ข่าวนี้อาจถือเป็นข้อมูลเสริมจากข่าว ส่วนแบ่งตลาด Mobile Web ปี 2011: iOS ลดลง, Android เพิ่มขึ้น ได้ครับ คราวก่อนเป็นเว็บ คราวนี้เป็นวิดีโอ
บริษัท Encoding.com ซึ่งให้บริการแปลงวิดีโอเพื่อเผยแพร่บนเน็ต (และอ้างว่าบริการของตัวเองใหญ่ที่สุดในโลก) เผยสถิติของแพลตฟอร์มวิดีโอ Vid.ly ตลอดปี 2011 ภาพรวมคือ iOS มีส่วนแบ่งตลาดลดลง และแพลตฟอร์มอื่นมีส่วนแบ่งการตลาดเยอะขึ้นโดยเฉพาะ Android
- ไตรมาส 1 ของปี 2011: iOS 80.9%, Android 10.2%, อื่นๆ 8.9%
- ไตรมาส 2 ของปี 2011: iOS 69.5%, Android 20.5%, อื่นๆ 10.2%
- ไตรมาส 3 ของปี 2011: iOS 59.4%, Android 20.5%, อื่นๆ 20.4%
- ไตรมาส 4 ของปี 2011: iOS 40.6%, Android 24.0%, อื่นๆ 35.4%
- 5 comments
- 695 reads
- Read more
Vimeo บริการวิดีโอออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอีกตัวหนึ่ง (เทียบกับ YouTube คงห่างกันไกล แต่ก็มีกลุ่มผู้ใช้เหนียวแน่นของตัวเอง) ประกาศออกแอพมือถือบนแพลตฟอร์มใหม่ๆ จากเดิมที่เคยมีแต่เวอร์ชัน iOS
แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้แก่ Android, Kindle Fire, Windows Phone (โดยเวอร์ชัน Windows Phone จะออกแบบตาม Metro UI ด้วย) สำหรับแอพเวอร์ชัน Android มีให้ดาวน์โหลดแล้ว (Market) โดยปรับหน้าจอให้เหมาะกับแท็บเล็ตเช่นกัน
Vimeo บอกว่าจะออกแอพ iOS รุ่นใหม่ที่มีความสามารถทัดเทียมกับแอพชุดล่าสุดนี้ ซึ่งจะปรับหน้าจอให้เหมาะกับ iPad ด้วยครับ
ที่มา - The Verge
- 5 comments
- 1924 reads
ที่ผ่านมา เราคงเห็นคลิปยอดนิยมบน YouTube ที่ส่งต่อกันเยอะๆ หรือเรียกว่า "ไวรัลวิดีโอ" กันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่คลิปเหล่านี้มักเป็นโฮมวิดีโอที่ผู้ใช้ทั่วไปถ่ายทำกันเอง ไม่ได้เป็นวิดีโอที่ผลิตโดยมืออาชีพ แต่กลับมีความโดดเด่นในตัวจนโดนใจผู้ชมอย่างมาก
ล่าสุดกูเกิลเปิดเซคชันใหม่ใน YouTube ที่เรียกว่า YouTube Slam เป้าหมายของมันเป็น "เกม" ที่ให้คลิปวิดีโอไวรัลเหล่านี้มาแข่งกันว่าคลิปไหนโดนใจมากกว่า
YouTube Slam จะแบ่งวิดีโอออกเป็นหลายหมวด เช่น คลิปน่ารัก (cute) คลิปตลก (comedy) คลิปเต้น (dance) คลิปร้องเพลง (music) และคลิปของแปลก (bizarre) จากนั้นจะจับคู่คลิปในหมวดเดียวกัน 2 คลิปมาให้เรารับชมและเลือกโหวตว่าคลิปไหนเจ๋งกว่ากัน
- 6 comments
- 2083 reads
- Read more
เทรลเลอร์ตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight Rises ภาคสุดท้ายของแบตแมนยุคใหม่ สร้างสถิติเป็นเทรลเลอร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดบนเว็บไซต์เทรลเลอร์หนัง iTunes ของแอปเปิล ด้วยยอดดาวน์โหลด 12.5 ล้านครั้งใน 24 ชั่วโมงแรกที่ปล่อยออกมา
สถิติ 12.5 ล้านครั้งนี้ชนะสถิติเดิมของภาพยนตร์ The Avenger ที่ทำได้ 10 ล้านครั้งใน 24 ชั่วโมง หนังจะฉายวันที่ 20 กรกฎาคม 2012
ที่ต้องย้ำอีกนิดคือตัวเลขนี้ยังไม่รวมการดูบนเว็บไซต์อื่นๆ โดยเฉพาะ YouTube ที่ไม่มีคลิปอย่างเป็นทางการของผู้สร้าง (เพราะมีสัญญากับ iTunes) แต่มีคลิปที่คนอื่นดาวน์โหลดจาก iTunes แล้วอัพขึ้น YouTube อีกจำนวนมาก
ที่มา - Warner Bros. via The Verge
- 21 comments
- 4047 reads
- Read more
เว็บไซต์ MeFeedia รวบรวมสถิติของวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต พบว่าวิดีโอถูกแปลงให้เข้ารหัสแบบ H.264 มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในเดือนมกราคม 2010 มีวิดีโอเพียง 10% ที่เข้ารหัสแบบ H.264 แต่ในเดือนธันวาคมนี้ ตัวเลขเพิ่มเป็น 80% แล้ว
เหตุผลสำคัญก็มาจากความนิยมใน HTML5 และผลจากอุปกรณ์พกพาหลายๆ ชนิดไม่สามารถเล่นวิดีโอที่เข้ารหัสด้วย codec ของ Flash อย่าง VP6 หรือ Sorenson Sparks ได้ ทำให้เว็บไซต์และผู้ให้บริการจำนวนมากต้องแปลงวิดีโอเป็น H.264 เพื่อให้วิดีโอไฟล์เดียวสามารถให้บริการได้ทั้งแบบ Flash และ HTML5 นั่นเอง
ความนิยมใน H.264 ที่เพิ่มขึ้นมาก ไม่ได้แปลว่าวิดีโอแบบ Flash จะได้รับความนิยมลดลงในสัดส่วนเดียวกันนะครับ (เพราะ Flash เล่นวิดีโอ H.264 ได้) เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขของ Flash vs HTML5 เป็นเท่าไร ข่าวนี้เป็นเรื่องของ codec ซึ่งคนที่เครียดที่สุดน่าจะเป็นกูเกิลแทน เพราะคู่แข่งของ WebM นั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ที่มา - GigaOm
- 17 comments
- 3212 reads
- Read more
YouTube เผยสถิติตลอดปี 2011 มีคนดูคลิปวิดีโอทั้งหมด 1 ล้านล้านครั้ง (1,000,000,000,000) สำหรับคลิปวิดีโอยอดนิยมประจำปี ที่ไม่นับรวมมิวสิควิดีโอของศิลปินดังจากค่ายใหญ่ ได้แก่
- Rebecca Black - Friday (OFFICIAL VIDEO)
- Ultimate Dog Tease
- Jack Sparrow (feat. Michael Bolton)
- Talking Twin Babies - PART 2 - OFFICIAL VIDEO
- Nyan Cat [original]
- Look At Me Now - Chris Brown ft. Lil Wayne, Busta Rhymes (Cover by @KarminMusic)
- The Creep (feat. Nicki Minaj & John Waters)
- Maria Aragon - Born This Way (Cover) by Lady Gaga
- The Force: Volkswagen Commercial
- Cat mom hugs baby kitten
- 21 comments
- 3025 reads
- Read more
เมื่อปีที่แล้ว YouTube ร่วมกับผู้กำกับ Ridley Scott และ Kevin Macdonald เปิดโครงการภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Life in a Day โดยเปิดให้คนทั่วโลกส่ง "คลิปวิดีโอของวันที่ 24 กรกฎาคม 2010" เข้ามาเป็นฟุตเตจ จากนั้นทีมงานจะคัดเลือกและนำฟุตเตจมาตัดต่อเป็นภาพยนตร์ Life in a Day ที่กล่าวถึงชีวิตของคนทั่วโลกในวันเดียว ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างด้วยแนวคิด crowdsourcing นั่นเอง (ข่าวเก่า)
โครงการนี้มีผู้เข้าร่วมหลักพันจาก 140 ประเทศ คลิปวิดีโอ 80,000 คลิป มีความยาวรวมกัน 4,500 ชั่วโมง สุดท้ายถูกตัดต่อเป็นภาพยนตร์ยาว 94 นาที เริ่มฉายครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์ Sundance เมื่อต้นปี และวันนี้มันเปิดฉายบน YouTube แล้ว
ผมแปะคลิปไว้ท้ายข่าว (ยาวหน่อยครับ 94 นาที) รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จากหน้าเว็บของโครงการ Life in a Day ถ้าดูแล้วชอบก็สั่งซื้อดีวีดีได้เช่นกัน
ที่มา - YouTube Blog
- 16 comments
- 4296 reads
- Read more
Netflix ผู้ให้บริการเช่ายืมดีวีดีทางไปรษณีย์รายใหญ่ในอเมริกา ซึ่งต่อมาเปิดให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมและประสบความสำเร็จอย่างดีประกาศวันนี้ว่าบริษัทจะแยกธุรกิจหลักสองส่วนนี้เป็นสองบริษัทจากกัน โดยส่วนการให้บริการเช่ายืมดีวีดีทางไปรษณีย์ซึ่งเป็นธุรกิจแรกเริ่มนั้นจะไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Qwikster ขณะที่ Netflix จะเหลือให้บริการเพียงสตรีมมิ่งวิดีโออย่างเดียว
Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและปัจจุบันเป็นซีอีโอ Netflix กล่าวว่าการแยกธุรกิจขาดออกจากกันเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานเดิมจะสับสนอย่างมาก แต่ Netflix ก็เลือกแนวทางนี้เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีบริหารจัดการต่างๆ จะมีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจมากขึ้นนับจากนี้ ซึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์จากนี้เว็บ Netflix ส่วนเช่ายืมดีวีดีก็จะแยกมาเป็น Qwikster จากกันอย่างเด็ดขาด บัญชีผู้ใช้ก็จะไม่มีการใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ Qwikster จะเพิ่มบริการเช่ายืมดีวีดีเกมทางไปรษณีย์บน Wii, PS3 และ Xbox 360 เข้ามาด้วยโดยให้ Andy Rendich ผู้บริหารระดับสูงของ Netflix เป็นซีอีโอของ Qwikster แทน
ข่าวนี้อาจจะไกลตัวเราหน่อย แต่ที่เลือกมาเพราะอยากให้เห็นว่าทิศทางของธุรกิจการให้บริการเช่ายืมภาพยนตร์นั้นกำลังเดินไปอีกขั้นแล้ว แม้กระทั่ง Netflix ที่เคยล้มยักษ์ Blockbuster ด้วยวิธีการเช่าหนังทางไปรษณีย์ยังเลือกมาจับธุรกิจหลักเป็นวิดีโอสตรีมมิ่งแล้ว
ที่มา: The Netflix Blog
- 23 comments
- 1791 reads
ความฝันที่จะได้ดูถ่ายทอดกีฬาผ่านอินเทอร์เน็ต (อย่างถูกต้อง) ใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น เมื่อ YouTube ประกาศว่าจะถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลแห่งชาติของทวีปอเมริกาใต้ หรือ Copa America 2011 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 1-24 ก.ค. นี้
YouTube จะถ่ายสดฟุตบอลตลอดทัวร์นาเมนต์ทั้ง 26 เกมที่ http://youtube.com/copaamerica พร้อมไฮไลท์ และคลิปรวมการยิงประตูที่จะตามมาภายหลัง
YouTube ยังไม่บอกรายชื่อว่ามีประเทศไหนดูได้บ้าง เท่าที่ผมลอง ประเทศไทยยังดูคลิปเก่าในช่อง Copa America ไม่ได้ครับ
ที่มา - YouTube Blog
- 20 comments
- 2114 reads
มีข่าวลือว่าไมโครซอฟท์จะเปิดตัวบริการชุดใหม่ของ Xbox Live ในงาน E3 สัปดาห์หน้า โดยจะเพิ่มการดูทีวีผ่าน Xbox 360 เข้ามาเป็นฟีเจอร์ใหม่ของระบบ
บริการนี้จะใช้ชื่อว่า Xbox Live Diamond (เป็นบริการขั้นกว่าของ Xbox Live Gold) โดยไมโครซอฟท์จะทำตัวคล้ายๆ ผู้ให้บริการเคเบิลทีวี เก็บค่าสมาชิกรายเดือน แต่ส่งข้อมูลรายการผ่านอินเทอร์เน็ตแทนสายเคเบิลหรือจานดาวเทียม เบื้องต้นน่าจะให้บริการในสหรัฐก่อน ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูล
บริการนี้มีรหัสว่า "Orapa" ซึ่งหมายถึงเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ที่มา - WinRumors
- 8 comments
- 540 reads
หลังจากที่กูเกิลเข้าซื้อบริษัท On2 เพื่อเปิดมาตรฐาน VP8 ให้ทุกคนใช้งานได้ฟรีแม้บริษัทต่างๆ จะมีท่าทีต่างกันไป แต่บริษัทที่เสียผลประโยชน์อย่างชัดเจนคือ MPEG LA ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าให้กับเจ้าของสิทธิบัตร โดยตอนนี้ MPEG LA เป็นผู้เรียกเก็บค่าใช้งานสิทธิบัตรจากมาตรฐาน H.264 อยู่ ล่าสุด MPEG LA ก็เรียกให้บริษัทผู้ถือสิทธิบัตรออกมาเสนอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ VP8 เพื่อรวมเข้ากองกลาง
- 24 comments
- 1101 reads
- Read more
ธุรกิจขาย-เช่าภาพยนตร์และรายการทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ ถูกครอบครองเบ็ดเสร็จจาก iTunes Store อย่างไรก็ตาม ในปี 2010 ปรากฎว่าส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลลดลง รายอื่นเริ่มกินตลาดได้มากขึ้น โดยผู้เล่นรายสำคัญคือ Zune Video จากไมโครซอฟท์
- ในปี 2009: iTunes Store มีส่วนแบ่งตลาด 74.4% ส่วน Zune Video มี 11.6%
- ในปี 2010: iTunes Store มีส่วนแบ่งตลาด 64.5% ส่วน Zune Video มี 17.9%
ผู้เล่นอันดับสาม PlayStation Store มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่นเดียวกับรายเล็กอื่นๆ อย่าง Amazon และ Walmart ที่มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ที่มา - WinRumors
- 6 comments
- 519 reads
ประเด็น กูเกิลถอด H.264 ออกจาก Chrome ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก จนกูเกิลทนไม่ไหว ออกมาอธิบายการตัดสินใจใน Chromium Blog ดังนี้
ทำไมกูเกิลจึงสนับสนุน <video> และ WebM
กูเกิลสนับสนุน <video> เพราะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน HTML5 ส่วนเรื่อง codec นั้นแบ่งเป็น 2 ค่ายชัดเจนอยู่แล้ว คือ Firefox/Opera สนับสนุน WebM/Theora และ Safari/IE สนับสนุน H.264 ซึ่งกูเกิลสนับสนุน WebM เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้งาน
- 25 comments
- 1528 reads
- Read more
ข่าว Chrome ยกเลิกการรองรับ H.264 แล้ว ยังสะเทือนวงการเว็บต่อเนื่องอีกหลายวัน เราเห็นปฏิกริยาตอบโต้จากไมโครซอฟท์กันแล้ว คราวนี้มาดูปฏิกริยาจากค่ายอื่นๆ กันบ้าง
ค่าย Mozilla ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะไม่เอา H.264 ตั้งแต่แรก บุคคลากรของ Mozilla ออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของกูเกิลกันสั้นๆ โดยให้ข้อมูลว่าพันธมิตร WebM ทั้งสามเบราว์เซอร์มีส่วนแบ่งตลาดโลกรวมกัน 40% จะช่วยดันให้ WebM เกิดได้ไม่ยาก - Aza Dotzler
- 57 comments
- 2148 reads
- Read more
แต่เดิมนั้น YouTube บนมือถือจะไม่สามารถดูมิวสิควิดีโอ (อย่างเป็นทางการ) ของนักร้องค่ายใหญ่ทั้งสี่คือ Universal Music Group, Sony BMG, Universal, EMI ได้ เพราะทั้งสี่ค่ายร่วมกันกำหนดสิทธิ์ผ่านแบรนด์ VEVO บน YouTube นั่นเอง
สถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ กูเกิลสามารถเจรจากับค่ายเพลงทั้งหลายได้แล้ว ทำให้ VEVO เปิดให้เราใช้มือถือดูมิวสิควิดีโอของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังทำได้เฉพาะ YouTube รุ่น Android เท่านั้น
ผมลองดูแล้วพบว่า ประเทศไทยดูได้เป็นบางเพลงครับ เพลงที่ดูไม่ได้จะบอกว่า Not available in your country ตามมาตรฐาน
ที่มา - Wired
- 10 comments
- 1571 reads







