ลือกันมานานหลายรอบ ในที่สุด YouTube ก็เปิดบริการช่องแบบเสียเงิน (paid channel) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ช่องแบบเสียเงินจะคิดค่าสมาชิกเป็นรายเดือน เริ่มต้นที่ 0.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (บางช่องอาจแพงกว่านั้น เช่น 3.99 หรือ 5.99 ดอลลาร์ต่อเดือน) มีราคาพิเศษถ้าสมัครเป็นรายปี และไม่มีโฆษณาใดๆ มารบกวน การสมัครสมาชิกทำเพียงครั้งเดียวบนพีซีแล้วดูได้บนอุปกรณ์ทุกตัวที่รองรับ ในอนาคตจะสามารถกดสมัครสมาชิกได้จากอุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่พีซีด้วย
เบื้องต้นมีช่องเข้าร่วมโครงการ 53 ช่อง (รายการช่องทั้งหมด) และกำลังจะได้รายการชื่อดังอย่าง Sesame Street เข้าร่วมด้วย (YouTube ไม่ได้ระบุชัด แต่เข้าใจว่ายังใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกานะครับ)
ที่มา - YouTube Blog
เว็บไซต์ TechCrunch ได้เอกสารหลุดภายในของไมโครซอฟท์ที่ระบุว่า ไมโครซอฟท์เตรียมซื้อหุ้นทั้งหมดใน Nook Media มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์
Nook Media เป็นบริษัทร่วมทุนของไมโครซอฟท์และ Barnes & Noble โดยแยกส่วนธุรกิจออกมาจาก Barnes & Noble เดิม ไมโครซอฟท์ลงทุนไปแล้ว 300 ล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับหุ้น 17.6% ใน Nook Media และหลังจากนั้นสำนักพิมพ์ Pearson ก็เข้ามาถือหุ้นอีกรายหนึ่ง (สรุปคือตอนนี้ไมโครซอฟท์ถือหุ้นอยู่ 16.8%)
มูลค่ากิจการตามราคาหุ้นของ Nook Media อยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ถ้าข่าวนี้เป็นจริงแปลว่าไมโครซอฟท์ซื้อได้ถูกกว่าคือประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ถ้ารวมส่วนที่จ่ายไปแล้ว) เป้าหมายของไมโครซอฟท์คงเป็นการบุกตลาดคอนเทนต์ดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จนั่นเอง
ในเอกสารนี้ยังยืนยันข้อมูลว่า Nook จะเลิกทำแท็บเล็ตเอง และหันไปเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ผ่านแอพ และใช้วิธีจับมือกับผู้ผลิตแท็บเล็ตรายอื่นๆ (Surface?) แทน ส่วนเครื่องอ่านอีบุ๊กของ Nook ยังไม่มีแผนจะหยุดทำแต่บริษัทก็ประเมินว่ายอดขายจะตกลงในระยะยาว เพราะต้องแข่งกับแท็บเล็ตที่มาแรงกว่า
ที่มา - TechCrunch
Reggie Fils-Aime ผู้บริหารของนินเทนโดให้สัมภาษณ์หลังงานเปิดตัวเกมใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ายอดขายเกมผ่านระบบดาวน์โหลด (digital distribution) เติบโตขึ้นอย่างมาก
ตอนนี้นินเทนโดมีเกม 15 เกมที่ขายทั้งแบบแผ่นและแบบดาวน์โหลด ซึ่งยอดขายของแบบดาวน์โหลดคิดเป็นสัดส่วน 11% แล้ว และบางเกมอย่าง Fire Emblem Awakening มีสัดส่วนการดาวน์โหลดสูงถึง 1 ใน 3
เขายังพูดถึงยอดขายของ 3DS ว่ายอดขายเกมแบบแผ่นในสหรัฐจะแตะหลัก 20 ล้านแผ่นในสัปดาห์นี้ ส่วนยอดขายเครื่องในสหรัฐอยู่ที่ 8 ล้านเครื่อง มากกว่า DS ที่ใช้เวลาขายเท่ากันอยู่ 1 ล้านเครื่อง
ส่วนปัญหา Wii U ขาดแคลนเกมเด่นน่าสนใจ ตอนนี้นินเทนโดยังไม่ประกาศอะไรมากนัก และเตรียมเปิดตัวเกมชุดใหญ่ในงาน E3 เดือนมิถุนายนนี้แทน
ที่มา - Gameindustry
โลกกำลังหมุนสู่ตลาดเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง แต่การขายเพลงแบบเป็นไฟล์ (ที่แอปเปิลเป็นผู้นำตลาดด้วย iTunes Store) ก็ยังเติบโตอยู่
NPD เผยผลสำรวจข้อมูลผู้บริโภคต่อตลาดเพลงดิจิทัลในสหรัฐ (กลุ่มตัวอย่าง 13,000 ราย) พบว่าอัตราการจ่ายเงินซื้อเพลงเฉลี่ยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผู้นำตลาดยังเป็นแอปเปิลที่ 63% ส่วน Amazon MP3 มีส่วนแบ่งตลาด 22% แล้ว
ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของ Amazon ถือว่าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับจากปี 2008 ที่ 7% จนมาเป็น 22% ในปีนี้ ส่วนแอปเปิลเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 69% ในปี 2009 ปัจจุบันตกลงมาบางส่วนที่ 63%
นักวิเคราะห์ของ NPD ให้ความเห็นว่า Amazon ชิงส่วนแบ่งตลาดได้เยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแท็บเล็ต Kindle Fire ที่เอื้อต่อการซื้อเนื้อหาดิจิทัลผ่านร้านของ Amazon นั่นเอง
มีคนไปพบโค้ดบนเว็บ Google Play กล่าวถึงบริการใหม่ชื่อ Google Play News ซึ่งน่าจะเป็นบริการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของกูเกิล
Google Play ขายอีบุ๊กและนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์อยู่ก่อนแล้ว คาดว่าบริการนี้จะตั้งเป้ามาแข่งขันกับ Newsstand ของฝั่งแอปเปิลที่เปิดตัวมานานพอสมควร และมีฐานสมาชิกเป็นจำนวนมาก
ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลว่ากูเกิลจะเชื่อม Google Play News เข้ากับบริการใกล้เคียงกันอย่าง Google News และ Google Current หรือไม่
ที่มา - The Next Web
จากปัญหาของเกม SimCity ภาคล่าสุด จนผู้เล่นจำนวนมากไม่พอใจและเรียกร้องขอคืนเงินค่าเกม
ทาง EA ก็ออกมาให้ข้อมูลผ่าน Twitter @OriginInsider แล้วว่า เกม SimCity ที่ซื้อแบบดิจิทัลดาวน์โหลดผ่านร้าน Origin นั้นไม่มีนโยบายคืนเงินให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นนโยบายที่ EA ปฏิบัติกับเกมบน Origin ทุกเกมอยู่แล้ว
ตัวแทนของ Origin ให้สัมภาษณ์ว่าการคืนเงินจะเกิดได้ในกรณีพิเศษจริงๆ และกรณีเซิร์ฟเวอร์ SimCity ล่มนั้นไม่เข้าข่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ Origin ยังปฏิเสธข่าวลือว่าลูกค้าที่ขอคืนเงินจะถูกแบนว่าไม่เป็นความจริงเลย
ส่วนปัญหาเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้ทีมงาน Maxis ผู้พัฒนาเกม SimCity กำลังรีบแก้ไขอยู่
ที่มา - @OriginInsider, Polygon
Google Play ฉลองครบหนึ่งปีที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ (ข่าวเปลี่ยนชื่อจาก Android Market เป็น Google Play) โดยแจกส่วนลดและสินค้าดิจิทัลต่างๆ มากมาย
ตัวอย่างของแจกในวันแรกได้แก่เนื้อหาพิเศษภายในเกม Gnome Village, Royal Revolt, Yumby Smash ตามด้วยส่วนลดค่าโรงแรมจากแอพ Hotels.com และบัตรของขวัญมูลค่า 15 ดอลลาร์จากแอพ Fancy
ตามข่าวบอกว่างานฉลองจะนานหนึ่งสัปดาห์ ผู้ใช้ Android คงต้องติดตามกันทุกวันว่ามีอะไรใหม่บ้างครับ
ที่มา - Google Play, Android Central
ข่าวนี้ต่อจากข่าวลือว่ากูเกิลเตรียมเปิดบริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเข้ามาว่ากูเกิลบรรลุข้อตกลงกับค่ายเพลงใหญ่ Warner Music Group เรียบร้อยแล้ว และกำลังเจรจากับค่ายเพลงอื่นๆ อย่าง Universal และ Sony อยู่
ที่น่าสนใจคือบริการเพลงออนไลน์ของกูเกิลไม่ได้มีเพียงตัวเดียว แต่แยกเป็น 2 ตัวใต้แบรนด์ YouTube และ Google Play
บริการเพลงแบรนด์ YouTube จะเก็บค่าสมาชิกและไม่มีโฆษณา คาดว่าบริการนี้จะรวมถึงมิวสิควิดีโอด้วย ส่วน Google Play จะมีทั้งการขายแยกเพลงแบบปกติ และการฝากไฟล์บนกลุ่มเมฆ (music locker) แบบที่ Amazon/iTunes ทำอยู่
ที่มา - Billboard
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าววงในว่า Tim Cook ซีอีโอของแอปเปิลได้พบปะกับ Jimmy Iovine ซีอีโอของ Beats เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาของการพูดคุยเกี่ยวกับ Project Daisy บริการเพลงออนไลน์ของ Beats ที่เคยแถลงข่าวไปเมื่อเดือนมกราคม นอกจากนี้ยังพูดกันเรื่องประเด็นทั่วๆ ไปเกี่ยวกับวงการเพลงด้วย
ในการประชุมครั้งนี้ยังมี Eddy Cue หัวหน้าฝ่ายอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล และแกนหลักของ iTunes Music Store เข้าร่วมด้วย แต่โฆษกของทั้งสองบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวนี้
ตัวของ Iovine ซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลงสหรัฐคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์กับแอปเปิลมายาวนาน โดยเขาเป็นผู้บริหารคนแรกๆ ของวงการเพลงที่เซ็นสัญญานำเพลงไปขายบน iTunes ตั้งแต่ปี 2001
ที่มา - Reuters
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับเชิญจากซัมซุงประเทศไทยไปร่วมงาน Samsung Forum 2013 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งก็ลงข่าวด่วนอย่าง ทดลองจับ Samsung Galaxy Note 8.0 ไปบ้างแล้ว
งาน Samsung Forum 2013 เน้นการอธิบายข้อมูลของสินค้าใหม่ๆ ประจำปีนี้ให้กับสื่อและตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ไม่ได้เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดๆ แบบเดียวกับงาน CES/MWC หรืองานแถลงข่าวเฉพาะกิจของซัมซุงเอง
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์หลายตัวที่โชว์ในงานก็น่าสนใจ และเป็นตัวสะท้อนทิศทางของซัมซุง (ซึ่งตอนนี้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกไอทีไปแล้ว) ในระยะยาวได้เป็นอย่างดีครับ โพสต์นี้ก็ขอสรุปประเด็นที่ผมคิดว่าน่าจับตาดังนี้
และแล้ว Xbox Live ก็กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีภาพยนตร์มาฉายเปิดตัวเป็นครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ Pulp เป็นภาพยนตร์อินดี้จากฝั่งอังกฤษ กำกับโดย Adam Hamdy และ Shaun Magher เนื้อหาเป็นภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับการตามล่าแก๊งหนังสือการ์ตูน
ผู้สร้าง Adam Hamdy ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่าวงการภาพยนตร์อินดี้ทุนต่ำในอังกฤษมีโอกาสฉายในโรงน้อยลง และการออกเป็นแผ่นดีวีดีโดยตรงก็ไม่ดีอย่างที่คิด เพราะธุรกิจภาพยนตร์ดีวีดีเริ่มตกต่ำเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจเลือกฉายบน Xbox Live เนื่องจากมีต้นทุนการจัดจำหน่ายที่ต่ำกว่า
ส่วนผู้จัดการของ Xbox Live ก็ให้สัมภาษณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีกลุ่มเป้าหมายตรงกับฐานผู้ใช้ของ Xbox เป็นอย่างดี และไมโครซอฟท์ยินดีสนับสนุนภาพยนตร์ดีๆ แบบนี้อยู่แล้ว
คนแถวนี้คงรู้จัก Shazam บริการ "แท็ก" เพลงจากเสียงที่ได้ยิน (ใช้เทคนิค sound fingerprint สำหรับการเทียบว่าเป็นเพลงอะไร) โดยบริษัทหารายได้จากการขายเพลงอีกต่อหนึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้า 300 ล้านราย และมีผู้ใช้ต่อเดือนอยู่ในหลักหลายสิบล้านราย
ช่วง 1-2 ปีมานี้ Shazam พยายามขยายตลาดเป็นการแท็กรายการทีวีมากขึ้น โดย Shazam เก็บข้อมูลของรายการทีวีทุกรายการในบางประเทศ (เช่น สหรัฐหรือสหราชอาณาจักร) เมื่อผู้ใช้เปิด Shazam ฟังเสียงของรายการทีวีที่ฉายอยู่ ก็จะได้ข้อมูลต่างๆ ของรายการทีวีนั้นอย่างครบถ้วน เช่น ชื่อตอน คำอธิบาย เพลงประกอบในเรื่อง ทวิตเตอร์ของผู้ประกาศข่าว ข้อมูลเสริมของสินค้า (ในกรณีแท็กโฆษณา) ฯลฯ
ล่าสุด Shazam จับมือกับสถานี Fox ของสหรัฐ ซึ่งมีโครงการ Fox Now ให้ข้อมูลเบื้องหลังรายการทีวีนั้นๆ โดยใช้ระบบของ Shazam (และบริษัทลักษณะเดียวกันอื่นๆ อย่าง Zeebox/GetGlue) เข้าช่วย
รูปแบบธุรกิจของ Shazam เป็นสิ่งที่เรียกว่า second-screen หรือ "จอที่สอง" ที่ช่วยเสริมประสบการณ์ดูทีวีให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
ที่มา - The Guardian
คาดกันว่าโมเดลการหาเงินแบบใหม่ของ YouTube ใกล้จะเปิดใช้งานแล้ว หลังจากมีคนตาดีไปพบโค้ดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในแอพ YouTube บนแอนดรอยด์ที่เพิ่งอัพเดต โดยโค้ดที่พบคือสองสตริงนี้
You can only subscribe to this paid channel on your computer.
You can only unsubscribe from this paid channel on your computer.
จากโค้ดที่ว่านั้นตรงไปตรงมาว่า YouTube น่าจะมีแผนเปิดบริการสมัครเพื่อดูช่องวิดีโอแบบเสียเงินแล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรคงต้องรอการเปิดตัวจริงอีกทีครับ
ที่มา - Android Police
หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานข่าววงในว่ากูเกิลกำลังเจรจากับค่ายเพลงต่างๆ เพื่อเตรียมเปิดบริการเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งในเร็วๆ นี้
บริการเพลงออนไลน์ของกูเกิลจะไม่ต่างจากเพลงออนไลน์อื่นๆ ในท้องตลาดอย่าง Spotify หรือ Deezer มากนัก โดยจะมีบริการทั้งแบบจ่ายเงินเพื่อฟังเพลงไม่จำกัดจำนวน และบริการแบบมีโฆษณา
คาดว่ากูเกิลน่าจะต่อยอดบริการนี้จาก Google Music ที่ขายเพลงแบบดาวน์โหลดผ่าน Google Play
ที่มา - Financial Times (ต้องเป็นสมาชิก), CNET
บริษัท Ziff Davis เจ้าของเว็บไซต์ไอทีหลายแห่ง ประกาศปิดกิจการเว็บเกมในเครือ 3 เว็บคือ 1UP.com, GameSpy และ UGO.com รวมถึงปลดพนักงานลงบางส่วน โดยพนักงานที่ยังอยู่ต่อจะถูกย้ายไปรวมกับเว็บเกมใหญ่ IGN
เป้าหมายของ Ziff Davis เป็นเรื่องการลดรายจ่ายที่ซ้ำซ้อนจากการมีเว็บเกมในมือหลายเว็บ ซึ่งต่อจากนี้ไปจะเหลือ IGN เพียงเว็บเดียว
GameSpy ถือเป็นเว็บเกมเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1999 ส่วน 1UP ก็เปิดกิจการมาเกือบ 10 ปีแล้วเช่นกัน เว็บเหล่านี้ถือเป็นแหล่งรวมเนื้อหาคุณภาพสูงของวงการ แต่ไม่สามารถอยู่รอดทางธุรกิจได้นั่นเองครับ
Billboard ชาร์ตอันดับเพลงฮิตของสหรัฐอเมริกา ประกาศจับมือกับ YouTube และ Nielsen นำยอดชมมิวสิควิดีโอบน YouTube เข้ามาคิดคะแนนเพื่อจัดอันดับเพลงแล้ว
ในอดีต อันดับเพลงบน Billboard คิดคะแนนจากยอดขายแผ่นและความถี่ของการเปิดเพลงบนคลื่นวิทยุ แต่ภายหลังก็เริ่มนำข้อมูลการเล่นเพลงแบบใหม่ๆ เช่น การสตรีมมิ่งบน Spotify เข้ามาคิดคะแนนด้วย ล่าสุดก็เป็นคิวของ YouTube นั่นเอง
หลักการคิดคะแนนเพลงจาก YouTube จะนับทั้งมิวสิควิดีโออย่างเป็นทางการ และมิวสิควิดีโอที่ผู้ใช้สร้างเอง (โดยใช้ไฟล์เสียงเพลงอย่างเป็นทางการ) และเริ่มคิดคะแนนจาก YouTube ในชาร์ทเมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์)
ที่มา - YouTube Blog, Billboard
ทิศทางของ Xbox นั้นชัดเจนมานานว่าเป็นได้มากกว่าเครื่องเล่นเกม แต่ตัวแทนของไมโครซอฟท์คือ Yusuf Mehdi ผู้บริหารฝ่าย Interactive Entertainment Business ก็เพิ่งพูดชัดเป็นครั้งแรกว่าไมโครซอฟท์กำลังเฝ้ามองการเปลี่ยนผ่าน Xbox 360 จากเครื่องเล่นเกมมาเป็น "คอนโซลเพื่อความบันเทิง"
ปัจจุบันมี Xbox 360 ในท้องตลาดประมาณ 76 ล้านเครื่อง ผู้ใช้ในสหรัฐมีอัตราการใช้งานเฉลี่ย 87 ชั่วโมงต่อเดือน และตอนนี้มีคนใช้งานด้านบันเทิง (ไม่นับเกม) รวมกันแล้ว 18 พันล้านชั่วโมง โดยการใช้งานที่สำคัญคือชมภาพยนตร์จาก Netflix
Mehdi ยังบอกว่า PS3 เป็นคอนโซลเพื่อความบันเทิงที่ไม่ดีนัก และ Xbox รุ่นหน้าจะให้ประสบการณ์ความบันเทิงที่ "ยิ่งใหญ่และพรีเมียม"
นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังระบุว่าจะลงทุนใน "เนื้อหาแบบพรีเมียม" โดยใช้วิธีร่วมมือกับสตูดิโอผลิตรายการต่างๆ ผลิตรายการที่เหมาะแก่การฉายแบบเก็บเงินบน Xbox ซึ่งน่าจะได้เห็นผลภายในปีนี้
ที่มา - Engadget
แอปเปิลออกมาประกาศความสำเร็จของ iTunes Store ว่าตั้งแต่เปิดบริการมา ยอดขายเพลงแตะ 25 พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย
เพลงที่ 25 พันล้านคือ “Monkey Drums” (Goksel Vancin Remix) ของ Chase Buch โดยผู้ซื้อเป็นหนุ่มชาวเยอรมันที่ได้บัตรของขวัญมูลค่า 10,000 ยูโร ไปซื้อเพลงอื่นๆ บน iTunes Store ในอนาคตต่อไป
Eddy Cue ผู้บริหารของแอปเปิลที่คุมบริการและซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันแอปเปิลขายเพลงได้ 15,000 เพลงต่อนาที
สถิติก่อนหน้านี้ของแอปเปิลคือ 20 พันล้านเพลงเมื่อเดือนกันยายน 2012
ที่มา - Apple
ยุทธศาสตร์ซอฟต์แวร์ของซัมซุงในช่วงหลังคือการสร้าง "บริการออนไลน์" แบบข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งเราเห็นกันชัดเจนจากแอพแชต Samsung ChatOn ที่มีให้ใช้บนมือถือแทบทุกค่าย
ล่าสุดซัมซุงเตรียมต่อยอดยุทธศาสตร์นี้โดยขยายบริการเพลงออนไลน์ Music Hub ของตัวเอง ไปยังอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆ ด้วย
ซัมซุงยังไม่ระบุว่า Music Hub จะใช้งานบนระบบปฏิบัติการใดได้บ้าง แต่เนื่องจากตัวแอพ Music Hub มีให้ดาวน์โหลดบน Google Play อยู่แล้ว ก็คาดว่าชุดแรกน่าจะเป็นมือถือแอนดรอยด์ยี่ห้ออื่นๆ นั่นเอง
การขยาย Music Hub มายังมือถือยี่ห้ออื่นๆ จะทำให้ซัมซุงกลายเป็นผู้เล่นอีกรายในตลาดเพลงออนไลน์ แข่งกับผู้เล่นรายอื่นอย่าง Amazon, Google, Sony, Spotify, Rdio เป็นต้น
ปัจจุบัน Music Hub ให้บริการเพลงออนไลน์ใน 6 ประเทศ แต่ซัมซุงก็ระบุว่าจะเพิ่มจำนวนประเทศที่เปิดให้บริการในปีนี้
ที่มา - The Next Web
เมื่อปีที่แล้วโนเกียเปิดตัว Nokia Music บริการเพลงออนไลน์สำหรับมือถือ Windows Phone (ที่ใช้งานได้ฟรีในสหรัฐ)
วันนี้โนเกียให้ข้อมูลของ Nokia Music+ บริการแบบพรีเมียมที่คิดค่าบริการรายเดือน โดยไม่จำกัดการดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ คุณภาพเสียงสูงขึ้น 8 เท่า (ไม่ระบุบิตเรต) มีฟีเจอร์เนื้อเพลง และฟังผ่านเว็บแอพได้โดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ
Nokia Music+ จะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ค่าสมาชิกจะอยู่ราว 3.99 ดอลลาร์/ยูโรต่อเดือน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ
ที่มา - Nokia Conversations





