หลังจากประกาศเทคโนโลยีไปตั้งแต่กลางปี ตอนนี้ทาง Adobe ก็ปล่อยเทคโนโลยี Alchemy ที่เป็นคอมไพล์เลอร์สำหรับภาษา C/C++ เพื่อไปทำงานบน Flash 10 และ Air ได้แล้วในวันนี้
ข้อดีของเทคโนโลยีนี้คือซอฟต์แวร์จำนวนมากที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะไลบราลีพื้นฐานทั้งหลายเช่น Ogg Vorbis นั้นจะสามารถย้ายขึ้นไปทำงานบนเว็บได้อย่างง่ายดาย และหลังจากนี้เราน่าจะได้เห็นไลบรารีอื่นๆ ตามขึ้นไปอีกจำนวนมาก
สำหรับเรื่องของความเร็ว ทาง Adobe อ้างว่าการใช้ภาษา C/C++ ทำงานบน VM ของทาง Adobe เองนั้นให้ความเร็วที่เหนือกว่า ActionScript เองอย่างมีนัยสำคัญ แต่ช้ากว่าโค้ดที่คอมไพล์เป็นภาษาเครื่องจริงๆ ประมาณ 2 ถึง 10 เท่าตัว
มีให้โหลดแล้ววันนี้ทั้ง วินโดวส์, OS X, และลินุกซ์!!!
ที่มา - Adobe
เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในสหรัฐผ่านไป บรรดาเว็บรายใหญ่ทั้งหลายก็เริ่มออกมารายงานสถิติการใช้งานใหม่กันเป็นระยะๆ โดยผู้ให้บริการส่งข้อมูลความเร็วสูงอย่าง Akamai (ให้บริการสำนักข่าวหลายรายอย่าง CNN, NBC, BBC, Reuters) รายงานว่าสถิติการใช้งานสูงสุดอยู่ในช่วง เวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาในสหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศว่านายบารัก โอบามาชนะการเลือกตั้ง มีการใช้งานมากถึง 8.57 ล้านครั้งต่อนาที
นอกจากเว็บข่าวแล้ว Twitter, Youtube, Digg เองก็ทำสถิติใหม่กันทั่วหน้า ทางกูเกิลเองก็ออกมาเปิดเผยสถิติคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าวคือ president obama และหากนับคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในช่วงวันที่ 1-4 พ.ย. คือ Obama, Palin และ McCain
ที่น่าสนใจคือในขณะที่จำนวนผู้ติดตามผลการเลือกตั้งทางอินเตอร์เน็ตและเคเบิลทีวีมีมากขึ้น แต่กับสถานีโทรทัศน์หลักทั้ง 3 รายกลับมีสถิติที่ลดลงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2004 โดย ABC มีจำนวนผู้ชมหน้าทีวีลดลง 2%, NBC ลดลง 24% และ CBS ลดลง 25%
ที่มา - Fortune
ไมโครซอฟท์เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 10 ปีของศูนย์วิจัยในเมืองจีนว่า เตรียมจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นผลงานจากการพัฒนาและวิจัยจากเมืองจีน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ (health care)และจะมีผลงานด้านอื่นๆ ตามมา
นักวิจัยของไมโครซอฟท์ในเมืองจีนมีกว่า 350 คน มีผลงานวิจัยออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบจดจำการเขียนด้วยมือ (handwriting recognize) ระบบจดจำคำพูด หรือแม้แต่เทคโนโลยีภาพขั้นสูงที่ใช้ในเครื่องเกมส์ ซึ่งมีผลงานที่ถูกจดสิทธิบัตรในเมืองจีนไปแล้วกว่า 1,000 รายการ
ไมโครซอฟท์ยังเปิดเผยอีกว่าในอดีต ศูนย์วิจัยในเมืองจีนต้องพึ่งการอบรม ให้ความรู้จากโลกฝั่งตะวันตกค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันมหาลัยในจีนเริ่มผลิตบุคลากรที่มีความสามารถสูง โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา - Forbes
กูเกิลประกาศเริ่มแปลงข้อมูลภาพในไฟล์ PDF ทั้งหมดให้เป็นตัวอักษรเพื่อให้สามารถค้นหาได้ โดยใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) แบบเดียวกับที่กูเกิลเคยใช้ใน Google Book Search มาก่อนหน้านี้แล้ว
ความพยายามของกูเกิลในช่วงๆ หลังๆ มานี้คงเป็นเรื่องของความพยายามในการค้นหาข้อมูลที่แต่ก่อนเคยค้นกันไม่ได้เช่นหน้าเว็บที่ต้องคลิกฟอร์มก่อน หรือจะเป็นไฟล์ PDF ที่เก็บเอกสารเป็นภาพแทนที่จะเป็นข้อความ
อนาคตคงไม่แปลกอะไรหากเราจะได้เห็นรูปแบบการค้นหาแบบใหม่ๆ เช่นการค้นหาคำพูดจากไฟล์ mp3 หรือวีดีโอใน Youtube ก็เป็นได้
ที่มา - Google Blog
จิ๊กซอว์ตัวต่อไปของกูเกิลเริ่มทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการเปิดตัว Google Solutions Marketplace ที่เปิดให้นักพัฒนาสามารถเข้าไปพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเป็นส่วนเพิ่มเติมของ Google Apps ที่ใช้งานในหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนบริษัทขนาดเล็กได้
จุดแข็งของบริการนี้คือในตอนนี้เองมีหน่วยงานนับล้านราย (million-plus businesses) ใช้งาน Google Apps อยู่แล้ว การเปิดตลาดใหม่โดยอาศัยฐานลูกค้านี้จึงน่าจะดึงความสนใจของนักพัฒนาได้เยอะพอสมควรทีเดียว
ซอฟต์แวร์ที่จะนำมาติดตั้งบน Solutions Marketplace นี้ต้องทำงานอยู่บน Google App Engine เท่านั้น
ตอนนี้มีแอพลิเคชั่นตัวอย่างมาให้สามอันคือ
- Short Links เอาไว้ทำ URL ให้สั้นลงเหมือน TinyURL
- Code Reviews ตรวจสอบโค้ดในหน่วยงานกันเอง
- Moderators ไว้ตั้งระบบถามตอบ (คล้ายๆ Moderator ปรกติ แต่ใช้ในหน่วยงานเท่านั้น)
ที่มา - Google Solutions Marketplace
เนคเทคได้สำรวจข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี รายงานของปี 2551 ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างเดือน ส.ค. และ ก.ย. เพิ่งออกมาเมื่อต้นเดือนนี้ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 14,809 คน ผมคัดมาเฉพาะสถิติอันที่น่าสนใจ แบบเต็มๆ ดูกันเองตามลิงก์นะครับ
- สัดส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากที่ทำงานเพิ่มมากขึ้น ใช้งานจากร้านเน็ตลดลงฮวบ และใช้งานจากที่บ้านลดลงเล็กน้อย (สรุปว่าแอบเล่นในเวลางานกันนั่นเอง)
- ADSL และใช้เน็ตผ่านมือถือเพิ่มขึ้น ส่วน dial-up ลดลงตามคาด
- กิจกรรมยอดนิยมออนไลน์ เรียงตามลำดับ: ค้นหาข้อมูล อีเมล อ่านข่าว
- ปัญหาที่คิดว่าสำคัญ เรียงตามลำดับ: ไวรัส แหล่งยั่วยุทางเพศ เน็ตช้า
- จำนวนคนตอบว่าไวรัสใกล้เคียงกับของปีก่อน แต่แหล่งยั่วยุทางเพศ ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเกือบ 20% (42.6 มาเป็น 60.6)
- จำนวนคนเคยซื้อของออนไลน์ เพิ่มขึ้นจาก 28.9% มาเป็น 45.9% ในปีนี้
- ทำไมไม่ซื้อของออนไลน์ เรียงตามลำดับ: ไม่ไว้ใจผู้ขาย ไม่ได้ลองสินค้า ไม่มั่นใจระบบชำระเงิน ขั้นตอนยุ่งยาก ไม่อยากให้เลขบัตรเครดิต
- สินค้าที่นิยมซื้อออนไลน์ เรียงตามลำดับ: หนังสือ การสั่งจองต่างๆ ภาพยนตร์ (ส่งพัสดุ)
- อันดับสามของข้อที่แล้ว เปลี่ยนจากเพลงออนไลน์มาเป็นภาพยนตร์
- สาเหตุที่ไม่ใช้บรอดแบนด์ เรียงตามลำดับ: ราคาแพง ไม่จำเป็น ไม่รู้ข้อมูล
- 69.7% มีบล็อกหรือไดอารี
- วัตถุประสงค์การใช้บล็อก เรียงตามลำดับ: ค้นหาข้อมูล เขียนบันทึก แสดงตัวตน
- เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดนิยม: Hi5 (47.5%) Wikipedia (14.4%) YouTube (12.6%) MySpace (3.8%)
- 66.8% มองว่าควรกำกับดูแลสังคมออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของเยาวชน (72.7%) และความสงบสุขของสังคม (17.7%)
ที่มา - NECTEC (PDF)
เพื่อใช้ในการวิจัยครั้งนี้ Opera ได้สร้างเครื่องมือชื่อ Metadata Analysis and Mining Application (MAMA) เพื่อทำการดึงเว็บมาทำดัชนีและวิเคราะห์เป็นจำนวนกว่า 3.5 ล้านหน้า
โดย HTML แท็กที่นิยมมากที่สุดคือ HEAD, TITLE, HTML, BODY, A, META, IMG และ TABLE ส่วนแท็กที่นิยมน้อยที่สุดคือ VAR, DEL และ BDO (น้อยจริงๆ ผมยังไม่รู้จักเลย) ในส่วนของ Rich Web Content เทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือ Ajax ใช้กันประมาณ 3.2% และยังพบว่าเป็นจำนวนถึง 35% ที่ใช้ Adobe Flash หากดูเฉพาะในจีน ใช้ Flash กันมากถึง 67% ส่วน CSS ใช้กันมากถึง 80% โดยมากจะเป็นเรื่องของสีและฟอนต์ และ JavaScript นั้นพบถึง 75%
จากการวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือของ W3C พบว่ามีเพียง 4.13% เท่านั้นที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และมีเพียงครึ่งหนึ่งของเว็บที่ติดป้ายว่าถูกต้องตามมาตรฐานแล้วเท่านั้นที่ตรวจผ่านจริงๆ ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าในตอนแรกเว็บเหล่านี้ได้ทำถูกมาตรฐานแล้ว แต่เมื่อมีการเพิ่มเนื้อหาเข้าไปในภายหลังก็ทำให้ไม่ตรงตามมาตรฐานไป เมื่อนำไปเทียบกับโปรแกรมที่ใช้พัฒนาเว็บก็พบว่า เว็บที่พัฒนาด้วย Apple iWeb จะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานถึง 81% เทียบกับ 3.4% หากใช้ Adobe Dreamweaver
Edited: เพิ่มเติม
- Web Server จาก Netcraft บอกว่า Apache 50.76% ส่วน IIS 35.84% ส่วน MAMA บอกว่า Apache 67.72% และ IIS 25.91%
- W3C Validator จากการศึกษาครั้งก่อนเมื่อปี 2006 โดย Saarsoo คือ 2.58% และ Parnas ในปี 2001 คือ 0.71%
- VBScript พบ 3.95% เยอะเหมือนกันนะเนี่ย
ที่มา - ars technica, Dev.Opera
โรงละคร Metropolitan Opera ของนิวยอร์ก เตรียมฉายโอเปร่าความละเอียด HD ผ่านอินเทอร์เน็ตในสิ้นเดือนนี้ ในเดือนแรกจะมีโอเปร่าให้เลือกดู 50 เรื่อง และเฉพาะเสียงอีก 120 รายการ โดยจะเป็นเทปบันทึกการแสดงในอดีตของ Metropolitan Opera เอง อันเก่าที่สุดย้อนหลังไปถึงปี 1937
ผู้สนใจสามารถเลือกได้ทั้งสมัครสมาชิกรายเดือน 14.99 ดอลลาร์ หรือรายปี 149.99 ดอลลาร์ ถ้าอยากดูเป็นเรื่องๆ ไปคิดราคา 3.99-4.99 ดอลลาร์ต่อเรื่อง วิธีส่งข้อมูลเป็น Flash ภายในเว็บเบราว์เซอร์ อาจต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมเพิ่มเติมสักเล็กน้อย
ตอนนี้มีตัวอย่างโอเปร่าแบบรวมๆ หลายเรื่องความยาว 6 นาทีกว่าให้ลองรับชม ถ้าใครมั่นใจว่าเน็ตกับเครื่องเร็วพอ ก็ไปทดสอบกันได้
ที่มา - The Metropolitan Opera, Ars Technica
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจุบันมีชาวจีนประมาณ 84.5 ล้านคนที่ใช้เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต (netizens) ทั้งหมดของประเทศ
หยาง เซอะหมิน (Yang Zemin) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโทรคมนาคม (Telecom Research Institute – TRI) ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศกล่าวว่า จีนมีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปีมีจำนวนมากถึง 68.7 ล้านราย ทำให้ขณะนี้จีนมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานทั่วประเทศราว 616 ล้านเครื่อง
ทั้งนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากการคาดหมายถึงจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตของประเทศถึงสิ้นเดือนกันยายน 2551 คาดว่าจะมีจำนวน 275 ล้านราย และ 85% เป็นผู้ใช้บรอดแบนด์
การเติบโตของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ประจำที่เริ่มมีการเติบโตที่ลดลง เมื่อสิ้นสิงหาคม 2551 จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ประจำที่อยู่ที่ 354 ล้านราย โดยมีจำนวนลดลงจากเมื่อปี 2550 ประมาณ 11 ล้านราย
หากพิจารณาภาพรวมรายได้ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พบว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 540 ล้านหยวน หรือราว 79.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เมื่อสิ้นสิงหาคม 2551 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ที่มา - Xinhua
ช่องทางใช้งาน Twitter ที่หลายๆ คนคงชอบแล้วอยากได้กันมากช่องทางหนึ่งคือผ่านทาง Jabber เช่น pidgin หรือ Google Talk เนื่องจากการตอบสนองที่เร็วมาก และใช้งานได้สะดวก แต่หลังจากที่ Twitter ล่มบ่อยๆ ก็มีการปิดบริการส่วนนี้ไปเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ โดยทาง Twitter เคยระบุว่าจะนำบริการนี้กลับมาเมื่อมีความพร้อมมากกว่านี้
แต่ตอนนี้ทาง Twitter ก็มีประกาศออกมาแล้วว่าบริการผ่าน Jabber นั้นจะไม่ถือเป็นบั๊กที่ต้องแก้ไขอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น ฟีเจอร์ที่จะทำเพิ่มในอนาคต หมายความว่าฟีเจอร์นี้จะกลับมาเมื่อทาง Twitter พร้อมแล้วเท่านั้น ซึ่งคงใช้เวลาอีกนาน และลำดับความสำคัญจะลดลงไป
ที่มา - Twitter
Yahoo! ออกบริการ Yahoo! Web Analytics สำหรับเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถิติของเว็บไซต์ แบบเดียวกับ Google Analytics
บริการนี้เป็นผลมาจากการซื้อบริษัท IndexTools เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (เช่นเดียวกับ Google Analytics มาจากบริษัท Urchin เดิม) จุดขายสำคัญของ Yahoo! Web Analytics คือความเร็วในการอัพเดตข้อมูลแบบ "เกือบเรียลไทม์" ซึ่งดีกว่ารอบ 8-12 ชม. ของ Google Analytics อีกอย่างคือให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบทั้งหมดผ่านทาง API ด้วย เมื่อเทียบกับของกูเกิลที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ Yahoo! Web Analytics สามารถเขียนโปรแกรมวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติมเองได้
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง private beta คงรอกันอีกไม่นาน
ที่มา - Ars Technica
การเรียนผ่านทางอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคสมัยนี้ แต่ที่ประเทศเกาหลี การเรียนการสอนภาษาอังกฤษกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง สูงถึงกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณการเรียนการสอนภาษาอังกฤษทั่วทั้งประเทศ
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าที่เกาหลีใต้นั้น นอกจากจะเป็นประเทศที่มีอินเทอร์เน็ตเร็วที่สุดในโลกประเทศหนึ่งแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีจำนวนนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งมีจำนวนผู้สมัครเข้าสอบ TOEFL มากที่สุดในโลกอีกด้วย (มากกว่าประเทศใหญ่ๆ อย่างอินเดียหรือจีน) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การเรียนการสอนภาษาอังกฤษจะเป็นเรื่องสำคัญและได้รับความสนใจอย่างมากในเกาหลี
ในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้นั้นก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ นอกจากใช้เว็บแคม ไมโครโฟน และต่อเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อรอพูดคุยกับอาจารย์ที่มักจะเป็นชาวต่างชาติ การเรียนในรูปแบบนี้จะได้ประโยชน์มากในเรื่องของความคุ้นเคยในการคุยกับชาวต่างชาติ รวมทั้งพัฒนาสำเนียงการพูดได้ดี และก็สามารถใช้การพิมพ์พูดคุยกันได้ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจในเรื่องที่กำลังพูดคุยอยู่อีกด้วย
จะเห็นได้ว่าการพัฒนาระบบขั้นพื้นฐาน มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศจริงๆ
ที่มา - Reuters
หลังจากทดสอบมาพักใหญ่ๆ กูเกิลก็เปิดบริการให้โฆษณาเกม Flash ที่หลายๆ คนเล่นแล้วติดกันจนงอมแงมกันบ้างแล้ว และเช่นเดียวกับ Adsense ตามปรกติ บริการนี้จะให้ผู้สร้างเกมเลือกได้ว่าจะติดโฆษณาไว้ในจุดไหน และแสดงเวลาใดบ้าง
บริษัทที่เข้าร่วมกับโครงการนี้แล้วก็มีอยู่หลายราย ชื่อที่เราเคยได้ยินกันคงเป็นบริษัท Konami หรือบริษัทที่เน้นแต่เกม Flash เช่น Armor Games
บ้านเราจะมีใครทำเกมไว้ขายโฆษณามั่งรึเปล่า?
ที่มา - Google
มีรายงานจาก Net Application ที่ตรวจสอบการใช้งานของเว็บกว่า 40,000 เว็บไซต์ในเดือนล่าสุดว่าปริมาณรวมของผู้ใช้เว็บเหล่านั้นในตอนนี้ มีผู้เข้าเว็บจาก OS X ถึงร้อยละ 8.23 ถือว่าสูงที่สุดในปีนี้ และสูงที่สุดเท่าที่ Net Application เคยจับสถิติมาตั้งแต่ปี 2006
ผู้ที่เสียตลาดไปก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากวินโดวส์จากไมโครซอฟท์ ที่ตลอดทั้งปีเสียส่วนแบ่งไปร้อยละ 1.5 มายืนอยู่ที่ร้อยละ 90.3 งานนี้ไมโครซอฟท์อาจจะหมิ่นเหม่ตกขอบร้อยละ 90 ภายในปีนี้เอาได้เหมือนกัน แต่เนื่องจากช่วงเดือนกันยายนเป็นช่วงของการลดราคาช่วงปิดเทอมของแอปเปิลซึ่งทำมาเป็นประจำทุกๆ ปี จึงไม่น่าแปลกใจภายในเดือนเดียว ไมโครซอฟท์จะเสียส่วนแบ่งไปถึงร้อยละ 0.4
วันที่ 31 ธันวาคม 2007 ที่ผ่านมา OS X เคยได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 8.01 มาแล้ว แต่ก็เป็นเวลาเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น
ข่าวดีสำหรับชาวโอเพนซอร์สเล็กๆ คือแอปเปิลกินส่วนแบ่งตลาดจากลินุกซ์ไปน้อยมาก และส่วนแบ่งลินุกซ์นั้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.6 ในช่วงต้นปีมายืนอยู่ที่ร้อยละ 0.9 แล้ว
ที่มา - Computer World, Net Application
ปัญหา IPv4 กำลังไม่พอใช้งานนั้นกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนนี้มีการทำนายกันว่าด้วยอัตราการใช้งานเช่นนี้ IPv4 จะหมดโลกในสี่ถึงห้าปี แต่ปัญหานี้กลับร้ายแรงกว่าที่คาดไว้มาก เมื่อประเทศที่อัตราผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นจีน กำลังประสบปัญหาก่อนหน้าชาติอื่นภายในเวลาสองปีข้างหน้า
ผู้ใช้ข่าวนี้คือนาย Li Kai ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของ CNNIC ผู้จัดสรรหมายเลขไอพีในจีน และเขาระบุถึงปัญหาของการย้ายไปใช้งาน IPv6 ว่าปัจจุบัน IPv6 มีการใช้งานเฉพาะในหน่วยงานการศึกษาเท่านั้น และโลกธุรกิจไม่ต้องการลงทุนเพิ่มในส่วนนี้เท่าใดนัก
ที่มา - China Tech News
บริษัทวิเคราะห์การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่าง Hitwise ได้วิเคราะห์การใช้งานเว็บของผู้ใช้กว่าสิบล้านคนแล้วพบข้อสรุปใหม่ที่น่าสนใจคือ ความนิยมในเนื้อหาลามกกำลังลดต่ำลงอย่างชัดเจน
สิบปีที่แล้วเนื้อหาลามกเป็นสิ่งที่ผู้ใช้เสิร์ชเอนจินร้อยละ 20 ค้นหา แต่การวิเคราะห์ครั้งล่าสุดตัวเลขนี้เหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ส่วนเว็บที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือเว็บ Social Network นั่นเอง
นอกจากส่วนนี้แล้ว ยังมีแนวโน้มที่น่าสนใจคือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่มีชื่อเสียงนั้นสูงกว่าการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา, การเมือง, ความเป็นอยู่, และอาหารการกินรวมกัน และแนวโน้มนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต
อย่างนี้คงไม่ต้องเปิด xxx.blognone.com ให้เสียเวลาสินะ
ที่มา - Reuters
PEW/INTERNET ศึกษากลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวอเมริกัน พบว่ามีผู้ใช้ถึง 69% ที่กำลังใช้บริการ Cloud Computing อยู่ โดยสถิิิติของจำนวนการใช้บริการ Cloud Computing ที่ได้รับความนิยม 6 อันดับแรก มีดังนี้
- บริการ Webmail เช่น Gmail, Hotmail, และ Yahoo! เป็นต้น มีมากถึง 56%
- บริการจัดเก็บรูปภาพส่วนตัวแบบออนไลน์ มีถึง 34%
- บริการโปรแกรมประยุกต์แบบออนไลน์ เช่น Google Docs และ Adobe Photoshop Express เป็นต้น มีถึง 29%
- บริการเก็บวิดีโอส่วนตัวออนไลน์ จำนวน 7%
- จ่ายเงินเพื่อใช้บริการแบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ มีอยู่ 5%
- สำรองข้อมูลของฮาร์ดไดร์ฟแบบออนไลน์ จำนวน 5%
Tim Berners-Lee นักฟิสิกส์ผู้ออกแบบ HTML และเว็บได้ประกาศก่อตั้ง Web Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาของเว็บผ่านการให้ทุนวิจัยแก่หน่วยงานต่างๆ
ปัจจุบัน Tim Berners-Lee เป็นผู้อำนวยการของ W3C ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกมาตรฐานในรูปแบบ "คำแนะนำ" ให้กับมาตรฐานเช่น HTML 4.0 และ XHTML อยู่แล้ว
เกร็ดเล็กๆ คือ ตอนที่เขาออกแบบ WWW นั้น Tim Berners-Lee ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่ CERN ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทดลองกับเครื่อง LHC อันโด่งดังอยู่ตอนนี้นั่นเอง
ที่มา - CRN
ข่าวใหญ่ที่สุดข่าวหนึ่งในวงการคอมพิวเตอร์ช่วงนี้ คือ การที่บริษัทกูเกิลส่งเบราว์เซอร์ใหม่เรียกว่า Google Chrome ออกมาลงสนามแข่งกับเบราว์เซอร์ของบริษัทต่างๆ เช่น Internet Explorer ของไมโครซอฟท์, Safari ของแอปเปิล ทำไมกูเกิลต้องออกเบราว์เซอร์ของตัวเองด้วย ในเมื่อกูเกิลเองก็ร่วมสนับสนุนจิ้งจอกไฟ Firefox อยู่เต็มเหนี่ยวแล้ว คำตอบ คือ Chrome เป็นอาวุธใหม่ที่กูเกิลปล่อยออกมาแสดงแสนยานุภาพในมหาสงครามยึดโลกอินเทอร์เน็ตครับ
หลังจากที่เป็นข่าวมาตั้งแต่เช้า เมื่อประมาณตีสองที่ผ่านมาทางกูเกิลก็เปิดให้ดาวน์โหลด Google Chrome มาใช้งานกันได้แล้ว งานนี้ทาง Blognone ก็ไม่พลาดที่จะรายงานการใช้งาน









