 14 comments
- 4896 reads
- Read more
หลังการเสียชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ โลกก็มี "อนุสาวรีย์" ของเขาแล้ว โดยอยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ผู้ริเริ่มโครงการนี้คือบริษัท GRAPHISOFT ซึ่งเป็นเจ้าของโปรแกรมออกแบบ ArchiCAD โดยสตีฟ จ็อบส์ เคยเห็นซอฟต์แวร์นี้เมื่อปี 1984 และสนับสนุนบริษัทผ่านการมอบคอมพิวเตอร์และเงินสดให้ แถมยังช่วยโปรโมทโปรแกรม ArchiCAD ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายของแอปเปิลอีกด้วย
Gabor Bojar ผู้ก่อตั้งบริษัทเล่าว่าสมัยนั้น GRAPHISOFT เพิ่งตั้งและเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ในประเทศฮังการีที่สมัยนั้นปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ การสนับสนุนของแอปเปิลช่วยให้บริษัทเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ (ตอนนี้บริษัทอยู่ในตลาดหุ้นฮังการี) เขาจึงต้องการแสดงความขอบคุณนี้ผ่านอนุสาวรีย์สตีฟ จ็อบส์ ที่ตั้งไว้หน้าสำนักงานของบริษัท
รูปปั้นสตีฟ จ็อบส์ สร้างด้วยบรอนซ์ และปั้นโดยนักปั้นชาวฮังการีชื่อ Erno Toth ใครแวะเวียนไปก็ถ่ายรูปมาลง Blognone ได้ครับ
ที่มา - GRAPHISOFT via AllThingsD
- 14 comments
- 2951 reads
- Read more
สถาบันศิลปะวิทยาการการบันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกาผู้จัดงานประกาศรางวัลทางดนตรี Grammy Award ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศของการจัดงานครั้งที่ 53 โดยในส่วนของรางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ Trustees Award นั้นมีชื่อของสตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลอยู่ด้วย ทางสถาบันกล่าวว่าจ็อบส์เป็นผู้สร้างสรรค์สินค้าและเทคโนโลยี ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการบริโภคเพลง ภาพยนตร์ และหนังสือ โดยให้เครดิตกับการสร้างสรรค์สินค้าอย่าง iPod และร้านขายเพลงออนไลน์ iTunes Store ที่ปฏิวัติการซื้อขายเพลงในอุตสาหกรรมนี้
งานประกาศรางวัล Grammy Award ในส่วนรางวัลเกียรติยศจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ปีหน้า ส่วนงานประกาศรางวัลหลักที่มีการถ่ายทอดสดจะจัดในวันที่ 12 กุมภาพันธ์
ที่มา: Grammy
- 18 comments
- 2501 reads
เว็บไซต์ Fortune เปิดเผยว่า คุณ Walter Isaacson ผู้เขียนชีวประวัติของคุณ สตีฟ จ็อบส์ ได้พูดถึงสิ่งที่เขาอยากจะเพิ่มเติมเนื้อหาในหนังชีวประวัติ โดยไอเดียหนึ่งคือการเพิ่มหมายเหตุประกอบ (annotation) และไอเดียหนึ่งคือการเพิ่มบทแทรกที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่คุณจ็อบส์เสียชีวิต
คุณ Isaacson ได้เสร็จสิ้นการเขียนหนังสือชีวประวัติก่อนที่คุณจ็อบส์จะเสียชีวิตในวันที่ 5 ต.ค. และหนังสือก็ได้ถูกวางขายในวันที่ 24 ต.ค. ซึ่งเขาก็ระบุว่าหนังสือฉบับที่วางขายนั้นเป็นต้นร่าง (draft) เวอร์ชันหนึ่งหรือสองเท่านั้น ยังไม่ใช่ต้นร่างฉบับสุดท้าย
คุณ Isaacson เปิดเผยด้วยว่า คุณจ็อบส์ได้ปฎิเสธที่จะพูดถึงงานด้านการกุศล (ต้นฉบับใช้ philanthropy) ในหนังสือชีวประวัติเล่มนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยตอบปฎิเสธคุณ บิล เกตส์ ที่เชิญเข้าร่วมแคมเปญที่เขาทำกับคุณวอร์เร็น บัฟเฟตต์ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ร่ำรวยบริจาคเงินอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของที่พวกเขามีเพื่อการกุศล และคุณจ็อปส์เองก็ได้เคยพูดว่า คุณเกตส์ทำงานด้านการกุศลได้ดีเพราะเขาไม่เคยสนใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยมเลยนั่นเอง
ที่มา: Fortune ผ่าน Neowin.net
- 51 comments
- 3701 reads
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เครือเนชั่นได้เปิดตัวพร้อมมอบหนังสือชีวประวัติของ "สตีฟ จ็อบส์" ของ Walter Isaacson ฉบับภาษาไทย สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าไปก่อนที่ เทอร์มินัล ทเวนตี้วัน ล่าสุดเมื่อวานนี้ @suthichai ได้ทวีตว่าหนังสือดังกล่าวได้วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้ว ราคาอยู่ที่ 395 บาทสำหรับปกอ่อน และ 595 บาทสำหรับปกแข็งครับ
และในวันนี้เวลา 15:30 น. จะมีงานเสวนาเรื่อง "สตีฟ จ็อบส์" ของ Walter Isaacson ฉบับภาษาไทย จัดขึ้นที่ร้านบีทูเอส ชั้น 7 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 โดยสุทธิชัย หยุ่นเช่นกัน ใครว่างก็ไปฟังกันได้ครับ
- 36 comments
- 4168 reads
ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่าบิล เกตส์ อาจจะกลับไปเป็นซีอีโอของไมโครซอฟท์อีกครั้ง หลังจากบริษัทของเขาทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงปีหลังๆ ซึ่งก็สร้างกระแสวิจารณ์ทั้งที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย
แต่ล่าสุดเกตส์ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อออสเตรเลียที่ซิดนีย์ เขาพูดชัดเจนว่าตอนนี้ทำงานเต็มเวลาที่มูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation และ "จะทำงานนี้ไปชั่วชีวิต"
เขาบอกว่ายังให้คำปรึกษากับไมโครซอฟท์ในบางโอกาส ซึ่งเขาจะไม่ทำงานให้ไมโครซอฟท์ไปมากกว่านี้ เพราะงานที่มูลนิธิต้องการเวลาและพลังงานของเขาอย่างเต็มที่ และเขารู้สึกว่างานที่มูลนิธิสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกอย่างมาก
- 11 comments
- 4137 reads
- Read more
Amazon ประกาศอันดับหนังสือขายดี (นับทั้งฉบับกระดาษและอีบุ๊กรวมกัน) ประจำปี 2011 แชมป์เดาไม่ยาก เป็นของ Steve Jobs โดย Walter Isaacson ตามความคาดหมาย
อันดับสองเป็นของหนังสือ Bossypants โดย Tina Fey พิธีกรรายการทีวีชื่อดัง และอันดับสามเป็นชีวประวัติเช่นกันคือ A Stolen Life โดย Jaycee Dugard
ที่น่าสนใจที่สุดคืออันดับสี่เป็นหนังสือที่ขายแบบอีบุ๊กบนแพลตฟอร์ม Kindle เท่านั้น เป็นนิยายชื่อ Mill River Recluse โดย Darcie Chan
อันดับที่เหลือดูได้จาก Amazon: The Best-Selling Books of 2011
ที่มา - Amazon Press via VentureBeat
- 7 comments
- 1822 reads
หมายเหตุ: วันอาทิตย์ไม่ค่อยมีข่าว ก็ขอเขียนบทความย้อนอดีตประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของวงการไอทีละกันนะครับ
ผมคิดว่า บุคคลในวงการไอทีที่สตีฟ จ็อบส์ ควรจะรู้สึก "ขอบคุณ" ที่สุดในชีวิต อาจเป็น ฌอง หลุยส์ กัสซี (Jean-Louis Gassée) อดีตพนักงานชาวฝรั่งเศสของแอปเปิล และผู้บริหารแอปเปิลสาขาฝรั่งเศส ซึ่งพิจารณาจากผลงานต่างๆ แล้ว เราอาจถือว่าเขาเป็น "ร่างขนาน" ของสตีฟ จ็อบส์ก็ว่าได้
แต่สิ่งที่กัสซีสร้างบุญุคุณให้กับจ็อบส์มากที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่ทั้งคู่กำลังทำงานกับแอปเปิล (โดนระเห็จออกมาทั้งคู่) และก็ไม่ใช่สิ่งที่ตัวของกัสซีเองตั้งใจให้มันเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
- 33 comments
- 7028 reads
- Read more








