Netflix ผู้ให้บริการเช่ายืมดีวีดีทางไปรษณีย์รายใหญ่ในอเมริกา ซึ่งต่อมาเปิดให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมและประสบความสำเร็จอย่างดีประกาศวันนี้ว่าบริษัทจะแยกธุรกิจหลักสองส่วนนี้เป็นสองบริษัทจากกัน โดยส่วนการให้บริการเช่ายืมดีวีดีทางไปรษณีย์ซึ่งเป็นธุรกิจแรกเริ่มนั้นจะไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Qwikster ขณะที่ Netflix จะเหลือให้บริการเพียงสตรีมมิ่งวิดีโออย่างเดียว
Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและปัจจุบันเป็นซีอีโอ Netflix กล่าวว่าการแยกธุรกิจขาดออกจากกันเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานเดิมจะสับสนอย่างมาก แต่ Netflix ก็เลือกแนวทางนี้เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีบริหารจัดการต่างๆ จะมีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจมากขึ้นนับจากนี้ ซึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์จากนี้เว็บ Netflix ส่วนเช่ายืมดีวีดีก็จะแยกมาเป็น Qwikster จากกันอย่างเด็ดขาด บัญชีผู้ใช้ก็จะไม่มีการใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ Qwikster จะเพิ่มบริการเช่ายืมดีวีดีเกมทางไปรษณีย์บน Wii, PS3 และ Xbox 360 เข้ามาด้วยโดยให้ Andy Rendich ผู้บริหารระดับสูงของ Netflix เป็นซีอีโอของ Qwikster แทน
ข่าวนี้อาจจะไกลตัวเราหน่อย แต่ที่เลือกมาเพราะอยากให้เห็นว่าทิศทางของธุรกิจการให้บริการเช่ายืมภาพยนตร์นั้นกำลังเดินไปอีกขั้นแล้ว แม้กระทั่ง Netflix ที่เคยล้มยักษ์ Blockbuster ด้วยวิธีการเช่าหนังทางไปรษณีย์ยังเลือกมาจับธุรกิจหลักเป็นวิดีโอสตรีมมิ่งแล้ว
ที่มา: The Netflix Blog
- 23 comments
- 1791 reads
ในสงครามแย่งชิงพื้นที่สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อที่เป็นวิดีโอและภาพเคลื่อนไหว ที่ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ YouTube หนึ่งผู้ให้บริการที่ทุกคนรู้จักดี ได้ออกมาเผยบริการ YouTube Live ที่จะถ่ายทอดสดรายการจากผู้เข้าร่วมรายต่างๆ ที่ได้รับคัดเลือก
จากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกูเกิล ได้กล่าวไว้ว่า "เป้าหมายคือการจัดหาผู้เข้าร่วมที่เหมาะสมนับพัน ให้พร้อมสำหรับการเผยแพร่รายการสดผ่านทางช่องของตนภายในเดือนหน้า" สำหรับเอกสารฉบับเต็มเชิญรับชมที่นี่
และตอนนี้เราสามารถรับชมรายการสดผ่านทางช่องต่างๆ ได้แล้ว ผ่านทาง YouTube Live และนอกจากนี้ยังสามารถค้นหาตารางการรับชมล่วงหน้าได้อีกด้วย สำหรับคำแนะนำ คุณสามารถสมัครสมาชิกกับบริการนี้ได้ เพื่อจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อรายการใหม่เข้ามาครับ
ที่มา - Downloadsquad
- 3 comments
- 362 reads
- Read more
Gautam Anand ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนในเนื้อหาร่วม (content partnerships) ส่วนเอเชียแปซิฟิกของกูเกิลเปิดเผยว่า YouTube มีแผนการที่จะถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาให้มากขึ้นในปีนี้ โดยเน้นหนักไปกลุ่มการแข่งขันกีฬาลีกมืออาชีพ ซึ่งรายการแข่งขันที่กำลังเจรจาอยู่ได้แก่ บาสเกตบอล NBA, ฮอกกี้ NHL รวมไปถึงฟุตบอลลีกในยุโรปด้วย
ปีที่แล้ว YouTube ได้เริ่มทำการถ่ายทอดสดลีกคริกเกต IPL ของอินเดีย ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชม โดยพบว่าผู้เข้าชมใช้เวลาดูการแข่งขันคริกเกตนี้เฉลี่ย 40 นาทีซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 15 นาที ส่งผลให้การขายโฆษณาได้ผลมากขึ้น
การถ่ายทอดสดรายการต่างๆนี้จะช่วยให้ YouTube สู้กับคู่แข่งอย่าง NetFlix และ Hulu ได้มากขึ้นอีกด้วย
ที่มา: Bloomberg
- 11 comments
- 963 reads
หลังจากที่วิดีโอความละเอียดขนาด Full HD (1080p) เริ่มจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ YouTube ก็ได้ก้าวล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนความละเอียดที่มากกว่านั้น คือความละเอียดระดับ 4K (4096x3072) แล้วครับ
YouTube ได้อธิบายว่าความละเอียดระดับกว่าสี่เท่าของ Full HD นี้เหมาะกับหน้าจอขนาด 25 ฟุต เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นนั้น YouTube ได้ยกตัวอย่างว่าแม้แต่วิดีโอความละเอียดระดับ IMAX นั้นยังต้องใช้เครื่องเล่น 2k จำนวนสองเครื่องด้วยกัน
ใครอยากทดสอบการเล่นลองดูได้ที่วิดีโอเหล่านี้ ปัญหาที่ผมพบตอนนี้คือจอที่ใช้ละเอียดไม่พอ กว่าจะดาวน์โหลดเสร็จก็นานและเวลาเล่นก็รู้สึกว่ามันกระตุกมากครับ
ที่มา: Official YouTube Blog
- 35 comments
- 2771 reads
บริษัทวิจัยการตลาด Nielsen ได้เปิดผลสำรวจเว็บไซต์ที่มีผู้ชมวีดีโอมากที่สุด 10 อันดับในสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม อันดับหนึ่งนั้นเป็นยูทูปอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนอันดับสองก็เป็น Hulu แต่ที่น่าฉงนสักหน่อยคงเป็นอันดับสาม คือ "เฟสบุ๊ก" นั่นเอง โดยมีผู้ชมวีดีโอ (unique viewer) ถึง 31.5 ล้านคน รวมจำนวนการสตรีมวีดีโอสูงถึง 217 ล้านครั้ง ซึ่งขยับจากเดือนที่แล้วที่อยู่แค่อันดับ 10 เท่านั้น!
นอกจากนั้น Nielsen ยังได้เปิดเผยว่า มีคนเข้าเว็บชุมชนออนไลน์ (social networking site) เพื่อดูวีดีโอเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 98 จากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 503.8 ล้านนาที เป็น 999.4 ล้านนาทีในเดือนเดียวกันของปีนี้ ในส่วนของเฟสบุ๊กนั้นมีอัตราการเติบโตของเวลาที่คนเข้ามาดูวีดีโอถึงร้อยละ 1,840 มีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ชมวีดีโอ (unique viewer) ถึงร้อยละ 548 และมีอัตราการเติบโตของจำนวนการสตรีมวีดีโอถึงร้อยละ 987 จากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
- 5 comments
- 2127 reads
- Read more
YouTube ได้ประกาศว่าจะขยับจาก 720p HD ไปเป็น 1080p HD เนื่องจากทุกวันนี้กล้องวีดีโอได้เพิ่มความละเอียดสูงขึ้นไปเป็นระดับ HD กันเกือบหมดแล้วและอยู่ในราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึง ใครเป็นแฟน YouTube ก็เตรียมตัวดูและอัปโหลดวีดีโอ 1080p HD อาทิตย์หน้ากันเลยครับ
ที่มา: YouTube
- 12 comments
- 3076 reads
หลังจากข่าวลือกูเกิลเตรียมเปิดบริการใหม่ Google Audio ทาง TechCrunch ได้เปิดเผยบัตรเชิญร่วมงานเปิดตัวบริการดังกล่าวในวันที่ 28 ต.ค. โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง iLike, LaLa และ "& Others" ซึ่งจากแหล่งข่าวก็แน่นอนว่าเป็นกูเกิล โดยทาง C|Net กล่าวเสริมว่าชื่อบริการดังกล่าวคือ "One Box" ซึ่งแตกต่างจากข่าวลือเดิมที่ชื่อ "Google Audio"
นอกจากนั้นทาง TechCrunch ยังได้รับ screenshot จากคุณ Matt Ghering ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของผลิตภัณฑ์ของกูเกิล โดยเป็นตัวอย่างผลลัพธ์การค้นหาเพลง U2 ซึ่งจะแสดง thumbnail และลิงก์ไปยังบริการ iLike กับ LaLa เมื่อคลิกลงไปจะมีตัวเล่นเพลงที่จะสตรีมเพลงและปุ่มหรือลิงก์ซื้อเพลงดังกล่าวได้
ที่มา: เนื้อข่าวบัตรเชิญ - TechCrunch ผ่าน C|Net, Screenshot - TechCrunch
- 8 comments
- 1469 reads
- Read more
หากใครยังจำกันได้ เมื่อสมัยซิลเวอร์ไลท์ออกมาใหม่ๆ ไมโครซอฟท์ได้เปิดบริการฟรีอย่างซิลเวอร์ไลท์สตรีมมิ่ง (Sliverlight Streaming) ที่ให้อัพโหลดคอนเทนต์ขึ้นมาทำสตรีมมิ่งบนซิลเวอร์ไลท์ได้ฟรี บนพื้นที่ถึง 10GB ต่อหนึ่งบัญชี ล่าสุดไมโครซอฟท์กำลังจะปิดบริการดังกล่าว (แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะปิดวันไหน) แล้วจะเปลี่ยนบริการเสียเงิน โดยมี Azure ทำงานอยู่เบื้องหลังก่อนสิ้นปีนี้
สำหรับใครที่ยังใช้อยู่ รีบไปเอาคอนเทนต์ออกมาก่อนที่บริการจะถูกปิดตัวลง ดูรายละเอียดได้ที่ Live Services
ที่มา: LiveSide และ Live Services ผ่าน ZDNet
- 1057 reads
บริการ Soapbox นั้นเป็นบริการแบ่งปันวิดีโอออนไลน์ของค่ายไมโครซอฟท์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหวังที่จะแข่งกับ YouTube บัดนี้บริการนี้ก็เตรียมปิดตัวลงแล้วครับ
Soapbox นั้นเปิดตัวเมื่อปี 2006 (ข่าวเก่า) และตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมานั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ใช้เท่าใดนักเมื่อเทียบกับเว็บดังอย่าง YouTube และยังมียอดใช้บริการเพียง 5% ของบริการวิดีโอใน MSN Video ทั้งหมด ทำให้ไมโครซอฟท์นั้นพิจารณาปิดตัวเพื่อที่จะทุ่มเททรัพยากรไปเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ให้กับ MSN Video แทน
สำหรับวันสุดท้ายที่จะอัพโหลดวิดีโอได้นั้นคือ 29 กรกฎาคม และวิดีโอทั้งหมดจะไม่สามารถเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมนี้เป็นต้นไปครับ
ที่มา: TechCrunch, CNET, Soapbox FAQ
- 14 comments
- 1662 reads
Telegraph ได้รายงานว่าไมโครซอฟท์เตรียมที่จะเปิดบริการสตรีมมิ่งเพลง (music streaming service) ภายในสิ้นเดือนนี้ (กรกฎาคม) โดยผู้ใช้สามารถสตรีมมิ่งเพลงได้ฟรีหรือดาวน์โหลดมาเก็บไว้เองก็ได้ (ลักษณะคล้ายกับ Spotify โดยบริการสตรีมมิ่งเพลงฟรีของ Spotify จะมีโฆษณาทุกครึ่งชม. แต่หากสมัครสมาชิกจะไม่มีโฆษณามารบกวน)
โดยคุณ Peter Bale ตำแหน่ง Executive Producer ของ MSN ได้กล่าวกับ Telegraph ว่าทางไมโครซอฟท์กำลังหาโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมอยู่ นอกจากนั้นเขายังกล่าวเป็นนัยว่าบริการดังกล่าวอาจไปพ่วงกับ Xbox Live ในอนาคต ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะช่วยให้ Xbox กลายเป็น "ศูนย์กลางความบันเทิง" ในบ้านมากขึ้น
ที่มา: Telegraph ผ่าน Neowin.net
- 7 comments
- 1509 reads
วันนี้กูเกิลและ Universal Music Group (UMG) เปิดเผยว่ากำลังจะมีโครงการเปิดเว็บไซต์สำหรับให้บริการดูมิวสิควิดีโอออนไลน์ภายในปีนี้ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวที่มีชื่อว่า VEVO นี้จะเป็นที่รวมมิวสิควิดีโอเพลงของ UMG โดยอาศัยเทคโนโลยีการส่งข้อมูลของ YouTube ครับ
คร่าวๆ แล้ว ผู้ใช้บริการนั้นสามารถเข้าไปดูวิดีโอได้จากทั้งส่วนของ VEVO เองหรือจากทาง YouTube ก็ได้ และนอกจากจะมีวิดีโอแล้วใน VEVO นั้นยังมีบริการในส่วนของชุมชนออนไลน์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่นเบื้องหลังการถ่ายทำอีกด้วย สำหรับรายได้ของเว็บไซต์ที่เกิดจากการโฆษณานั้นก็จะแบ่งกันระหว่างกูเกิลและ UMG (ถ้าใครสังเกตจะเห็นว่าช่วงหลัง YouTube มีโฆษณาโผล่ขึ้นที่ด้านล่างของวิดีโอเป็นระยะๆ) อย่างไรก็ดีในขณะนี้เว็บไซต์นี้ยังไม่ได้เปิดบริการ มีเพียงโฆษณาความหมายของ VEVO เท่านั้นครับ
ที่มา: TechCrunch, Wired, Ars Technica
- 6 comments
- 2145 reads
Last.fm เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ที่ได้รับความนิยมพอสมควร (คิดว่าคนแถวนี้บางคนก็ฟังอยู่) เนื่องจากคุณภาพเสียงดี, มีเพลงให้เลือกเยอะ, เลือกเพลงที่เกี่ยวข้องได้อย่างใกล้เคียงและยังให้บริการฟรี แต่มาวันนี้คุณอาจจะต้องเปลี่ยนสถานีกันแล้ว
ก่อนหน้านี้นั้น Last.fm คิดค่าบริการเฉพาะผู้ที่ต้องการกำจัดโฆษณาไปจากหน้าเว็บเท่านั้น แต่ในเร็วๆ นี้ผู้ใช้ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และเยอรมนีนั้นจะไม่สามารถเข้าไปฟังแบบที่ใช้โฆษณาสนับสนุนได้ โดยต้องจ่ายเงินเดือนละ 3 ยูโร (ประมาณ 145 บาท) ต่อเดือนเพื่อสมัครแบบที่ไม่มีโฆษณาเท่านั้น (แต่มีให้ทดลองใช้ 30 วัน) ส่วนบริการอื่นนอกจากการฟังเพลง เช่นดูรายละเอียดเพลง นั้นยังใช้งานได้ฟรีอยู่
สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนการให้บริการแบบนี้นั้น แหล่งข่าวจาก Wired ให้ข่าวว่าเนื่องจากโฆษณานั้นทำรายได้ไม่เพียงพอกับค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายเสียเท่าไหร่ (แต่ในสามประเทศนั้นยังพอขายได้อยู่บ้าง)
หมุนเปลี่ยนดีหรือเสียตังค์ครับ?
ที่มา: Last.fm blog via Wired
- 19 comments
- 1901 reads
เป็นที่รู้กันว่าวิดีโอจากเว็บ YouTube นั้นสามารถดูผ่านทางหน้าเว็บออนไลน์ได้เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังดาวน์โหลดวิดีโอจาก YouTube ได้จากเว็บอื่นๆ นับร้อยหรือผ่านทางปลั๊กอินต่างๆ
ล่าสุดทาง YouTube ได้เริ่มทดสอบให้ดาวน์โหลดวิดีโอผ่านทางเว็บอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทาง YouTube ร่วมกับทางรัฐบาลของนายโอบามา เปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดวิดีโอต่างๆ ในช่อง "ChangeDotGov" ซึ่งจะมีปุ่มดาวน์โหลดอยู่ที่มุมล่างซ้ายของวิดีโอทั้งหมด โดยวิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบ MP4
การดาวน์โหลดวิดีโอมาเก็บแล้วดูในเครื่องมีข้อดีหลายอย่าง เช่นสามารถใช้โปรแกรมที่ช่วยให้ดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น หรือการดูวิดีโอได้ในขณะที่เราไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตอีกด้วย
ที่มา - Google Operating System
- 14 comments
- 6067 reads
เว็บ Social Networking อย่าง iMeem เคยเป็นเว็บที่ผู้ใช้สามารถอัพโหลดข้อมูลต่าง ๆ ฟรี จากการที่มีโฆษณาในเว็บมาคอยสนับสนุน แต่ตอนนี้ iMeem จะเริ่มคิดเงินผู้ใช้ที่อัพโหลดเพลงและวีดีโอแล้ว ด้วยราคาต่อไปนี้ต่อปี:
- ฟรี - สามารถอัพโหลดได้ 100 คลิปเสียงและ 10 คลิปวีดีโอ
- $9.99 - สามารถอัพโหลดได้ 1,000 คลิปเสียงและ 100 คลิปวีดีโอ
- $29.99 - สำหรับผู้ที่จะอัพโหลดมากกว่า 1,000 คลิปเสียงและ 100 คลิปวีดีโอ
- $100 - สามารถอัพโหลดได้สูงสุดถึง 20,000 คลิปเสียงและ 500 คลิปวีดีโอ
สำหรับการอัพโหลดรูป iMeem จะยังไม่มีการคิดค่าบริการแต่อย่างใด
ทาง PR ของ iMeem เองได้บอกว่าบริษัทพยายามจะหารายได้เข้าบริษัทไปพร้อม ๆ กับทำให้เว็บดีขึ้นสำหรับผู้ใช้ ทาง C|net ได้ออกมาตีความให้ง่าย ๆ ว่าถึงเวลาหาเงินแล้ว
ดูเหมือนยุคเศรษฐกิจนี้จะมีผลมากพอสมควร สำหรับผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่ฟรีแต่มีต้นทุน ก่อนหน้านี้ Pandora สถานีวิทยุออนไลน์ก็ได้เริ่มยัดโฆษณาเข้ามา เช่นกันกับ iTunes ที่เพลงฮิตเพลงใหม่มีราคาที่สูงขึ้น แม้ว่าเพลงเก่าในฐานข้อมูลเพลงส่วนใหญ่นั้นมีราคาที่ถูกลงก็ตาม
ที่มา - C|net
- 16 comments
- 4078 reads
หลายๆ คนคงจะรู้กันดีว่าในปัจจุบันนี้ อนิเมะแทบทุกเรื่องสามารถหาได้ตามเว็บบิทชื่อดังทั้งหลาย ทั้งพวกที่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ (เรียกว่าแฟนซับ) ไม่เว้นแม้แต่อนิเมะที่กำลังฉายอยู่หรือฉายจบไปแล้ว และก็ถูกเตือนโดยค่ายลิขสิทธิ์หลายต่อหลายครั้งให้หยุดทำ
แต่ในที่สุด G.D.H. เจ้าของสตูดิโออนิเมะใหญ่อย่าง GONZO ก็ออกมาประกาศยอมแพ้ ว่าทางบริษัทกำลังจะฉายอนิเมะสองเรื่องล่าสุดจากทางสตูดิโอฯ พร้อมกันทั่วโลกผ่านทางเว็บไซต์อย่าง YouTube, Crunchyroll และ BOST ในวันเดียวกับที่มีการฉายในญี่ปุ่น พร้อมซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ
ถึงแม้ทาง G.D.H. ยังไม่ออกมาประกาศอะไรเพิ่มเติม แต่นี่เป็นการชี้ชัดถึงการ "พ่ายแพ้" ของอุตสาหกรรมอนิเมะต่อ P2P ในการดาวน์โหลดอนิเมะบนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย ในเมื่อหยุดไม่ได้ ก็ทำให้มันถูกไปซะเลย
สำหรับอนิเมะทั้งสองเรื่องที่ว่านั้น กำลังจะเริ่มฉายในวันที่ 4 และ 5 เมษายนตามลำดับ
ที่มา: Anime News Network (อ่านเพิ่มเติม: Crunchyroll, BOST)
- 19 comments
- 1766 reads







