เพิ่งมีข่าวว่า กลุ่ม EPIC จะร้อง FTC ให้สอบสวนกูเกิลในประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของฟีเจอร์ Search, plus Your World แต่ล่าสุดมีข่าวว่า FTC จะสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดแทน
ข่าวนี้ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Bloomberg รายงานข่าววงในจาก FTC ว่าจะขยายการสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดตลาด ให้ครอบคลุมถึง Google+ ด้วย
ประเด็นที่ FTC สนใจคือกูเกิลลำเอียงเข้าข้าง Google+ ในผลการค้นหาของตัวเองหรือไม่ (ซึ่ง Eric Schmidt ก็ยืนยันว่าไม่ลำเอียง) โดยโฆษกของ FTC และกูเกิลปฏิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องนี้
Joshua Wright ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของ George Mason University ให้ความเห็นว่ากฎหมายผูกขาดจะสนใจว่า การกระทำของบริษัทใดจะส่งผลเสียต่อ "การแข่งขันโดยรวม" หรือไม่ ไม่ใช่ "คู่แข่งรายใดรายหนึ่ง" ซึ่งในกรณีของ Google+ เขาคิดว่าไม่มีหลักฐานว่าส่งผลเสียต่อการแข่งขันในวงการ
ที่มา - Bloomberg
- 21 comments
- 2134 reads
ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Search, plus Your World ของกูเกิลกลายเป็นประเด็นร้อน นอกจากวิวาทะกับ Twitter (ซึ่งตามมาด้วยข้อหา "ผูกขาด") ก็ยังมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวตามมา
หน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว Electronic Privacy Information Center หรือ EPIC (รายเดียวกับที่เคยร้อง FTC เรื่อง Facebook Timeline) ประกาศว่าจะยื่นคำร้องไปยัง FTC ว่าฟีเจอร์ใหม่นี้ของกูเกิลมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ตัวแทนของ EPIC บอกว่าถึงแม้ข้อมูลที่แสดงใน Search, plus Your World จะไม่แสดงต่อสาธารณะ แต่ก็จะทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ Google+ ถูกเปิดเผยได้ง่ายขึ้นผ่านฟีเจอร์นี้ และเจ้าของข้อมูลเองไม่สามารถ "ปิด" การแสดงผลข้อมูลของตัวเองในผลการค้นหาที่เพื่อนๆ มองเห็นด้วย
EPIC ยังบอกว่ากูเกิลพยายามต่อสู้กับ Facebook ในตลาด social network ทำให้กูเกิลพยายามใช้พลังจากการเป็นผู้นำ (dominance) ในตลาดค้นหามาช่วยผลักดันเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ใช่รายแรกที่มีฟีเจอร์ลักษณะนี้ เพราะ Bing ประกาศความร่วมมือกับ Facebook แสดง Like ในผลการค้นหาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
- 1218 reads
เมื่อเดือนที่แล้วเราเพิ่งเห็น ข้อตกลงระหว่าง Facebook กับ FTC ในนโยบายด้านความเป็นส่วนตัว แต่ฟีเจอร์ใหม่ที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่าง Timeline อาจทำให้ Facebook ต้องมีปัญหากับ FTC (และองค์กรลักษณะเดียวกัน) อีกรอบ
Electronic Privacy Information Center (EPIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคสังคมที่พิทักษ์สิทธิด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ยื่นคำร้องต่อ FTC เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ขอให้สืบสวนฟีเจอร์ Timeline ว่าละเมิดเงื่อนไขด้านความเป็นส่วนตัวที่ FTC กำหนด (ตามข่าวที่แล้ว) ในประเด็นว่า "ห้าม Facebook เปลี่ยนค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก่อนได้รับอนุญาต" หรือไม่
EPIC ให้เหตุผลกับ FTC ว่า Facebook Timeline จะช่วยให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ถูกเปิดเผยได้ง่ายกว่าเดิม ในขณะที่ Facebook ก็ออกแถลงการณ์กลับว่า Timeline ไม่ได้เปลี่ยนค่าใดๆ ของผู้ใช้ เพราะเป็นข้อมูลชุดเดิมและการตั้งค่าชุดเดิม แถมช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลของตัวเองได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ
ทาง ZDNet ให้ความเห็นว่า Timeline ไม่ได้เปลี่ยนค่าส่วนใหญ่จริง แต่ก็เพิ่มข้อมูลบางส่วนที่เราเคยรู้คนเดียวมาอยู่บน Timeline ด้วย เช่น วันที่เราเริ่มใช้งาน Facebook และรายการเหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเข้าร่วม
ทาง FTC ยังไม่มีทีท่าใดๆ ในเรื่องนี้ครับ
- 21 comments
- 3301 reads
เรื่องราวเบื้องหลังของข่าวนี้ ต้องย้อนกลับไปอ่าน ข่าวก่อนหน้านี้ กันสักเล็กน้อย จะได้ตามทันนะครับ
สรุปเรื่องอีกครั้ง เมื่อปี 2009 องค์กรรณรงค์ด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ Electronic Privacy Information Center และกลุ่มผู้บริโภค ได้รวมตัวกันฟ้องคณะกรรมการการค้าของสหรัฐหรือ FTC ให้สอบสวน Facebook เรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เป็นปัญหาหลายอย่าง
Facebook จึงโดน FTC สอบสวนตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา และยอมทำข้อตกลงกับ FTC เพื่อยุติคดีแล้ว
- 9 comments
- 2669 reads
- Read more
ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นจุดตายของ Facebook มาโดยตลอด และมักจะโดนสอบสวนจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศต่างๆ อยู่เสมอ
ล่าสุดหนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานข่าววงในว่า Facebook กำลังเจรจายอมความกับคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ (FTC) เพื่อปรับวิธีการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของ FTC ที่เข้าสอบสวน Facebook ในปี 2009
แหล่งข่าวระบุว่าเงื่อนไขของ FTC ได้แก่
- Facebook จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่ได้แชร์ต่อสาธารณะ เว้นเสียแต่จะได้รับคำอนุญาตจากผู้ใช้ก่อน
- Facebook ไม่จำเป็นต้องถามผู้ใช้ก่อนว่าต้องการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ด้านการแชร์ข้อมูลในอนาคต
- Facebook จะยอมให้ FTC เข้าตรวจสอบเรื่องความเป็นส่วนตัว (privacy audit) เป็นเวลา 20 ปี
สถานะของการเจรจาครั้งนี้ยังไม่สมบูรณ์ดี ซึ่งทางโฆษกของ Facebook ก็ปฏิเสธการให้ความเห็นต่อข่าวนี้ ก่อนหน้านี้ กูเกิลก็ตกลงยอมความกับ FTC ด้วยเงื่อนไขคล้ายๆ กันมาแล้ว
ที่มา - The New York Times
- 12 comments
- 2298 reads
หลังจากคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ (FTC) เริ่มเข้าสอบสวนการทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของกูเกิล แต่ยังไม่มีใครทราบประเด็นที่ FTC จะสอบสวน ล่าสุด หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า FTC จะเน้นการสอบสวนไปยังสองประเด็นคือ
- Android และบริการค้นหาของกูเกิล โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ากูเกิลเข้าข่ายให้สิทธิพิเศษกับการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์และบริการของตนเหนือกว่าคู่แข่งหรือไม่
- ข้อกล่าวหาที่ว่ากูเกิลได้นำสารสนเทศ (information) ของเว็บไซต์คู่แข่งมาใช้ในเว็บไซต์ของตน และผลักสารสนเทศจากเว็บไซต์คู่แข่งให้ไปอยู่ตอนท้ายของผลลัพธ์การค้นหาหรือไม่
กูเกิลได้ตอบปฏิเสธถึงการปฏิบัติในลักษณะดังที่ FTC กล่าวอ้าง และกูเกิลยังตอบว่า "มีความยินดีที่จะตอบคำถามใดก็ได้"
ที่มา: Wall Street Journal ผ่าน Engadget
- 1297 reads
คณะกรรมการการค้าของสหรัฐหรือ FTC เข้าสอบสวนการทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลในภาพรวมว่า เข้าข่ายการผูกขาดหรือใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อกีดกันคู่แข่งหรือไม่
ในฝั่งยุโรป กูเกิลถูก EU สอบสวนมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนฝั่งสหรัฐเองก็มีความพยายามจากคณะอนุกรรมการของวุฒิสภาสหรัฐเช่นกัน
แต่กรณีของ FTC ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลด้านการผูกขาดโดยตรง นี่เป็นครั้งแรกที่ FTC เข้าสอบสวนกูเกิลสำหรับธุรกิจค้นหา-โฆษณาทั้งหมด (เดิมทีกูเกิลต้องขออนุมัติหรือโดน FTC ตรวจสอบเฉพาะกรณีไป รายละเอียดอ่านใน Search Engine Land)
กูเกิลได้ประกาศผ่านบล็อกว่าได้รับจดหมายแจ้งจาก FTC แล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า FTC สนใจประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งกูเกิลก็บอกว่าจะให้ความร่วมมือตอบคำถามของ FTC ตามที่ได้รับการร้องขอ
ที่มา - Official Google Blog
- 562 reads
Google Buzz ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสารมากตัวหนึ่งของกูเกิล เพราะนอกจากจุดกระแสไม่ติดแล้ว ยังโดนฟ้องและร้องเรียนว่าละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน Gmail ด้วย
กูเกิลแก้ปัญหาคดีฟ้องร้องด้วยการจ่ายเงินชดเชย ส่วนการถูกร้องเรียนที่เป็นเหตุให้คณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐหรือ FTC เข้ามาสอบสวน ล่าสุดได้ข้อยุติแล้วเช่นกัน โดยกูเกิลจะยอมให้ FTC เข้ามาตรวจสอบว่ากูเกิลละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือไม่ทุกๆ สองปี และกูเกิลจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้ก่อนเสมอเมื่อแชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ทั้งหมดเพื่อแลกกับ FTC ยุติการดำเนินคดีกูเกิล
ว่าแต่ยังมีใครใช้ Buzz กันอยู่หรือเปล่า?
ที่มา - Official Google Blog, FTC
- 9 comments
- 585 reads
ต่อจากข่าว แอปเปิลเปิดบริการสมัครสมาชิกภายในแอพ ผู้ให้บริการโวยค่าหัวคิว 30% แพงไป ซึ่งผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่าแอปเปิลอาจโดนฟ้องข้อหาผูกขาด
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ได้รายงานข่าววงในว่า 3 องค์กรที่ดูแลเรื่องการผูกขาดตลาดของสหรัฐและยุโรป ได้แก่ คณะกรรมการการค้าของสหรัฐ (FTC) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) และคณะกรรมการยุโรป (European Commission) กำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แม้จะยังไม่ได้เริ่มกระบวนการสืบสวนอย่างเป็นทางการก็ตาม
ก่อนหน้านี้แอปเปิลเคยโดน FTC สืบสวนกรณีของการผูกขาดไม่ให้แอพที่สร้างด้วย Flash ไปขายบน App Store (ภายหลังแอปเปิลผ่อนคลายนโยบายนี้) ส่วนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าแอปเปิลผูกขาดตลาดขายเพลงออนไลน์หรือไม่
ที่มา - Wall Street Journal
- 7 comments
- 767 reads
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คณะกรรมการการค้าของสหรัฐ (FTC) ยื่นฟ้องอินเทลในข้อหากีดกันทางการค้า มาถึงตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ข้อตกลงระงับคดีกับ FTC แล้ว โดยมีเงื่อนไขที่อินเทลจะต้องปฏิบัติตามในการประกอบธุรกิจหลายข้อด้วยกัน
คดีที่ FTC ฟ้องอินเทลนั้น กล่าวหาว่าอินเทลมีพฤติกรรมกีดกันทางการค้าในตลาด CPU ที่อินเทลมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 80 เปอร์เซนต์ และตลาด GPU ที่มีประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยพฤติกรรมที่ FTC กล่าวหาอินเทลนั้นรวมถึงการจ่ายเงินให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไม่ใช้ชิปของ AMD และพยายามไม่ให้ GPU ของ Nvidia ทำงานกับชิปของอินเทลได้
- 5 comments
- 1702 reads
- Read more
เมื่อทุกอย่างคือธุรกิจความปลอดภัยจึงเป็นส่วนสำคัญในเรื่องของการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็ต้องมีระบบเตือนการหลอกลวงครับ และเมื่อเร็วๆ นี้ทาง FTC หรือคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ และบริษัทต่างๆ ได้ร่วมกันสร้างระบบเตือนการหลอกลวง ที่ชื่อว่า Internet Fraud Alert ระบบนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมหลายค่ายครับ ประกอบด้วย Microsoft ซึ่งพัฒนาซอฟต์แวร์และให้บริการ, National Cyber-Forensics and Training Alliance (NCFTA), American Bankers Association, Anti-Phishing Working Group, Citizens Bank, eBay, the Federal Trade Commission, PayPal
โดยที่ผ่านมาฟิชชิ่งสปายแวร์และ การแฮกระบบประมวลผลการชำระเงินและสถาบันการค้าอื่นๆ อาชญากรรวบรวมข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้เข้าสู่ระบบเพื่อขายข้อมูลที่ได้ และข้อมูลนี้มักจะพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่พยายามแทรกซึมพวกหมวกดำ(black hat หรือพวก Hacker พวกที่นิสัยไม่ดี เก่งใช้ความรู้ในทางที่ผิด และขาดเรื่องจริยธรรม) แต่ยุ่งยาก จึงเกิด Internet Fraud Alert วัตถุประสงค์เพื่อทำให้ง่ายขึ้น
จากข่าวหากบริการนี้ใช้ได้ผลจะป้องกันการทุจริต และการขโมยข้อมูล จึงเป็นที่สนใจของบริษัทธุรกิจที่ทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งจะได้รับรายงานที่รวดเร็ว ทั้งป้องกัน และติดตามการขโมยข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วย
หลักๆ แล้วองค์กรที่ว่านี้จะให้บริการในส่วนของวิจัย และออก report ส่งข้อมูลให้ผู้ใช้ได้รวดเร็วออนไลน์ครับ
ที่มา : Yahoo News
- 5 comments
- 699 reads
ข่าวนี้เป็นข่าวต่อจาก แอปเปิลอาจถูกสอบสวนจากกรณีห้ามนักพัฒนาใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น และ แอปเปิลอาจยอมให้ใช้เครื่องมือพัฒนาภายนอก เพื่อเลี่ยงข้อหาผูกขาด
ล่าสุดหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข้อมูลวงในว่า FTC หรือคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ จะเข้าสอบสวนแอปเปิลในกรณีผูกขาดซอฟต์แวร์บนมือถือแล้ว ประเด็นที่คาดว่าจะโดนคงเป็นเรื่องห้ามใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น, กรณีของ Flash และล่าสุดคือ กรณีของ AdMob บน iPhone
- 6 comments
- 1884 reads
- Read more
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2009 กูเกิลประกาศเข้าซื้อบริษัทโฆษณาบนมือถือ AdMob แต่ก็โดนสกัดดาวรุ่งโดย FTC (คณะกรรมการการค้าของสหรัฐ) เข้ามาตรวจสอบว่าการซื้อ AdMob จะช่วยให้กูเกิลผูกขาดตลาดหรือไม่
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งปี ตอนนี้ FTC ออกมาประกาศแล้วว่าไม่มีปัญหา กูเกิลสามารถเดินหน้าควบรวม AdMob ได้เลย
เหตุผลสำคัญที่ FTC ตัดสินใจอนุมัติให้กูเกิลดำเนินการได้คือ iAds ของแอปเปิลนั่นเอง โดย FTC ระบุไว้ในแถลงการณ์ว่าการที่แอปเปิลสร้าง iAd และบริษัทอื่นๆ เริ่มพัฒนาหรือซื้อระบบโฆษณาบนมือถือ ทำให้ตลาดนี้เกิดการแข่งขันมากขึ้น และคำถามว่า AdMob เป็นของกูเกิลหรือไม่ มีความสำคัญน้อยลง
- 3 comments
- 1077 reads
จากข่าวเก่า แอปเปิลอาจถูกสอบสวนจากกรณีห้ามนักพัฒนาใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ได้รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า แอปเปิลอาจยอมปรับแก้เงื่อนไขในการพัฒนาโปรแกรม เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนสอบสวนจากคณะกรรมการทางการค้าของสหรัฐ (FTC) และกระทรวงยุติธรรม
แหล่งข่าววงใน FTC บอกว่าทาง FTC และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เริ่มสอบสวนเรื่องนี้เนื่องเพราะคำร้องเรียนจากแอปเปิล และเหล่านักพัฒนา
Michael Chang ซีอีโอของบริษัทโฆษณาบนมือถือรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เงื่อนไขของแอปเปิลทำให้การพัฒนาข้ามแพลตฟอร์มมือถือมีราคาแพงมาก การเขียนโปรแกรมข้ามแพลตฟอร์มด้วย Flash CS5 จะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้มาก
นอกจากเรื่องห้ามใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น (เช่น Flash หรือ MonoTouch) แอปเปิลยังอาจโดนสอบสวนเรื่อง iAd เช่นเดียวกับที่กูเกิลอาจโดนเรื่อง AdMob ด้วย
ที่มา - Wall Street Journal, Electronista
- 14 comments
- 1682 reads
มีรายงานจาก New York Post ว่ากระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการการค้าของสหรัฐฯ กำลังประชุมกันในไม่กี่วันนี้ว่าจะดำเนินการสอบสวนแอปเปิลในกรณีกีดกันไม่ให้นักพัฒนาใช้เครื่องมือพัฒนาอื่นนอกจาก XCode และคอมไพล์เลอร์ของแอปเปิล
ไม่มีการยืนยันข่าวนี้อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานทั้งสอง และแม้จะเป็นจริงนี่จะเป็นการตัดสินใจเพื่อ "สอบสวน" หรือไม่เท่านั้นหากมีการสอบสวนจริงก็ยังต้องมีการตัดสินใจต่อไปอีกว่าจะมีการดำเนินการต่อไปหรือไม่
ที่มา - New York Post
- 33 comments
- 2806 reads







