หลังจากลือกันมาก่อนหน้านี้ วันนี้ทั้งทาง TweetDeck และ Twitter ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า TweetDeck จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Twitter
Twitter คาดหวังว่าการซื้อ TweetDeck ครั้งนี้จะช่วยตอบสนองการใช้งาน Twitter ให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้ Twitter มากขึ้น (power users) อีกทั้ง TweetDeck ก็มีคุณสมบัติรองรับการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกเหนือจากแค่ Twitter อีกด้วย
รายงานข่าวระบุว่าดีลนี้จบลงที่มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์
ที่มา: TweetDeck Blog, Twitter Blog และ CBS News
การซื้อกิจการ Skype ของไมโครซอฟท์มีมูลค่าสูงถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัทมา (ก่อนหน้านี้คือซื้อบริษัทโฆษณา aQuantive มูลค่า 6 พันล้านในปี 2007)
ความเห็นจากนักวิเคราะห์ทางการเงินและการลงทุนก็ไปในทิศทางเดียวกันหมดว่า "ซื้อ Skype น่ะดี แต่ซื้อแพงเกินไปมาก" และไมโครซอฟท์ต้องตอบคำถามผู้ถือหุ้นให้ได้ว่าการซื้อครั้งนี้ มีผลดีอย่างไรต่อฐานะทางการเงินของบริษัทบ้าง
เหล่านักวิเคราะห์ยังยกตัวอย่างการซื้อบริษัทในอดีต ซึ่งไมโครซอฟท์ไม่ประสบความสำเร็จในการนำบริษัทที่ซื้อมาไปต่อยอดมากนัก (กรณีของ aQuantive ก็เช่นกัน) นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ากูเกิลซึ่งเป็นคู่แข่งที่ชิงซื้อ Skype ได้เสนอราคาเพียง 4 พันล้านเหรียญ
ที่มา - Reuters
บริษัท NVIDIA ประกาศเข้าซื้อ Icera ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิพสำหรับโทรศัพท์มือถือด้วยเงินสดมูลค่า 367 ล้านเหรียญสหรัฐ เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่า NVIDIA พร้อมจะเข้ารบกับ Qualcomm และ Intel ในสมรภูมิชิพสำหรับโทรศัพท์ smartphone แล้ว
NVIDIA เพิ่งเข้าสู่ตลาดชิพโทรศัพท์มือถือในปีนี้ โดยมีคู่แข่งโดยตรงอย่าง Qualcomm, Texas Instruments และ Marvell ในขณะที่ Icera เน้นธุรกิจในการผลิตชิพป้อนให้กับผู้ผลิตแอร์การ์ดสำหรับโน๊ตบุ๊ก รายใหญ่ๆอย่าง Nokia, Huawei, ZTE และ Samsung และเพิ่งเริ่มหันมาผลิตชิพสำหรับโทรศัพท์มือถือมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การเข้าซื้อ Icera ในครั้งนี้จะทำให้ NVIDIA สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดของชิพประเภท baseband หรือคลื่นวิทยุอย่างเต็มตัว ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถสร้างโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถรองรับได้ทั้งสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่และฟีเจอร์ทางด้าน vdo สำหรับโทรศัพท์ smartphone และ tablet
หลายคนคงรู้จักเกมควบคุมเครื่องบินลงจอด Flight Control ซึ่งได้รับความนิยมบนมือถือหลายแพลตฟอร์ม (แม้จะโดน Angry Birds บดบังรัศมีในฐานะเกมมือถือที่ดังที่สุดไปก็ตาม)
วันนี้บริษัท Firemint ต้นสังกัด โดนยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมอย่าง EA ซื้อกิจการไปเรียบร้อยแล้ว เหตุผลก็คงชัดเจนในตัวว่า EA ต้องการรุกตลาดเกมมือถือนั่นเอง
Firemint สร้างชื่อมาจากเกม Flight Control แต่จริงๆ แล้วบริษัทเปิดมาตั้งแต่ปี 1999 และรับงานพัฒนาเกมมือถือให้ EA มาหลายเกมแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน EA เพิ่งซื้อบริษัท Mobile Post Production ซึ่งเชี่ยวชาญการพอร์ตและการทำ localization ของเกมมือถือไปเช่นกัน
บริษัทเนื้อหอมอย่าง TweetDeck ที่เคยเป็นข่าวว่าโดน UberSocial และ Twitter Inc. แย่งกันขอซื้อ ดูท่าจะลงเอยกับ Twitter Inc. แล้ว
เว็บไซต์ TechCrunch ได้อ้างแหล่งข่าววงในว่า Twitter Inc. เจรจาซื้อ TweetDeck เสร็จเรียบร้อย และจะประกาศอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ตามข่าวบอกว่ามูลค่าของ TweetDeck อยู่ที่ 40-50 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเป็นทั้งเงินสดและหุ้นของ Twitter
บริษัทที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็ Seesmic สินะ
ที่มา - TechCrunch
ตามที่ประกาศไปแล้วเมื่อปลายปีก่อนว่าบริษัท Attachmate จะเข้าซื้อ Novell เมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) การซื้อกิจการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดย Novell (รหัสหลักทรัพย์ NOVL) จะถูกถอนชื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ
Attachmate เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้าน terminal server เน้นลูกค้าองค์กร ถึงแม้ชื่อจะไม่ค่อยดังแต่ก็ทำธุรกิจมา 30 ปีแล้ว การซื้อกิจการ Novell ครั้งนี้มีมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์
ตัวบริษัท Novell จะยังบริหารงานต่อไปใต้แบรนด์เดิม ส่วน SUSE จะถูกแยกออกมาเป็นบริษัทลูกอีกแห่ง ใต้การบริหารของ Attachmate Group ทั้งคู่
ที่มา - Attachmate Group, Datamation
The Wall Street Journal รายงานว่าซัมซุงมีแผนจะขายธุรกิจฮาร์ดดิสก์ออกไปเพื่อนำเงินสดไปลงทุนในธุรกิจกลุ่มอื่น โดยซัมซุงเล็งขายธุรกิจส่วนนี้ออกไปในมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ดีลอาจจบลงที่มูลค่าไม่เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยซีเกทน่าจะเป็นผู้ซื้อกิจการส่วนนี้ไปจากซัมซุง
ถ้าหากดีลนี้เป็นตามข่าว จะทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ในตลาดเหลือเพียงแค่ 3 รายคือ โตชิบา ซีเกท และ Western Digital (ที่เพิ่งซื้อฮิตาชิไป) โดยจะมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10%, 40% และ 50% ตามลำดับ
ข่าวนี้ต่อจาก กูเกิลซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ขายตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ITA Software ซึ่งสร้างประเด็นให้เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินหลายแห่งที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ ITA รวมตัวกันประท้วง เพราะกลัวโดนกูเกิลกีดกันไม่ให้ใช้ซอฟต์แวร์ ITA อีกต่อไป
สถานการณ์ล่าสุดคือกระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ทำข้อตกลงกับกูเกิล โดยอนุมัติให้กูเกิลซื้อกิจการ ITA ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าลูกค้าเดิมของ ITA จะต้องได้ใช้ซอฟต์แวร์ต่อไป ซึ่งกูเกิลก็ได้ตอบสนองเงื่อนไขนี้โดยการันตีว่าลูกค้าเดิมของ ITA จะได้ใช้ซอฟต์แวร์ไปถึงปี 2016
ในโอกาสเดียวกัน กูเกิลก็ประกาศชัดเจนว่าจะรวมทีมของ ITA เข้ามาเพื่อสร้าง "exciting new flight search tools" ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ที่มา - Google, Department of Justice
Texas Instrument หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า TI ประกาศเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตชิปคู่แข่ง National Semiconductor คิดเป็นมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์
ทั้งสองบริษัทเป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ที่อยู่มายาวนาน TI เชี่ยวชาญการผลิตชิปที่ใช้ในอุปกรณ์ไร้สาย ส่วน National Semiconductor เชี่ยวชาญชิปแอนะล็อก การควบกิจการครั้งนี้จะทำให้ TI มีผลิตภัณฑ์ในมือครบเครื่องมากขึ้น และ National Semiconductor ยังมีโรงงานผลิตชิปในสหรัฐอีกหลายแห่งที่ TI ใช้ประโยชน์ได้มาก
ที่มา - AllThingsD, Ars Technica
เป็นข่าวการควบกิจการระหว่างบริษัทลูกของ EMC ด้วยกันครับ เมื่อยักษ์แห่งวงการ virtualization อย่าง VMware ประกาศดูดกิจการ (จะเรียกว่าซื้อก็คงไม่ได้) บริษัท Mozy ซึ่งเป็นลูกของ EMC เหมือนกัน
Mozy เป็นบริษัทสำรองข้อมูลออนไลน์ (ลักษณะเดียวกับ Dropbox) ปัจจุบันมีลูกค้าอยู่ 1 ล้านราย และลูกค้าส่วนมากเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ทีมงานเดิมของ Mozy จะกลายเป็นพนักงานของ VMware และเทคโนโลยีหลายๆ อย่างของ Mozy จะถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ของ VMware ต่อไป ส่วนบริการสำรองข้อมูลของ Mozy ก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ต่อเนื่องจากข่าวเบอร์สองซื้อเบอร์สี่ AT&T บรรลุข้อตกลงซื้อ T-Mobile USA มูลค่า 39 พันล้านดอลลาร์ โอเปอเรเตอร์เบอร์สามของสหรัฐอย่าง Sprint ซึ่งจะกลายเป็น "ผู้ประกอบการรายเล็ก" ทันทีถ้าการซื้อกิจการเสร็จสิ้น ได้ออกมาคัดค้านแล้ว
ในแถลงการณ์ของ Sprint ได้กระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐขัดขวางการซื้อกิจการครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าจะลดการแข่งขันในตลาด และเกิดผลเสียต่อผู้บริโภคในภาพรวม Sprint ยังได้อ้างถึงกิจการโทรศัพท์พื้นฐานของสหรัฐในอดีตที่เคยถูกผูกขาดโดย AT&T (ในทางนิตินัยแล้วเป็นคนละบริษัทกับ AT&T ในปัจจุบัน) ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อตลาด จนศาลสหรัฐต้องสั่งแยกบริษัท AT&T เป็นบริษัทย่อยๆ จำนวน 7 บริษัทในยุค 80s
เมื่อปลายปีที่แล้วมีข่าวออกมาว่า Sprint จะควบกิจการกับ T-Mobile แต่สุดท้ายไม่เกิดขึ้น T-Mobile เลยขายให้กับ AT&T แทน
ที่มา - Computerworld
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Facebook ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Snaptu ด้วยมูลค่าประมาณ 60-70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังจาก Snaptu ได้เพิ่มคุณสมบัติการเข้าถึง Facebook ในแอปพลิเคชั่นของตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง Facebook ได้ตกลงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับทาง Snaptu เพื่อเพิ่มคุณสมบัติดังกล่าว ลงบนโทรศัพท์มือถือพื้นฐานทั่วไป (feature phones) ก่อนหน้านี้
โดยหลังจากการเข้าซื้อกิจการแล้ว ทีมงานของ Snaptu จะเข้าไปพัฒนาแอปพลิเคชั่น Facebook ที่เน้นไปยังโทรศัพท์มือถือพื้นฐานทั่วไปซึ่งจะมีผลทำให้ Facebook สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งาน ที่ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไปที่ยังมีอยู่จำนวนมากในขณะนี้
Snaptu บริษัทสัญชาติอิสราเอลเดิมชื่อบริษัท Mobilica เป็นบริษัท startups ที่พัฒนาแอฟพลิเคชั่นซึ่งเน้นสำหรับโทรศัพท์มือถือพื้นฐานทั่วไป และนี่เป็น ครั้งแรก ครั้งที่สองที่ Facebook ได้เข้าซื้อกิจการจากบริษัทที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทแรกที่ Facebook ได้เข้าซื้อกิจการนอกสหรัฐอเมริกา คือบริษัท startups สัญชาติมาเลเซียชื่อ Octazen Solutions
ที่มา - Electronista, TechCrunch
วงการสื่อเก็บข้อมูลถึงคราวสะเทือนอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Western Digital เข้าซื้อกิจการ Hitachi GST (ย่อมาจาก Hitachi Global Storage Technologies) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Hitachi ที่ผลิตฮาร์ดดิสก์ (ซึ่งเคยเป็นฝ่ายฮาร์ดดิสก์ของ IBM มาอีกทีหนึ่ง)
การเข้าซื้อครั้งนี้มีมูลค่า 4.25 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นเงินสด 3.5 พันล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นหุ้นของ Western Digital
ประเด็นสำคัญของการซื้อครั้งนี้คือ Western Digital + Hitachi GST จะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของตลาด ดันแชมป์เก่าอย่าง Seagate ลงมาอยู่อันดับสองทันที ส่วนอันดับสามที่ตามมาห่างๆ หลังการควบกิจการครั้งนี้คือซัมซุง (ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดจาก Hard Drive Benchmarks)
ที่มา - Hitachi GST, The Register
Disney เข้าซื้อกิจการบริษัท Rocketpack ซึ่งมีผลิตภัณฑ์คือ Rocket Engine เครื่องมือสร้างเกมด้วย HTML5 ล้วนๆ
Rocket Engine ใช้เพียง JavaScript และ CSS นอกจากนั้นตัว Rocket Engine ยังมาพร้อมกับโปรแกรมสร้างเกมผ่านเบราว์เซอร์ เกมที่สร้างขึ้นมาสามารถทำงานได้บนทุกอุปกรณ์ที่มีเบราว์เซอร์ ตั้งแต่ netbook ยัน iPhone ดูวิดีโอได้ที่ท้ายข่าวครับ
ที่มา TechCrunch
Beluga โปรแกรมสนทนาแบบกลุ่มที่ประกาศว่าตัวเองเป็น "BBM for iPhone and Android!" ถูกยักษ์อย่าง Facebook เข้าซื้อกิจการแล้ว
ทีมงาน Beluga ประกาศว่าการขายกิจการครั้งนี้ไม่มีผลต่อตัวบริการ Beluga และจะยังให้บริการต่อไป ส่วน Facebook บอกจะเผยแผนการต่อ Beluga ในอีกไม่ช้า
การซื้อกิจการรอบนี้ยิ่งทำให้ข่าวลือ Facebook Phone หนักแน่นขึ้น และเราอาจเห็นระบบแชทบนมือถือที่แปะตรา Facebook กันในเร็วๆ นี้
ที่มา - TechCrunch, Beluga
วันนี้ขอเสนอข่าวควบรวมกิจการในประเทศบ้าง โดยบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ว่าบริษัทได้อนุมัติเข้าซื้อกิจการบริษัท เมกัส จำกัด และบริษัท นอร์ธเทอร์นสตาร์ซอฟต์แวร์ จำกัด (NTS) โดยใช้วงเงินรวมไม่เกิน 842 ล้านบาท MFEC ชี้แจงเหตุผลว่าการเข้าซื้อกิจการนี้จะทำให้บริษัทมีความหลากหลาย ขยายฐานลูกค้าและครอบคลุมในทุกกลุ่มธุรกิจมากขึ้น
กลุ่มเมกัสมีบริษัทในเครือคือบิสซิเนส แอพพลิเคชั่น (BAC) และ โมทีฟ เทคโนโลยี (Motif) ส่วนบริษัท นอร์ธเทอร์นสตาร์ซอฟต์แวร์มีบริษัทในเครือคือบริษัท ฮ่องสอน ซอฟต์แวร์ บริษัทซอฟต์โปรเฟสชั่นแนล บริษัทซอฟต์พลัส เทคโนโลยี บริษัทเคซอฟต์ คอนซัลติ้ง บริษัทสามหมอก ซอฟต์แวร์ บริษัทซอฟต์สแควร์1999 และบริษัทขอนแก่น ซอฟเทค
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เมื่อเช้าวันนี้ทางกลุ่มทรูได้ลงนามข้อตกลงกับทางกสท โทรคมนาคม ทำให้เป็นผู้มีสิทธิให้บริการ 3G ได้ทั่วประเทศในความถี่ 850MHz โดยภายใต้สัญญานี้ทางทรูจะดูแลเครือข่ายภาคกลาง 25 จังหวัดของกลุ่มฮัทชิสันเดิมทั้งหมด ส่วนเครือข่ายในจังหวัดอื่นๆ นั้นทางกสท จะเช่าอุปกรณ์จากทางทรูมาติดตั้งแล้วเปิดแชร์เครือข่ายระหว่างกันแบบ MVNO ข้ามพื้นที่กันเองทำให้ทั้งทรูและกสท. สามารถให้บริการทั่วประเทศได้
หลังการเซ็นสัญญานี้ตัวแปรสำคัญคือกลุ่มพนักงานของกสท. เองดูจะแตกเสียงเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือสหภาพฯ ที่สนับสนุนการเซ็นสัญญาครั้งนี้ แต่พนักงานอีกกลุ่มหนึ่งก็มาแสดงความเห็นคัดค้านและชี้ว่าการเซ็นสัญญาน่าจะผิดระเบียบหลายอย่าง
สัญญานี้มีอายุไปจนหมดอายุใบอนุญาตที่ทางกสท. ได้รับจากกทช. มาคือเหลือเวลาอีก 14.5 ปี
กูเกิลซื้อกิจการบริษัท SayNow ซึ่งทำธุรกิจด้าน voice mail บนมือถือและ social network ต่างๆ
SayNow เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2005 ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง และฐานผู้ใช้กว่า 15 ล้านคน ในประกาศของ SayNow ระบุชัดเจนว่าจะรวมทีมเข้ากับ Google Voice แต่ยังไม่เปิดเผยโครงการว่าจะทำอะไรบ้าง
ที่มา - SayNow, TechCrunch
กูเกิลซื้อบริษัทอีกแล้ว รอบนี้เป็นบริษัท eBook Technologies (ETI) ซึ่งโฆษกของกูเกิลบอกว่าซื้อมาเพื่อเสริมทัพด้านการอ่านบนแท็บเล็ต เครื่องอ่านอีบุ๊ก และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้
บริษัท ETI มีคนรู้จักน้อยมาก แต่เว็บไซต์ TechCrunch ก็ขุดประวัติของ ETI ว่ามีผลิตภัณฑ์ด้านอีบุ๊กหลายอย่าง ตั้งแต่เครื่องอ่าน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบการจัดจำหน่าย (distribution) คาดว่าสิ่งที่กูเกิลต้องการจะเป็นอย่างสุดท้าย
ที่มา - TechCrunch
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรศัพท์ออนไลน์ Skype เข้าซื้อกิจการ Qik ผู้นำในตลาด VoIP และ video call บนมือถือ มูลค่าไม่เปิดเผยแต่มีข่าววงในบอกว่าประมาณ 100-150 ล้านดอลลาร์
Qik เริ่มกิจการในปี 2006 ปัจจุบันรองรับมือถือมากกว่า 200 รุ่น ในปี 2010 บริษัทเติบโตสูงมาก (จากผู้ใช้ 6 แสนเพิ่มเป็น 5 ล้าน) Skype ให้เหตุผลว่าต้องการซื้อ Qik มาเสริมทัพด้านการสนทนาด้วยวิดีโอ และต้องการเทคโนโลยี Smart Streaming ของ Qik ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับเครือข่ายไร้สาย
ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า Skype จะยังเก็บแบรนด์ Qik เอาไว้หรือว่าเปลี่ยนชื่อเป็น Skype ให้หมด
ที่มา - Skype, Business Insider









