โซนี่ส่งสัญญาณบอกใบ้ว่าอาจเลิกขายเพลงของ Sony Music บน iTunes Store และเราคงไม่ได้เห็นเกมจาก Sony Computer Entertainment บน iPhone
เหตุผลก็คือโซนี่เริ่มเปิดบริการขายเนื้อหาออนไลน์ของตัวเอง ในส่วนของเพลงคือ Music Unlimited powered by Qriocity ที่เริ่มบริการในยุโรปแล้ว และใช้ได้กับอุปกรณ์ของโซนี่ทุกชนิด ตั้งแต่ทีวี มือถือ PSP ไปจนถึงเครื่องเล่นบลูเรย์ ส่วนของเกมก็คือ PlayStation Suite ที่เพิ่งประกาศไปไม่นานนี้
ยาฮูร่วมกระแสแมกกาซีนดิจิทัลบนแท็บเล็ต โชว์โปรแกรม "Livestand from Yahoo!" สำหรับอ่านเนื้อหาจากสำนักพิมพ์หลายเจ้า รวมถึงเนื้อหาจากยาฮูเอง (ตามข่าวบอกว่า Yahoo! Sports, Yahoo! News, Yahoo! Finance, Flickr, omg!)
ยาฮูบอกว่า Livestand จะเลือกเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของผู้อ่าน รวมถึงเวลาและสถานที่อ่าน มีอินเทอร์เฟซที่สวยงามเหมาะกับจอสัมผัส ตอนนี้ Livestand ยังมีแต่ภาพและคำโฆษณา (เข้าไปดูได้ที่ Livestand from Yahoo!) เท่าที่ดูจากภาพที่ออกมาก็คล้ายๆ แมกกาซีนบนแท็บเล็ตจากค่ายอื่น แต่มีหมวดหมู่ของเนื้อหาให้เลือกจำนวนหนึ่ง
Livestand จะออกบน iPad และ Android ภายในครึ่งแรกของปีนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมจะแถลงใน Mobile World Congress ครับ
ที่มา - Yahoo! Press, Yahoo! Blog, GigaOm
ผลสำรวจจากบริษัท Knowledge Networks ระบุว่าผู้ใช้ iPad จำนวน 86% ตอบว่ายินดีจะ "ดูโฆษณา" เพื่อแลกกับการเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ แบบไม่ต้องเสียเงิน
ผู้ใช้ 13% ตอบว่ายินดีจะเสียเงินเพื่อดูรายการทีวีหรืออ่านนิตยสารที่ตัวเองมีอยู่แล้วบนสื่ออื่น และราคาที่ยินดีจ่ายอยู่ที่ 2.60 ดอลลาร์ต่อเนื้อหาหนึ่งชิ้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าจำนวนแอพเฉลี่ยที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดมาคือ 24 ตัว ซึ่งเป็นแอพแบบเสียเงิน 6 ตัว
ที่มา - Mobile Marketing Watch
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข่าววงในว่ากูเกิลกำลังเจรจากับสำนักพิมพ์หลายแห่ง เพื่อชวนมาขายนิตยสารดิจิทัลบน Android
แพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลลักษณะนี้มีชื่อเรียกว่า "Digital Newsstand" ซึ่งกูเกิลจะจูงใจสำนักพิมพ์โดยหักค่าหัวคิวน้อยกว่าแอปเปิลที่หัก 30% นอกจากนี้ยังจะเปิดเผยข้อมูลผู้ซื้อนิตยสารแก่สำนักพิมพ์เจ้าของเนื้อหา ซึ่งเป็นสิ่งที่แอปเปิลไม่ยอมให้สำนักพิมพ์รู้
ส่วนแอปเปิลเองก็มีข่าวว่าจะยอมให้ผู้อ่านสมัครสมาชิก (subscribe) นิตยสารดิจิทัลได้แล้ว จากเดิมที่ต้องซื้อแยกเป็นฉบับๆ ไป ตลาดนี้ยังมีผู้เล่นรายอื่นอย่าง Amazon และ Barnes & Noble อีกด้วย
ที่มา - Wall Street Journal
อุปกรณ์ใหม่ๆ อย่าง iPad เป็นความหวังของสำนักพิมพ์ว่าจะมาช่วยชี้ทางรอดให้กับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ได้ และเมื่อครั้งที่นิตยสาร Wired เปิดตัวเวอร์ชัน iPad สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 100,000 เล่ม แต่ตอนนี้สถิติกลับระบุว่านิตยสารที่เปิดตัวเวอร์ชัน iPad ในช่วงกลางๆ ปี เริ่มมียอดขายต่อเล่มลดลง
ตัวเลขยอดขายของนิตยสารต่างๆ ได้แก่
- Vanity Fair: สิงหาคม 10,500 เล่ม, พฤศจิกายน 8,700 เล่ม
- Glamour: กันยายน 4,301 เล่ม, พฤศจิกายน 2,775 เล่ม
- GQ: ยอดเฉลี่ยเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เดือนละ 13,000 เล่ม, พฤศจิกายน 11,000 เล่ม
- Wired: ยอดเฉลี่ยเดือนกรกฎาคม-กันยายน เดือนละ 31,000 เล่ม, ตุลาคม 22,000 เล่ม, พฤศจิกายน 23,000 เล่ม
จากข่าว Richard Branson จะทำนิตยสารบน iPad เหมือนกัน วันนี้มันมาแล้วครับ
นิตยสารดิจิทัลฉบับนี้มีชื่อว่า "Project" (ลิงก์ใน iTunes Store) ออกเป็นรายเดือน คิดราคาฉบับละ 2.99 ดอลลาร์ หัวข้อที่สนใจคือ Design, Entertainment, Technology Entrepreneurs เว็บไซต์ paidContent วิจารณ์ว่ายังใช้ยาก และออกแบบมาสำหรับกระดาษมากกว่า iPad
Branson พูดถึงการแข่งขันกับ The Daily นิตยสารของ News Corp ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้แข่งกันโดยตรง แต่เป็นการบุกไปยังโลกอนาคตของสิ่งพิมพ์ด้วยกัน ถ้าจะแข่งคงเป็นเรื่องคุณภาพมากกว่า
ที่มา - paidContent, The Next Web, GigaOm, MediaMemo
นิตยสาร Playboy ร่วมกับบริษัท Bondi Digital Publishing นำ Playboy ทุกเล่มตั้งแต่เล่มแรก ฉบับเดือนธันวาคม 1953 จนถึงฉบับเดือนธันวาคม 2009 นับเป็นเวลา 56 ปี 650 ฉบับ และนับเป็นหน้าได้มากกว่า 100,000 หน้า ทำเป็นไฟล์ดิจิทัลและขายในรูปฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอก
ฮาร์ดดิสก์มีขนาด 250GB แต่ตัวไฟล์มีแค่ 50GB ทั้งหมดขายราคา 299.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,000 บาท) ผู้ที่สนใจสั่งเข้าไปดูได้ที่ Playboy Cover to Cover
ก่อนหน้านี้ Bondi Digital Publishing เคยรวมนิตยสาร New Yorker และ Rolling Stone ขายแบบฮาร์ดดิสก์มาก่อนแล้วเช่นกัน
ที่มา - LA Times
ไม่เพียงแต่ News Corp กำลังทำ "หนังสือพิมพ์บน iPad" ชื่อว่า Daily เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น แต่ Richard Branson ซีอีโอสุดซ่าของเครือ Virgin Group ก็จะทำสื่อดิจิทัลเช่นกัน
สื่อของ Branson มีชื่อเรียกว่า "Project" ตอนนี้เรายังไม่มีรายละเอียดมากนัก รู้แค่เพียงว่าจะมีเนื้อหาด้านบันเทิง ท่องเที่ยว ธุรกิจ การออกแบบ และวัฒนธรรมนานาชาติ กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันอังคารหน้า
ที่มา - AFP
ข่าวเก่าที่ The Beatles เตรียมขายเพลงใน iTunes Store ซึ่งผลจากการวางขายผ่าน iTunes ได้ผลการตอบรับที่ดีเกินคาดครับ เพราะเมื่ออัลบัมของ The Beatles ถูกวางขายได้เพียง 1 สัปดาห์ก็มียอดซื้อ (ผ่านการดาวน์โหลด) มากกว่า 2 ล้านครั้งแล้ว โดยอัลบัมที่ขายดีที่สุดคืออัลบัม "Abbey Road" และเพลงที่มียอดขายมากที่สุดก็คือเพลง "Here Comes the Sun"
ที่มา - Mashable
มีข่าวลือว่าเครือสื่อยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง News Corporation กำลังซุ่มทำ "หนังสือพิมพ์" ฉบับแรกบน iPad โดยตรง ไม่มีฉบับกระดาษหรือฉบับเว็บมาก่อนหน้า
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะใช้ชื่อว่า Daily ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ารูปแบบที่แน่ชัดจะเป็นอย่างไร คาดว่าเป็นแอพฯ ตัวหนึ่งบน iPad, ราคาที่มีข่าวรั่วออกมาคือ 99 เซนต์ต่อสัปดาห์, และจะมีเนื้อหาเป็นลูกผสมระหว่างหนังสือพิมพ์ฉบับปกติ (broadsheet) ที่เข้มข้นจริงจัง กับหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่เน้นสีสัน
ตามข่าวบอกว่า Daily จะมีบน iPad เท่านั้น และน่าจะเปิดตัววันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยงานเปิดตัวจะมีทั้ง Rupert Murdoch เจ้าของ News Corp. และสตีฟ จ็อบส์ เข้าร่วม
ที่มา - Electronista, Guardian
ร้านหนังสือจากแดนปลาดิบอย่างคิโนะคุนิยะ ประกาศให้บริการจำหน่ายอีบุ๊กออนไลน์ (ที่มีอยู่เดิมเป็นแบบส่งหนังสือเป็นเล่ม ๆ) ในชื่อ Kinokuniya Shoten BookWebPlus พร้อมรายชื่อหนังสือกว่า 1,200 รายการ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์ Kobunsha กับ Kodansha ซึ่งเป็นเจ้าของตลาดหนังสือการ์ตูนและนวนิยายญี่ปุ่นชื่อดังมากมาย
คิโนะคุนิยะคาดการณ์ว่าจะเพิ่มจำนวนอีบุ๊กขึ้นเป็น 30,000 รายการในปีถัดมา และต้องการจำหน่ายให้ได้มากกว่า 800,000 รายการ ในแต่ละปี ในขั้นต้นจะรองรับเฉพาะ iPhone กับ iPad ก่อนและจะเปิดตัวสำหรับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง
ที่มา - Japan Today
บริษัทสิ่งพิมพ์ขนาดยักษ์ของสหรัฐ 5 รายคือ Conde Nast, Hearst, Meredith, News Corp และ Time Inc. ประกาศจับมือกันตั้งสมาคมสิ่งพิมพ์ดิจิทัลชื่อ Next Issue Media สำหรับนิตยสารยุคหน้า และจะมีผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดช่วงต้นปีหน้า
อุปกรณ์เป้าหมายของ Next Issue คืออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เท่านั้น ทาง Next Issue ให้ความเห็นว่า "ยินดีทำงานร่วมกับแอปเปิล แต่ตอนนี้ Android สำคัญที่สุด"
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal วิเคราะห์ว่าบริษัทสิ่งพิมพ์ต้องการขายนิตยสารแก่ผู้บริโภคโดยตรง และต้องการสถิติการใช้งานของลูกค้า ซึ่งแอปเปิลไม่อนุญาตให้ทำทั้ง 2 อย่าง หวยจึงไปออกที่ Android ในที่สุด
ที่มา - AllThingsD
อธิบายง่ายๆ มันคือ Steam ภาคไมโครซอฟท์นั่นเองครับ
ไมโครซอฟท์เปิด Games for Windows Marketplace ร้านขายเกมบนพีซีแบบ digital download โดยสามารถเข้าได้ผ่านหน้าเว็บ และดาวน์โหลดผ่านตัว client
ร้านขายเกมนี้จะเชื่อมกับ Xbox Live และ Windows Live ID สามารถใช้แต้มจาก Xbox มาซื้อเกมบนพีซีได้ด้วย (แต่ใช้บัตรเครดิตตามปกติก็ได้เช่นกัน) เปิดขายของวันที่ 15 พ.ย. นี้ แต่หน้าเว็บเข้าได้แล้ว
Stephen McGill ผู้อำนวยการฝ่าย Xbox ของไมโครซอฟท์ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Xbox360Achivements ในหลายประเด็น แต่ที่เป็นข่าวคือความเห็นของเขาต่อ Blu-ray
ผู้สัมภาษณ์ถาม McGill ว่าข้อจำกัดของแผ่นดีวีดีมีผลกระทบต่อคุณภาพของเกมบน Xbox หรือไม่ เขาตอบว่าในช่วงแรกมีคนวิจารณ์ไมโครซอฟท์กันมากว่าไม่ยอมใส่หัวอ่านแผ่นแบบใหม่เข้ามา แต่ตอนนี้กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าไมโครซอฟท์ตัดสินใจถูกต้อง การเลือกดีวีดีทำให้ตัวเครื่องมีราคาถูก
เขายังบอกว่าคนกำลังเมินแผ่น Blu-ray เพราะคนข้ามจากดีวีดีไปสู่การดาวน์โหลดและสตรีมมิ่งเลย และไมโครซอฟท์ก็มีบริการสตรีมหนัง 1080p คุณภาพเดียวกับ Blu-ray แล้ว ไม่มีใครต้องการแผ่น Blu-ray อีก
ที่มา - Xbox360Achievements, THINQ
ไมโครซอฟท์ประกาศการขยายบริการออนไลน์ของ Zune ในการซื้อหนัง-เพลง, เช่าหนัง, สมัครบริการเพลงไม่อั้นรายเดือน ออกจากสหรัฐไปยังหลายประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เม็กซิโกและแคนาดา
สื่อที่ซื้อจาก Zune Marketplace สามารถเล่นได้ทั้งบนพีซี, Xbox Live และ Windows Phone นอกจากนี้โปรแกรม Zune client กำลังจะออกรุ่น 4.7 สำหรับใช้ต่อ Windows Phone 7 กับพีซีเช่นกัน
การขยายบริการของ Zune ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันน้อยนิดอาจไม่น่าสนใจนัก แต่ถ้าเรามองว่านี่คือการเตรียมพร้อมสำหรับ WP7 แทนล่ะ?
เราเห็น iBookstore สำหรับหนังสือกันไปแล้ว ถ้าข่าวลือเป็นจริง อีกไม่นานเราคงมี iNewsstand สำหรับหนังสือพิมพ์และนิตยสารกันบน iPad
ตอนนี้มีข่าวว่าแอปเปิลกำลังเจรจากับเครือสื่อใหญ่เจ้าของหนังสือพิมพ์ในสหรัฐ เพื่อขายหนังสือพิมพ์ดิจิทัลบน iPad และอุปกรณ์ใกล้เคียงอื่นๆ ข้อมูลตอนนี้ยังมีน้อยมาก บอกแค่ว่าโปรแกรมอ่านหนังสือพิมพ์จะแยกต่างหากจาก App Store และน่าจะเปิดตัวอย่างเร็วในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ที่น่าจะเป็นไปได้เช่นกันคือคงเปิดตัวพร้อมกับ iPad รุ่นที่สองต้นปีหน้า
นอกจากตัวโปรแกรมสำหรับอ่านแล้ว แอปเปิลยังพัฒนาโปรแกรมสำหรับสร้างหนังสือพิมพ์ ซึ่งสามารถใส่วิดีโอลงไปในหนังสือพิมพ์ได้แบบ Harry Potter ด้วย
ที่มา - Bloomberg
สำหรับ Apple TV รุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบเช่าวิดีโอแทนการซื้อไฟล์ มีบริษัทสื่อเจ้าของรายการทีวีมาเข้าร่วมคือเครือ Disney และ News Corporation
ส่วนเครือ Warner Bros. นั้นหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่วันนี้มีข้อมูลออกมาแล้ว เมื่อผู้บริหารของ Warner Bros. ให้สัมภาษณ์ว่าราคาเช่า 0.99 ดอลลาร์ต่อตอนนั้น "น้อยเกินไป" และการให้เช่ารายการทีวีเป็นตอนๆ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายซีรีส์รวมทั้งปี
อย่างไรก็ตาม Warner Bros. ยังร่วมมือกับแอปเปิลในการขายขาดไฟล์หนัง โดยคิดตอนละ 2.99 ดอลลาร์ ตัวอย่างซ๊รีส์ชื่อดังได้แก่ Gossip Girl, The Big Bang Theory และ Fringe
ที่มา - AP
ช่วงนี้เราเห็นข่าวลักษณะนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดสำนักพิมพ์ HarperCollins ออกมาให้ข้อมูลว่า นิยายสยองขวัญชื่อ “I’d Know You Anywhere” ของ Laura Lippman ซึ่งเริ่มวางขายเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม มีตัวเลขยอดขาย 5 วันแรกดังนี้
- ฉบับกระดาษปกแข็ง (hardcover) 4,000 เล่ม
- ฉบับอิเล็กทรอนิกส์ 4,739 เล่ม
สำนักพิมพ์ระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ยอดขายฉบับอิเล็กทรอนิกส์แซงหน้าฉบับกระดาษในสัปดาห์แรก และเสริมว่าถ้ารีวิวออกมาดี คนจะซื้อเวอร์ชันอิเล็กทรอนิกส์กันเยอะเพราะซื้อสะดวกกว่า ชนิดว่าอ่านรีวิวจบแล้วกดสั่งได้ทันที
ที่มา - Wall Street Journal
หลังจากมีข่าว นักเขียนชื่อดัง Seth Godin ได้ประกาศเลิกพิมพ์หนังสือ คราวนี้ Nigel Portwood ซีอีโอของ Oxford University Press สำนักพิมพ์พจนานุกรมภาษาอังกฤษยอดฮิต ได้ออกมากล่าว "ตลาดพจนานุกรมที่เป็นเล่มๆ กำลังจะหมดความหมายไป ที่ผ่านๆ มายอดจำหน่ายพจนานุกรมในแต่ละปีลดลงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากผู้ใช้หันไปใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น" และได้กล่าวต่อมาว่า "เอดิชั่นที่ 3 อาจจะไม่มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ทางบริษัทได้ทำพจนานุกรมฉบับดังกล่าวคืบหน้าไปแล้ว 28 เปอร์เซ็นต์"
OED (พจนานุกรมภาษาอังกฤษ Oxford ) เอดิชั่นใหม่จะปรับปรุงข้อมูล และเพิ่มคำศัพท์ใหม่ทุกๆ 3 เดือน ค่าบริการรายปีอยู่ที่ 372 ดอลลาร์สหรัฐ มีกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคมปีนี้
หรือว่าอีก 5 ปีหนังสือจะตายไป ตามที่คุณ Negroponte พูดกันน่ะ
วันก่อนได้ข่าวนี้มาจาก Blogger คนนึงใน Silicon Valley และ @markpeak ทวีตมาบอก เพื่อนๆ หลายคนบน Twitter ก็กล่าวกันถึงเรื่องนี้เยอะ ไม่เขียนคงไม่ได้แล้ว --
ตกเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อ Seth Godin นักคิดนักเขียนด้านธุรกิจและการตลาดชื่อดังในแวดวงธุรกิจออนไลน์ เจ้าของหนังสืออย่าง Linchpin, Tribes, Purple Cow, All Marketers Are Liars, ออกมาประกาศทางบล็อกของตัวเองว่าจะเลิกพิมพ์หนังสือในแบบกระบวนการบรรณาธิกรแบบดั้งเดิม







