Innovation

LED บนคอนแทคเลนส์

tags:

นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตันในกรุงซีแอทเทิล ได้พัฒนาคอนแทคเลนส์ที่สามารถวางแผงวงจรและ LED เข้าไปได้

เลนส์ที่ผลิตมานี้สามารถใช้ใส่ได้ปกติ จากการทดสอบกับกระต่ายที่ได้สวมเลนส์ชนิดนี้เป็นเวลา 20 นาทีแล้วยังไม่พบปัญหาแต่อย่างใด แม้ว่าตัวต้นแบบที่ได้นำไปทดลองนั้นจะมี LED สีแดงติดอยู่ด้วยก็ตาม แต่มันยังไม่ถูกใช้งานแต่อย่างใด

แต่หากสามารถใช้งานได้จริงในอนาคต เป็นไปได้ว่าเราสามารถที่จะเล่นอินเทอร์เน็ตหรือเช็คอีเมลล์โดยไม่ต้องมองจอภาพอีกต่อไปก็ได้ (ประมาณเรามีการมองเห็นแบบหุ่นใน The Terminator เลยล่ะ เห็นตัวหนังสือวิ่ง ๆ)

นอกจากนี้แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตาอีกด้วย ที่เลนส์ชนิดนีี้อาจจะมีส่วนช่วยในด้านใดด้านหนึ่ง

ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่อย่าเพิ่งหวังว่าจะได้ใช้มันในเร็ววันหรอก การทดลองนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ที่มา - C|net

โน้ตบุคบางที่สุดในโลกไม่ใช่ MacBook Air

tags:

The World’s Thinnest Laptop อาจจะเป็นเพียงแค่คำที่ใช้อ้างในการขาย MacBook Air จากแอปเปิลเท่านั้น เมื่อในความจริงแล้วโน้ตบุคที่บางที่สุดในโลกนั้นผลิตโดย Sharp

ในปี 2003 คอมพิวเตอร์รุ่น Actius MM10 Muramasa จาก Sharp เป็นคอมพิวเตอร์ที่บางที่สุด ที่มีความหนาอยู่ที่ 13.7 มิลลิเมตร โดยเครื่องมาพร้อมกับ 1 GHz CPU จาก Transmeta และแรมขนาด 256MB, ฮาร์ดดิสก์ขนาด 15 GB พร้อมกับ Wi-Fi

ถ้านับโน้ตบุค Pedion จากมิซูบิชิที่มีความหนา 18.3 มิลลิเมตรแล้วละก็ MacBook Air นั้นเป็นอันดับที่สาม อยู่ที่ 19.3 มิลลิเมตร

ที่จริงแล้ว Sharp นั้นเป็นบริษัทที่ผลิตหลาย ๆ อย่างเป็นรายแรก ที่คนมักจะลืมมันไป เช่น เครื่องคิดเลขที่ใช้จอ LCD เครื่องแรกของโลก และโทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปเครื่องแรกของโลกในปี 2000 แม้กระทั่งดินสอกดแท่งแรกของโลกเมื่อปี 1915

ที่มา - C|net News

ฮาร์ดไดรว์เลเซอร์... เร็วขึ้นอีก 100 เท่า

tags:

ผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์ทั้งหลายต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันมานานแล้วว่าต่อให้ระบบทุกอย่างจะดีและเร็วขึ้นมากเท่าไหร่ก็ตาม สุดท้ายมันก็จะมีคอขวดอยู่ที่ฮาร์ดไดรว์ที่ความเร็วส่วนใหญ่แล้วต่ำกว่า 10000 rpm

ล่าสุดนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Radboud Nijmegan ในเนเธอร์แลนด์ก็ได้เจอวิธีใหม่ที่ดีกว่าในการเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดไดรว์ที่เร็วขึ้นถึง 100 เท่า โดยใช้วิธีเขียนและอ่านข้อมูลด้วยลำแสงเลเซอร์แทนการใช้แม่เหล็กในการเขียนและอ่านข้อมูลไบนารี

แน่นอนเทคโนโลยีใหม่นี้ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือการเขียนข้อมูลในลักษณะนี้จะทำให้เกิด "ร่องรอย" (footprints) บนตัวดิสก์ที่ขนาดกว้างกว่า 5 ไมครอน ซึ่งมากกว่าการใช้แม่เหล็กมาก ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ทางทีมงานค้นคว้าและวิจัยก็กำลังพยายามที่จะลดขนาดให้เหลือเพียง 10 นาโนเมตร คาดว่าภายในสิบปีข้างหน้านี้คงได้มีการใช้เทคโนโลยีนี้มาทดแทนอย่างแพร่หลายแน่นอน

ที่มา - Science Mag

ใบพัดลมรูปทรงเลียนแบบธรรมชาติ

tags:

เป็นเวลาหลายสิบปีที่เราใช้ใบพัดลมเพดานที่มีใบพัดสามถึงห้าปีก มีความเร็วในการหมุนให้เลือกได้หลายระดับ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราลืมพัฒนาสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของพัดลมเพดานไป นั่นก็คือลักษณะและรูปทรงของใบพัดนั่นเอง

ใบพัดลมที่เลียนแบบรูปทรงของฝักของต้น Sycamore ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทจากประเทศออสเตรเลียนั้น ได้รับการออกแบบมาให้มีความสวยงามแปลกตา และให้สามารถบังคับทิศทางลมได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าพัดลมนี้จะมีใบพัดเพียงใบเดียว

นวัตกรรมชิ้นนี้สามารถให้แรงลมได้เท่ากับพัดลมที่เราใช้กันอยู่ ในขณะที่มีความเร็วในการหมุนที่ต่ำกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เกิดเสียงรำคาญน้อยลง และประหยัดพลังงานมากขึ้น

ผมว่าถ้าเข้ามาไทยแล้วราคาไม่แพง จะซื้อมาใช้เองไม่ก็ไปถวายวัดที่ใช้พัดลมบ่อยๆ

ที่มา - Gizmodo, TreeHugger

กล้องแคปซูลเพื่อการถ่ายภาพในช่องทางเดินอาหาร

tags:

บริษัท Given Imaging Ltd. จากประเทศอิสราเอลได้ทำการออกสินค้าชนิดใหม่ ชื่อว่า PillCam™ ESO2 ซึ่งเป็นแคปซูลที่บรรจุกล้องภายในทั้งด้านหัวและท้ายเพื่อใช้ในทางการแพทย์

กล้องขนาดเล็กนี้สามารถถูกกลืนได้โดยคนไข้ และสามารถถ่ายภาพที่สำคัญทางการแพทย์ในระหว่างที่มันเดินทางอยุ่ในช่องอาหารของผู้ป่วย จากนั้นภาพถ่ายที่ถ่ายได้นั้นจะถูกส่งกลับไปยัง Sensor Arrays ที่ติดอยู่กับหน้าอกของผู้ป่วยด้วยความเร็ว 18 เฟรมต่อวินาที ซึ่งเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์แก่แพทย์ในการรักษา และต่อตัวคนไข้เองในการเข้าใจโรคที่เกิดขึ้น

แคปซูลดังกล่าวมีจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทในเครือ Johnson and Johnson

สงสัยว่ามันจะนำมารียูสได้ไหม ถ้าได้ละก็ผมไม่ใช้จริงๆนะ

ที่มา - Wired, Medgadget

เครื่องใช้ไฟฟ้าจะเย็นลง และประหยัดไฟยิ่งขึ้น

tags:

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ (University of Utah) ได้พัฒนาอุปกรณ์ที่จะช่วยเปลี่ยนพลังงานความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเป็นคลื่นเสียง และจากนั้นจึงทำการแปรสภาพเสียงนั้นกลับเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้

ในการทดลอง ผู้คิดค้นได้ทำการแปลงพลังงานความร้อนไปเป็นพลังงานเสียง โดยผ่านเครื่องมือ thermoacoustic ชนิดหนึ่งซึ่งเมื่อให้ความร้อนแก่อุปกรณ์ชิ้นนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคลื่นความถี่เสียงความถี่หนึ่งเช่นเดียวกับคลื่นความถี่ของขลุ่ย

เมื่อนำความถี่ที่ได้ไปใช้กับเครื่องมือประเภท piezoelectric แรงดันที่เกิดจากความถี่ของเสียงนั้นจะถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เราต้องการ

ผู้วิจัยได้กล่าวอีกว่าคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนี้จะไม่เป็นมลพิษทางเสียง เพราะว่าความดังของเสียงจะลดลงเนื่องจากพลังงานเสียงส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า และเมื่อเครื่องมือมีขนาดเล็กลงระดับหนึ่ง คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจะเป็นเสียงในระดับ ultrasonic ซึ่งมนุษย์จะไม่ได้ยิน

ในบทสัมภาษณ์ได้มีการพูดถึงการนำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาใช้กับคอมพิวเตอร์แลปท็อปอีกด้วย

คิดไปคิดมาแล้วเครื่องนี้อาจจะไล่ยุงได้เป็นของแถม

ที่มา - U of Utah News Center

Site Search

 
Web blognone.com

Poll