ทีมนักวิจัยของ Intel Labs ในบาร์เซโลนา กำลังวิจัยเรื่องการพัฒนาซีพียูที่มีคอร์จำนวนมากๆ บนอุปกรณ์พกพา
ตอนนี้นักวิจัยของอินเทลยังไม่ได้ข้อยุติว่าจำนวนคอร์ที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร แต่ชิปตัวอย่างที่กำลังพัฒนากันอยู่มี 48 คอร์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับงานบางประเภท (เช่น การถอดรหัสวิดีโอแบบขนาน) และช่วยลดพลังงานในภาพรวมด้วย (เพราะเฉลี่ยงานกันจึงไม่มีคอร์ที่กินไฟสูงๆ)
นักวิจัยคาดว่าเราจะได้เห็นมือถือ 48 คอร์วางขายในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ Justin Rattner ซึ่งเป็น CTO ของอินเทลประเมินว่าระยะเวลาจะสั้นกว่านั้นมาก โดยมีแรงผลักดันมาจากความต้องการใช้งาน natural interface ที่มากขึ้น ทำให้ต้องการอุปกรณ์พกพาที่มีสมรรถนะมากขึ้นตามไปด้วย
นักวิเคราะห์จากบริษัท Moor Insights ประเมินว่าระยะเวลาน่าจะอยู่ราว 5-10 ปีครับ
ที่มา - Computerworld
อินเทลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2012 มีรายได้รวม 13.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น 5.1% โดยรายได้ของส่วนธุรกิจพีซีลดลง 8% ขณะที่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลเติบโต 6%
ซีอีโอ Paul Otellini กล่าวว่าผลประกอบการที่ออกมานี้สะท้อนสภาพว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก และตลาดพีซีเองก็อยู่ในช่วงรอ Windows 8 เข้าสู่ตลาดด้วย
ในช่วงแถลงผลประกอบการมีคนตั้งคำถามว่าถ้า Windows 8 มาจริงมันก็อาจเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตมากกว่า และตรงนั้นอินเทลไม่ได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่ง Otellini ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ตรงนั้นมันยังไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร
ที่มา: อินเทล, The Verge และ The New York Times
Windows 8 กำลังเป็นความหวังของอินเทลและไมโครซอฟท์ ตลอดจนผู้ผลิตพีซีรายอื่นๆ ที่จะแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับมาหลังจาก ARM และ iPad ชิงส่วนแบ่งไปได้จำนวนมากในช่วงสองปีมานี้ แต่แหล่งข่าวก็บอกกับสำนักข่าว Bloomberg ว่าอินเทลไม่สามารถพัฒนา "ซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการพลังงาน" ให้กับ Windows 8 บนชิป Atom Clover Trail ได้ทัน
Atom Clover Trail มีระบบการจัดการพลังงานแบบใหม่ที่เรียกว่า S0ix ที่หวังจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งกับ ARM จากความสามารถที่กลับไปอยู่ในโหมดพลังงานและกลับมาประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ซีพียูกินไฟตามโหลดการใช้งานจริง ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอินเทลจะไม่รองรับ Clover Trail บนลินุกซ์ ก่อนจะออกมาแก้ข่าวในภายหลัง แต่ก็มีข่าวตั้งแต่ครั้งนั้นว่าที่อินเทลไม่ซัพพอร์ตลินุกซ์ตั้งแต่แรกเหมือนเช่นชิปตัวอื่นๆ เพราะไม่สามารถพัฒนาไดรเวอร์สำหรับจัดการพลังงานได้ทัน
S0ix มีใช้งานตั้งแต่ Atom Moorestown ที่แทบไม่มีใครซื้อไปผลิตเครื่อง (รายงานแพตซ์ใน MeeGo) และมีฟีเจอร์นี้ใน Medfield ด้วยเช่นกันและถูกใช้งานในลินุกซ์ (รายงานประสบการณ์เพิ่มความสามารถนี้ในแอนดรอยด์) แต่สำหรับวินโดวส์แล้วการเปิดตัววินโดวส์ 8 จะเป็นครั้งแรกที่รองรับ S0ix
รายงานระบุว่าไมโครซอฟท์ตอนนี้รับรองเครื่องไปแล้วถึง 800 รุ่นให้ใช้งานวินโดวส์ 8 ได้ รวมถึงเครื่องแบบ Win RT หากอินเทลไม่สามารถทำไดรเวอร์ได้ทันก่อนเปิดตัวได้ จะเป็นความเสียเปรียบอย่างมาก และอินเทลจะต้องอยู่กับตลาดพีซีต่อไป ส่วนคอมพิวเตอร์แบบแปลกๆ เช่น รุ่นถอดคีย์บอร์ดเป็นแท็บเล็ตได้ อาจจะต้องรอไดร์เวอร์กันต่อไป แม้รุ่นอื่นจะได้วางตลาดแล้ว
ที่มา - Bloomberg
เราเห็นข่าวของซีพียู Atom รหัส "Clover Trail" ที่จะใช้ในแท็บเล็ต Windows 8 กันมาสักระยะแล้ว (ที่เป็นข่าวดังหน่อยคือ ใช้กับลินุกซ์ไม่ได้, อินเทลแก้ข่าว)
เมื่อวานนี้ อินเทลเปิดตัวซีพียูรุ่นนี้อย่างเป็นทางการในชื่อ Atom Z2760
ทวนสเปกกันอีกรอบ มันเป็นซีพียูแบบดูอัลคอร์, มี Hyper-Threading, ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุดที่ 1.8GHz, ผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 นาโนเมตร, มีหน่วยประมวลผลกราฟิก Intel GMA 533MHz มาให้ในตัว, รองรับหน่วยความจำ LPDDR2 สูงสุด 2GB (สเปกละเอียดเป็น PDF)
อินเทลบอกว่าแท็บเล็ตที่ใช้ Atom Z2760 ตัวนี้จะเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้นาน 3 สัปดาห์ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่จะทำแท็บเล็ตด้วย Atom Z2760 ได้แก่ Acer, ASUS, Dell, Fujitsu, HP, Lenovo, LG Electronics, Samsung, ZTE ซึ่งหลายค่ายก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่มา - Intel Newsroom
จากข่าว อินเทล: Windows 8 ยังไม่เสร็จ แต่ไมโครซอฟท์ทำถูกแล้วที่ปล่อยมันออกมา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกความห่างเหินของทั้งสองบริษัท
ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอินเทลออกมาแก้ข่าวแล้วว่า ไมโครซอฟท์กับอินเทลมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาโดยตลอด และความสัมพันธ์นี้จะเดินหน้าต่อไปเช่นเดิมในยุคของ Windows 8
อินเทลยังอ้างคำพูดของ Paul Otellini ซีอีโอด้วยว่า "Windows 8 เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับอินเทล" (Windows 8 is one of the best things that ever happened to Intel)
ที่มา - Intel Newsroom
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ซีอีโอของอินเทล Paul Otellini กล่าวกับพนักงานในไต้หวันว่า Windows 8 ยังต้องได้รับการปรับปรุงอีก แต่ไมโครซอฟท์ก็ตัดสินใจถูกแล้วที่จะปล่อยระบบปฏิบัติการล่าสุดนี้ถึงมันจะไม่สมบูรณ์ก็ตาม เพราะบริษัทยังสามารถปรับปรุงมันได้ในภายหลัง
นักวิเคราะห์หลายรายยังแสดงความกังวลว่า ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อาจไม่มีเวลามากพอที่จะพัฒนาไดร์เวอร์ให้เข้ากับ Windows 8 รวมถึงบั๊กและการปรับแต่งจากฝั่งไมโครซอฟท์เองว่าบริษัทจะทำให้ระบบปฏิบัติการล่าสุดนี้พร้อมสำหรับการเปิดตัวหรือไม่
ที่มา: สำนักข่าวบลูมเบิร์ก
Sumeet Syal ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของอินเทล ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ TechCrunch ยอมรับว่ามือถือ x86 ที่ใช้ซีพียู Atom Medfield (ปัจจุบันออกมาแล้ว 6 รุ่น) ยังไม่สามารถใช้งาน 4G LTE ได้ แต่เขาบอกว่าอินเทลกำลังเร่งพัฒนาอย่างเต็มที่ เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ของอินเทลที่ต่อ LTE ได้ภายในปีนี้ และเห็นสินค้าขายจริงเป็นจำนวนมากในปีหน้า
เขายังบอกอีกว่า Atom Medfield แบบดูอัลคอร์ก็เริ่มพร้อมแล้วเช่นกัน (รุ่นที่ออกมาในปัจจุบันเป็นแบบคอร์เดี่ยวแต่มี Hyper-Threading) โดยซีพียู Atom รุ่นหน้าจะเป็นดูอัลคอร์พร้อมเทคโนโลยี HT (รวมแล้ว 4 เธร็ดนั่นเอง)
ถ้าอินเทลสามารถทำให้ Atom Medfield ใช้งาน LTE ได้ ก็น่าจะช่วยให้บริษัทรุกตลาดประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ที่ LTE กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้วได้ดีกว่าเดิม (ตอนนี้มือถือ Atom ยังเน้นตลาดประเทศกลุ่ม BRIC และละตินอเมริกาเป็นหลัก)
ที่มา - TechCrunch
นโยบายของไมโครซอฟท์ใน Windows 8 ที่เป็นหนามยอกอกอินเทลอย่างแรง คือการที่ Windows 8 สนับสนุนซีพียูตระกูล ARM ด้วย Windows RT และที่ผ่านมาเราก็เห็นบริษัทไอทีหลายรายนำอุปกรณ์ Windows RT มาโชว์กันบ้างแล้ว
เพื่อไม่ให้โดนกระแส Windows RT กลบจนทุกคนลืม อินเทลจึงเตรียมจัดงานแถลงข่าวแท็บเล็ต Windows 8 แห่งโลก x86 ที่ใช้ซีพียู Atom Clover Trail แข่งบ้าง โดยงานจัดขึ้นวันที่ 27 กันยายนนี้ตามเวลาสหรัฐ จุดขายที่อินเทลตั้งใจโชว์คงหนีไม่พ้นว่า Windows 8 แบบ x86 ยังสามารถรันแอพพลิเคชันเดิมได้เกือบครบ ต่างจาก Windows RT ที่รันแทบไม่ได้เลย
พันธมิตรร่วมงานมีหลายราย ที่ระบุชื่อได้แก่ Acer, Asus, Dell, HP, Lenovo, Samsung, ZTE เราคงได้เห็นแท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ก Windows 8 มาเปิดตัวกันอีกรอบครับ (หลายตัวก็ออกข่าวไปบ้างแล้ว)
ที่มา - CNET
ข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Atom รุ่นใหม่ Clover Trail ที่อาจจะใช้งานกับลินุกซ์ไม่ได้ สร้างเสียงวิจารณ์อินเทลที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ผลิตชิปที่เป็นมิตรกับลินุกซ์ค่อนข้างดีมากตลอด เสียงตอบรับทำให้อินเทลส่งอีเมลชี้แจงสื่อมวลชนว่าอินเทลเตรียมจะออกแพลตฟอร์ม Clover Trail สำหรับลินุกซ์และแอนดรอยด์อีกรุ่น แต่ยังไม่มีความเห็นว่าจะออกแพลตฟอร์มที่ว่าเมื่อไหร่
Clover Trail เป็นรุ่นต่อของ Atom Medfield ที่ทุกวันนี้รันแอนดรอยด์เป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วหากไม่มีการใส่คำสั่งหรือลดชุดคำสั่งจนกระทั่งซอฟต์แวร์เดิมทำงานไม่ได้ Clover Trail ก็ควรจะรันแอนดรอยด์ได้ไม่มีปัญหาอะไร
ฟีเจอร์สำคัญของ Clover Trail คือสถานะพลังงาน S0ix แบบเดียวกับ Haswell โดยเป็นสถานะที่ประหยัดพลังงานลงมาก แต่ใช้เวลากลับสู่สถานะปกติแทบเป็นศูนย์ ปัญหาสำคัญของการเพิ่มสถานะแบบนี้คือเคอร์เนลของระบบปฎิบัติการต้องรองรับจึงจะสามารถใช้งานได้เต็มที่ การที่อินเทลระบุว่าจะไม่ซัพพอร์ตลินุกซ์อาจจะหมายถึงการไม่พัฒนาไดร์เวอร์ให้กับลินุกซ์จนกว่าจะร่วมมือกับไมโครซอฟท์พัฒนาจนเสร็จ จากนั้นจึงมาซัพพอร์ตลินุกซ์และแอนดรอยด์ในภายหลัง
ที่มา - ZDnet
เพิ่มเติมจาก Intel Tech Update #2 ในงานมีเครื่องต้นแบบของอัลตร้าบุ๊ก แท็บเล็ต Windows 8 และสมาร์ทโฟน ทั้งของอินเทล และแบรนด์อื่นที่เปิดตัวแล้ว (แต่ยังไม่ขาย) มาให้ลองจับด้วยครับ
รอบนี้จะเน้นหนักไปที่ภาพมากหน่อย รายละเอียดแต่ละเครื่องอาจต้องรอหลังไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows 8 อย่างเป็นทางการวันที่ 26 ตุลาคมนี้ครับ
เริ่มต้นด้วยเครื่องแรกที่อินเทลเอามาโชว์ Toshiba Satellite U925t แท็บเล็ตไฮบริดแบบสไลด์จอที่เพิ่งเปิดตัวในงาน IFA 2012 ครับ
วิธีการสไลด์เพื่อเปิดคีย์บอร์ดของรุ่นนี้ทำโดยการดันจอไปให้สุด แล้วยกขึ้น โดยตัวเครื่องจะมีแกนข้างหลังสำหรับล็อกจอ เท่าที่ลองเล่นดูรู้สึกไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ (หรือเพราะเครื่องอาจจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ) หน้าจอสัมผัสเครื่องนี้เสีย เลยไม่รู้ว่าใช้งานดีแค่ไหนครับ
น้ำหนักจากสเปคระบุไว้ที่ 1.45 กก. แต่ด้วยหน้าจอ 12.5" อาจจะดูหนักไปหน่อย ตัวเครื่องหนาประมาณ 19-22 มม. ครับ
เมื่อวานนี้ (17 กันยายน) อินเทลจัดงาน Intel Tech Update #2 เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ของอินเทลที่เปิดตัวไปในงาน Indel Developer Forum 2012 (IDF2012) ที่จัดขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโก
บางส่วนของเทคโนโลยีใหม่จากอินเทลนั้นมีข่าวใน Blognone เป็นที่เรียบร้อยแล้วได้แก่
- อินเทลลงทุนกับ HTML5, รวม River Trail เข้าไฟร์ฟอกซ์, ระบบป้องกันการขโมย McAfee Anti Thief
- อินเทลโชว์ระบบส่งสัญญาณวิทยุ Wi-Fi ที่เป็นดิจิทัลล้วนๆ
- อินเทลเดโม WiGig ที่ความเร็ว 7Gbps
ในงานอินเทลได้พูดถึงรายละเอียดของซีพียู Core i รุ่น 4 หรือที่หลายคนรู้จักกันในรหัส "Haswell" ด้วย โดยเน้นไปในส่วนของอัลตร้าบุ๊ก และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ที่ใช้ Atom ซึ่งมีมาโชว์ตัวในงานมากกว่าสามสิบเครื่องด้วยกัน (ชมภาพท้ายข่าวครับ)
โมโตโรลาเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปจากอินเทล ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้าแล้ว โดยใช้ชื่อว่า RAZR i ด้วยหน้าตาตัวเครื่องที่เหมือนกับ RAZR M ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้า
RAZR i ใช้สเปคเดียวกันกับ RAZR M ด้วยหน้าจอเกือบไร้ขอบขนาด 4.3" qHD แบตเตอรี่ 2,000 mAh พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล แต่เปลี่ยนไปใช้ซีพียู Atom รหัส Medfield ความถี่ 2GHz (ยังไม่มีข้อมูลว่ากี่คอร์) ซึ่งอินเทลเคลมว่าประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะการใช้งานเบราว์เซอร์ และเกม
RAZR i โชว์ตัวในสไลด์พร้อมกับแอนดรอยด์ ICS ที่ปรับแต่งเล็กน้อยตามแนวทางของโมโตโรลาช่วงหลัง (ซึ่งยังไม่รู้ว่ารุ่นขายจริงจะเป็น ICS หรือ Jelly Bean) เตรียมวางขายที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และบราซิล เดือนหน้านี้ครับ ราคาเครื่องเปล่าที่สหราชอาณาจักรเปิดมาแล้วที่ 342 ปอนด์ (ประมาณ 17,000 บาท)
ในงาน IDF 2012 อินเทลอัพเดตข้อมูลชิปโค้ดเนม Haswell สำหรับอัลตร้าบุ๊ก ชิปรุ่นประหยัดพลังงานรหัส Shark Bay ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2013
ชิปในรหัส Shark Bay นอกจากจะรองรับการทำงานร่วมกับ SSD แล้วยังเพิ่มการรองรับฮาร์ดดิสก์ไฮบริดที่มีทั้งชิปแฟลช และจานหมุนในลูกเดียวกัน (ถ้านึกภาพไม่ออก ลองดู Seagate Momentus XT) ซึ่งอินเทลได้ออกซอฟต์แวร์ Rapid Storage Technology 12.5 ที่เพิ่มประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์จำพวกไฮบริดได้ราว 30%
นอกจากนี้อินเทลยังบอกว่าได้ทำงานร่วมกับ WD และ Seagate เพื่อพัฒนาให้ชิปรหัส Shark Bay รองรับการทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์ไฮบริด ซึ่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะลดต้นทุนของอัลตร้าบุ๊กให้ต่ำลงได้อีกครับ
ที่มา - The INQUIRER
ที่งาน IDF อินเทลสาธิตการทำงานของ WiGig ระบบส่งข้อมูลไร้สายที่ทำงานที่ความถี่ 60GHz ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตแบบเดียวกับคลื่น 2.4GHz และ 5GHz
WiGig Alliance จะมีงานแสดงสินค้าในปีหน้า ในตอนนั้นเราคงได้เห็นสินค้าหลายยี่ห้อเริ่มออกมาแสดงความพร้อมกัน แต่ตอนนี้อินเทลที่แสดงสินค้าได้ก่อนก็ได้เปรียบที่น่าจะส่งชิปตัวอย่างให้ผู้ผลิตได้ก่อนเช่นเดียวกัน
ที่มา - ComputerWorld
ที่งาน IDF 2012 อินเทลโชว์ต้นแบบของระบบส่งสัญญาณวิทยุ (transceiver) สำหรับ Wi-Fi ที่สร้างด้วยระบบดิจิทัลล้วนๆ ไม่มีแอนะล็อกแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าการส่งสัญญาณวิทยุในปัจจุบันมีส่วนที่เป็นดิจิทัลอยู่มากแล้ว แต่ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความถี่ของสัญญาณ (เช่น phase modulation, frequency synthesis, RF power amplification) ยังเป็นแอนะล็อกอยู่ และเป็นปัญหาต่อการผลิตอุปกรณ์ขนาดเล็ก เพราะชิ้นส่วนพวกนี้ไม่สามารถเล็กลงได้กว่านี้อีกแล้ว
อินเทลเลยพยายามคิดใหม่ทำใหม่ หาวิธีดัดแปลงชิ้นส่วนเหล่านี้ให้เป็นระบบดิจิทัลให้หมด โดยพัฒนาต่อจากอุปกรณ์ส่งสัญญาณ 3G ในปัจจุบันที่เป็นดิจิทัลอยู่เยอะแล้ว เอามาดัดแปลงให้ใช้งานกับความถี่ของ Wi-Fi ที่ใช้ช่วงกว้างสัญญาณกว้างกว่ามาก (รายละเอียดทางเทคนิคว่าทำอย่างไร ดูกันเองในวิดีโอของอินเทล)
ใกล้ถึงเวลาเปิดตัว Windows 8 ข้อมูลของชิป Atom ตัวที่จะใช้ในแท็บเล็ตรัน Windows 8 โดยเฉพาะในรหัส "Clover Trail" ก็เริ่มมีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดในงาน IDF 2012 อินเทลออกมายืนยันแล้วว่าระบบปฏิบัติการ Linux จะใช้งานบน Atom รุ่นใหม่นี้ไม่ได้แล้ว
อินเทลไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไม Clover Trail ถึงจะใช้กับ Linux ไม่ได้ แต่หลายฝ่ายคาดกันว่าเพราะอินเทลพัฒนาชิปตัวนี้โดยอิงกับ Windows 8 จึงยัดซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวลงไปในชิปเพื่อให้รองรับฟีเจอร์ของตัวระบบปฏิบัติการได้ดีขึ้น อย่างที่เคยมีข่าวว่า Clover Trail กับ Windows 8 จะเป็นการจับคู่กันระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์อย่างยอดเยี่ยม
ส่วนจะสู้กับคู่แข่งจากฝั่ง ARM ทั้งแอปเปิล และกูเกิลได้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไปครับ
ที่มา - The Inquirer
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อเดือนกรกฎาคมอินเทลเคยออกมาบอกว่ากำลังพอร์ต Jelly Bean ลง Atom และตอนนี้อินเทลเสร็จสิ้นการพอร์ตเป็นที่เรียบร้อย
Mike Bell รองประธานฝ่ายอุปกรณ์พกพาของอินเทลให้สัมภาษณ์กับ PCWorld ระหว่างงาน IDF 2012 ว่าตอนนี้ชิป Atom ของอินเทลใช้งานได้กับแอนดรอยด์รุ่นใหม่ตั้งแต่ 2.3, 4.0 และล่าสุดอย่าง 4.1 Jelly Bean แล้ว พนักงานอินเทลในทีม รวมถึงเขาเองก็ใช้สมาร์ทโฟนที่รัน Jelly Bean บนชิป Atom รหัส Medfield แล้วเช่นกัน
ถึงกระนั้น Bell เองก็ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเครื่องรุ่นเก่าจะได้อัพเดตเป็น Jelly Bean เมื่อไร แต่บอกแผนว่าปีหน้าจะมีชิป Atom Medfield ดูอัลคอร์ และชิปอีกรุ่นสำหรับมือถือราคาถูกออกมาด้วย
ที่มา - PCWorld
วันที่สองของ IDF 2012 อินเทลประกาศแนวทางซอฟต์แวร์ของบริษัทด้วยการประกาศลงทุนกับ HTML5 ต่อเนื่อง โดย River Trail หรือ Parallel JS ที่อินเทลพัฒนาให้จาวาสคริปต์สามารถทำงานแบบขนานผ่าน OpenCL ได้จะรวมเข้าเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของไฟร์ฟอกซ์ในที่สุด (ไม่ระบุกำหนดเวลา)
อินเทลประกาศว่าตอนนี้กำลังสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นผ่าน HTML5 เพื่อรันได้บนหลายแพลตฟอร์ม แต่จะเปิดตัวจริงในไตรมาสที่สี่ของปีนี้
ทางฝั่ง McAfee ก็ขึ้นเวทีนี้เพื่อเปิดตัวระบบป้องกันการขโมย McAfee Anti Theft สำหรับการป้องกันข้อมูลในกรณีเครื่องสูญหาย
ที่มา - Intel
อินเทลเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของชิปฝั่งองค์กร อินเทลประกาศว่ากระบวนการพัฒนาชิปชั้นสูงอย่างตระกูล E7 นั้นใช้เวลานานกว่าชิปทั่วไป ทำให้ต้องข้าม Sandy Bridge ไปเลย กลายเป็น Ivy Bridge-EX แทน โดยจะออกในปีหน้าพร้อมๆ กับ Ivy Bridge-EP ที่เป็นตระกูล E5
ฟีเจอร์ใหม่ที่จะมาพร้อมกับ E5/E7 รุ่นใหม่คือ APICv (Advanced Programmable Interrupt Controller) ที่ใช้ประสานงานอินเตอร์รัปต์ระหว่างซ๊อกเก็ตลดค่าโอเวอร์เฮดในการจัดการเครื่องเสมือนลง
ตัว E7 นั้นจะเปลี่ยนซ๊อกเก็ตใหม่หมด และ "อาจจะ" เป็นซ๊อกเก็ตที่ Kittson ชิปตระกูลไอทาเนียมของอินเทลมาใช้งานร่วมกัน
สำหรับรุ่นเล็กอย่าง E3-1200 นั้นเป็น Ivy Bridge ไปก่อนแล้ว และในปีหน้าจะได้อัพเกรดเป็น Haswell ไล่หลังฝั่งเดสก์ทอปไม่ไกลเหมือนรุ่นใหญ่ แต่ในไตรมาสที่สี่ปีนี้ชิป Centerton ที่เป็นคอร์ Atom จะวางตลาดจริงหลังจากเอชพีประกาศใช้งานไปก่อนแล้ว และปีหน้าจะมีชิป Avoton มาแทนที่ โดยไม่มีรายละเอียดของ Avoton อื่นนอกจากมันจะมีตัวคอนโทรลเลอร์เน็ตเวิร์คมาในตัว
ฝั่งเน็ตเวิร์คนั้นอินเทลประกาศ Intel Ethernet FM6764 สวิตซ์ตัวแรกของอินเทลที่รองรับ OpenFlow 1.0 เต็มรูปแบบ เป็นการก้าวเข้ามาสู่โลก SDN ของอินเทลอีกขั้น
ที่มา - The Register, Intel
สถาปัตยกรรม Core รุ่นที่สี่หรือ Haswell เป็นซีพียูที่จะวางตลาดในปีหน้าจากที่เปิดเผยรายละเอียดบางส่วนกันมาก่อนหน้านี้ รอบนี้อินเทลแสดงจุดขายว่า Haswell จะเป็นชิปตัวแรกที่ออกแบบเพื่อแท็บเล็ตจนถึงเซิร์ฟเวอร์ เพราะตัวฟีเจอร์ของสถาปัตยกรรมที่เปิดให้ชิปแต่ละรุ่นปรับแต่งส่วนประกอบต่างกันได้
สำหรับฟีเจอร์สำคัญที่อินเทลเปิดตัวในงาน IDF
- C0ix: สถานะพลังงานใหม่ที่เหมือนสถานะกำลังทำงาน (C0) แต่ใช้พลังงานน้อยกว่า 20 เท่าตัว และใช้เวลาในการกลับไปยังสถานะ C0 สั้นมาก จนกระทั่งอินเทลออกแบบให้ซีพียูอยู่ในสถานะนี้ตลอดเวลา
- ชุดคำสั่ง AVX2: ให้พลังประมวลผลเป็นสองเท่าต่อสัญญาณนาฬิกาที่เท่ากับ Sandy Bridge
- ระบบแคชใหม่: อ่านเขียนแคชได้มากขึ้นสองเท่าตัว ทั้ง L1 และ L2
- ชุดคำสั่ง TSX: ระบบล็อกหน่วยความจำ ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำงานขนานกันสามารถแชร์ข้อมูลกันได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าอินเทลพยายามผลักดันมาตรฐานในส่วน Transactional Memory ให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน C++ เพื่อรองรับฟีเจอร์นี้ด้วย
- กราฟิกใหม่: รองรับการปรับแยกออกเป็นสามรุ่น GT1, GT2, และ GT3 มีส่วนพื้นฐานเหมือนกัน รองรับ OpenCL 1.2, OpenGL 4.0, และ DirectX 11.1 ตัวช่วยถอดรหัสวิดีโอใหม่รองรับการถอดรหัส MJPEG, และ "เข้ารหัส" MPEG โดยรวมสามารถถอดรหัสวิดีโอได้ 4096x2048 พิกเซลแล้ว อีกส่วนคือตัวปรับคุณภาพวิดีโอ ที่ทำได้ทั้งลดสัญญาณรบกวน, ปรับเฟรมเรต, ลดภาพสั่น
ในงานอินเทลสาธิตการใช้ Haswell ที่ใช้กราฟิกแบบ GT3 เล่นเกม Skyrim เป็นเดโม
ชิปน่าจะเริ่มวางขายต้นปีหน้า ถ้าดูฟีเจอร์แล้วเคลิ้มอยากได้อาจจะต้องอดใจไม่ซื้อโน้ตบุ๊กช่วงนี้กันก่อน
ที่มา - AnandTech







