Military
ทัพฟ้าสหรัฐฯ เตรียมเสริมเกราะทนเลเซอร์ให้ขีปนาวุธ
Submitted by lew on 31 July, 2008 - 11:07. tags:หลังจากพัฒนาเลเซอร์ต่อต้านขีปนาวุธรวมกับอิสราเอลได้สำเร็จ กองทัพอากาศสหรัฐก็เตรียมพัฒนาสารเคมีเพื่อเคลือบบนผิวของขีปนาวุธให้สามารถทนทานต่อแสงเลเซอร์ได้เพิ่มขึ้นอีกหลายวินาที เพียงพอที่ขีปนาวุธจะไปถึงเป้าหมายก่อนที่จะระเบิดกลางอากาศ
ทางกองทัพอากาศระบุว่าผลจากงานวิจัยนี้นอกจากประโยชน์ในเชิงการทหารแล้ว ยังมีประโยชน์ในแง่ที่อาจจะมีการนำสารเคมีนี้ไปเคลือบเครื่องบินพลเรือนในอนาคตเพื่อให้ทนทานต่อการก่อการร้ายรูปแบบใหม่
ที่มา - Wired
กระทรวงกลาโหมสหรัฐเริ่มตรวจสอบชิพจากต่างประเทศ
Submitted by mk on 3 May, 2008 - 15:52. tags:สงครามไซเบอร์เริ่มกลายมาเป็นสมรภูมิใหม่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง จากเหตุการณ์อิสราเอลโจมตีซีเรีย เมื่อเดือนกันยายน 2007 (Operation Orchard) มีการวิเคราะห์ว่าอิสราเอลทำอะไรบางอย่างกับชิพควบคุมเรดาร์ของซีเรีย เพื่อให้เรดาร์ไม่ทำงาน และเครื่องบินของอิสราเอลสามารถเข้ามาโจมตีได้สะดวก
แหล่งข่าวนิรนามในวงการชิพ ยังระบุอีกว่ามีผู้ผลิตชิพรายหนึ่งจากยุโรปได้วางกลไกที่ทำให้ชิพหยุดทำงานเมื่อได้รับคำสั่งจากภายนอก และบริษัทผู้ผลิตอาวุธของฝรั่งเศสได้นำชิพรุ่นนี้ไปใช้แล้ว เนื่องจากฝรั่งเศสเกรงว่าถ้าศัตรูได้อาวุธเหล่านี้ไปครอบครอง ฝรั่งเศสจะสามารถหยุดการทำงานของมันได้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐเองก็เริ่มกังวลกับปัญหานี้ เพราะปัจจุบันชิพที่ผลิตในสหรัฐจริงๆ มีน้อยมาก และเป็นไปได้ว่าจะมีการวางช่องโหว่ไว้เพื่อโจมตีสหรัฐ หน่วยงานวิจัย DARPA ของกระทรวงกลาโหมจึงได้เริ่มโครงการ Trust in Integrated Circuits เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของชิพที่นำเข้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีบริษัทภายนอกเข้าร่วม 3 รายคือ Raytheon, Luna Innovations และ Xradia ถึงแม้ว่าจะไม่เปิดเผยวิธีการที่ใช้ตรวจสอบ แต่บริษัท Xradia มีผลิตภัณฑ์ด้านเอ็กซเรย์ที่ใช้กับชิพ จึงเป็นไปได้ว่าจะใช้วิธีนี้
โครงการ Trust in Integrated Circuits จะต้องส่งรายงานให้กระทรวงกลาโหมสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นข่าวกระทรวงกลาโหมสหรัฐสั่งแบนชิพจากจีนก็เป็นได้ (หมายเหตุ: ในลิงก์ที่มา IEEE มีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมาก ใครสนใจตามไปอ่านกันต่อได้ครับ)
ที่มา - IEEE Spectrum ผ่าน Ars Technica
ดาวเทียมสอดแนมอเมริกาอาจตกใส่โลก
Submitted by molecularck on 28 January, 2008 - 10:18. tags:สำนักงานข่าวรอยเตอร์ประจำอเมริการายงานจากคำพูดรัฐบาลกลางสหรัฐว่า ดาวเทียมสอดแนม A.U.S. ได้สูญเสียพลังงานไฟฟ้าและสามารถตกใส่โลกได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมนี้
ทางรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาได้บอกกล่าวตอนนี้ดาวเทียมดวงนี้ไม่สามารถควบคุมได้แล้วและไม่สามารถคาดเดาสถานที่ที่ดาวเทียมดวงนี้จะตกใส่ ซึ่งตอนนี้ทางหน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากโชคดีดาวเทียมจะลุกเป็นไฟหมดก่อนถึงพื้นโลก
ที่มา - Reuters.com
อิสราเอลส่งดาวเทียมสายลับดวงใหม่ขึ้นสู่อวกาศ
Submitted by lew on 22 January, 2008 - 01:17. tags:เมื่อวานนี้ดาวเทียม TESCAR ของทางอิสราเอลได้ถูกส่งขึ้นจากฐานยิงในอินเดียใต้ และกำลังเริ่มภาระกิจในการตรวจจับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะอิหร่านที่กำลังมีโครงการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของตนเอง
ดาวเทียม TESCAR เป็นดาวเทียมจารกรรมดวงแรกของทางอิสราเอลที่ใช้เทคโนโลยี Synthetic Aperture Radar (SAR) [Wikipedia] จากเดิมที่ดาวเทียมจารกรรมในตระกูล Ofek [Wikipedia] นั้นใช้กล้องถ่ายรูปจากแสงที่มองเห็นเท่านั้น และจะเริ่มส่งภาพกลับมาภายในสองสัปดาห์ข้างหน้านี้
งบประมาณอยู่ที่หลักสิบล้านดอลลาร์รวมค่าพัฒนาและค่ายิง น่าจะพอๆ กับงบเครื่องดักฟัง 800 ล้านบ้านเรา
ที่มา - PhysOrg
กองทัพสหรัฐซื้อแมคเพิ่ม-อ้างทำให้ปลอดภัยกว่าเดิม
Submitted by infernohellion on 23 December, 2007 - 17:34. tags:Forbes รายงานว่ากองทัพสหรัฐกำลังดำเนินการนำคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลเข้าไปเสริมในระบบ เพื่อที่จะทำให้การแฮกเข้าไปในระบบนั้นยากกว่าเดิม
เมื่อปีที่แล้วระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์กองทัพสหรัฐนั้นได้ถูกแฮก ในเดือนมิถุนายน คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งในเพนตากอนนั้นถูกแฮก ทำให้อีเมลภายในไม่ทราบจำนวนนั้นถูกขโมยออกมา นอกจากนี้แล้วคู่สัญญากับกองทัพเช่นบริษัท Boeing, Lockheed Martin, Northrop, Grumman แลพ Raytheon ก็ถูกแฮกเช่นกัน
ในปัจจุบันนี้ มีแมคประมาณ 20,000 เครื่องจากคอมพิวเตอร์กว่า 700,000 เครื่องของกองทัพสหรัฐ โดยกองทัพฯ คาดว่าต่อไปนี้ทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ของกองทัพประจำครึ่งปีจะมีการซื้อเครื่องแมคประมาณ 1,000 เครื่องต่อครั้ง
หนึ่งในปัญหาหลักที่ทางกองทัพฯ ไม่นำแมคมาใช้นั้นเพราะว่าระบบอ่านคีย์การ์ดที่กองทัพใช้อยู่ปัจจุบัน (เรียกกันว่า Common Access Card หรือ CAC system) นั้นยังไม่สามารถนำมาใช้กับเครื่องแมคได้ แต่ภายในกุมภาพันธ์ 2008 นี้กองทัพจะทำให้เครื่องแมคนั้นสามารถใช้งานคีย์การ์ดได้โดยไม่มีปัญหา
แม้ว่าแอปเปิลนั้นได้ออกมาอ้างเสมอมาว่าเครื่องแมคนั้นแฮกยากกว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ยังไม่มีข้อพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงอย่างที่กล่าวหรือไม่ เนื่องจากจำนวนเครื่องแมคในปัจจุบันนั้น เมื่อเทียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานวินโดวส์ถือว่าน้อยมาก ทำให้ไม่เป็นที่ดึงดูดความสนใจของแฮกเกอร์ จึงเป็นที่พูด ๆ กันในกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลาย ๆ ส่วนว่า “การแฮกเครื่องแมคนั้นไม่คุ้มค่าแรง เพราะความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยเกินเหนื่อย”
ที่มา - Forbes
กลาโหมสหรัฐเลิกกวนสัญญาณ GPS แบบถาวร
Submitted by lew on 20 September, 2007 - 16:48. tags:ถ้าใครเคยศึกษาข้อมูลของระบบดาวเทียม GPS มาบ้างคงเคยรู้ว่าข้อมูลที่ส่งออกมาจากดาวเทียม GPS นั้นจะมีค่าความละเอียดไม่เท่ากัน โดยข้อมูลสำหรับคนทั่วไปนั้นจะมีความละเอียดต่ำอยู่ที่ประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แต่ข้อมูลความละเอียดสูงนั้นจะเข้ารหัสและให้ใช้งานเฉพาะทหารสหรัฐและพันธมิตรเท่านั้น โดยระบบนี้เรียกว่า Selective Availability (SA)
แต่ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ทางสหรัฐก็ได้เลิกส่งสัญญาณรบกวนเพื่อลดความแม่นยำของ GPS มาโดยตลอด เหตุผลหนึ่งคือการที่มีบริการเพิ่มความแม่นยำจากการตั้งสถานีคำนวณหาสัญญาณรบกวน และมีการแก้ไขค่าดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
ล่าสุดทางกลาโหมสหรัฐมีคำสั่งยกเลิกการติดตั้งระบบ SA นี้ลงในดาวเทียม GPS รุ่นที่สามแล้ว ทำให้ในดาวเทียมรุ่นต่อๆ ไปทางสหรัฐจะไม่สามารถส่งสัญญาณรบกวนได้สำหรับคลื่นสาธารณะอีกต่อไป (แต่ยังปิดดาวเทียมได้อยู่)
ไม่รู้ว่าอย่างนี้ทางยุโีรปยังใช้ Galileo ต่อรึเปล่า
ที่มา - Defense Link
Google Earth แสดงภาพเรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธลำใหม่ของจีน
Submitted by lew on 10 July, 2007 - 00:06. tags:ปีก่อนบ้านเราเพิ่งตื่นตัวเรื่อง Google Earth กันไปว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ปีนี้เรามีตัวอย่างกันที่ชัดยิ่งกว่าชัด เมื่อมีคนพบว่า Google Earth มีภาพของเรือดำน้ำขีปนาวุธลำใหม่ของจีนที่เพิ่งสร้างขึ้นในปี 2006 ที่ผ่านมารวมอยู่ด้วย
เรือดำน้ำที่ว่านั้นคือหนึ่งในเรือดำน้ำคลาส Jin ที่มีความยาวถึง 133 เมตร (ยาวกว่ารุ่นก่อน 11 เมตร) บรรทุกขืปนาวุธจำนวน 12 ลูก ขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ โดยเชื่อกันว่าจะมีการสร้างขึ้นมาจำนวน 5 ลำ
สำหรับพิกัดที่พบเรือดำน้ำดังกล่าวคือ 38°49'4.40"N, 121°29'39.82"E โดยถูกถ่ายภาพด้วยดาวเทียม Quickbird ภาพดังกล่าวถูกขายต่อให้กูเกิลที่นำมาเผยแพร่ให้เข้าถึงฟรีผ่านทาง Google Earth ในที่สุด
ที่มา - Strategic Security Blog




