India

คาดหวังว่า ไวแมกซ์, 3G และ NP จะทำให้ตลาดสื่อสารไร้สายของอินเดียโตขึ้นได้

tags:

ถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะไม่สดใส แต่รัฐบาลอินเดียยังมีความหวังว่า ความต้องการใช้โทรศัพท์ เคลื่อนที่ของอินเดียจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2552 ด้วยบทบาทของโครงข่าย 3G และไวแมกซ์ รวมถึงการเปิดให้บริการ MNP (Mobile Number Portability) ซึ่งเป็นบริการที่ลูกค้ายังคงใช้หมายเลขเดิมได้แม้จะเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการ)

ความต้องการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของอินเดียคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 136 ล้านรายในปี 2552 สูงขึ้น 23.9% จากปี 2551 ที่มีจำนวน 110 ล้านราย ซึ่งจะทำให้ตัวเลขความต้องการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศะเพิ่มขึ้นเป็น 319.9 ล้านรายเมื่อถึงสิ้นปี 2551 โดยเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2550 กว่า 36.9% ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ 233.6 ล้านราย

iSuppli คาดว่า จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศจะเติบโตขึ้นที่อัตราขยายตัวเฉลี่ยหรือ CAGR (Compound Annual Growth Rate) 25.1% ในช่วงปี 2550 ถึงปี 2555 เป็น 715 ล้านรายในปลายปี 2555

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดเครื่องโทรศัพท์มือถือของอินเดีย ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก ราคาค่าใช้บริการที่ลดลง ตัวเครื่องโทรศัพท์มีแนวโน้มราคาลดลง พื้นที่บริการหรือพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้น และมีบริการเสริมใหม่ๆเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว iSupply ยังคาดว่าในปีหน้านี้ โครงข่าย 3G และไวแมกซ์ รวมทั้งการนำ MNP เข้าใช้จะเป็นตัวเร่งการเติบโตของวงการสื่อสารไร้สายของประเทศ

ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรคมนาคมของประเทศยังคงให้บริการด้วยเทคโนโลยี 2G ทั้ง CDMA และ TDMA(GSM) ในราคาที่ลดต่ำลงมาก ทว่าในส่วนของราคาเครื่อง 2G นั้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลดลงได้มากไปกว่านี้อีกแล้วด้วยข้อจำกัดด้านเทคนิค

สำหรับจำนวนผู้ใช้ 3G และไวแมกซ์ ของอินเดีย iSuppli คาดว่าจะมีประมาณ 250 ล้านรายและ 19 ล้านรายในปี 2555

ที่มา - cellular-news

อินเดียยอมรับความล่าช้าให้ใบอนุญาต 3G และไวแมกซ์

tags:

การเปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G และบริการไวแมกซ์ ของประเทศค่อนข้างล่าช้าและอาจทำไม่ได้ในปีนี้ คงต้องรอในปีหน้า

สาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากรัฐบาลยังมีความไม่ชัดเจนต่อการกำหนดสเป็คตรัมคลื่นความถี่วิทยุในบางพื้นที่ใช้งานจำนวน 9 พื้นที่จากจำนวนทั้งหมด 22 พื้นที่ของประเทศ เช่น เดลฮี, จามมูและแคชเมียร์, คุชราช, อุตรประเทศตะวันตกและตะวันออก เป็นต้น

นักวิเคราะห์ตลาดโทรคมนาคมหลายแห่งคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นกันยายน 2553 อินเดียจะมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 500 ล้านราย ซึ่งก่อนหน้านี้อินเดียต้องใช้เวลากว่า 13 ปีจึงจะมีจำนวนผู้ใช้บริการถึง 250 ล้านรายแรก ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าควรจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 30 เดือนจึงจะทำให้มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 250 ล้านรายหลัง

อินเดียเป็นตลาดสื่อสารไร้สายที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านราย ในขณะที่จีนนำหน้าเล็กน้อยที่จำนวน 53.6 ล้านราย

ที่มา - Wimax Vision

อินเดียมีผู้ใช้ไวแมกซ์ 19 ล้านรายในปี 2555

tags:

ไวแมกซ์ ฟอรัม (WiMAX Forum) คาดการณ์ตลาดไวแมกซ์ในอินเดียว่า รายได้จากบริการและอุปกรณ์รวมกันจะมีมูลค่าราว 13 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2555 และมียอดผู้ใช้บริการไวแมกซ์เพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านราย หรือ 20% ของจำนวนผู้ใช้บริการไวแมกซ์ทั่วโลก

ทางกลุ่มไวแมกซ์คาดหมายว่า การเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ของประเทศยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (ที่มีการเติบโตขึ้นราว 9% ต่อปี) หากมีการวางรากฐานการริเริ่มนำไปใช้ในงานต่างๆที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น เช่น การเรียนการสอนทางไกล เทเลเมดิซีน และรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government)

ปัจจุบันอินเดียมีผู้ใช้บรอดแบนด์เพียง 4.5 ล้านราย จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 1.2 พันล้านคน ในขณะที่มีผู้ขอใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นเดือนละ 8 – 10 ล้านรายทุกเดือน

ที่มา - WiMAX Forum

ไอบีเอ็มเปิดตัวศูนย์ Cloud ใน 4 ประเทศ

tags:

ยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม (IBM) เปิดตัวศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing Center) พร้อมกันถึง 4 แห่ง คือ เซาเปาโล ประเทศบราซิล, บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย, โซล ประเทศเกาหลี, และฮานอย ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวสามารถให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆให้กับระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน และไอบีเอ็มยังได้จ้างนักวิจัยกว่า 200 ตำแหน่ง พร้อมทั้งประกาศลงทุนด้วยงบถึง 100 ล้านเหรียญสำหรับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไอบีเอ็มทุ่ม 300 ล้านตั้งศูนย์ข้อมูล 13 แห่ง

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE

ไอโฟนเยือนอินเดีย 8GB ราคา 25,000 บาท

tags:

บริษัท Bharti Airtel Ltd หนึ่งในเครือ SingTel และบริษัท Vodafone ได้เริ่มวางขายไอโฟน 3G แล้วในวันนี้ ในตลาดที่มีความต้องการมือถือที่สูงที่สุดในโลก “ประเทศอินเดีย”

คล้าย ๆ กับเมืองไทย ชาวอินเดียไม่ค่อยคุ้นเคยกับมือถือพ่วงสัญญา ทำให้ต้องเจอราคาจริง ๆ ของไอโฟน โดยรุ่นความจุ 8GB มีราคาที่ 31,000 รูปีหรือประมาณ 25,000 บาท ส่วนรุ่นความจุ 16GB มีราคาที่ 36,100 รูปี หรือประมาณ 28,000 บาท

แม้ว่าจะไม่มีสัญญาทาสพ่วงมาหนึ่งถึงสองปีเหมือนในประเทศอื่น ๆ แต่ไอโฟน 3G ทุกเครื่องในอินเดีย จะถูกล็อกเครือข่าย

ราคาเอง ยังไม่รวมบริการ 3G ซึ่งยังไม่มีการเปิดให้บริการในประเทศอินเดีย เช่นเดียวกับไทย

หากไอโฟน 3G เปิดตัวเมืองไทยจริงละก็ คงพอเดาราคากันได้แล้วสินะ

ที่มา - CNN Money, M&C Business

Tata เตรียมวางเครือข่าย WiMAX ทั่วอินเดีย

tags:

แม้จะมีการประกาศเทคโนโลยี WiMAX กันมานาน แต่ดูเหมือนว่าจนวันนี้แล้วความนิยมในเทคโนโลยีเครือข่ายความเร็วสูงแบบใหม่นี้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก นอกจากที่มีการใช้งานไปก่อนหน้านี้ในประเทศเกาหลี และประเทศอื่นๆ บ้าง แต่หากเป็นการประกาศจาก Tata Communication บริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่จากทางอินเดีย ที่ประกาศร่วมมือกับบริษัท Telisma

แผนการติดตั้งโครงข่ายจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือการใช้บริการตามบ้าน กับการให้บริการระดับองค์กร โดยในปีแรกนั้นจะมีการให้บริการทั้งสองแบบประมาณ 10 เมืองนำร่อง โดยจะเปิดบริการในช่วงแรกและเพิ่มเป็น 110 เมืองสำหรับระดับองค์กร และ 15 เมืองสำหรับบริการตามบ้านในปีนี้

หากโครงการนี้สำเร็จ อินเดียจะกลายเป็นประเทศที่มีพื้นที่ให้บริการ WiMAX กว้างขวางที่สุดในโลก และจะเป็นเครือข่ายที่เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากที่สุดเครือข่ายหนึ่ง และผลที่ได้อาจจะเป็นอานิสงค์ให้คนทั้งโลกได้ใช้อุปกรณ์ WiMAX ที่ราคาต่ำลงในเร็ววันนี้

ที่มา - PRNewsWire

อินเดียโหวตโน OOXML

tags:

จากข่าว ความเห็นของไมโครซอฟท์ประเทศไทยต่อ OOXML ตอนนี้เริ่มมีรายงานความเห็นของแต่ละประเทศต่อเรื่องนี้ออกมาแล้ว

ผลจากการประชุมของคณะกรรมการ 21 คนแบบมาราธอนกว่า 6 ชั่วโมง (และการล็อบบี้อีกมากมายจากทั้งสองค่าย) อินเดียตัดสินใจเอกฉันท์ว่าจะ "โหวตโน" โดยมีเงื่อนไขว่าอาจพลิกเป็น "เยส" ได้ถ้าไมโครซอฟท์แก้ปัญหาทางเทคนิคของ OOXML กว่า 200 จุดได้

Rakesh Bakshi หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์ว่า "ตัวเลือกมีแค่สามทาง คือรับ ไม่รับ และไม่ลงคะแนน ซึ่งเราก็เคารพการตัดสินใจของรัฐบาล"

นอกจากอินเดียแล้ว ประเทศที่โหวตโนไปล่วงหน้าก็คือจีน ส่วนประเทศที่น่าจะโหวตโนได้แก่ญี่ปุ่น แคนาดา, สาธารณรัฐเช็ก, สหราชอาณาจักร, นิวซีแลนด์, อิหร่าน, คิวบา และลิเบีย ถ้าเป็นบริษัทที่สนับสนุนก็มีซัน, ไอบีเอ็ม, ออราเคิล, กูเกิล และเรดแฮท

ส่วนฝั่งสนับสนุนได้แก่ประเทศมาเลเซีย, เดนมาร์ก และสวิตเซอร์แลนด์ พันธมิตรของไมโครซอฟท์ได้แก่แอปเปิล, Quark, Accenture และโนเวล

มีอีกหลายประเทศที่บอกว่าจะ "โนโหวต" รวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย ส่วนประเทศไทย สมอ. บอกว่าจะโหวต ส่วนโหวตข้างไหนนั้นได้ข้อมูลแล้วจะมารายงานให้ทราบ ปิดรับโหวตวันที่ 2 กันยายนนี้ อีกไม่นานก็น่าจะรู้ผล

ที่มา - The Economic Times

อินเดียต้องปรับระบบการศึกษาเพื่อเร่งนำหน้าจีนในตลาดเอาต์ซอร์ส

tags:

นาย Kiran Karnik ประธานสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการของอินเดีย (National Association of Software and Services Companies - NASSCOM) ได้ออกมาให้ความเห็นว่าอินเดียกำลังจะต้องการการปรับปรุงการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในการให้ความเห็นนี้นาย Karnik ได้ให้ความเห็นว่าจีนยังคงต้องตามหลังอินเดียไปอย่างน้อยสามถึงห้าปี แต่ด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เขาเตือนว่าอินเดียไม่สามารถมองข้ามจีนไปได้แม้แต่น้อย

จีนนับเป็นประเทศที่มีประชากรเกินพันล้านคนเพียงประเทศเดียวนอกจากอินเดีย อีกทั้งมีระบบการศึกษาที่สร้างแรงงานออกมาได้เป็นจำนวนมากไม่แพ้อินเดีย แต่อินเดียนั้นได้เปรียบเนื่องจากมีการใช้ภาษาอังกฤษอยู่มากมาก่อนหน้าแล้ว

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียในช่วงปี 2000 - 2006 โตขึ้นจาก 5.8 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 30.2 พันล้านดอลลาร์หรือกว่าหกเท่าตัว ขณะที่จีนนั้นโตจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 12.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่าห้าเท่าตัว แต่ความแตกต่างกันคือการเติบโตของอุตสาหกรรมในจีนนั้นเกิดขึ้นจากความต้องการในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ของอินเดียนั้น ซอฟต์แวร์ส่วนมากมีเพื่อการส่งออก

คุ้นๆ ว่าเคยเห็นตัวเลขของไทยในงาน TLUG

ที่มา - PhysOrg

จีนอาจแซงอินเดียด้านการเอาต์ซอร์ส

tags:

เราคุ้นกันดีว่าอินเดียโกยเงินมหาศาลไปจากการรับงานเอาต์ซอร์ส แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าจีนขึ้นมาหายใจรดต้นคอแล้ว

บริษัท IDC ได้จัดทำ Global Delivery Index (GDI) โดยเปรียบเทียบความพร้อมของ 35 เมืองแถบเอเชียแปซิฟิกในทุกด้าน อินเดียยังครองอันดับต้นๆ อยู่เช่นเดิม แต่ IDC พยากรณ์ว่าจีนจะล้มแชมป์ในช่วงปี 2011

10 อันดับแรกมีดังนี้ครับ

  1. บังกะลอร์
  2. มะนิลา
  3. นิวเดลี
  4. มุมไบ
  5. ต้าเหลียน
  6. เซี่ยงไฮ้
  7. ปักกิ่ง
  8. ซิดนีย์
  9. บริสเบน
  10. โอ๊กแลนด์

รายงานฉบับเต็มยังไม่ออก เลยไม่รู้ว่ากรุงเทพอยู่อันดับที่เท่าไร

ที่มา - IDC

Outsource เริ่มตีจากบังกะลอร์

tags:

ผมคิดว่าคนอ่าน Blognone น่าจะได้ยินตำนานของบังกะลอร์ เมืองแห่งการ outsource งานไอทีจากสหรัฐ จนกลายเป็นรายได้มหาศาลให้กับอินเดียเป็นอย่างดี (และน่าจะเคยได้ยินนโยบายการเป็นบังกะลอร์ 2 ของรัฐบาลไทยด้วย)

ตอนนี้บรรดาบริษัทรับงาน outsource เริ่มมองหาสถานที่ใหม่ๆ แทนบังกะลอร์ ด้วยสาเหตุทั้งด้านเงิน จำนวนแรงงาน และความแออัดของบังกะลอร์เองแล้ว

สถานที่ซึ่งเอ่ยถึงในบทความได้แก่รัสเซีย, โรมาเนีย, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เมืองต้าเหลียงในประเทศจีน (ติดกับเกาหลี รับงานจากเกาหลีญี่ปุ่น) และโฮจิมินห์ซิตี้ในเวียดนาม ซึ่งแต่ละที่ก็มีจุดดีจุดเด่นแตกต่างกันไป อย่างบราซิลจะได้เปรียบประเทศอื่นเรื่องเวลาที่ตรงกับในสหรัฐ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามบังกะลอร์ยังไม่หายไปง่ายๆ มูลค่าการส่งออกบริการด้านซอฟต์แวร์ของอินเดียในปี 2005 อยู่ที่ 17.7 พันล้านเหรียญ เทียบกับ 3.6 พันล้านเหรียญของจีน และ 1 พันล้านเหรียญของรัสเซีย

ในข่าวไม่เอ่ยถึงประเทศไทย ใครทำงานอยู่บริษัทด้าน outsource ลองมาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ

ที่มา - BusinessWeek

Site Search

 
Web blognone.com

Poll