กลุ่ม Anonymous ประกาศความสำเร็จในการแฮกเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท Booz Allen Hamilton ได้ข้อมูลอีกเมล, และรหัสผ่านแบบผ่านฟังก์ชั่นแฮชแล้วจำนวนกว่า 90,000 รายชื่อ โดยมาจากระบบฐานข้อมูลการฝึกและการทดสอบของกองทัพ
บริษัท Booz Allen Hamilton รับงานจากกองทัพสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2010 แต่ทางกลุ่ม Anonymous ก็อ้างว่าสามารถเจาะฐานข้อมูลนี้ได้ภายในเวลาสี่ชั่วโมงเท่านั้น พร้อมกับส่งใบเสร็จล้อเลียนบริษัทโดยขอเก็บค่าตรวจสอบความปลอดภัยเป็นเงิน 310 ดอลลาร์
Booz Allen Hamilton เป็นบริษัทที่บริหารงานโดยอดีตผู้บริหารหน่วยงานด้านความมั่นคงสหรัฐฯ จำนวนมากเช่น อดีตผู้อำนวยการ NSA, อดีตผู้อำนวยการ CIA, หรือบางคนก็นั่งควบทั้งตำแหน่งบริหารหน่วยงานและตำแหน่งผู้บริหารบริษัท
ที่มา - The Pirate Bay
- 8 comments
- 802 reads
โครงการ General Fund Enterprise Business System (GFEBS) เป็นโครงการใช้ ERP ในกองทัพบกสหรัฐฯ ด้วยงบประมาณโครงการ 2,400 ล้านดอลลาร์ มีผู้ใช้ 80,000 คนและต้องบริหารงบประมาณปีละ 140,000 ล้านดอลลาร์ มาถึงวันนี้โครงการกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะล้มเหลว
เป้าหมายโครงการนั้นตั้งไว้ให้เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2007 และทำงานได้เต็มรูปแบบในธันวาคม 2009 แต่การเริ่มใช้งานเพิ่งเริ่มได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และการทำงานเต็มรูปแบบถูกปรับไปอยู่ปลายปีนี้ ส่วนงบประมาณในการวางระบบครั้งแรกนั้นก็เกินกว่าที่ตั้งไว้ไป 53 ล้านดอลลาร์แล้ว
- 24 comments
- 1396 reads
- Read more
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาสร้างเกมออนไลน์ชื่อ MMOWGLI (อ่านว่า "เมาคลี" เหมือนเมาคลีลูกหมาป่า) ซึ่งเป็นเกมจำลองสถานการณ์ว่าควรดำเนินนโยบายทางทหารต่อโจรสลัดที่อาละวาดในน่านน้ำของโซมาเลียอย่างไร
เกมนี้ไม่ได้เป็น FPS หรือ RPG แบบที่เราคุ้นเคยในเกมออนไลน์ต่างๆ แต่เป็นเกมวางแผนการรบ (wargame) ที่จะมีสถานการณ์จำลองขึ้นมาให้อ่าน และถามความเห็นของผู้เล่นประมาณ 1,000 คนว่าควรเลือกเส้นทางไหนต่อไป จากนั้นจะประมวลคำตอบของผู้เล่นเพื่อเดินเรื่องในเกมต่อ โดยเกมจะอัพเดตสถานการณ์ใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ (ตอนนี้เกมยังไม่เปิดให้เล่น ต้องไปลงชื่อรอกันไว้ก่อนครับ)
หน่วยวิจัยของกองทัพเรือสหรัฐ Office of Naval Research ให้ข้อมูลว่าเกมนี้เป็นการทดลองการระดมไอเดียเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในโลกความเป็นจริง โดยยกกรณีของปัญหาโซมาเลียขึ้นมาเป็นโจทย์ชุดแรก แต่ในอนาคตก็จะเปิดให้แก้ปัญหาอื่นๆ ด้วย
ที่มา - Office of Naval Research, Ars Technica
- 19 comments
- 1664 reads
หน่วยพลร่มที่ 82 ของกองทัพบกสหรัฐฯ กำลังทดสอบแพลตอุปกรณ์ Joint Battle Command-Platform (JBC-P) ซึ่งจริงๆ คือโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยทหารในแนวรบ
ตัวเครื่องจะแตกต่างจากโทรศัพท์ทั่วไปเพราะมันเชื่อมต่อเข้ากับโครงการสื่อสารของทหารโดยตรง แอพลิเคชั่นนั้นจะไม่ต่างจากที่เราใช้งานในโทรศัพท์ทั่วไปมากนัก นับแต่แผนที่, การระบุพิกัดหน่วยอื่นๆ ในสนามรบ, หรือการส่งข้อความไปยังหน่วยอื่นๆ ไม่ต่างจากที่เราใช้ Google Maps, Latitude/Foursquare, หรือ Whatapps กันอยู่ทุกวันนี้
ข้อดีของระบบนี้คือทหารสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทีมงานระบุว่าการสาธิตการใช้งานใช้เวลาเพียงห้านาทีทหารก็สามารถใช้งานอุปกรณ์ในซ้อมรบได้แล้ว
ดีกว่า GT200 แน่นอน
ที่มา - Army.mil
- 47 comments
- 1206 reads
สำนักข่าวอังกฤษชื่อดัง The Guardian ออกมาเปิดเผยถึงโครงการของกองทัพสหรัฐฯ ในการสร้างระบบที่จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุม "ตัวตน" ออนไลน์ได้คราวละเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างอิทธิพลต่อการสนทนาออนไลน์ และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อในทางสนับสนุนสหรัฐฯ (ดูรายละเอียดโครงการ)
โฆษกของกองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐกล่าวว่า โครงการมูลค่า 2.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นี้จะถูกใช้กับเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศเพื่อต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มหัวรุนแรง
อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่ารัฐบาลประเทศอื่น ๆ จะทำตามบ้าง นอกจากนี้ การสร้างตัวตนปลอมยังอาจขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการปลอมแปลงอีกด้วย
ที่มา - The Guardian
- 20 comments
- 674 reads
เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะปักหมุดสถานที่บนแผนที่กรุงคาบูลได้โดยไม่ต้องลงไปสำรวจด้วยตัวเอง? กองทัพสหรัฐฯ สามารถใช้วิธีรวบรวมข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการสำรวจสถานที่ต่าง ๆ เช่น ธนาคาร โรงแรม มัสยิด ในอัฟกานิสถานได้อย่างคร่าว ๆ ครับ
บริษัท Cazoodle ถูกจ้างโดยกองทัพให้รวบรวมข้อมูลสาธารณะจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น ภาพถ่ายจาก Flickr ที่มี geotag และคำบรรยายชื่อสถานที่ หรือข้อมูลพิกัดสถานที่ต่าง ๆ จาก OpenStreetMap เพื่อปักหมุดบนแผนที่ ด้วยราคาและความเสี่ยงที่น้อยกว่าการลงสำรวจพื้นที่มากครับ (ดูรายละเอียดทางเทคนิคได้จากที่มา)
ข่าวบอกว่าบริษัทนี้เริ่มจากการเป็นเว็บไซต์ค้นหาอพาร์ตเมนต์มาก่อน โดยใช้วิธีรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์จำนวนมากมาแสดงพร้อมแผนที่ในหน้าเดียวครับ
ที่มา - ReadWriteWeb
- 7 comments
- 638 reads
แม้สหรัฐฯ จะอ้างว่าเอกสาร The Cables ที่หลุดออกมาทาง WikiLeaks นั้นไม่ได้สร้างความเสียหายมากมายอย่างที่อ้างกัน แต่การที่เอกสารเหล่านี้หลุดออกมาสู่สาธารณะก็ทำให้สหรัฐฯ เสียหน้าเป็นอย่างมากมาตรการใหม่จึงเป็นการห้ามใช้สื่อเก็บข้อมูลแบบถอดได้เช่น thumbdrive, CD, DVD บนคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็แบนสื่อเหล่านี้มาก่อนแล้ว แต่เป็นการแบนเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเวิร์มมากกว่าจะป้องกันข้อมูลรั่วไหล และมาตรการนี้ถูกยกเลิกไปในต้นปีที่ผ่านมา
ที่มา - CRN
- 14 comments
- 1020 reads
กองทัพอากาศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาเตือนทหารว่าการใช้ social network อาจทำให้เปิดเผยตำแหน่งโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเรียกว่าเป็น "การสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการ"
ตัวอย่างที่กองทัพฯ ยกมาก็ได้แก่ Facebook กับ Foursquare แล้วยังพูดถึงโทรศัพท์ BlackBerry ที่เปิดใช้งาน GPS ด้วย
ก็อยู่ที่คนใช้ล่ะครับว่าจะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้อย่างไร
ที่มา - BBC
- 4 comments
- 1042 reads
ศูนย์ควบคุมปฏิบัติการพิเศษ (SOCOM) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กำลังต้องการซอฟต์แวร์ควบคุมปฏิบัติการภาคสนาม โดยระบุว่าซอฟต์แวร์นี้ต้องทำงานบน Android
ประกาศของ SOCOM คือต้องการโปรแกรม Tactical Situational Awareness Application Suite (TactSA) ที่ติดตั้งบนมือถือแล้ว ทหารที่ปฏิบัติการอยู่สามารถแชท, ส่งไฟล์, เล่นวิดีโอ, ประชุมกลุ่ม และแสดงพิกัดสถานที่ แถมยังต้องทำงานได้ในสภาวะสัญญาณสื่อสารไม่ดีนัก
- 13 comments
- 1374 reads
- Read more
เกม Medal of Honor ภาคใหม่ (ซึ่งใช้ชื่อว่า Medal of Honor เฉยๆ ไม่มีสร้อย) มีฝ่ายกองโจรตาลีบันให้เลือกเล่นในโหมดมัลติเพลเยอร์ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ช่วงแรก ค่ายเกม EA ได้ออกมาตอบโต้ว่า "มันก็เป็นแค่เกม" แต่สุดท้ายก็ทานกระแสไม่ไหว
Greg Goodrich โปรดิวเซอร์ของเกมนี้ระบุว่า ทีมงานได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมากจากครอบครัวของทหารอเมริกันที่ประจำการในอัฟกานิสถาน แต่สิ่งที่ทำให้ EA ต้องกลับคำคือเสียงคัดค้านจากครอบครัวทหารที่เสียชีวิต ซึ่ง EA มองว่าคนกลุ่มนี้มีสิทธิ์เรียกร้อง สุดท้ายทาง EA จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อฝ่ายจาก "ตาลีบัน" (Taliban) มาเป็น "ฝ่ายต่อต้าน" (Opposing Force) แทน
ส่วนอื่นๆ ของเกมนอกจากชื่อเรียกจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เกมจะวางขายวันที่ 12 ตุลาคมนี้
ที่มา - Ars Technica
- 1402 reads
สถาบัน Royal School of Artillery ในอังกฤษ เริ่มใช้ iPad เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอนวิชายิงปืนใหญ่ของนายทหาร จากเดิมที่ผู้เรียนได้แต่ดูสไลด์บนจอ ก็จะได้ฝึกซ้อมการวางเป้าปืนผ่าน app เฉพาะทางบน iPad
Jason Markham นายทหารซึ่งปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน เล่าให้ผู้สื่อข่าว BBC ฟังว่าการเรียนแบบนี้สนุกกว่าดูบนจอเฉยๆ และเป็นการฝึกซ้อมไปในตัว ช่วยให้เขาปฏิบัติการยิงสนับสนุนได้ดีขึ้น
Rich Gill หนึ่งในทีมงานที่พัฒนาโปรแกรมตัวนี้ อธิบายว่าการสอนผ่านโปรแกรมจะช่วยลดระยะเวลาในการฝึกซ้อมลงได้เยอะมาก
ที่มา - BBC
- 19 comments
- 2781 reads
เอชพีเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังพัฒนานาฬิกาข้อมือที่มีจอภาพม้วนงอได้ซึ่งผลิตจากพลาสติกให้กองทัพสหรัฐฯ
นาฬิกาข้อมือดังกล่าวจะใช้แสดงแผนที่และข้อมูลการรบให้กับทหารได้โดยตรง นอกจากนั้นยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จึงไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทางระหว่างสู้รบแต่อย่างไร
ต้นแบบนาฬิกาข้อมือดังกล่าวน่าจะเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้กองทัพได้ทดลองใช้ก่อนที่จะตัดสินใจว่าควรจะผลิตใช้งานในวงกว้างหรือไม่
ที่มา: ซีเอ็นเอ็น ผ่าน Engadget
- 41 comments
- 2193 reads
เพึ่งมีข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ซื้อ PlayStation 3 มาสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อทำงานวิจัย กองทัพเรืออังกฤษก็ทำเช่นกัน โดยการสั่งซื้อ PSP จำนวน 230 เครื่องไปบรรจุซอฟต์แวร์ให้ทหารสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดของเรือรบต่างๆ เพื่อเตรียมตัวสอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยลดเวลาอบรมลงได้ และทหารไม่รู้สึกเบื่อหนายกับการเรียนอีกด้วย
ที่มา: T3
- 43 comments
- 3121 reads
กองทัพอากาศสหรัฐฯ กำลังสั่งซื้อ PlayStation 3 จำนวน 2,200 เครื่องมาต่อเสริมกับเครื่อง PlayStation 3 เดิมที่มีอยู่ 336 เครื่องเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการวิจัย โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้สถาปัตยกรรมของหน่วยประมวล Cell Broadband Engine ใน PlayStation 3 ในงานด้านการทหาร ทั้งการประมวลผลภาพถ่ายเรดาร์หลายภาพเข้าเป็นภาพถ่ายเชิงซ้อนที่มีความละเอียดสูงขึ้น (synthetic aperture radar image formation) การประมวลผลวีดีโอความละเอียดสูง และงานด้าน neuromorphic computing หรือการพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้ประมวลผลคล้ายสมองมนุษย์ โดยการสร้างอัลกอริทึมและไมโครโปรเซสเซอร์ที่จำลองคุณลักษณะของวงจรสมอง (brain circuits) ขึ้นมา
ที่มา: InformationWeek
- 45 comments
- 8094 reads
วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปี นับจากที่ HTC Dream G1 วางตลาดไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมปีที่แล้ว โดยวางตลาดพร้อมๆ กับการเปิดตัว Android Market นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ในตอนนี้ Android มี "โทรศัพท์" ที่วางตลาดอยู่แล้ว 12 รุ่นจาก 9 ผู้ผลิต และกำลังตามมาอีกจำนวนมาก (จนผมขี้เกียจเขียนข่าวในช่วงหลัง) โดยรายชื่อโทรศัพท์เท่าที่มีการรวบรวมได้ในตอนนี้คือ 51 รุ่น
ล่าสุด บริษัท Raytheon ที่รับงานจากกลาโหมสหรัฐฯ จำนวนมากเป็นรายได้ถึง 20 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ได้ประกาศ พัฒนาอุปกรณ์ สำหรับแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างทหารในสนามรบ โดยอุปกรณ์จะอาศัยซอฟต์แวร์ Raytheon Android Tactical System (RATS)
ความสามารถของ RATS นั้นไม่ต่างจากโทรศัพท์มือถือที่เราเล่นอยู่ที่วันมากนัก มันสามารถแชร์ตำแหน่งของทหารแต่ละคนในภารกิจเดียวกันได้ (Google Latitude) หรือจะเป็นการดูวีดีโอสดจากเครื่องบินสอดแนม (Qik) ตลอดจนการส่งภาพผู้ต้องสงสัยกลับไปยังศูนย์บัญชาการเพื่อตรวจสอบ (Twitpic) นอกจากนั้นแล้วตัวอุปกรณ์ยังสามารถยืนยันลายนิ้วมือผู้ใช้ และข้อมูลที่ส่งออกจากเครื่องทั้งหมดก็จะมีการเข้ารหัส
จุดเด่นของอุปกรณ์รุ่นใหม่นี้คือราคาที่อยู่ในระดับหลายร้อยดอลลาร์ หรือหลักหมื่นบาทเท่านั้น ขณะที่อุปกรณ์สื่อสารภาคสนามทั่วไปนั้นอาจจะอยู่ที่ 2-30,000 ดอลลาร์ หรือประมาณหนึ่งล้านบาทต่อชุดเลยทีเดียว
เริ่มทดสอบการใช้งานจริงในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ที่มา - WiseAndroid, Forbes, Raytheon's Podcast (PDF)
ปล. สำหรับไอโฟนนั้นไม่ต้องกลัวน้อยหน้า เพราะลงสนามรบไปก่อนนานแล้ว
- 14 comments
- 5092 reads






