แม้ว่าโซนี่จะเป็นผู้บุกเบิกวงการอีบุ๊กมาตั้งแต่เริ่ม แต่ช่วงหลังมานี้ก็ถูกกระแสของ Amazon กลืนไปเสียสิ้น แต่ก็ยังไม่เลิกล้มความพยายาม ล่าสุดออกมาโชว์เครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นต้นแบบตัวใหม่ที่ใช้หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.3" (น่าจะใหญ่ที่สุดในไลน์อีบุ๊กของโซนี่แล้วด้วย)
เครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นต้นแบบดังกล่าวนอกจากจะใช้หน้าจอ 13.3" บนความละเอียด 1200x1600 พิกเซล (ซึ่งใกล้เคียงกับกระดาษ A4) แล้วยังมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสแบบเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับใช้งานร่วมกับสไตลัสที่ติดมาด้วยกัน
แม้ว่าจะหน้าจอจะใหญ่ระดับเดียวกับโน้ตบุ๊ก แต่น้ำหนักของเจ้าเครื่องรุ่นนี้กลับเบาเพียง 385 กรัม แถมยังบางเพียง 6.8 มม. เท่านั้น ตัวแบตเตอรี่เองก็จุใช้ได้ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 3 สัปดาห์ถ้าหากปิด Wi-Fi
โซนี่ไม่ได้วางตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นนี้ไว้จับตลาดกลุ่มนักอ่านทั่วไป แต่จะเน้นไปที่กลุ่มนักศึกษาเสียมากกว่า และเตรียมทดลองใช้ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นสามแห่ง ภายในช่วงปลายปีนี้ครับ
ที่มา - Engadget
Sundar Pichai หัวหน้าคนใหม่ของทีม Android (ที่มีตำแหน่งหัวหน้าทีม Chrome อยู่ก่อนแล้ว) เปิดปากให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง ก่อนเริ่มงาน Google I/O 2013 เพียงไม่กี่วัน
ประเด็นที่ Pichai พูดถึงงาน Google I/O ครั้งนี้คือรูปแบบของงานจะแตกต่างออกไป กูเกิลจะไม่เน้นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ แต่จะเน้นงานที่เกี่ยวกับนักพัฒนาแอพบน Android และ Chrome แทน กูเกิลจะโชว์ว่าบริการของตัวเองทำงานได้ดีแค่ไหนบนทั้งสองแพลตฟอร์มนี้
Jennifer Healey นักวิจัยจากอินเทลกำลังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันเพื่อพัฒนาระบบสื่อสารระหว่างเครื่องจักร ในกรณีนีี้คือรถยนต์ที่จะสามารถแชร์ข้อมูลระหว่างกันเอง
เธอระบุว่าอุบัติเหตุบนถนนร้อยละ 75 ในสหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวกับยาเสพติด และอุบัติเหตุน่าจะลดลงได้หากรถสามารถสื่อสารถึงกันได้
ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้รถยนต์สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมออกไปทางอินฟราเรด เช่น ความเร็วรถ ทำให้รถสามารถรักษาระยะห่างระหว่างกันได้อย่างแม่นยำ แต่ในระบบของ Healey จะใช้สัญญาณวิทยุแบบรอบทิศทางเพื่อสื่อสารถึงกันโดยแต่ละคันจะระบุตำแหน่งของตัวเองด้วย GPS พร้อมกับข้อมูลเส้นทาง
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้รถสามารถสื่อสารถึงได้ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น เราจะรู้ว่ารถคันอื่นๆ น่าจะเปลี่ยนเลนเพื่อเปลี่ยนเส้นทางในระยะกี่ร้อยเมตรข้างหน้า รถทุกคันในถนนจะสามารถสับหลีกกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอาจจะรายงานว่ามีรถที่ขับขี่อย่างอันตรายอยู่ข้างหน้าและให้หลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอันตราย
ความท้าทายของงานวิจัยนี้คือแบนวิดท์ที่รถแต่ละคันจะต้องสื่อสารกันได้เร็วพอ
มาทำวิจัยในไทย เราอาจจะได้เครือข่าย "มีด่าน บอกด้วย" แบบ ad hoc
ที่มา - Computer World
Bluestacks บริษัทที่ได้ชื่อมาจากการทำซอฟต์แวร์สำหรับรันแอพ Android บน Windows และ OS X ได้ขยายไลน์มายังตลาดคอนโซลเกมราคาถูกที่มี OUYA เป็นผู้เปิดตลาดด้วยเครื่องเกมของตัวเองที่ชื่อว่า Gamepop แล้ว
จุดเด่นของ Gamepop นั้นไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์แต่อย่างใด (หน้าตาตัวเครื่องคล้ายๆ กับกล่อง Boxee) แต่เป็นที่ตัวเกมล้วนๆ โดยจะมีค่ารายเดือน 6.99 เหรียญ แต่สามารถเล่นเกมจำนวนมากได้ฟรี โดยตอนนี้ Bluestacks ประกาศว่ามีพาร์ทเนอร์อย่าง Glu, Halfbrick, Jawfish Games, และ Gameloft เข้าร่วมแล้ว
ตัว Gamepop รัน Android 4.2 Jelly Bean รุ่นปรับแต่ง โดยทำส่วนติดต่อผู้ใช้สำหรับใช้งานผ่านจอย และเพิ่มฟีเจอร์การเล่นเกมหลายอย่าง เช่น สามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนจอยได้
ตอนนี้ตัวเครื่อง Gamepop ยังไม่เริ่มขาย แต่เปิดให้จองแล้ว โดยผู้ที่จองภายในเดือนนี้จะได้รับตัวเครื่อง Gamebox (ที่น่าจะราคาประมาณ 100 เหรียญ) ไปฟรีๆ อีกด้วย ส่วนเวลาส่งของจริงจะประมาณปลายปีนี้ครับ
ที่มา - The Verge
ผลการศึกษาของนักเรียนวัย 14 ปีจากรัฐแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นเรื่องผู้ป่วยโรคหัวใจต้องระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์พกพามากขึ้น หลังจากพบว่าแม่เหล็กเล็กๆ ใน iPad 2 สามารถปิดการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจได้
Gianna Chien ได้ทดสอบกับผู้ป่วยโรคหัวใจ 19 รายที่ฝังอุปกรณ์สำหรับโรคหัวใจไว้ที่หน้าอก โดยเป็น เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบช็อกได้ (ICD) 16 ราย, เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบ Pacemaker 2 ราย และเครื่องตรวจสอบการเต้นหัวใจ (ILR) 1 ราย โดยให้ผู้ป่วยทดลองใช้งาน iPad 2 ในหลายๆ ท่าทาง เช่น ถืออ่านในระดับอก ไปจนถึงการจำลองว่าหลับไปพร้อมกับวางเครื่องไว้บนหน้าอก
ผลปรากฏว่าแม่เหล็กใน iPad 2 นั้นมีผลสามารถปิดการทำงานของเจ้า ICD ได้จริง โดยมีอัตราการเกิดอยู่ที่ 18.8% เมื่อวางเครื่องไว้บนหน้าอก ส่วนอีกสองเครื่องอย่าง Pacemaker และ ILR ไม่ได้รับผลกระทบจากแม่เหล็กแต่อย่างใด
เป็นอีกค่ายที่ออกลูกออกหลานมาครองส่วนแบ่งอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็ได้ออกสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่แก้ไขข้อบกพร่องของ Xperia Z อย่างจัง นั่นก็คือมันไม่สามารถถ่ายรูปใต้น้ำได้ (เพราะอยู่ใต้น้ำ มันแตะจอไม่ค่อยได้นั่นเอง) โซนี่จึงออกสมาร์ทโฟนตัวใหม่เพื่อแก้ไขจุดนี้โดยเฉพาะครับ
โดยรุ่นที่ว่าก็คือ Sony Xperia ZR ครับ โดยเจ้าตัวนี้โซนี่เคลมว่าสามารถบันทึกความทรงจำใต้น้ำได้แบบ Full HD กันเลยทีเดียว เพราะสเปคกล้องของ Xperia ZR จะใช้ไลน์เดียวกันกับ Xperia Z ครับ คือ เซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอแบบ HDR ได้ รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ ตามที่เราได้เห็นกันในรีวิว Xperia Z กันไปแล้ว
ส่วนสเปคนอกนั้นจะเหมือนกับ Xperia Z เพราะงั้นขอไม่พูดมาก ยกเว้นเรื่องจอที่ตัว ZR ปรับมาใช้จอ OptiContrast OLED ความละเอียด 1280*720 พิกเซลแทน และเรื่องการกันน้ำตามมาตรฐาน IP55/IP58 ที่โซนี่เคลมว่า กันได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานาน 30 นาทีครับ
โซนี่ยังไม่บอกว่าขายเมื่อไหร่อะไรยังไง ใครที่สนใจก็ติดตามข่าวกันดูครับ
ที่มา - Engadget
Canonical เปิดตัว Ubuntu Phone เมื่อต้นปี เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย แต่เมื่อปล่อยรุ่นทดสอบให้ดาวน์โหลดกลับทำให้แฟนๆ ผิดหวังเพราะยังขาดความสมบูรณ์อีกมาก
Rick Spencer รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Ubuntu ออกมาโพสต์บล็อกส่วนตัวว่ารับทราบปัญหานี้ และจะเร่งพัฒนา Ubuntu Phone ให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานจริงโดยเร็ว โดยเขา "อาสา" ว่าจะใช้ Ubuntu Phone เป็นมือถือหลักของตัวเองในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ และสัญญาว่าจะทำฟีเจอร์เหล่านี้ให้ใช้งานได้สักที
- โทรออก-รับสาย, รับ-ส่ง SMS
- เล่นเว็บผ่าน 3G/Wi-Fi, สลับการทำงานระหว่าง 3G/Wi-Fi
- proximity sensor ทำงานได้ ดับหน้าจอตอนพูดโทรศัพท์
- นำเข้าสมุดที่อยู่ เพิ่ม-แก้ไขที่อยู่
- อัพเดตเวอร์ชันของระบบโดยข้อมูลไม่หาย
ที่มา - Rick Spencer, OMG Ubuntu
ตามปกติแล้วการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะต้องการอุปกรณ์เฉพาะจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีราคาแพงแม้จะมีีคู่แข่งรายใหม่ๆ อย่าง Huawei เข้ามาสร้างการแข่งขัน บริษัทสตาร์ตอัพที่ชื่อว่า RangeNetworks ก่อตั้งโดยผู้สร้างซอฟต์แวร์ OpenBTS ที่สร้างเสาโทรศัพท์มือถือแบบโอเพนซอร์สในชื่อว่า Snap
ระบบ Snap ภายในเป็นบอร์ด Atom แบบอุตสาหกรรม เสาขนาด 35 วัตต์รองรับผู้ใช้พร้อมกันได้ 400 คนและคู่สายโทรพร้อมกันได้ 7 - 35 คู่สาย โดยมีค่าใช้จ่ายหนึ่งในสิบของระบบเดิม
อุปกรณ์ในตระกูล Snap มีให้เลือกที่ความแรงสัญญาณหลายระดับ หลายประเทศมีีช่วงคลื่นที่สามารถให้บริการได้เสรีที่ซ้อนทับกับคลื่น GSM บางย่าน ถ้ามีหน่วยงานไหนอยากให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลก็นับว่าน่าสนใจมาก
ที่มา - The Register
ค่าย Valve ทยอยปล่อยเกมของตัวเองลง Steam for Linux อยู่เรื่อยๆ เริ่มจาก Team Fortress 2, Half-Life, Counter-Strike, Left 4 Dead 2, Portal
ล่าสุดเป็นคิวของ Half-Life 2 และเกมภาคต่อในซีรีส์จำนวนทั้งหมด 4 เกม ได้แก่
- Half-Life 2
- Half-Life 2: Episode One
- Half-Life 2: Episode Two
- Half-Life 2: Lost Coast
ตอนนี้สถานะของเกมยังเป็น Beta อ่านวิธิติดตั้งได้ตามลิงก์ที่มา
ที่มา - WebUpd8
Michael Barrett ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยข้อมูล (information security) ของ PayPal และประธานของกลุ่ม FIDO Alliance (Fast Identity Online - ข่าวเก่า) ไปพูดที่งานสัมมนาด้านความปลอดภัย Interop
Barrett อธิบายเป้าหมายของกลุ่ม FIDO ว่าต้องการกำจัดระบบล็อกอินด้วยรหัสผ่านและ PIN ออกไปจากโลกนี้ รหัสผ่านเป็นวิธีการที่คิดขึ้นตั้งแต่ปี 1961 แต่ปัจจุบันเรามีเว็บไซต์ที่ต้องใช้รหัสผ่านจำนวนมหาศาล ทำให้ผู้ใช้มักตั้งรหัสผ่านเหมือนๆ กัน แถมการจดจำรหัสผ่านทำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านง่ายๆ ทำให้รหัสผ่านถูกเจาะได้ง่ายมาก
กลุ่ม FIDO Alliance ตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยสร้างระบบการยืนยันตัวตนที่ใช้ง่ายและปลอดภัย แนวทางของ FIDO คือผู้ใช้ล็อกอินเข้าไปยังอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (เช่น โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่มี TPM) ผ่านลายนิ้วมือ-เสียง-ใบหน้า-นัยน์ตา-แฟลชไดรฟ์ จากนั้นซอฟต์แวร์ของ FIDO จะยืนยันตัวตนของอุปกรณ์กับบริการออนไลน์อื่นๆ ให้
Barrett บอกว่า PayPal เตรียมรองรับ FIDO ในเร็วๆ นี้ และต้องรอฝั่งฮาร์ดแวร์สนับสนุนด้วย
ที่มา - PC Magazine, The Register
โนเกียจะจัดงานเปิดตัว Lumia รุ่นใหม่ที่อังกฤษในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดกันว่าเป็นมือถือรหัส Catwalk และ EOS
ล่าสุดโนเกียเริ่มยิงโฆษณาทีเซอร์ของงานเปิดตัวครั้งนี้ผ่านทีวีในอังกฤษแล้ว โดยใช้ข้อความในโฆษณาว่า More than your eyes can see และ The new Nokia Lumia is coming ส่วนภาพที่เห็นในโฆษณาก็ซูมไปที่กล้องและแฟลชของมือถือตัวนี้ (คาดว่าเป็น Catwalk)
ที่มา - The Verge
มีคนไปขุดคุ้ย Windows 8.1 (Blue) ที่หลุดออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง พบฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วไมโครซอฟท์จะใส่มันไว้ในอัพเดต Blue ตัวจริง (RTM) หรือไม่ ดังนี้
- ฟีเจอร์ปรับความละเอียดการแสดงผลอัตโนมัติ (automatic desktop screen scaling) ผู้พบกล่าวว่า Windows น่าจะปรับการแสดงผลโดยดูจากขนาดหน้าจอและความหนาแน่นของพิกเซล (pixel density) แต่ผู้ใช้สามารถปิดฟีเจอร์นี้จะปรับการแสดงผลแบบเดิม (อาทิ 100%, 150%, 200%) ได้ นอกจากนั้นการปรับความละเอียดการแสดงผลของหน้าจอหลักและหน้าจอต่อพ่วงก็ทำได้อย่างอิสระถึงแม้ฟีเจอร์นี้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม ดูเหมือนฟีเจอร์นี้จะแก้ปัญหาการแสดงผลบนหน้าจอที่มีความละเอียดสูงอย่างบน Surface Pro ได้ - Supersite for Windows
สำนักข่าว Yonhap จากประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า ซัมซุงกำลังทดสอบการใช้งานเครือข่ายมือถือ 5G อยู่ และตอนนี้บริษัทสามารถทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถดึงข้อมูลได้ที่ความเร็ว 1Gbps แล้ว โดยตัวเครื่องลูกข่าย จะต้องมีเสาอากาศ (antenna element) มากถึง 64 เสาด้วยกัน ถึงจะทำความเร็วนี้ได้
ซัมซุงบอกว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะพร้อมที่จะนำมาใช้ทำตลาดได้จริง ภายในปี 2020 ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่คณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรป (European Commission) ตั้งเป้าไว้พอดี
ที่มา - Engadget
สัปดาห์ก่อน Twitter ได้เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพเพื่อเสริมธุรกิจของตนเองอีก 1 ราย นั่นคือ Ubalo ซึ่งเป็นทีมที่มุ่งเน้นพัฒนาการประมวลผลขนาดใหญ่ ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการซื้อกิจการแต่อย่างใด
Ubalo มีทีมงานทั้งหมด 4 คน สร้างผลงานที่พวกเขาเรียกว่า "pods" ซึ่งเป็นเครื่องมือคำนวณ ที่ผู้ใช้งานเพียงแค่ปรับแต่งสภาพแวดล้อมและปล่อยให้มันทำงานเชื่อมโยงการประมวลผลผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยมี API ที่จะเชื่อมโยงให้ทุกการคำนวณจากเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องทำงานสอดคล้องกัน มาพร้อมกับชุดเครื่องมือจัดการข้อมูลที่ช่วยให้สามารถเข้าถึง, จัดการและจัดเก็บไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้
หนึ่งในผลงานของ Ubalo ที่เป็นกรณีศึกษา คือการลดเวลาในการทำ image processing ซึ่งแต่เดิมต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง ให้สำเร็จได้ด้วยเวลาเพียง 5 นาที โดยใช้หน่วยประมวลผล 100 แกน ผ่านบริการ Amazon S3 และอีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจคือ Ubalo ได้ใช้เครื่องมือของพวกเขาสร้างข้อมูลขนาด 8GB โดยการวาดตัวอย่างจากกลุ่มข้อมูล และประมวลผลหาค่าเฉลี่ยของกลุ่มข้อมูลนั้น ภายในช่วงเวลาเพียง 0.7 วินาที
ทีมงานทั้งหมดของ Ubalo จะเข้าทำงานกับ Twitter ซึ่งเชื่อว่าพวกเขาน่าจะได้รับผิดชอบงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
ที่มา - VentureBeat, ZDNet
NVIDIA เปิดตัวชิป Tegra 4 ตั้งแต่ต้นปี แต่ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้วยังมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Tegra 4 ไม่มากนัก (พร้อมข่าวผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไม่ปลื้ม) บริษัทที่มีข่าวทำ Tegra 4 ในตอนนี้ยังมีแค่ ZTE กับ Toshiba เท่านั้น
แต่ล่าสุด Jen-Hsun Huang ซีอีโอของ NVIDIA ออกมาเผยข้อมูลว่าเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ Tegra 4 เปิดตัวในไตรมาสนี้กันอีกเพียบทั้งฝั่งแอนดรอยด์และวินโดวส์ โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเริ่มวางขายจริงในไตรมาสหน้า
ที่น่าสนใจคือ Huang บอกว่านอกจากแท็บเล็ตกับสมาร์ทโฟนแล้ว เรายังจะเห็น "พีซีราคาถูกแต่ประสิทธิภาพดี" ใช้ Tegra 4 อีกด้วย
นอกจากนี้ Huang ยังพูดถึงน้องรอง Tegra 4i ที่เน้นเจาะตลาดสมาร์ทโฟน ว่าจะเริ่มมีผลิตภัณฑ์ออกขายในช่วงครึ่งหลังของปีเช่นกัน
ที่มา - PC World
Firefox OS นั้นประกาศตัวชัดเจนว่าต้องการจับตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เห็นมือถือ Firefox OS ที่จับตลาดสูงกว่านั้น
ล่าสุดผู้บริหารของ Mozilla ให้ข้อมูลว่า Sony ในฐานะพันธมิตรร่วมพัฒนา Firefox OS กำลังซุ่มทำสมาร์ทโฟนตลาดบน (ในข่าวใช้คำว่า very high end) อยู่ โดยตอนนั้นยังอยู่ระหว่างช่วงวางแผนร่วมกับ Mozilla
ค่ายมือถือที่เข้าร่วม Firefox OS ในตอนนี้ได้แก่ LG, Sony, Alcatel, ZTE และ Huawei
Mozilla มุ่งเป้าว่าต้องการปั้น Firefox OS เป็นระบบปฏิบัติการขั้วที่สามนอกเหนือจาก Android/iOS ให้จงได้ ซึ่งผู้บริหารของ Mozilla ก็มั่นใจว่าแนวทางเปิดกว้างแบบสุดๆ ของ Firefox OS (มากกว่า Android) จะซื้อใจผู้ผลิตฮาร์ดแวร์-นักพัฒนาแอพได้สำเร็จ แต่ก็ยอมรับว่าการสร้าง ecosystem ใหม่ย่อมต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
ที่มา - Computerworld
CM 10.1 เพิ่งออกรุ่น RC1 ไม่ทันไร วันนี้ RC2 ออกแล้วครับ (เนื่องจากรุ่นที่มี RC2 ค่อนข้างเยอะ มากถึง 47 รุ่น ดังนั้นตรวจสอบรุ่นกันเองจากหน้า CM Download)
อีกข่าวของโครงการ CyanogenMod คือ HTC One มือถือเรือธงตัวล่าสุดจาก HTC เริ่มได้รอม CM 10.1 แล้ว ปัจจุบันยังมีสถานะเป็น Nightly โดยแบ่งเป็นรุ่น m7 (GSM นานาชาติ) และรุ่น m7wls (รุ่นเฉพาะของ Sprint)
ที่มา - Android Police (1), Android Police (2)
กูเกิลพยายามอย่างมากกับโครงการ WebM ในการสร้างตัวเข้ารหัสวิดีโอที่ไม่ต้องจ่ายค่าใช้งานสิทธิบัตรแบบ MPEG-4
แต่ที่ผ่านมาโครงการ WebM ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เหตุผลหนึ่งก็เพราะตัวเข้ารหัสภาพเคลื่อนไหว (ไม่รวมเสียง) อย่าง VP8 มีคุณภาพไม่สูงมากพอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ทางออกของกูเกิลคือพัฒนาตัวเข้ารหัสรุ่นถัดไป VP9 ซึ่งตอนนี้สเปกใกล้เสร็จสมบูรณ์ และจะออกสเปกรุ่นสมบูรณ์ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้
ลูกค้ารายแรกๆ ของ VP9 ย่อมเป็นผลิตภัณฑ์ของกูเกิลเอง ได้แก่ Chrome, Chrome OS และที่สำคัญคือ YouTube ซึ่งจะเริ่มใช้งานหลัง Chrome พร้อมแล้ว
ที่มา - WebM
หลังจากที่มีข่าวว่า มีโค้ดบางส่วนของแอพฯ MyGlass บอกใบ้ว่ากูเกิลกำลังจะทำแพลตฟอร์มสำหรับเกมออกมาบน Android เพื่อแข่งกับ Games Center ของแอปเปิลและ Xbox Live ของไมโครซอฟท์ ล่าสุดในแอพฯ Google Play Service (ตัวเซอร์วิสสำหรับ Google Play) ก็มีโค้ดบางส่วนบอกใบ้แล้วว่า จะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Google Play Games ค่อนข้างแน่นอนแล้วด้วยครับ
โดยแพลตฟอร์ม Google Play Games จะเป็นแพลตฟอร์มที่คล้ายๆ กับ Xbox Live พอสมควร แต่รายชื่อของเพื่อนจะดึงออกมาจาก Google+ เป็นหลัก โดยเกมที่จะเข้าแพลตฟอร์มนี้ กูเกิลก็จะมี API บางส่วนเพื่อเรียกการใช้งาน Scoreboard/Achievements ให้ และยังจะมี badge สำหรับติดไว้ที่ไอคอนของแอพพลิเคชันเพื่อระบุว่าเกมนี้จะรันอยู่บนแพลตฟอร์ม Google Play Games อีกด้วย
นอกจากนั้นฟีเจอร์อื่นๆ ของ Google Play Games จะคล้ายๆ กับแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Xbox Live/Games Center และ PlayStation Mobile ครับ เช่นการซิงค์เซฟเกมขึ้นไปอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ การจัดลำดับคะแนน หรือแม้แต่การเล่นแบบหลายผู้เล่นเป็นต้น ซึ่งนักพัฒนาจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำยังไงกับตัวเกมที่จะเข้าแพลตฟอร์มนี้ครับ
ทั้งนี้เราอาจจะได้เห็น Google Play Games กัน ในงาน Google I/O พุธนี้ เช่นเดียวกับ Android 4.3 และ Hangouts ครับ
ที่มา - Android Police
เว็บไซต์ The Verge และ ZDNet สัมภาษณ์ CFO ของไมโครซอฟท์ Tami Reller และได้ข้อมูล ดังนี้
- Blue จะมาเสริมวิสัยทัศน์ของ Windows 8 โดยจะเน้นการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา การสัมผัส แอพ แพลตฟอร์มใหม่สำหรับนักพัฒนา และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่เป็นปัจเจกบุคคล
- ชื่อ Blue เป็นชื่อที่ใช้เรียกกันเป็นการภายใน และบริษัทยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องชื่อที่แท้จริง ราคา และแพ็คเกจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับการเปิดเผยในสิ้นเดือนนี้ (ZDNet เสริมว่า เธอไม่ยอมตอบคำถามที่ว่า Windows Server Blue, Windows Phone Blue และ Visual Studio Blue จะออกมาพร้อมกันหรือไม่ แต่ทาง ZDNet ก็คาดว่าน่าจะไม่)
- ไมโครซอฟท์เน้นการอัพเดตในสามประเด็น คือ การสัมผัส การปรับตาม feedback และรูปแบบเครื่องใหม่ที่จะได้รับการสนับสนุนในอัพเดตนี้ ถึงบริษัทจะไม่ระบุว่า feedback อะไรบ้างที่บริษัทจะจัดการ แต่ Reller กล่าวว่าไมโครซอฟท์รับทราบเรื่องปุ่ม Start และให้ความสนใจกับเรื่องนี้ (The Verge แยกชัดเจนระหว่างปุ่ม Start กับเมนู Start และในกรณีนี้เป็นปุ่ม Start) เธอยังกล่าวว่าบริษัทพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าเรียกร้องกันแน่ แต่ก็ไม่พูดชัดเจนว่าปุ่ม Start รวมถึงการบูตเข้าสู่เดสก์ท็อปโดยตรงจะกลับมาใน Windows Blue หรือไม่ แต่ The Verge ตั้งข้อสังเกตว่าการตอบสนองของไมโครซอฟท์ในคราวนี้ตรงข้ามกับสมัยที่ Steven Sinofsky ยังคุม Windows อยู่








