อินเทลอัพเดตคอมไพเลอร์ ispc ที่ออกแบบมาเพื่อการคอมไพล์ให้ใช้ชุดคำสั่งแบบ SIMD ให้สามารถทำงานบนชิป Xeon และ Xeon Phi ได้
ispc เป็นคอมไพเลอร์ภาษาพิเศษโค้ดคล้ายกับภาษา C แต่การเรียกฟังก์ชั่นจะเป็นการแตกข้อมูลออกเป็นชุดๆ เพื่อรันบนชุดคำสั่งแบบเวคเตอร์ เช่น ชุดคำสั่ง SSE หรือชุดคำสั่ง AVX โดยอาศัยการ "คลี่" ลูปออกมา
ซีพียู Xeon หรือกระทั่ง Core-i ปกติล้วนมีชุดคำสั่งแบบเวคเตอร์จำนวนมาก แต่ชุดคำสั่งเหล่านี้ใช้งานได้ยากและมักต้องออปติไมซ์ด้วยมือเท่านั้น การใช้คอมไพเลอร์เฉพาะจะช่วยให้โปรแกรมเมอร์สามารถย้ายโค้ดไปทำงานขนานกันได้ง่ายขึ้น ความได้เปรียบของชุดคำสั่ง SSE คือมันประมวลผลข้อมูลทีละสี่ชุดพร้อมกัน หากสามารถเขียนโปรแกรมได้อย่างถูกต้องจะสามารถเร่งความเร็วซอฟต์แวร์ได้ถึงสามเท่าตัว และหากใช้ชิปที่รองรับชุดคำสั่ง AVX จะสามารถรันได้ความเร็ว 5-6 เท่าตัว
ชิป Xeon Phi เป็นการ์ดที่มีคอร์ขนาดเล็กอยู่มากถึง 50 คอร์ แต่ทุกคอร์ล้วนรองรับคำสั่งแบบเวคเตอร์ หากสามารถทำงานขนานกันทั้งบนชิป Phi แต่ละคอร์ และกระจายงานไปยังคอร์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเร่งความเร็วขึ้นได้หลายร้อยเท่าตัว
คอมไพเลอร์ ispc เป็นโอเพนซอร์สสัญญาอนุญาตแบบ BSD และใช้เทคโนโลยี LLVM เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
ที่มา - Intel
งานวิจัยใหม่ของอินเทลที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยเท็กซัสกำลังสร้าง microarchitecture ใหม่ที่เปิดให้ตัวซีพียูสามารถปรับตัวตามการใช้งานจริง เรียกว่า MorphCore โดยมันสามารถปรับแต่งตัวเองตามงานที่รันขณะนั้นได้
ซีพียูทุกวันนี้วิศวกรต้องออกแบบล่วงหน้าว่าการใช้งานจะเป็นงานประเภทใด และจัดเตรียมบัฟเฟอร์สำหรับงานต่างๆ ในซีพียู โดยเฉพาะการจัดเรียงชุดคำสั่งใหม่ เพราะซีพียูรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ประมวลผลตามลำดับที่ซอฟต์แวร์ถูกคอมไพล์มาตรงๆ อีกต่อไป แต่จัดลำดับคำสั่งใหม่ทั้งหมดตามความเหมาะสม โดยจะมีหน่วยความจำที่เก็บค่าผลลัพธ์ไว้ ในกรณีที่คำสั่งก่อนหน้า (ที่ถูกจัดลำดับเสียใหม่ให้ไปรันทีหลัง) กลับมีผลให้ยกเลิกคำสั่งที่ตามหลังมา ในบัฟเฟอร์เหล่านี้ก่อนที่จะเขียนผลลัพธ์ลงหน่วยความจำจริงๆ
มีคนไปพบประกาศรับสมัครงานบน LinkedIn ตำแหน่ง Windows Phone Engineer มาดูแลงานด้านวิศวกรรมและการออกแบบที่ออฟฟิศในเมืองเรดมอนด์ (เมืองเดียวกับที่บริษัทไมโครซอฟท์ตั้งอยู่)
ก่อนหน้านี้ Greg Sullivan ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโสของวินโดวส์โฟน เคยกล่าวที่งาน CES 2013 ว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์ ส่วน Hermann Eul ประธานของ Mobile Communications Group ของอินเทลก็กล่าวว่าบริษัทเปิดรับแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟนมารันบนชิปสถาปัตยกรรม x86
จากประกาศรับสมัครและจากที่คนจากทั้งสองบริษัทกล่าวก่อนหน้านี้ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าเราจะได้เห็นวินโดวส์โฟนบน x86 ในอนาคต
ที่มา: ประกาศรับสมัครงานบน LinkedIn ผ่าน WMPoweruser
อินเทลเปิดเผยว่า ที่งาน Mobile World Congress (MWC) ที่จะถูกจัดขึ้นในเดือนหน้า บริษัทจะโชว์แอนดรอยด์สมาร์ทโฟนหลากรุ่นที่มากับ Atom Z2580
อินเทลเผยในงาน CES 2013 ว่า Atom Z2580 รหัส Clover Trail+ เหมาะกับสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง เป็นซีพียูดูอัลคอร์, มี Hyper-Threading, จีพียูดูอัลคอร์, ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่า Medfield หรือ Atom Z2460 ในปัจจุบันสองเท่าตัว
ที่งาน CES ที่ผ่านมา เลอโนโวได้เปิดตัว IdeaPhone K900 สมาร์ทโฟนตัวแรกที่มากับ Atom Z2580
วันนี้เอเซอร์เปิดตัวสมาร์ทโฟนพลังอินเทลตัวแรกของบริษัท แถมยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกด้วย กับเจ้า Acer C1 ที่เปิดราคามาเบาๆ เพียง 9,990 บาทเท่านั้น
ฝั่งสเปคของ C1 นำทีมมาด้วย Atom รุ่นที่เพิ่งตัวในงาน CES อย่างเจ้า Atom Z2420 รหัส Lexington ความถี่ 1.2GHz ซิงเกิลคอร์ มี Hyper-Threading ส่วนสเปคอื่นๆ มีดังนี้ครับ
- หน้าจอ LCD IPS ขนาด 4.3" ความละเอียด 960x540 พิกเซล
- รัน Android 4.0.4 ICS
- หน่วยความจำภายใน 4GB แรม 1GB
- กล้องหลัง 8 เมกะพิกเซล กล้องหน้า VGA
- แบตเตอรี่ 2000 mAh เครื่องบาง 9.3 มม.
- รองรับ 3G ควอดแบนด์
Acer C1 จะเริ่มขายครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในงานมีขาย 200 เครื่องครับ
หลังจากอินเทลปล่อย Atom รุ่นใหม่สำหรับสมาร์ทโฟน หนึ่งในนั้นมีชิป Atom Z2420 รุ่นราคาถูกสำหรับเจาะตลาดกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งวันนี้ถูกเครือข่ายในแอฟริกาจับไปใช้ทำสมาร์ทโฟนแล้ว
สมาร์ทโฟนพลัง Atom Z2420 ที่ว่านี้คือ Yolo ที่เตรียมขายผ่านเครือข่าย Safaricom แห่งประเทศเคนยาที่ตั้งราคาไว้เพียง 10,999 ชิลลิง (ประมาณ 3,800 บาท) พร้อมใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 500MB ส่วนสเปคอื่นๆ มีดังนี้ครับ
- ซีพียู Atom Z2420 ความถี่ 1.2GHz คอร์เดี่ยว มี Hyper-Threading
- หน้าจอขนาด 3.5" ความละเอียด 480x320 พิกเซล
- รัน Android 4.0 ICS
- รองรับ HSPA+
- กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล
- แรม 512MB แบตเตอรี่ 1500 mAh
Alan Cox นักพัฒนาหลักคนหนึ่งของโครงการลินุกซ์ประกาศลาออกจากอินเทลและการพัฒาลินุกซ์ด้วยเหตุผล "เรื่องครอบครัว" เขายืนยันซ้ำสองครั้งว่าเป็นเหตุผลครอบครัวไม่ใช่เรื่องงาน และเขาระบุว่าอาจจะกลับมาทำงานพัฒนาเคอร์เนลอีกในอนาคต
Alan Cox เข้าวงการลินุกซ์ครั้งแรกเมื่อเขานำลินุกซ์ไปติดตั้งบนเครื่องของชมรมคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยและพบบั๊กเน็ตเวิร์คจำนวนมาก เขาเป็นผู้ดูแลเคอร์เนลในสาย -ac มาตลอด มีอำนาจตัดสินใจในเคอร์เนลเป็นรองจากไลนัสคนเดียวเท่านั้น
เขาทำงานประจำใน Redhat มาก่อนตั้งแต่ปี 1999 ในจนถึงปี 2009 จึงย้ายไปทำงานที่อินเทล แต่ยังคงหน้าที่พัฒนาเคอร์เนลเช่นเดิม ปี 2009 เขาทะเลาะกับไลนัสในเรื่องของ Linux TTY จนเลิกยุ่งเกี่ยวกับโครงการส่วนนั้นไป
ที่มา - +Alan Cox
อินเทลประกาศถอนตัวจากธุรกิจ "เมนบอร์ดสำหรับเดสก์ท็อป" โดยจะลดการผลิตลงเรื่อยๆ ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
คำว่าถอนตัวจากการผลิตเมนบอร์ด หมายถึงเมนบอร์ดยี่ห้อของอินเทลเองเท่านั้น แต่อินเทลจะยังขายชิปเซ็ตสำหรับเดสก์ท็อป ให้ผู้ผลิตรายอื่นอย่าง ASUS, ASRock, Gigabyte ผลิตเป็นเมนบอร์ดขายต่อไปตามปกติ นอกจากนี้อินเทลจะยังพัฒนาบอร์ดต้นแบบ (form factor reference design) สำหรับโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตต่อไป
เมนบอร์ดรุ่นสุดท้ายของอินเทลจะวางขายพร้อมซีพียู Haswell ในครึ่งหลังของปีนี้ และเมนบอร์ดทุกรุ่นของอินเทลจะยังได้รับบริการหลังขายตลอด 3 ปีข้างหน้า
การประกาศหยุดทำเมนบอร์ดเดสก์ท็อปของอินเทลไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานในฝ่ายนี้ โดยอินเทลจะย้ายพนักงานไปทำงานในฝ่ายอื่นๆ แทน
ที่มา - AnandTech
แม้ว่าชิปที่ใช้สถาปัตยกรรม Ivy Bridge จะลงตลาดมาได้ 9 เดือนแล้ว แต่ก็ยังมีเฉพาะบนซีพียู Core i ตามแผนของอินเทลที่มักปล่อยรุ่นบนมาก่อนเสมอๆ และตอนนี้อินเทลก็ประกาศเปิดตัวซีพียูซีรีส์ Celeron, Pentium และ Core i3 ที่ใช้ Ivy Bridge ลงสู่ตลาดแล้ว
ทั้ง Celeron และ Pentium จะเป็นสองคอร์ สองเธรด ไล่ความถี่ตั้งแต่ 2.6-3.2GHz ที่ TDP 55 วัตต์ ส่วนรุ่นประหยัดไฟ (ตามหลังรหัสด้วย T) ความถี่ตั้งแต่ 2.3-2.5GHz ที่ TDP 35 วัตต์ โดยราคาจะอยู่ในช่วง 42-86 เหรียญ
เมื่อเทียบ Pentium G2130 (ตัวท็อปของซีรีส์ Pentium) กับ Core i3-3210 ที่ออกมาก่อนหน้า ฟีเจอร์ที่หายไปคือการรองรับ Hyper-threading และ AVX นั่นเอง
ซีพียูทุกตัวที่ออกมาครั้งนี้ใช้ซ็อตเก็ต LGA1155 ครับ
ที่มา - CPU World
อินเทลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2012 มีรายได้ 13.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 27% ถึงแม้ตัวเลขจะลดลง แต่ก็ออกมาตามที่นักวิเคราะห์ประเมินกันไว้ ทั้งนี้ยอดขายในส่วนธุรกิจพีซีลดลง 3% ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ลดลง 6%
ซีอีโอ Paul Otellini บอกว่าผลงานในไตรมาสที่ผ่านมาเป็นไปตามที่บริษัทคาดหวังไว้ ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น ซึ่งการเริ่มเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนในปีที่ผ่านมา ตลอดจนความพยายามเปลี่ยนธุรกิจพีซีอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้จะยังดำเนินต่อไปในปีนี้
ที่มา: อินเทล
จากข่าว อินเทลเปิดตัว Core Ivy Bridge รุ่นกินไฟ 7 วัตต์ จนสร้างความฮือฮา เพราะลดอัตราการใช้พลังงานจาก Core Ivy Bridge รุ่นก่อนหน้า (17 วัตต์) ลงมาเกินครึ่ง
ปรากฏว่าเว็บไซต์ Ars Technica ไปขุดเอกสารทางเทคนิคของอินเทลแล้วพบว่า ตัวเลข 7 วัตต์นี้ไม่ใช่ thermal design power หรือ TDP ที่ใช้อ้างอิงกันเป็นมาตรฐานในวงการ แต่เป็นวิธีการวัดแบบใหม่ของอินเทลที่เรียกว่า scenario design power หรือ SDP ที่วัดจาก "การใช้งานโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน" ต่างไปจากระบบ TDP ที่วัดค่าสูงสุด ทำให้ตัวเลข SDP น้อยกว่า TDP มาก
สำหรับ Core Ivy Bridge รุ่น Y มีตัวเลข TDP แบบดั้งเดิมอยู่ที่ 13 วัตต์ ลดลงมาระดับหนึ่งจากตัวเลข 17 วัตต์ แต่ไม่ถึงกับลดเกินครึ่งตามที่อินเทลโฆษณา
โฆษกของอินเทลออกแถลงการณ์ยอมรับว่าตัวเลขที่โฆษณาเป็น SDP จริง โดยอธิบายว่าเป็นวิธีการวัดค่าความร้อนที่เหมาะกับการใช้งานระบบสัมผัสสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ที่มา - Ars Technica, CNET
เว็บไซต์ The Verge ได้รับโอกาสทดลองเล่นเครื่อง Surface with Windows 8 Pro ก่อนการผลิตขายจริง สิ่งที่น่าสนใจมีดังนี้
- มุมเอียงของแท็บเล็ตเมื่อกางขาตั้งออกจะอยู่ที่ 26 องศา แทนที่จะเป็น 22 องศาตาม Surface RT
- ปากกาจะติดกับด้านข้างของตัวเครื่องด้วยแม่เหล็ก มีปุ่มสำหรับแทนการคลิกขวาของเมาส์ และมียางลบไว้ลบข้อมูลที่เขียนในแอพ ถึงไมโครซอฟท์พัฒนาปากกาเองไม่ใช่ของ Wacom แต่ก็ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนั้นผู้ใช้สามารถรับรู้ได้ว่าดึงปากกาออกจากตัวเครื่อง
- ระบบป้องกันฝ่ามือทำงานได้ดี ช่วยให้ผู้ใช้เขียนบนหน้าจอได้สะดวก
- พอร์ตชาร์จไฟได้รับการปรับปรุงจาก Surface RT โดยมีความแข็งแรงมากขึ้นและผู้ใช้สามารถรับรู้ได้ว่าเสียบหัวชาร์จกับตัวเครื่อง
อินเทลเพิ่งเปิดตัว Atom สำหรับอุปกรณ์พกพาชุดใหม่ไปได้ไม่กี่วัน Lenovo พันธมิตรที่เคยทำ Intel Phone เป็นรายแรกๆ ก็ออกมาเปิดตัว Lenovo K900 สมาร์ทโฟนพลัง Atom รหัส Clover Trail+ ตัวแรกแล้ว
สเปคของ K900 นอกจาก Atom Z2580 ที่เป็นดูอัลคอร์ส่วนอื่นๆ มีดังนี้ครับ
- หน้าจอ IPS 5.5" ความละเอียด 1080p
- รัน Android ไม่ระบุรุ่น
- กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/1.8
- หน่วยความจำภายใน 16GB (ใส่ micro SD ได้) แรม 2GB
K900 จะเริ่มขายในประเทศจีนช่วงเดือนเมษายน หน้าตาตัวเครื่องดูได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - Engadget
นอกจากอินเทลจะเผย Core รุ่นที่สี่ โค้ดเนม Haswell บริษัทได้โชว์ต้นแบบแท็บเล็ตที่มีหน้าจอ 13 นิ้วรองรับและการแสดงผล 1080p และ keyboard dock เข้าชุด ตัวแท็บเล็ตมีความหนา 10 มิลลิเมตร และคีย์บอร์ดหนา 7 มิลลิเมตร หน้าตาจะเป็นอย่างใดเชิญชมได้ที่ท้ายข่าว
อย่างใดก็ดี อินเทลไม่ยอมให้สื่อมวลชนและผู้เข้าชมสัมผัสเครื่องดังกล่าว และไม่บอกข้อมูลสเปคและบริษัทที่จะเอาดีไซน์เครื่องนี้ไปผลิตออกขาย บริษัทกล่าวเพียงว่าจะได้เห็นเครื่องนี้ออกสู่ตลาดในช่วง "back to school" ซึ่ง Engadget คาดว่าเราน่าจะได้เห็นเครื่องลักษณะนี้ในเดือนพฤษภาคมนี้
ที่มา: Engadget
นอกจากอินเทลกำลังซุ่มทำกล่องทีวีด้วยการตั้งแผนกลับขึ้นมาในชื่อ Intel Media วันนี้ในระหว่างแถลงกลางงาน CES 2013 อินเทลประกาศจับมือกับ Comcast ผู้ให้บริการสื่อ และอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ผลิตชิปเซ็ตสำหรับสตรีมรายการเคเบิล Xfinity ของ Comcast ได้โดยที่ไม่ต้องใช้เซ็ตท็อปอีกต่อไป
ชิปเซ็ตที่ว่านี้อินเทลเรียกมันว่า "home gateaway" ที่มีฐานเป็น Atom ซึ่งจะทำหน้ารับรองอุปกรณ์กับผู้ให้บริการเคเบิล และในอนาคตจะมีใช้ทั้งในอัลตร้าบุ๊ก สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมถึงพีซีด้วย
ในระหว่างนี้อินเทลมีแผนจะเพิ่มผู้ให้บริการเคเบิลอีก นอกจาก Comcast แล้วยังมีอีกเจ้าคือ Bouygues Telecom ในฝรั่งเศส ส่วนตัวชิปเซ็ตที่ว่าจะเริ่มส่งให้ผู้ผลิตได้ในช่วงปลายปีนี้ครับ
ที่มา - The Verge
นอกจาก Atom สำหรับอุปกรณ์พกพา อินเทลยังเผยรายละเอียดของซีพียูฝั่งพีซีดังนี้
Core รุ่นที่สาม Ivy Bridge แบบกินไฟ (TDP) เพียง 7 วัตต์ (ตามข่าวก่อนหน้านี้)
กลุ่มเป้าหมายคือ ultrabook ที่ต้องการออกแบบฮาร์ดแวร์ให้บางและเบากว่าเดิม ตลาดนี้จะแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มอุปกรณ์พกพาที่ใช้ Atom (2 วัตต์) และ Core Ivy Bridge รุ่นปกติ (15-17 วัตต์)
Ivy Bridge รุ่นนี้ส่งของให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์แล้ว และอินเทลบอกว่ามีสินค้ารอเปิดตัวมากกว่า 10 รุ่น หนึ่งในนั้นคือ Lenovo IdeaPad Yoga 11S ที่เปิดตัวไปแล้ว กับ ultrabook จาก Acer ที่ยังไม่เปิดตัว
อินเทลใช้เวที CES 2013 เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายอย่าง ข่าวนี้เฉพาะหน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์พกพาใต้แบรนด์ Atom นะครับ
- Atom Z2420 รหัส Lexington สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูก กินไฟต่ำ ทำงานที่ 1.2GHz คอร์เดียว, มี Hyper-Threading, รองรับวิดีโอ 1080p, มีชิปโมเด็ม Intel XMM 6265 รองรับ 3G HSPA+ และการใช้งานสองซิม, จีพียู Imagination PowerVR SGX540 (ตัวเดียวกับ iPhone 4) เบื้องต้นมีลูกค้าประกาศตัวแล้ว 3 รายคือ Acer, Lava (อินเดีย), Safaricom (เคนยา) เน้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก
- Atom Z2580 รหัส Clover Trail+ สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง เป็นซีพียูดูอัลคอร์, มี Hyper-Threading, จีพียูดูอัลคอร์, ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่า Medfield หรือ Atom Z2460 ในปัจจุบันสองเท่าตัว
- Bay Trail (ยังไม่มีเลขรุ่น) เป็น Atom ยุคหน้าที่ใช้การผลิตระดับ 22 นาโนเมตร (รุ่นปัจจุบัน 32 นาโนเมตร) และเป็น Atom รุ่นแรกที่รองรับควอดคอร์ มีประสิทธิภาพรวมดีกว่ารุ่นปัจจุบันสองเท่า มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยในตัว แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน กำหนดวางขายช่วงปลายปี 2013 กลุ่มเป้าหมายคือตลาดแท็บเล็ต โดยเฉพาะแท็บเล็ตวินโดวส์ที่จะมาชน Windows RT ของฝั่ง ARM
ที่มา - Intel, Gizmodo, Ars Technica
เราได้ยินข่าว อินเทลจะออกซีพียู Core รุ่นที่สาม Ivy Bridge รุ่นกินไฟต่ำ รหัส Y กันมาสักระยะ
วันนี้โฆษกของอินเทลเผยข้อมูลเบื้องต้นกับ CNET ว่าจะเปิดตัวซีพียู Ivy Bridge รุ่นพิเศษนี้ในงาน CES 2013 สัปดาห์หน้า ข้อมูลเท่าที่เปิดเผยคืออัตราการใช้พลังงานน้อยกว่า 10 วัตต์ เป้าหมายคือใช้กับอัลตร้าบุ๊ก แท็บเล็ต และอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างโน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต โดยให้สมรรถนะสูงกว่า Atom แต่กินไฟมากกว่าไม่เยอะนัก
อินเทลยังจะเผยรายละเอียดของซีพียูรุ่นถัดไปรหัส Haswell ในงานด้วยเช่นกัน
ที่มา - CNET
จากข่าวลือว่า อินเทลเตรียมบุกตลาดเคเบิลทีวีในฐานะ "ผู้ให้บริการ" ก็เริ่มมีข้อมูลเรื่องนี้หลุดออกมาอีกเรื่อยๆ ครับ
เว็บไซต์ GigaOm รายงานข้อมูลวงในว่าอินเทลแอบตั้งหน่วยธุรกิจชื่อ Intel Media ขึ้นมาอย่างเงียบๆ โดยแยกจากโครงสร้างบริษัทหลัก (และอาจแยกเป็นบริษัทลูกในอนาคต) ส่วนหัวหน้าของ Intel Media คือ Erik Huggers ซึ่งเคยมีผลงานด้านวิดีโอออนไลน์มาจาก BBC iPlayer
หน่วยงานนี้จ้างบุคคลภายนอกเข้ามาทำงานหรือจ้างบริษัทภายนอกแบบเอาท์ซอร์ส มากกว่าจะดึงพนักงานฝ่ายอื่นของอินเทลเข้ามาร่วมทีม และคนในอินเทลเองก็แทบไม่มีใครรู้ว่า Intel Media กำลังทำอะไรอยู่
งานหลักที่ Intel Media กำลังทำอยู่คือกล่องเซ็ตท็อปสำหรับทีวี และบริการวิดีโอออนไลน์ที่ใช้ได้บนแท็บเล็ต พีซี และมือถือด้วย อินเทลใช้วิธีซื้อสิทธิเนื้อหามาเองโดยตรงเพื่อการันตีความน่าสนใจให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง คาดว่าอินเทลจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้
ที่มา - GigaOm
เว็บไซต์ TechCrunch รายงานข่าววงในว่าอินเทลใกล้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านเคเบิลทีวีของตัวเอง ซึ่งจะหมายถึงว่าอินเทลกลายเป็น "ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีเสมือน" (virtual cable TV service แบบเดียวกับ MVNO ของวงการโทรศัพท์) ด้วย
อินเทลเล็งตลาดทีวีและกล่องเซ็ตท็อปมานานแล้ว และเคยพยายามเจาะตลาดนี้ร่วมกับกูเกิลด้วย Google TV แต่ก็ล้มเหลว ล่าสุดอินเทลจึงตัดสินใจบุกตลาดนี้ด้วยตัวเอง โดยพัฒนากล่องเซ็ตท็อปและเตรียมเปิดบริการเคเบิลทีวีเสียเองเลย
ตามข่าวบอกว่าระบบเคเบิลทีวีของอินเทลจะมีทั้งเนื้อหาจากเคเบิลระบบเก่า และเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ตตามสมัยนิยม โดยอินเทลจะเลือกเปิดบริการเฉพาะบางเมืองในสหรัฐเพื่อทดลองตลาดไปก่อน
ที่มา - TechCrunch








