Tags:
Lenovo

Lenovo รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ตามปฏิทินการเงินของบริษัทสิ้นสุดเดือนธันวาคม มีกำไรสุทธิ 153 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน รายได้รวม 8.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 44% ซึ่งการเติบโตอย่างสูงนี้มาจากตลาดลูกค้าในประเทศจีนบ้านเกิดที่ Lenovo มีส่วนแบ่งถึง 42% นั่นเอง

จะเห็นว่าธุรกิจพีซีสำหรับ Lenovo ยังแลดูสดใสแม้ตลาดพีซีรวมจะเริ่มถดถอย ในขณะที่ยอดขายสินค้าตัวอื่นที่ไม่ใช่พีซีนั้น Lenovo แจ้งว่าแท็บเล็ตขายได้ในไตรมาสที่ผ่านมา 400,000 เครื่องและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดรวมสมาร์ทโฟน 6.5 ล้านเครื่อง ซึ่งแม้เป็นตัวเลขที่ไม่สูง แต่เฉพาะแท็บเล็ตแล้ว Lenovo นั้นมียอดขายสูงเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน เป็นรองแค่เพียงแอปเปิลเท่านั้น ถือว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากเช่นกัน

ปัจจุบัน Lenovo เป็นผู้ผลิตพีซีรายใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก แซงหน้าเดลล์และเป็นรองแค่เพียงเอชพีเท่านั้น ซึ่งซีอีโอ Yang Yuanqing ยืนยันว่าแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมพีซีจะเปลี่ยนไป แต่ Lenovo ก็จะยังเน้นธุรกิจพีซีเป็นหลักจนกว่าบริษัทจะขึ้นเป็นที่ 1 ของโลกได้สำเร็จ

ที่มา: Reuters

Tags:
Groupon

เว็บขายดีลยักษ์ใหญ่ Groupon รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สี่ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังบริษัทเข้าตลาดหุ้น ออกมาขาดทุน 42 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขาดทุนน้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนที่ขาดทุนถึง 378 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้สุทธิเติบโตถึง 194% เป็น 506.5 ล้านดอลลาร์ โดย Groupon ให้เหตุผลว่าตัวธุรกิจหลักนั้นเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงานแล้ว แต่ที่สุทธิแล้วยังขาดทุนเพราะบริษัทมีค่าใช้จ่ายทางภาษีในสำนักงานต่างประเทศมากกว่าที่ประเมินไว้ ปัจจุบัน Groupon มีฐานลูกค้าทั่วโลก 33 ล้านคน ในไตรมาสที่ผ่านมาการเติบโตของลูกค้าในอเมริกาอยู่ที่สองเท่า และสามเท่าในตลาดต่างประเทศ

ถึงแม้ตัวเลขสุทธิจะออกมาขาดทุนและผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดไว้ แต่ตัวเลขกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้น 258% ส่วนค่าใช้จ่ายการตลาดก็ลดลง 22% จากการลดค่าใช้จ่ายการตลาดที่ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ซีอีโอ Andrew Mason กล่าวว่าแผนต่อไปของ Groupon คือเพิ่มการลงทุนในด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้น และขยายศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้นตามปริมาณลูกค้า

ส่วนเว็บขายดีลยักษ์ใหญ่อีกรายอย่าง LivingSocial (เจ้าของเดียวกับ Ensogo) แม้บริษัทจะไม่อยู่ในตลาดหุ้นจึงไม่ต้องรายงานผลประกอบการ แต่ในเอกสารรายงานผลประกอบไตรมาสล่าสุดของ Amazon ซึ่งถือหุ้นใน LivingSocial อยู่ 31% ก็ระบุว่าในปี 2011 นั้น LivingSocial มีรายได้ 245 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนสุทธิ 558 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Groupon, Bloomberg และ GeekWire

Tags:
Cisco

Cisco รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองสิ้นสุดเดือนมกราคม ตามปีปฏิทินการเงินของบริษัท กำไรสุทธิ 2.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 43.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน โดยมาจากรายได้รวม 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขที่ออกมาดีกว่าการที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ช่วงปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ Cisco มีการปรับโครงสร้างภายในหลายอย่าง ทั้งข่าวการที่ซีอีโอออกมายอมรับว่าบริษัทมีปัญหา ไปจนถึงการปลดพนักงานหลายพันคน ซึ่งทั้งหมดเริ่มส่งผลดีต่อ Cisco เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส และทำให้ Cisco เน้นทำสินค้าในเฉพาะตลาดที่ตนเองทำได้ดีมากกว่าพยายามจับทุกตลาด

ที่มา: All Things D และ The New York Times

Tags:
LG

LG Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2011 ยังขาดทุนสุทธิ 1.12 แสนล้านวอน (3 พันล้านบาท) แต่ขาดทุนน้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาที่ขาดทุน มียอดขายรวม 1.381 ล้านล้านวอน

ส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่ขาดทุนต่อเนื่องมาถึงหกไตรมาสเริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น โดยไตรมาสนี้มีกำไรแล้วที่ 1 หมื่นล้านวอน เป็นผลจาก Optimus LTE ที่ขายได้มากกว่าล้านเครื่องแล้ว แต่นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขกำไรยังเล็กน้อยเกินกว่าจะสรุปว่าแอลจีเริ่มฟื้นตัวแล้วในส่วนธุรกิจนี้ ขณะที่ยอดส่งมอบโทรศัพท์ไตรมาสนี้อยู่ที่ 17.7 ล้านเครื่อง

ในส่วนของธุรกิจอื่นก็มีกำไรเช่นกันยกเว้นธุรกิจเครื่องปรับอากาศที่ขาดทุนเล็กน้อย แต่เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายหลังการดำเนินงานที่สูง ทำให้สุทธิแล้วจึงยังขาดทุนอยู่

ที่มา: แอลจี และ Reuters

Tags:
Amazon

Amazon รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สี่ มีรายได้รวม 1.743 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว แต่กำไรสุทธิลดลงถึง 57% เหลือ 177 ล้านดอลลาร์ อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.5% ซึ่งลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สาม และ Amazon ยังประเมินตัวเลขของไตรมาสปัจจุบันว่ารายได้จะลดลงเนื่องจากไม่ใช่ไตรมาสเทศกาล และอาจขาดทุนสุทธิถึง 200 ล้านดอลลาร์

เมื่อแยกย่อยกลุ่มรายได้ ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้าผ่านบุคคลที่สามเติบโตถึง 65% แต่ยอดขายสินค้าประเภทสื่อซึ่งมีการประเมินว่าจะเติบโตได้ดีกลับเติบโตเพียง 15% เท่านั้น Amazon กล่าวว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ในไตรมาสที่ผ่านมาคือยอดขายสินค้ากลุ่มไอทีที่ชะลอตัวลงจากปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย (อีกแล้ว) รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจยุโรป ส่วนตัวเลขที่คนสนใจคือยอดขาย Kindle Fire นั้น Amazon ไม่เปิดเผยตัวเลขจำนวนที่ขายได้ บอกแค่เพียงยอดขาย Kindle โดยรวมทั้งหมดนั้นเติบโต 177% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นักวิเคราะห์มีความเห็นว่าผลประกอบการไตรมาสนี้ออกมาน่าผิดหวัง อีกทั้ง Amazon เองก็เหมือนไม่อยากนำเสนอยอดขาย Kindle Fire จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่ภาพรวมแล้วกลยุทธ์ของ Amazon น่าจะยังไปได้ดีในระยะยาว

ที่มา: Bloomberg, MarketWatch และ Forbes

Tags:
Facebook

ในที่สุด Facebook ก็ยื่นเอกสาร Form S-1 กับกลต. สหรัฐเพื่อเตรียมการจดทะเบียนบริษัทเพื่อซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ โดยในเอกสารระบุว่า Facebook ต้องการเพิ่มทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ถ้าเทียบกับกูเกิลแล้วตอนเข้าตลาดหุ้นในปี 2004 นั้นมีการเพิ่มทุน 1.9 พันล้านดอลลาร์

ในการนี้ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ทำจดหมายชี้แจงกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันระบุว่าหลังจากนี้ Facebook จะยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสนใจแต่รายได้และกำไรอย่างเดียว เขายังกล่าวว่าที่ Facebook นั้น วัฒนธรรมองค์กรคือการอยู่กันอย่างแฮกเกอร์ กล่าวคือทุกคนจะพยายามค้นหาช่องโหว่และเข้าไปแก้ไขมันให้เร็วที่สุด การนำเสนอความคิดแล้วชี้ชวนคนอื่นไม่มีประโยชน์เท่ากับการคิดออกมาแล้วพิสูจน์ด้วยการทำให้ทุกคนเห็นนั่นคือสิ่งที่คนใน Facebook ทำกัน

Facebook จะใช้ตัวย่อในการซื้อขายคือ FB มี Morgan Stanley เป็นวาณิชธนกิจหลักในการจำหน่ายหุ้น ทั้งนี้ Facebook ยังไม่มีการประกาศออกแต่อย่างใดว่าจะจำหน่ายหุ้นเพิ่มทั้งหมดกี่หุ้น ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาต่อหุ้นได้ รวมทั้งเอกสารยังไม่ระบุว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด NYSE หรือตลาด NASDAQ

Tags:
Seagate

ซีเกทรายงานรายได้ไตรมาสสองของปีบัญชี พบว่ารายได้รวมอยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 150 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว แต่กำไรสุทธินั้นอยู่ที่ 563 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 3.75 เท่าเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว

ซีเกทส่งมอบฮาร์ดดิสก์ได้ทั้งหมด 47 ล้านลูกในไตรมาสที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์น้ำท่วมไทยทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์พบกับความยากลำบากในการผลิตสินค้า แม้แต่ตัวซีเกทเองที่โรงงานไม่ถูกน้ำท่วมแต่โรงงานซัพพลายเออร์หลายรายถูกน้ำท่วมไป เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ซีเกทมีต้นทุนการผลิตต่อลูกเพิ่มขึ้น 2.5 ดอลลาร์ แต่ราคาขายในตลาดกลับเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 13 ดอลลาร์

ซีเกทระบุว่าแทนที่บริษัทจะทำกำไรจากความผันผวนในช่วงนี้ให้สูงสุด บริษัทเลือกจะเชิญชวนลูกค้าหลายรายมาทำสัญญาส่งมอบในระยะยาว ทำให้ในระยะยาวแล้วซีเกทจะสามารถคาดเดาความต้องการสินค้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ในปีที่แล้วซีเกตต์มีรายได้ทั้งปีอยู่ที่ 10,970 ล้านดอลลาร์แต่มีกำไรเพียง 119 ล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่แค่สองไตรมาสของปีบัญชี 2012 ตอนนี้ซีเกททำกำไรได้แล้ว 703 ล้านดอลลาร์ และการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์คงทำให้กำไรของซีเกทยังงดงามอย่างนี้ต่อไปตลอดปีนี้

ใครซื้อหุ้นทันบ้าง?

ที่มา - Channel Register

Tags:
Samsung

แม้ว่าซัมซุงอาจจะไม่สามารถทำรายได้และกำไรมากเท่ากับแอปเปิล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าซัมซุงมีผลประกอบการแย่ จากรายงานผลประกอบการล่าสุดซัมซุงทำกำไรได้มากถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากดูภาพรวมแล้วซัมซุงมีรายได้สูงถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ซัมซุงยังบอกอีกว่าสามารถขายมือถือได้ากถึง 300 ล้านเครื่อง และธุรกิจมือถือนั้นมีส่วนแบ่งยอดขายจากยอดขายทั้งของซัมซุง 40% แต่สามารถทำกำไรให้กับซัมซุงได้มากถึง 50% ของกำไรทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจผลิตชิปของซัมซุงก็ไปได้ดีพอ ๆ กัน ทำกำไรให้กับซัมซุงสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ ในส่วนของธุรกิจผลิตจอภาพ ยอดขายก็สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 20%

ซัมซุงเชื่อว่าในปี 2012 ทุกอย่างน่าจะโตขึ้นหมด โดยเฉพาะเทคโนโลยี LTE และกลุ่มตลาดเป้าหมายใหม่ (คาดว่ากล่าวถึง Galaxy Note) จะทำให้ยอดขายของซัมซุงดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนการจัดโอลิมปิกปี 2012 จะทำให้คนอยากซื้อ Smart TV มาใช้งานกันมากขึ้นเช่นกัน

ที่มา - Engadget

Tags:
Motorola

Motorola Mobility รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกับในปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วตลอดปี 2011 ขาดทุนสุทธิถึง 249 ล้านดอลลาร์

ถ้าพิจารณาเฉพาะส่วนธุรกิจ Mobile Devices มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังขาดทุนหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 70 ล้านดอลลาร์ โดยมียอดส่งมอบอุปกรณ์รวม 10.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5.3 ล้านเครื่อง และแท็บเล็ต 2 แสนเครื่อง

Motorola Mobility กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่าดีลควบรวมกับกูเกิลน่าจะแล้วเสร็จในต้นปีนี้

ที่มา: Motorola

Tags:
Nokia

รายงานผลประกอบการของโนเกียสำหรับไตรมาสที่ 4 ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลที่ออกมานั้นดูไม่ดีนักสำหรับโนเกีย โดยในไตรมาสนี้ โนเกียขาดทุนไปกว่า 1.07 พันล้านยูโร ยอดขายของโทรศัพท์ตกลงไปกว่า 29 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสถิติของไตรมาสที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้ว ราคาเฉลี่ยต่อเครื่องของโทรศัพท์โนเกียยังตกลงจาก 69 ยูโรเหลือ 53 ยูโรอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอดขายของ Lumia ซึ่งเป็นกลุ่มของโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone นั้นมียอดขายเกินกว่า 1 ล้านเครื่องแล้ว ซึ่งถือว่าน่าประทับใจสำหรับโทรศัพท์ที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและยังวางขายไม่กว้างขวางนัก

มาคอยดูกันว่าในปีนี้ Lumia จะพาให้โนเกียกลับมายิ่งใหญ่เหมือนก่อนได้หรือไม่ครับ

ที่มา - CNET

Tags:
NEC

บริษัท NEC ประกาศวันนี้ว่าบริษัทเตรียมปลดพนักงานรวม 10,000 อัตราทั่วโลก โดย 7,000 ตำแหน่งจะเป็นพนักงานในญี่ปุ่น รวมแล้วคิดเป็น 8.6% ของพนักงานทั่วโลกเพื่อลดต้นทุนลง ซึ่ง NEC คาดว่าปีนี้จะขาดทุนสุทธิถึง 1 แสนล้านเยน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 1.5 หมื่นล้านเยน อันเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าของบริษัทที่ลดลงทั้งจากลูกค้าในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ NEC ได้ประกาศความร่วมมือกับ Lenovo จากประเทศจีนเพื่อร่วมมือกันในการทำตลาดพีซีในประเทศญี่ปุ่น

ที่มา: Bloomberg

Tags:
Nintendo

นินเทนโดรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามตามปีงบประมาณบริษัทญี่ปุ่น (ตุลาคม-ธันวาคม) มีกำไรสุทธิ 40.9 พันล้านเยน ลดลงถึง 61% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และยังคงขาดทุนสุทธิ 9 เดือนถึง 48.3 พันล้านเยน ซึ่งสำหรับนักวิเคราะห์แล้วถือว่าผิดความคาดหมายมาก เพราะเป็นไตรมาสในช่วงเทศกาลที่ควรจะมียอดขายและกำไรแข็งแกร่งกว่านี้

ประธาน Satoru Iwata ยอมรับว่าตัวเลขที่ออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ อันเป็นผลจากยอดขายสินค้าที่ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย รวมถึงค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นมาอย่างมาก นอกจากนี้บริษัทยังคาดการณ์ผลประกอบการรวมตลอดปีในไตรมาสหน้าว่าบริษัทน่าจะขาดทุนสุทธิถึง 45 พันล้านเยน ซึ่งถือเป็นปีที่บริษัทขาดทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1981

ที่มา: BusinessWeek, Reuters และนินเทนโด

Tags:
AMD

เอเอ็มดีรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเป็น 1.69 พันล้านดอลลาร์ ถ้าไม่คิดรายการพิเศษจะมีกำไรสุทธิ 138 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 30% แต่ถ้าคิดรายการพิเศษจากค่าใช้จ่ายในการย้ายฐานการผลิตชิปออกจาก GlobalFoundries แล้วจะทำให้เอเอ็มดีขาดทุนในไตรมาสนี้ 177 ล้านดอลลาร์

เช่นเดียวกับอินเทลที่ประกาศผลประกอบการไปก่อนหน้านี้ เอเอ็มดีก็เผชิญกับปัญหาความต้องการพีซีที่เริ่มชะลอตัวลงอันเป็นผลจากความนิยมในแท็บเล็ตที่มากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมาส่งผลฮาร์ดดิสก์ขาดแคลนทำให้คนชะลอการซื้อพีซีลงด้วย

ที่มา: Forbes

Tags:
Apple

แอปเปิลรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2012 สิ้นสุดเดือนธันวาคมตามปฏิทินการเงินบริษัท มีรายได้รวม 4.633 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และเป็นกำไรสุทธิ 1.306 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 131% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นสูงอยู่ที่ 44.7% ปัจจุบันรายได้ของแอปเปิลจากตลาดในต่างประเทศคิดเป็น 58% ของรายได้รวมทั้งหมด

สำหรับยอดขายรายผลิตภัณฑ์ในไตรมาสนี้ iPhone ขายได้ 37.04 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 128%, iPad ขายได้ 15.43 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 111%, Macs 5.2 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 26% ส่วน iPod อยู่ที่ 15.4 ล้านเครื่อง ลดลง 21%

ซีอีโอทิม คุกกล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่า "เรารู้สึกตื่นเต้นกับผลงานอันเยี่ยมยอดนี้ และสถิติยอดขายใหม่ทั้ง iPhone, iPad และ Mac แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสินค้ากลุ่มแอปเปิล นอกจากนี้เรายังมีผลิตภัณฑ์ใหม่รออยู่อีกในอนาคต"

และเช่นเคยครับ เนื้อหาเพิ่มเติมจากช่วงการแถลงผลประกอบการและตอบคำถามกับนักลงทุนโดยซีอีโอ ทิม คุก และซีเอฟโอ Peter Oppenheimer

Tags:
Yahoo!

ยาฮูรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2011 มีกำไรสุทธิ 296 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 312 ล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้สุทธิ 1.17 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามในมุมมองของนักลงทุนแล้ว ผลประกอบการของยาฮูในวันนี้ไม่สำคัญเท่ากับทิศทางว่ายาฮู "จะเลือกทำอะไร" กับบริษัทกันแน่ต่อจากนี้ ภายใต้ซีอีโอคนใหม่อายุสามสัปดาห์ Scott Thompson

ในช่วงการถามตอบกับนักลงทุน Thompson กล่าวว่าเขาต้องการสร้างสมดุลในการดำเนินงานของยาฮูออกเป็นสี่ส่วน ส่วนแรกคือลูกค้าทั้งผู้ใช้งานเว็บและผู้ซื้อโฆษณา ส่วนที่สองอีกคือการรักษาสถาพความเป็นเราให้ได้ ในที่นี้คือการเป็นบริษัทสื่อและเทคโนโลยี ส่วนที่สามคือการตัดสินใจที่รวดเร็วแต่รอบคอบ และส่วนสุดท้ายคือการจัดสรรความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เพื่อวันนี้และอนาคต

ส่วนที่น่าสนใจคือ Thompson ยอมรับว่าวันนี้ยาฮูไม่มีเทคโนโลยีใหม่ที่เยี่ยมพอเป็นของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่าบริษัทต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ไล่ทันคู่แข่ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นการบอกใบ้ว่ายาฮูต้องเข้าซื้อกิจการบางอย่างเพิ่มเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

ที่มา: Reuters และ Business Insider