Science
ซูเปอร์โนวาที่อายุน้อยที่สุดในทางช้างเผือก
Submitted by Mr.JoH
on 16 May, 2008 - 02:15.
tags:
นักดาราฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไรนา เสตท (North Carolina State) ได้ค้นพบซูปเปอร์โนวา (Supernova) ที่มีอายุน้อยที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก การค้นพบดังกล่าว ช่วเบิกทางให้นักดาราศาสตร์เข้าใจการระเบิดของดวงดาวได้ดียิ่งขึ้น
ดร.สตีเฟน เรย์โนลด์ (Dr.Stephen Reynolds) และลูกทีม ได้ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายของเทหวัตถุ ที่มีชื่อว่า G1.9+0.3 ที่ถูกถ่ายไว้ในปี 2007 โดยดาวเทียมรังสีเอ็กส์จันทรา (Chandra X-Ray Observatory) นำมาเปรียบเทียบกับภาพที่เคยถูกถ่ายไว้ในปี 1985 โดยเครือข่ายกล้องวิทยุขนาดยักษ์ VLA (Very Large Array radio Telescope)
ไม่เพียงภาพถ่ายจากดาวเทียมจันทราเท่านั้น ที่ยืนยันการค้นพบดังกล่าว บรรดานักวิทยาศาสตร์หลายคน ได้พบว่า ซูปเปอร์โนวาดังกล่าว มีขนาดเพิ่มขึ้น 16% ภายในเวลาเพียง 22 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยยืนยันการค้นพบดังกล่าว
บทความดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal Letters
สำหรับหลายคนที่สงสัยว่าซูปเปอรโนวาคืออะไร ? ซูปเปอร์โนวา คือการระเบิดของดวงดาวที่หมดสิ้นอายุไข โดยจะเกิดการสว่างวาบขึ้นมาเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ จางหายไป ในระหว่างการะเบิด ก็จะมีการปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาล นอกจากพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ดวงดาวที่ระเบิด ยังมีการปลดปล่อยมวลสารของดาวดังกล่าวออกมาอีกด้วย ซึ่งหลังจากการระเบิด ก็จะกลายเป็นแหล่งให้กำเนิดดวงดาวดวงใหม่ต่อไปเป็นวัฏจักร อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเต็มๆ อ่านได้ที่ วิกิ
การฝึกสมองอาจจะช่วยให้ฉลาดขึ้นได้จริงๆ
Submitted by Whistend on 14 May, 2008 - 01:42. tags:งานวิจัยล่าสุดจากคณะจิตวิทยามหาวิทยาลัยมิชิแกน อาจจะเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงว่าการฝึกสมองช่วยให้เราฉลาดขึ้นได้จริง (ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นความเชื่อซะมากกว่าครับ เพราะไม่มีงานวิจัยรองรับ)
งานนี้เรียกว่าสร้างความตื่นเต้นได้มากพอสมควรครับ เพราะงานวิจัยที่ผ่านๆมา ไม่มีงานไหนเลยที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า ผลจากการฝึกอย่างหนึ่งสามารถส่งผ่านไปยังการทดสอบอีกแบบหนึ่งได้ เช่นฝึกในแบบฝึก A ก็จะทำแบบฝึก A เก่งขึ้น แต่พอไปทำแบบฝึก B ก็ง่อยพอๆกับคนไม่เคยฝึกแบบฝึก A มาก่อน
แต่ในงานวิจัยนี้พบว่าการฝึก “ความทรงจำเฉพาะหน้า” (แบบฝึก A) สามารถส่งผลต่อการทดสอบ “ความเฉลียวฉลาดแบบยืดหยุ่น” (แบบทดสอบ B) ได้ครับ และผลทดสอบที่เพิ่มขึ้นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับปริมาณการฝึกด้วย (ยิ่งฝึกเยอะยิ่งทดสอบได้คะแนนเพิ่มขึ้นเยอะ)
นักวิทยาศาสตร์สร้างเอมบริโอมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมขึ้นแล้ว
Submitted by molecularck
on 13 May, 2008 - 11:02.
tags:
นักวิทยาศาสตร์สร้างเอมบริโอมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้สอดใส่ยีนเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์เข้าไปในเอมบริโอ ซึ่งหลังจากนั้นเอมบริโอจะถูกทำลายใน 5 สัปดาห์ต่อมาจากโปรตีนที่แสดงออก ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกของการยีนยันการดัดแปลงยีนในมนุษย์
งานวิจัยครั้งนี้ทำมาต่อจากการทำ เอมบริโอมนุษย์ ผสมสัตว์ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวถูกตั้งคำถามทางจริยธรรมมากมายว่าเหมาะสมหรือไม่ ทางนักวิจัยอ้างว่าการสอดใส่ยีนอื่นลงไปเป็นเพื่อการตอบคำถามสมมติฐาน เพื่อนำไปใช้ในการหาทางรักษาโรค และนักวิจัยยังยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เอมบริโอโตได้ โดยหลังจากวิจัยเอมบริโอจะถูกทำลายภายในไม่กี่อาทิตย์ และจะไม่ยอมให้มีการฝังตัวอ่อนในผู้หญิงเด็ดขาด
แต่การที่เอมบริโอถูกดัดแปลงพันธุกรรมแล้วนั้น จะสามารถถ่ายทอดยีนที่ป้องกันโรคต่อไปในประชากรรุ่นหลังได้ ซึ่งการดัดแปลงนี้จะทำประโยชน์ให้มากมายแก่มนุษย์
ที่มา - blog.wired.com
ประชากรโลกทะลุหลัก 6,666,666,666
Submitted by mk
on 10 May, 2008 - 16:10.
tags:
จำนวนประชากรโลกโดยประมาณของ World POPClock Projection (เป็นสถิติของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ) ทะลุหลัก 6,666,666,666 คนไปเรียบร้อยแล้วในวันนี้ (ดูตัวเลขปัจจุบัน) ด้วยอัตรานี้ตำราเรียนคงต้องเปลี่ยนจาก 6 พันล้านมาเป็น 7 พันล้านคนในอีกไม่นาน ประชากรโลกผ่านหลัก 6 พันล้านคนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1999
และที่สอดคล้องกันโดยบังเอิญ จำนวน IPv4 ที่ว่างอยู่ ลดลงต่ำกว่า 666,666,666 ในวันนี้เช่นกัน จำนวนล่าสุดดูได้ที่ IPv4 Exhaustion Counter
จำนวนประชากรในประเทศไทย ตัวเลขของกรมการปกครอง ณ ธันวาคม 2007 คือ 63,038,247 คน ส่วนตัวเลขเดือนมีนาคม 2008 ของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ คือ 65,493,000 คน
จำนวน node ใน Blognone เองก็เกือบแตะ 7777 แล้ว ใครจะได้ไปต้องติดตามชม
ที่มา - Slashdot
ไอคิวเพิ่มได้จากการทำงาน
Submitted by Whistend on 6 May, 2008 - 22:19. tags:งานวิจัยจาก Duke University เผยว่า แม้ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะมีไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน ถ้าเลือกงานถูกก็จะทำให้ไอคิวสูงขึ้นได้
งานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบค่า IQ ของผู้เข้าร่วมจำนวน 1,036 คน ระหว่าง IQ ตอนอายุ 20 ต้นๆ (โดยใช้ข้อมูลจากการทดสอบไอคิว ตอนเข้าประจำการกองทัพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) กับ IQ ในปัจจุบัน (50 ปีให้หลัง) และทำการเปรียบเทียบลักษณะงานที่ทำหลังจากปลดประจำการ พบว่ากลุ่มที่ทำงานที่ต้องอาศัยสติปัญญา (เช่นงานที่ต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการจัดระบบ รวมถึงงานที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ) และงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คน มี IQ เพิ่มขึ้น ในขณะทีกลุ่มที่ทำงานใช้แรงงานจะมี IQ ต่ำลง
ทั้งนี้นอกจากจะมี IQ สูงขึ้นแล้ว กลุ่มที่ทำงานแบบใช้่สมอง มีความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม (เช่นโรคอัลไซเมอร์) น้่อยลงด้วย
ที่น่าสนใจก็คือ IQ ที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับค่า IQ ตั้งต้น คือ แม้แต่กลุ่มที่มี IQ ตอนหนุ่มๆอยู่ในช่วงต่ำสุด (อยู่ใน fourth quartile) ถ้าไปทำงานที่ต้องใช้สมอง ก็ยังมีค่า IQ สูงขึ้นขนาดติดอันดับต้นๆ และมีสมองที่มีสุขภาพดีได้
แบบนี้สินะครับ ที่เขาเรียกว่า “หัวเราะทีหลังดังกว่า” :)
ที่มา: Time
บทคัดย่อ: วารสาร Neurology
จำลองซูปเปอร์โนวาด้วยซูปเปอร์คอมพิวเตอร์
Submitted by molecularck
on 5 May, 2008 - 01:14.
tags:
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกจะใช้เวลาประมวลผล 22 ล้านชั่วโมงต่อหนึ่งหน่วยการประมวล ฟิสิกส์ของการระเบิดของดวงดาว โดยทีมงานจะใช้เครื่อง Blue Gene/P ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ ห้องทดลองแห่งชาติ Argonne เพื่อวิเคราะห์รูปแบบ 4 แบบของซุปเปอร์โนวา รวมถึงการสร้างภาพจำลองของการเผาไหม้ด้วยไฟเทอร์โมนิวเคลียร์ของดาวแคระขาว โดยเวลาที่ได้ระบุข้างต้นเป็นการคำนวนของ กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาด้วย โปรแกรม INCITE
การเผาไหม้บนดาวแคระขาวอาจเริ่มเกิดขึ้นโดยการเผาไหม้เอง (deflagration) หรือ เกิดการระเบิดขึ้น (detonation) “ลองจินตนาการถึงสระที่เต็มไปด้วยน้ำมันแล้วขว้างไม้ขีดไฟเข้าไป การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในสระคือการเผาไหม้แบบ deflagration ส่วนแบบ detonation ก็เหมือนถือระเบิดที่จุดแล้วไว้ในมือ แล้วปล่อยให้มันระเบิด” กล่าวโดย Jordan
ในรูปแบบจำลอง ของแฟลชเซ็นเตอร์ (Flash center) การเผาไหม้เองจะเริ่มที่แกนกลางของดาว การเผาไหม้นี้ก่อให้เกิดจุดร้อนของเถ้าถ่านที่จำนวนน้อยมากที่จะลอยขึ้นมาจากแรงยกตัว ซึ่งคล้ายกับ สไตโรโฟม(Styrofoam)ที่จมในอ่างน้ำ
ที่มา - จาก foosci.com โดย slashdot.com
นาโนมอเตอร์ที่เร็วที่สุดมาแล้ว
Submitted by molecularck
on 2 May, 2008 - 15:01.
tags:
ก้าวกระโดดที่ใหญ่มากสำหรับการทำนาโนแมชชีน เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอริโซน่า ได้พัฒนานาโนมอเตอร์แบบใหม่ที่มีพลังมากว่าแบบเดิมถึง 10 เท่าและจะตีพิมพ์ลงวารสาร ACS Nano ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
ในการศึกษาครั้งนี้นักวิจัยได้มองนาโนมอเตอร์แบบเก่าที่เรียกว่า “catalytic nanomotors” ซึ่งมีทอง ทองคำขาวเป็นสายไฟขนาดนาโน และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นพลังงาน แต่มอเตอร์นี้มีการวิ่งที่ช้ามากและประสิทธิภาพต่ำที่จะใช้ เพราะวิ่งได้แค่ 10 ไมโครเมตรต่อวินาที ด้วยการพัฒนาคาร์บอนนาโนทูบขึ้นมาทำให้กลุ่มนักวิจัย ได้นำคาร์บอนนาโนทูบใส่เข้าไปใน ทองคำขาวเมื่อดูถึงประสิทธิภาพพบว่ามีกำลังเร่งถึง 60 ไมโครเมตรต่อวินาที เมื่อเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาเป็นไฮดราซีน (เชื้อเพลิงจรวด) สามารถเร่งความเร็วขึ้นไปได้อีกจนอยู่ที่ 94 - 200 ไมโครเมตรต่อวินาที
ซึ่งการวิจัยชิ้นนี้เข้าใกล้การสร้างวัตถุที่มีพลังงานเป็นของตัวเองระดับนาโนในการขนส่งต่าง ๆ
ที่มา - จาก foosci.com โดย Physorg.com
อ้างอิง - ภาพวิดีโอการวิ่ง
ต้นฉบับ - Carbon-Nanotube-Induced Acceleration of Catalytic Nanomotors
Pixie dust: ผงมหัศจรรย์ช่วยงอกนิ้ว
Submitted by ds2kGTS on 1 May, 2008 - 22:12. tags:นาย Lee Spievak ชายวัย 69 ผู้สูญเสียนิ้วไปจากอุบัติเหตุกลับมามีนิ้วงอกสมบูรณ์อีกครั้งจากการใช้ผงมหัศจรรย์ pixie dust
หลังจากที่ถูกใบพัดของเครื่องบินจำลองเฉือนนิ้วหายไป 1/2” โดยไม่สามารถหาชิ้นส่วนส่วนที่ถูกตัดเพื่อนำกลับมาต่อใหม่ได้ นาย Lee แทบจะสิ้นหวัง แต่โชคดีที่น้องชายของเขาซึ่งทำงานอยู่ในวงการ regenerative medicine ได้ส่งผงมหัศจรรย์ดังกล่าวมาให้เพื่อใช้โรยที่แผลเพื่อการรักษา สี่สัปดาห์หลังจากนั้นนิ้วของเขาก็กลับมามีสภาพสมบูณ์ดังเดิม
Pixie dust (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Extracellular matrix) ทำมาจากเนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะสุกร มีคุณสมบัติช่วยสร้างเนื้อเยื่อแทนที่จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ถูกคิดค้นจากห้องแล็บของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก
ในอนาคตเราคงจะได้เห็นการใช้งานผงมหัศจรรย์นี้เพื่อรักษาผู้ป่วยในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้หญิงงดอาหารเช้ามีโอกาสได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย
Submitted by molecularck
on 23 April, 2008 - 16:05.
tags:
งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Exeter และ Oxford เผยสุภาพสตรีที่ลดความอ้วนหรืองดอาหารเช้าเป็นประจำ มีสิทธิ์ได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย ซึ่งงานนี้ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร journal Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences
งานวิจัยชิ้นนี้เผยให้เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างลักษณะการรับประทานอาหารของสุภาพสตรีมีผลต่อเพศทารกที่จะเกิดมา โดยหามารดารับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงจะมีผลให้ได้เพศชาย งานวิจัยนี้เป็นการอธิบายว่าทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วทำไมถึงมีทารกเพศชายเกิดมาน้อยกว่า ซึ่งนั้นเกิดจากสตรีในประเทศนั้นนิยมทานอาหารไขมันต่ำ ซึ่งในประเทศอุตสาหกรรมมีผลที่บอกว่า จะมีเด็กชายเกิดแค่ 1 ใน 1000 ทารกที่เกิดมาเท่านั้น
การที่มนุษย์งดอาหารเช้าทำให้เกิดภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งระดับน้ำตาลจะเป็นตัวกำหนดเพศอีกด้วย (โครโมโซมของเพศชายจะกำหนดเพศทารก) หากระดับน้ำตาลสูงแล้วจะทำให้ตัวอ่อนที่มีโครโมโซม XY อยู่รอดได้ แต่หากระดับน้ำตาลต่ำ ตัวอ่อนเพศชายจะไม่สามารถเจริญได้ ซึ่งทำให้ภาวะนี้เหมาะกับการเจริญของตัวอ่อนเพศหญิงแทน แต่กลไกที่แท้จริงยังคงต้องศึกษาต่อไป
การศึกษานี้ศึกษาโดยคุณแม่ท้องแรกจำนวน 740 คน โดย 56% ที่รับอาหารแคลลอรี่สูงจะได้เพศชายเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานอาหารแคลลอรี่ต่ำจะมีเพียง 45% และเมื่อดูถึงวิวัฒนาการก็สอดคล้องกันว่าเพศชายจำเป็นต้องได้พลังงานมากกว่าเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
งานวิจัยนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนในอนาคตถึงการเปลี่ยนแปลงของเพศชายต่อเพศหญิง ในประเทศที่พัฒนาแล้วว่าจะมีเพศหญิงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้งานวิจัยเก่ายังบ่งชี้ว่ามลภาวะ และสารเคมียังมีผลต่อเพศอีกด้วย
ที่มา -foosci.com
ต้นฉบับ - reuters.com
เก็บไฮโดรเจนด้วยซิลิคอนนาโนทิวบ์
Submitted by Mr.JoH
on 22 April, 2008 - 00:06.
tags:
ในหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งเชื่อกันว่า การใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ (Carboon Nanotube) น่าจะเป็นความหวังใหม่ในการกักเก็บไฮโดรเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell)
แต่จนถึงปัจจุบัน การพัฒนาคาร์บอนนาโนทิวบ์ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ในการใช้กักเก็บไฮโดรเจน ทำให้ความต้องการที่ใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ยังคงมีความจำเป็นต่อไป
นักวิจัยชาวจีน Dapeng Cao ได้เสนอความคิดที่จะใช้ ซิลิคอนนาโนทิวบ์ (Silicon Nanotube) แทนที่จะเป็นคาร์บอนเหมือนแต่ก่อน โดยข้อมูลจากการจำลองโครงสร้างทางโมเลกุล พบว่า การใช้ซิลิคอนจะสามารถกักเก็บไฮโดรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ โดยเป็นการเปรียบเทียบ ในภาวะการใช้งานของเซลล์เชื้อเพลิงในปัจจุบัน
แต่ถึงอย่างไร ข้อเสนอนี้ก็ยังเป็นแค่แบบจำลอง ยังคงต้องรอการพิสูจน์ในทางปฏิบัติต่อไป
ปฏิบัติการพายุปักกิ่ง: เป้าหมายของจรวดคือฝน
Submitted by molecularck
on 11 April, 2008 - 14:09.
tags:
จีนเตรียมใช้ปืนใหญ่ยิงจรวดและเครื่องบินรบในการป้องกันพิธีเปิดโอลิมปิกจากฝน ซึ่งการทำครั้งนี้หวังว่าจะช่วยทำให้เมฆนั้นกระจายตัว ก่อนที่ฝนนั้นจะทำให้บุคคลสำคัญระดับสูงซึ่งจะชมพิธีเปิดอยู่ในส่วนที่ไม่มีหลังคาเรียกว่ารังนกนั้นตัวเปียก
เจ้าหน้าที่ของจีนเชื่อว่ามีโอกาสกว่า 47% ที่ฝนจะตกในวันที่ 8 สิงหาคมซึ่งเป็นวันจัดพิธีเปิดพอดี และ 6% คาดว่าจะตกเป็นห่าใหญ่ และจะพยายามให้เมฆที่ก่อตัวนั้นคลายความชื้นก่อนถึงปักกิ่งให้ได้ ทีมงานมากกว่า 100 ชีวิตที่ประจำอยู่ 21 สถานีรอบ ๆ เมืองจะมีเวลาเตือนล่วงหน้า 10 นาทีก่อนที่จะยิงจรวดและปืนใหญ่ที่บรรจุ ซิลเวอร์ ไอโอได (Silver Iodide) ซึ่งจะไปทำให้ฝนนั้นตกก่อนที่จะถึงสนามได้ และ จะมีเครื่องบินรบ 3 ลำ เตรียมพร้อมที่จะโปรยตัวเร่งเพื่อให้ฝนตกจากกลุ่มเฆมนั้น
ทางการจีนลงอัดฉีดงบเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะไป 500,000 เหรียญเพื่อทำให้ฝนตกมา 5 ปีแล้ว และจะลองทดสอบในเดือนมิถุนายนและกรกฏาคมนี้
หัวหน้าศูนย์ดัดแปลงสภาพอากาศจีนเชื่อว่าทีมงานของเธอสามารถป้องกันฝนที่ตกปรอย ๆ ได้แน่นอน แต่อาจไม่มีพลังที่จะไปต่อสู้กับฝนระดับพายุได้แน่นอน
เธอหวังว่าพระเจ้าคงจะไม่ส่งฝนมาวันนั้นเลย
ที่มา - foosci.com via reuters.com
นักฟิสิกส์สามารถจำลองการเกิดพายุบนดาวพฤหัสไว้บนฟองสบู่ได้
Submitted by phys_pucca on 11 April, 2008 - 12:37. tags:นักฟิสิกส์สามารถจำลองการเกิดพายุบนดาวพฤหัสไว้บนฟองสบู่ได้ โดยสามารถทำให้เกิดได้แม้กระทั่ง “จุดแดงยักษ์” (จุดสีแดงที่เห็นได้อย่างชัดเจนบนดาวพฤหัส) การจำลองดังกล่าวใช้หลักการพาความร้อน หรือการถ่ายเทความร้อนภายในระบบที่เป็นของไหล ทีมวิจัยได้รายงานไว้ใน Physical Review Letters ฉบับวันที่ 7 เมษายน 2008 ไว้ว่าเมือพวกเขาได้ให้ความร้อนที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรของฟองสบู่ และทำให้ขั้วของฟองสบู่เย็นลง พลศาสตร์ภายในฟองสบู่ที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะคล้ายกับรูปแบบการพาความร้อนบนผิวของดาวพฤหัสเป็นอย่างมาก เจ้าฟองสบู่พายุนี้ยังสามารถช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพลศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศโลกและใ้ต้ผิวโลกได้เช่นกัน
ตามไปดูรูปสวยๆได้จากที่มานะครับ
ที่มา - ScienceNOW, Original Paper form PRL “Thermal Convection and Emergence of Isolated Vortices in Soap Bubbles”
ใครว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้?
Submitted by Whistend on 11 April, 2008 - 03:54. tags:งานวิจัยล่าสุดระบุว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้จริงๆครับ… ด้วยการใช้เงินนั้นเพื่อคนอื่น หรือบริจาคให้กับการกุศล
งานวิจัยดังกล่าว (ตีพิมพ์ในวารสาร Science ฉบับวันที่ 21 มีนาคม 2008) ระบุว่า จากการสำรวจรายได้ และการใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 632 คน พบว่าการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับระดับความสุข คือการใช้จ่ายเพื่อสังคม (เช่นซื้อของขวัญให้คนอื่น หรือบริจาคให้การกุศล) ซึ่งพบว่ามีผลในระดับที่ใกล้เคียงกับการได้ขึ้นเงินเดือนเลยทีเดียว และเมื่อทำการเปรียบเทียบระดับความสุขก่อนและหลังได้รับโบนัสของพนักงานบริษัทจำนวน 16 คน พบว่ากลุ่มที่ใช้เงินโบนัสส่วนใหญ่เพื่อคนอื่น ก็มีความสุขเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ใช้จ่ายเพื่อตัวเอง
ยังไม่จบแค่นี้ครับ… ทีมวิจัยทีมเดิม จาก Harvard Business School และ University of British Columbia,Vancouver ยังได้ทดลองต่อ โดยการสุ่มให้เงิน 5$ หรือ 20$ กับนักศึกษาจำนวน 46 คน
แล้วบอกให้กลุ่มแรกเอาไปใช้ซื้อของให้ตัวเอง และอีกกลุ่มให้เอาไปซื้อของให้เพื่อน
ซึ่งก็ได้ผลว่า กลุ่มที่ถูกมอบหมายให้เอาไปซื้อของให้เพื่อน มีระดับความสุขสูงกว่ากลุ่มที่ใช้เงินเพื่อตัวเองเช่นกัน
ที่น่าสนใจก็คือ ระดับความสุขที่เพิ่มขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนเงินที่ได้รับ หรือจำนวนที่ใช้ไป
แปลว่าแค่ได้ใช้เงินเพื่อคนอื่นก็ช่วยเพิ่มความสุขได้แล้วครับ จะมากหรือน้อยไม่สำคัญ
ปล. ใครอ่านข่าวนี้แล้วอยากมีความสุขก็ส่งเงินมาให้ผมได้นะครับ :P
ที่มา: Nature News, Scientific American
บทคัดย่อ: Science: Spending Money on Others Promotes Happiness
นักวิทยาศาสตร์เกือบกักเก็บแอนติอะตอมได้แล้ว
Submitted by Tiggs Boson on 9 April, 2008 - 01:30. tags:แอนติอะตอมที่พูดถึงนี้ คือแอนติอะตอมแบบง่ายๆ อย่างแอนติไฮโดรเจนอะตอมครับ แอนติอะตอมคืออะตอมเวอร์ชันปฏิสสาร ฉะนั้น แอนติไฮโดรเจนอะตอมจึงประกอบไปด้วย แอนติโปรตอน และโพสิตรอนอย่างละหนึ่งตัวครับ
ปัญหาหนึ่งอยู่ที่แอนติโปรตอน เพราะต้องผลิตมาจากการยิงอนุภาคชนกันด้วยพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค เวลาจะนำมารวมกับโพสิตรอนจึงต้องทำให้พลังงานลดลงก่อน แล้วกักตัวทั้งสองไว้ในกับดักให้ two become one …
กับดักที่ว่า (Penning trap) ใช้ได้กับอนุภาคที่มีประจุอย่างเดียวครับ เมื่อแอนติโปรตอนประจุลบ รวมกับโพสิตรอนประจุบวกแล้ว ทั้งสองก็จะหนีกันออกมาได้ เพราะเป็นกลางทางไฟฟ้า และยังมีพลังงานจลน์สูงอยู่จากแอนติโปรตอน แต่ไปไหนไม่ได้ไกลก็ไปชนเข้ากับผนังของอุปกรณ์ที่ทดลองซึ่งเป็นสสารปกติ พากันสูญสลายหายไปทั้งคู่สสารและปฏิสสารครับ (annihilation) กลายเป็นอนุภาคอื่นๆ ขึ้นมาแทน
แพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบผ่านทางช่องคลอด
Submitted by Whistend on 6 April, 2008 - 01:04. tags:เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551 ทีมศัลยแพทย์จาก University of California San Diego Medical Center ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบผ่านทางช่องคลอดของผู้ป่วย เป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา (ข่าวไม่ได้ระบุว่าเคยมีที่ประเทศอื่นมาก่อนรึเปล่าครับ)
โดยเทคนิคในการผ่าตัดนี้มีชื่อว่า “NOTES” (Natural Orifice Translumenal Endoscopic Surgery; การผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องภายใน ผ่านทางช่องเปิดตามธรรมชาติ) ซึ่งกระบวนการก็ตรงตัวตามชื่อครับ คือเป็นการผ่าตัดโดยการสอดกล้องเข้าไปทางช่องเปิดตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ช่องปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก แล้วเจาะรูผ่านทางช่องเปิดนั้นๆเพื่อเข้าสู่ช่องท้อง แล้วทำการผ่าตัดที่อวัยวะเป้าหมาย (เช่นไส้ติ่ง หรือถุงน้ำดี)
ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนี้มีข้อดีคือไม่ต้องผ่าเปิดช่องท้อง หรือผ่าแผลเล็กมากๆในระดับไม่กี่มิลลิเมตร เพื่อสอดกล้องเข้าไปช่วยบอกตำแหน่งเื้ท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลง และสร้างความเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัดตามปกติ (เมื่อให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดครั้งนี้ให้คะแนนความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจาก 1-10 ปรากฏว่าเธอให้คะแนนแค่ 0.5-1 คือแทบไม่รู้สึกอะไรเลย) และนอกจากนั้นยังช่วยให้ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลงด้วย
ปล. งานนี้ผู้หญิงได้เปรียบผู้ชายครับ เพราะท่อปัสสาวะของท่านชายมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะสอดกล้องเข้าไปได้ เลยมีช่องเปิดให้สอดกล้องเข้าไปได้น้อยกว่าผู้หญิง 1 ช่อง (ฮา)
(จะว่าไป ถ้าเกิดผ่าผ่านทางทวารหนัก แล้วเกิดเย็บช่องที่เจาะไว้ไม่ดี ของเสียทะลักเข้าช่องท้องนี่คงสยองดีพิลึกนะครับ…)
ที่มา: Science Daily
รายละเอียดเพิ่มเติมของเทคนิค NOTES: Nature Clinical Practice (โหลด PDF มาอ่านได้ฟรีครับ)




