Advertisement
ไมโครซอฟท์อธิบายความหมายของโฆษณา
Submitted by mk on 7 September, 2008 - 14:24. tags:จากข่าวเก่า โฆษณา Microsoft: The Future Delicious? ทำเอาคนงงไปทั้งอินเทอร์เน็ต คำอธิบายที่ดีที่สุดมาจากอีเมลภายในของ Bill Veghte ผู้บริหารระดับสูงด้านธุรกิจออนไลน์ ส่งถึงพนักงานทุกคนของบริษัท
Bill Veghte บอกว่าวินโดวส์พัฒนามา 25 ปีแล้ว และการตั้งเป้าสู่ 25 ปีข้างหน้า ไมโครซอฟท์จะต้องย้ำเตือนลูกค้าว่า วินโดวส์มีส่วนทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงมาขนาดนี้ได้อย่างไร และสัญญากับลูกค้าว่าวินโดวส์จะใช้ข้ามกันได้ทั้งบนพีซี มือถือ และเว็บ
การสร้างความรู้สึกที่ดีต่อวินโดวส์นั้น ไมโครซอฟท์ตัดสินใจว่าจะโฟกัสตั้งแต่ช่วงที่ลูกค้าเริ่มได้ยินชื่อวินโดวส์ครั้งแรก ไปถึงการหาข้อมูลเกี่ยวกับวินโดวส์บนอินเทอร์เน็ต การทดลองจับวินโดวส์ครั้งแรก จนมาถึงการนำวินโดวส์มาใช้ในชีวิตของพวกเขา (วินโดวส์ที่พูดถึงคือ Vista, Mobile และ Live)
โฆษณาชิ้นนี้เป็นชิ้นแรกในชุดที่ต้องการกระตุ้นให้ลูกค้าพูดถึงวินโดวส์ ซึ่งประเด็นการพูดคุยเหล่านี้จะค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ ตลอดแคมเปญ โดยโฆษณาชิ้นแรกซึ่งแสดงโดย Jerry Seinfeld และบิล เกตส์ จะดึงดูดให้คนกลับมาพูดถึงวินโดวส์กันอีกครั้ง ในปลายเดือนนี้ โฆษณาชิ้นต่อไปจะเริ่มฉาย และพูดถึงวินโดวส์ในเชิงลึกมากขึ้น
ที่มาและตัวจดหมายฉบับเต็ม - TechCrunch
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตรวจสอบดีลยาฮู-กูเกิล
Submitted by mk on 3 July, 2008 - 17:58. tags:จากข่าวเก่า ไมโครซอฟต์ถอนตัวจากยาฮู, กูเกิลทำข้อตกลง 800 ล้านดอลลาร์สำเร็จ และ บทสรุปไมโครซอฟท์-ยาฮู-กูเกิล ยก 2 มีข่าวว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบการผูกขาดของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังจับตาดีล 800 ล้านของกูเกิลและยาฮู ถึงแม้ว่ากูเกิลจะแสดงความมั่นใจว่าดีลนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี โดยเหตุผลของกูเกิลคือ เป็นดีลที่ไม่ผูกมัดรายเดียว (non-exclusive) ต่อยาฮู
ตอนนี้ข่าวยืนยันแล้ว โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบถามบริษัทโฆษณาออนไลน์และสื่อหลายแห่ง ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อดีลนี้
ข้อโต้แย้งของฝ่ายคัดค้าน (นำโดยไมโครซอฟท์) และฝ่ายสนับสนุน (นำโดยกูเกิล) มีหลายอย่างดังนี้
- เป็นดีลระหว่างหมายเลข 1 และ 2 ของตลาดค้นหา (เฉพาะในสหรัฐ กูเกิลมีส่วนแบ่ง 70% ส่วนยาฮูมี 20%) ซึ่งจะทำให้คู่แข่งรายอื่นเข้ามาในตลาดยากขึ้น ฝ่ายกูเกิลโต้ว่ายาฮูสามารถนำรายได้จากกูเกิล ไปพัฒนาระบบค้นหา-โฆษณาออนไลน์ของตัวเอง ซึ่งเกิดทำให้การแข่งขันมากขึ้นในระยะยาว
- ราคาขั้นต่ำในการลงโฆษณาเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมยาฮูขายถูกกว่า แต่พอหน้าเว็บยาฮูมีโฆษณากูเกิล ผู้ลงโฆษณาต้องยอมจ่ายราคาเดียวกับกูเกิล เพื่อให้โฆษณาตัวเองเด่นขึ้น ประเด็นนี้ทางกลุ่ม Interactive Advertising Bureau ตัวแทนบริษัทในวงการโฆษณาออนไลน์ บอกว่ายังไม่เกิดปัญหาขึ้น และการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ยังเข้มแข็งอยู่
- ผู้ลงโฆษณาเสียอำนาจต่อรอง จากเดิมที่ต่อรองได้กับ 3 รายก็เหลือเพียง 2 ประเด็นนี้ยังไม่มีความเห็นจากฝ่ายผู้ลงโฆษณา
- ดีลนี้เป็นการป้องกันไม่ให้ไมโครซอฟท์ซื้อยาฮูสำเร็จ ซึ่งเป็นประเด็นมีน้ำหนักสูงที่สุด ทางกูเกิลบอกว่าเป็นดีลธุรกิจธรรมดา และทั้งกูเกิลกับยาฮูได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แถมยังกันไม่ให้ไมโครซอฟท์ผูกขาด (เช่น ตั้งยาฮูเป็นหน้าแรกของ IE) ไปในตัว
ที่มา - Business Week
กูเกิลออก Affiliate Network
Submitted by mk on 1 July, 2008 - 16:46. tags:เมื่อปี 2007 หลังจากซื้อกิจการ DoubleClick.net ด้วยมูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ ตอนนี้กูเกิลเริ่มรวมเอาบริการของ DoubleClick เข้ามาใต้แบรนด์กูเกิลแล้ว โดยใช้ชื่อว่า Google Affiliate Network
บริการอันนี้เดิมชื่อ DoubleClick Performics ซึ่งมีลักษณะการทำงานเหมือน affiliate network ทั่วไป (เช่นของ Amazon) นั่นคือถ้ามีคนซื้อสินค้าที่โฆษณาอยู่ในเว็บไซต์ของเรา เราจะได้ส่วนแบ่งด้วย ผู้ลงโฆษณากับ Performics ได้แก่ Barnes & Noble, Circuit City, Citibank และ Verizon เป็นต้น
บริการนี้ยังไม่รวมเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลโดยสมบูรณ์ (หน้าแรกเป็นเว็บกูเกิล แต่หน้าสมัครใช้งาน ยังแสดงชื่อ Performics อยู่) และต้องใช้บัญชีผู้ใช้แยกต่างหากจาก Google Account
การเปิด Affiliate Network ครั้งนี้ทำให้บริการใกล้เคียงกันอย่าง Google AdSense Referrals จะหยุดให้บริการลงในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ที่มา - TechCrunch
Google จับมือ Yahoo! ร่วมแชร์โฆษณาผ่านเวบ
Submitted by molecularck on 10 April, 2008 - 10:48. tags:บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน search engine 2 บริษัทคือ Google และ Yahoo! ประกาศจับมือทดลองในการแชร์พื้นที่โฆษณาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ในช่วงเวลาดังกล่าว Google จะสามารถใช้โฆษณาได้ใน พื้นที่ 3% ของผลการค้นหาผ่าน Yahoo! นักวิเคราะห์ต่างมองกันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Yahoo! เป็นการเดินหมากเพื่อให้ไมโครซอฟท์ยกเลิกที่จะประกาศซื้อในราคาเดิมที่ 44.6 พันล้านเหรียญและให้ซื้อในราคาสูงกว่า
ทางไมโครซอฟท์ได้ให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวว่า
การที่ Google มีการตกลงจับมือกับ Yahoo! จะสามารถทำให้ Google มีส่วนแบ่งการตลาด search engine อยู่ในมือมากกว่า 90% ซึ่งนี้ทำให้ห่างไกลไปจากการแข่งขัน
ทาง Yahoo! ก็ได้ออกมาตอบโต้ว่า การทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการตกลงทางธุรกิจกับ Google
การประกาศจับมือกันครั้งนี้ทำให้้หุ้น Yahoo! เพิ่มขึ้น 7% ซึ่งหลาย ๆ ฝ่ายทางตลาดหุ้นมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่ฉลาด และมองว่าแม้ไมโครซอฟท์จะถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ Yahoo! ก็ยังคงทำให้ไมโครซอฟท์จะต้องจ่ายมากกว่าที่ต้องการไว้
ที่มา - bbc.co.uk
Facebook ยอมรับดำเนินนโยบายผิดพลาด
Submitted by mk on 11 March, 2008 - 01:44. tags:ในงาน SXSW ที่เท็กซัส Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Facebook (ซึ่งอายุแค่ 23 ขวบ) ขึ้นเวทีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Facebook
เขายอมรับว่าแผนโฆษณา Social Ads หรือโค้ดเนม Baecon (ข่าวเก่า) นั้นเป็นนโยบายที่ผิดพลาด เพราะว่าหลังจากนั้น Facebook โดนรุมถล่มจากผู้ใช้อย่างหนักว่าละเมิดความเป็นส่วนตัว (โดยการเอาข้อมูลบางส่วนไปใช้กับการโฆษณา) Zuckerberg บอกว่าบทเรียนที่สำคัญคือ ต้องให้ผู้ใช้มีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลส่วนตัวของตัวเองอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ Zuckerberg ยังบอกว่า Facebook ยังดำเนินการตามวิสัยทัศน์ของตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร วิสัยทัศน์ที่ว่านั้นคือการสร้างช่องทางการสื่อสารที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ คำพูดเท่ๆ ของเขาคือ “เรามีโอกาสในการสร้างแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนวิธีการสื่อสารของคนโดยสิ้นเชิง คนเรามีโอกาสแบบนี้สักกี่ครั้งกันเชียว? ศูนย์หรือหนึ่ง ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่เราต้องมุ่งไป”
บนเวทีสัมภาษณ์ยังมีเรื่องวุ่นวายกันเล็กน้อย โดยผู้ชมไม่พอใจต่อท่าทางและวิธีการปฏิบัติตัวของ Sarah Lacy นักข่าวของ Business Week ซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์ Zuckerberg อ่านเรื่องได้จาก News.com
ที่มา - Business Week
กูเกิลกำลังพิจารณา... ตั้งออฟฟิศในไทยดีหรือไม่
Submitted by infernohellion on 25 February, 2008 - 21:01. tags:ลอรี โซเบล หัวหน้าทีมขายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกูเกิลกล่าวว่า ประเทศไทยมีโอกาสในการเติบโตด้านโฆษณาออนไลน์เป็นอันหนึ่งในภูมิภาค เหนือกว่าสิงคโปร์ และกำลังศึกษาว่าจะเพิ่มการตั้งออฟฟิศในไทยดีหรือไม่
ปัจจุบันนั้นการตลาดของกูเกิลทั้งหมดในประเทศไทยมีทีมงานดูแลอยู่ในสิงคโปร์ แต่จนถึงปัจจุบันนี้กูเกิลมีส่วนแบ่งตลาดที่ดีที่สุดในประเทศไทย เหนือประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน
กูเกิลมีส่วนแบ่งตลาด Search Engine ทั้งหมด 95% ในขณะที่สนุกมี 4% แต่เนื่องจากสนุกเป็นพันธมิตรกับกูเกิลอยู่แล้ว ทำให้กูเกิลมีส่วนแบ่งตลาด 99%
สำหรับการตั้งออฟฟิศในประเทศไทยนั้น มีเหตุผลเพื่อการเจาะตลาดโฆษณาล้วน ๆ โดยระยะแรกกูเกิลต้องการให้ความรู้ความเข้าใจกับนักการตลาดภายในประเทศ แม้ว่าประเทศไทยมีงบการโฆษณาทั้งสิ้นกว่า 8 หมื่นล้าน สัดส่วนในการโฆษณาออนไลน์ตอนนี้มีเพียง 1% หรือ 800 ล้านบาทเท่านั้น โดยกูเกิลหวังว่าตัวเลขนี้จะเพ่ิมขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอนที่สุด
ที่มา - ผู้จัดการออนไลน์
ปุ่ม "I'm Feeling Lucky" ทำกูเกิลเสียรายได้ 110 ล้านเหรียญต่อปี
Submitted by mk on 24 November, 2007 - 00:17. tags:ปุ่ม “I’m Feeling Lucky” บนหน้าแรกของกูเกิล (ซึ่งหลายคนไม่เคยใช้เลย) อาจมีผลทำให้บริษัทขาดรายได้จากการโฆษณาถึง 110 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เนื่องจากคนที่กดปุ่มนี้จะไม่เห็นโฆษณาที่กูเกิลแสดง ตัวเลขนี้คำนวณโดยบริษัท Rapt ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านโฆษณาออนไลน์
Marisa Mayer แห่งกูเกิลเคยให้ข้อมูลไว้ว่ามีผู้ใช้ของกูเกิลน้อยกว่า 1% ใช้ปุ่มนี้ และ Surgey Brin เองก็ยอมรับว่าเขาเองก็แทบไม่ได้ใช้ปุ่มนี้เลย ผู้เชี่ยวชาญด้าน usability อย่าง Jacob Nielsen วิจารณ์ไว้ว่าปุ่มนี้ไม่เหมาะกับส่วนอื่นของเว็บไซต์ สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ และควรเอาออกไป
อย่างไรก็ตามกูเกิลยังไม่มีแผนจะนำปุ่มนี้ออกไปจากหน้าเว็บ
ที่มา - Marketplace
Facebook Ads หวังเจาะตลาด 'social ads'
Submitted by mk on 7 November, 2007 - 20:42. tags:หลังจากโดนกูเกิลเปิดตัว OpenSocial ตัดหน้าไปหนึ่งสัปดาห์ (ข่าวเก่า) ทาง Facebook ก็ไม่ย่อท้อ ออกแพลตฟอร์มโฆษณาแบบใหม่โดยใช้ social network ให้เป็นประโยชน์ โดยใช้ชื่อตรงไปตรงมาว่า Facebook Ads
Facebook Ads ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
- Branded pages - นักโฆษณาสามารถสร้างเพจของผลิตภัณฑ์โดยเปรียบเสมือนเพจของผู้ใช้อีกอันหนึ่ง และผู้ใช้สามารถเป็นเพื่อนกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ, เพิ่ม Apps ของผลิตภัณฑ์, แสดงข้อมูลใน minifeed และเชื่อมโยงกับเว็บภายนอกของผลิตภัณฑ์นั้นได้
- ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกแสดงโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ได้ โดยตั้งเงื่อนไขจากข้อมูลใน profile ของผู้ใช้ (เช่น อายุ โรงเรียน จังหวัด ความสนใจ) อันนี้มีศัพท์เรียกเฉพาะว่า social ads
- สุดท้ายผู้ลงโฆษณาจะได้ข้อมูลของผู้คลิกโฆษณากลับไปวิเคราะห์ตลาด ส่วนนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่ทาง Facebook ก็ยืนยันว่าข้อมูลที่ระบุตัว (เช่น ชื่อหรืออีเมล) จะเก็บรักษาอย่างดี ส่งเฉพาะข้อมูลทั่วไปที่ไม่สามารถระบุตัวได้อย่าง เพศ อายุ หรือความสนใจเท่านั้น
Facebook Ads ถูกประกาศมาไม่กี่วัน ก็มีคนสร้างหน้า Branded Pages ขึ้นมามากมาย โดยเคสที่น่าสนใจคือ Branded Pages ของศิลปินซึ่งจะไปชนทับกับ Apps บางตัวอย่างเช่น iLike ซึ่ง TechCrunch มีวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างละเอียดว่าสุดท้ายแล้ว Facebook จะไปฆ่านักพัฒนา Apps ของตัวเองหรือไม่
ผมลองทำตัวเป็นนักโฆษณาไปจิ้มๆ เล่นดูก็พบว่ายังไม่มีประเทศไทยให้เลือกแฮะ ใครสนใจก็ดูได้ที่หน้า Facebook Ads
ป.ล. ผมสร้าง Blognone Group ไว้สนุกๆ ใครใช้ Facebook อยู่ก็แอดมาได้ครับ
ที่มา - News.com, TechCrunch
YouTube เตรียมใช้ระบบโฆษณาใหม่
Submitted by infernohellion on 23 August, 2007 - 01:00. tags:ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคนที่เข้าใช้งาน YouTube จะได้เห็นระบบโฆษณารูปแบบใหม่ที่กูเกิลได้ตัดสินใจนำมาใช้กับเว็บ YouTube
โดยระบบใหม่นี้นั้นจะนำโฆษณาไปติดบนวีดีโอคลิปเลย ทำให้กูเกิลสามารถหาเงินได้กับโฆษณาไม่ว่าผู้ใช้จะมีการสั่งบล็อกโฆษณาด้วยเว็บบราวเซอร์หรือเมื่อผู้ใช้ได้ใส่วีดีโอแบบ Embed เข้าไปบนเว็บอื่นก็ตาม
โดยโฆษณานั้นจะเลื่อนเข้ามาด้านล่างของวีดีโอบนแถบกึ่งโปร่งแสง (Semi-transparent banner) ประมาณ 15 วินาที เมื่อผู้ใช้ทำการคลิ๊กโฆษณานั้นวีดีโอจะหยุดอัตโนมัติแล้วเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมา
โฆษณาแบบนี้นั้นเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าการนำโฆษณาไปแสดงก่อนดูวีดีโอคลิป เนื่องจากการวิจัยได้บอกว่าผู้ชมส่วนใหญ่นั้นตัดสินใจที่จะไม่ดูคลิปวีดีโอที่มีการบังคับให้ดูโฆษณาก่อนที่จะรับชมตัวคลิปวีดีโอได้
เรื่องนี้อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจโฆษณาแต่อาจจะทำให้ผู้ชมหลาย ๆ คนนั้นลาจาก YouTube ก็เป็นได้... "โอ้พระเจ้า... คงไม่ดีแน่ โฆษณาข้างวีดีโอน่ะโอเค แต่ในวีดีโอ? ขอผ่านดีกว่า" ผู้ใช้คนหนึ่งกล่าว
ที่มา - TeleGraph UK ผ่านทาง Slashdot
ไมโครซอฟท์ออก Content Ads หวังสู้ AdSense
Submitted by mk on 22 August, 2007 - 18:35. tags:หลังจากไมโครซอฟท์ออกบริการ adCenter ซึ่งเทียบได้กับ AdWord มาได้สักพัก ก็ได้เวลาของบริการที่เอามาชนกับ AdSense ไมโครซอฟท์เรียกมันว่า "Content Ads" (กดเข้าไปดูภาพประกอบ)
ในระยะแรกนั้น Content Ads จะแสดงเฉพาะบน MSN และเว็บไซต์พันธมิตรเท่านั้น และยังเปิดให้กับลูกค้าเฉพาะในสหรัฐ ส่วนรูปแบบการแสดงผลตามคีย์เวิร์ด และการคิดราคาโดยประมูลคีย์เวิร์ดก็ใกล้เคียงกับ AdSense แต่ไมโครซอฟท์ยังไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการอนุญาตให้ติด Content Ads บนเว็บไซต์ของเราเอง แล้วแบ่งรายได้แบบที่ AdSense ทำนะครับ คาดว่าถ้าสำเร็จในขั้นแรกแล้วคงตามมา
อ่านตารางเปรียบเทียบระหว่าง adCenter แบบ Search Ads เดิม และแบบ Content Ads ได้จาก FAQ ของ adCenter
ที่มา - Ars Technica




