กูเกิลเปิดตัวโครงการ Solve for X ซึ่งเป็นการระดมนักวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการ นักประดิษฐ์ นักคิด ฯลฯ มาเสนอวิธีการแก้ปัญหายากๆ ของโลก ("X") ด้วยเทคโนโลยีแขนงต่างๆ
อธิบายง่ายๆ มันคือ TED Talk เวอร์ชันของกูเกิล โดยกูเกิลจัดงาน Solve for X เมื่อสัปดาห์ก่อน เชิญคนดังจากทั่วโลกมาร่วมเสวนาปัญหาต่างๆ และอัดวิดีโอการพูดของแต่ละคนไว้เผยแพร่บนเว็บ
บนเว็บไซต์ของ Solve for X อธิบายว่ามันเป็นส่วนผสมของ 1) การแก้ปัญหาใหญ่ๆ ยากๆ ด้วย 2) วิธีการที่นอกกรอบ และ 3) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่เหลืออ่านต่อกันเองจากเว็บไซต์หรือ Google+
ตัวอย่างคนดังที่มาพูดในงานนี้และเคยเป็นข่าวใน Blognone ได้แก่ Nicholas Negroponte แห่งโครงการ OLPC และ Mary Lou Jepsen แห่งบริษัท Pixel Qi
ที่มา - Official Google Blog
- 10 comments
- 762 reads
- Read more
หลุมอุกกาบาตนี้ถูกค้นพบอยู่บริเวณทะเลทรายซาฮาร่า และการค้นพบครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการพบหลุมอุกกาบาตที่สภาพดีที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา โดยหลุมอุกกาบาตนี้ชื่อว่า Kamil ผู้ค้นพบคือนักวิจัยชาวอิตาลี และเขาได้ใช้โปรแกรมที่เรารู้จักกันดีอย่าง Google Earth ในการสำรวจ
หลุมอุกกาบาตนี้มีขนาดกว้างที่สุดอยู่ที่ 147 ฟุต(45 เมตร) และ ลึกที่สุดที่ 52 ฟุต(16 เมตร) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหลุมอุกกาบาตนี้เกิดจากอุกกาบาต ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.2 ฟุต(1.3 เมตร) พุ่งเข้าชนพื้นโลกด้วยความเร็ว 8,000MPH (12,875 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ต่างประหลาดใจก็คือ โดยปกติหลุมอุกกาบาตจะถูกกัดเซาะจากสภาพแวดล้อมและกาลเวลา แต่ในกรณีของหลุมอุกกาบาต Kamil นั้นกลับยังคงสภาพของรูปทรงชามไว้ได้ คือมีการกระเซ็นของหินโดยรอบๆ ลายกระเซ็นแบบนี้เรียกว่า รังสี ejecta ซึ่งโดยปกติแล้วจะเห็นได้บ่อยบนดาวเคราะห์และดวงจันทร์ แต่ไม่พบบนโลก
ที่มา - Gizmodo
- 35 comments
- 6693 reads
- Read more
นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ไม่เพียงแต่อ่านคำพูดจากปาก ยังสามารถบอกความแตกต่างของแต่ละภาษาได้อีกด้วย
นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย Anglia พัฒนาเทคโนโลยีนี้โดยคำนวนจาก การขยับปากของผู้ทดสอบจำนวน 23 คน ซึ่งสามารถพูดได้สองภาษาถึงสามภาษา
โดยเจ้าเครื่องที่ว่านี้สามารถระบุภาษาพูดในแต่ละภาษาได้อย่างแม่นยำมาก อีกทั้งยังสามารถระบุถึงคำของภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อาระบิก, จีนกลาง, จีนกวางตุ้ง, อิตาลี, โปแลนด์และรัสเซีย
"นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่มีเทคโนโลยีในการอ่านริมฝีปากอัตโนมัติ และเป็นการยินยันได้ว่าเมื่อคนเราพูดในภาษาที่แตกต่างกัน เราก็จะใช้รูปแบบในการขยับปากที่ต่างกันออกไป โดยตัวอย่างที่เราพบบ่อยเช่น การห่อปากของชนชาวฝรั่งเศส และการใช้ลิ้นที่โดดเด่นของชนชาวอาระบิก" ศาสตราจารย์ Stephen Cox กล่าว
โดยการค้นพบครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับคนหูหนวก, กฏหมาย, ทหารที่ประจำการอยู่ในต่างแดน รวมไปถึงการวิจัยคำทำนาย
ที่มา : CNET
- 13 comments
- 2099 reads
The International Earth Rotation and Reference Systems Service ได้ออกมาประกาศว่าในปีนี้จะต้องมีการเพิ่มหนึ่งวินาทีเข้าไปในวันสุดท้ายของปีก่อนจะนับขึ้นปีใหม่ นั่นหมายความว่าปีนี้จะนานกว่าปีอื่นขึ้นอีก 1 วินาที
เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งบอก Happy New Year ใคร ณ เวลา 23:59:59 แต่ให้บอกเวลา 23:59:60 แทน หลังจากนั้น วินาทีถัดไปจะกลายเป็น 00:00:00
สาเหตุของการที่ต้องเพิ่มเข้าไปอีก 1 วินาทีนั้น เกิดจากความเร็วในการหมุนรอบตัวของโลก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้บน Wikipedia ครับ
การเพิ่ม Leap Second หรือเพิ่มวินาทีเข้าไปในปีไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และทำกันมาหลายรอบแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปลายปี 2005
ที่มา - Slashdot
- 8 comments
- 3795 reads
DZero เป็นโครงการทดลองด้านฟิสิกส์พลังงานสูง (High-energy physics) ต้องพึ่งพาการประมวลผลสมรรถนะสูงเพื่อคำนวณงานประเภท Simulation ที่มีจำนวนมากถึง 60,000 -100,000 งานต่อสัปดาห์ และงานทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปประมวลผลยังเครือข่ายกริด * ที่มีคอมพิวเตอร์กระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆถึง 23 แห่ง โดยในอดีตนั้น DZero ประสบปัญหาจากการที่เครือข่ายกริดดังกล่าวไม่มี storage สำหรับจัดเก็บข้อมูลขาเข้า (input data) ของงานที่จะนำไปประมวลผล ที่แล้วมา DZero จะแก้ปัญหาโดยส่งข้อมูลขาเข้าจากหน่วยงานของผู้ใช้ไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางที่อยู่ในเครือข่ายกริด ซึ่งจะมีการขนส่งข้อมูลขาเข้าเช่นนี้ทุกครั้งที่งานต้องการข้อมูล แต่มีปัญหาที่ตามมา คือ ความล้มเหลวในการประมวลผลของงานมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก เพราะเครือข่ายระหว่างหน่วยงานของผู้ใช้ที่ DZero กับเครือข่ายกริดเป็นเครือข่ายแวนที่มีความเร็วและความน่าเชื่อถือต่ำ ทำให้เกิดโอกาสที่ข้อมูลขาเข้าส่งไปที่งานไม่ทันตามกำหนดเวลา (ช่วงเวลา time-out) แล้วเป็นผลให้การประมวลผลของงานนั้นล้มเหลวไปด้วย
- 7 comments
- 2978 reads
- Read more
สาวชาวจีนต้องติดคุกเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากที่ศาลตัดสินว่าผิดจริงในการพยายามที่จะลักลอบส่งเทคโนโลยีที่เป็นความลับสูงเกรดทางทหารกลับไปสู่จีน
Qing Li ยังถูกปรับอีก 7,500 ดอลลาร์สหรัฐหลังได้วางแผนที่ผิดกฎหมายในการส่ง accelerometer ที่ใช้วัดคลื่นกระแทกกลับสู่ประเทศจีน accelerometer ผลิตโดยบริษัทในแคลิฟอเนียชื่อว่า Endevco ซึ่งถูกออกแบบให้กับกองทัพสหรัฐ และมีข้อกำหนดทางศุลกากรว่าห้ามส่งออกโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศ(State Department) Qing ถูกจับหลังจากปฏิบัติการติดตามในระหว่างเมษายนถึงตุลาคมปีที่แล้ว เมื่อเธอติดต่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ไม่เปิดเปิดเผยตัวและเจ้าหน้าที่ทางกฏหมายในการส่ง accelerometer กลับเมืองจีน
ศาลสหรัฐได้ตัดสินว่า Qing ได้ร่วมมือกับชายที่ชื่อ Wang ที่ต้องการเทคโนโลยีนี้เพื่อหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะในจีน
ที่มา - .physorg.com
- 10 comments
- 3237 reads
บทความนี้เป็นตอนแรกของซีรีย์ “เครื่องเร่งอนุภาค LHC กุญแจไขความลับของจักรวาล” ความยาว 2 ตอน เป้าหมายหลัก ก็คือ ทำความเข้าใจให้กับคนทั่วไป ว่าเครื่องเร่งอนุภาค LHC ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนหวาดวิตกกัน
สำหรับตอนแรก จะปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเร่งอนุภาคและรายละเอียดของ LHC ก่อน ส่วนตอนที่ 2 จะเป็นสรุป, ข้อคิดเห็น และผลที่ได้รับจากการเดินเครื่อง LHC ในวันที่ 10 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยข้อมูลในบทความนี้ ผมจะยึดแนวทางจาก LHC the guide เป็นหลัก ใครสนใจก็สามารถไปหาฉบับเต็มมาอ่านกันได้
- 9807 reads
- Read more
จากข่าว Large Hadron Collider จะกลายเป็นเครื่องมือล้างโลก? ความเป็นห่วงในความปลอดภัยของ LHC (เดินเครื่อง 10 กันยายนนี้) มีมากจนทำให้ทางศูนย์วิจัย CERN เจ้าภาพต้องออกมาสยบความเคลื่อนไหว
นอกจากหน้าเว็บอธิบายเรื่องความปลอดภัยตามปกติแล้ว CERN ยังสปอนเซอร์ให้ศิลปินแร็ปกลุ่มหนึ่งชื่อ Alpinekat เข้าไปถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลงแร็ปที่อธิบายการทำงานของเครื่อง LHC ด้วย โดย CERN คงหวังว่าจะเข้าถึงวัยรุ่นที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ได้มากขึ้น (แต่ผมดูแล้วคิดว่ามันยังยากอยู่ดีนะ)
วิดีโอดูได้ด้านใน
ที่มา - Engadget
- 14 comments
- 27014 reads
- Read more
หลังๆ บ้านเราเริ่มมีกระแสดาราเรียนดีกันมากขึ้น แต่คงมีน้อยคนที่จะรู้ว่า Brian May มือกีต้าร์วงควีนอันโด่งดังนั้นทำวิทยานิพนธ์ด้านดาราศาสตร์มาตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา โดยงานวิจัยของเขาได้รับการตีพิมพ์ในบทความที่ชื่อ A Survey of Radial Velocities in the Zodiacal Dust Cloud
รายงานฉบับนี้เป็นการรายงานการศึกษาแสง Zodiac ที่พบได้ในแถบเหนือเส้นศูนย์สูตร โดยเป็นการศึกษาผลจากการบันทึกค่ากว่า 250 ครั้งในช่วงปี 1971 ถึง 1972 และจากการตีพิมพ์รายงานฉบับนี้ทำให้ Brian May ได้สำเร็จตามหลักสูตรของ Imperial College แห่งกรุงลอนดอนแล้วในที่สุด
แถวนี้อาจจะมีคนทำวิทยานิพนธ์อยู่หลายคน เอาเป็นว่าสามสิบปีก็ยังไม่สายครับ
ที่มา - PhysOrg
- 32 comments
- 4238 reads
ใครจำภาพยนตร์เรื่อง Gattaca ได้ไหม ที่คนนิยมเลือกคู่เดทจากยีนที่ดีสุด ในวันนี้มันมีการเริ่มต้นในราคาที่ถูกแล้ว โดยบริษัทที่ชื่อว่า GenePartner (บริษัทแรกที่ทำชื่อ scientificmatch แต่ราคาแพงมากถึงเกือบ 2000 ดอลลาห์สหรัฐ)
บริษัทที่ว่าตั้งอยู่ใน สวิตส์เซอร์แลนด์ โดยใช้เงินเพียง 199 ดอลลาห์สหรัฐ (ราคาเท่าไอโฟนแต่ได้คู่เดทมาแทน อาจติดสัญญาตลอดชีวิต) ซึ่งราคาถูกกว่าบริษัท 23andMe ที่มีราคา 1000 ดอลลาห์สหรัฐ ในการหาคู่ที่เหมาะสมกับคุณ ด้วยการใช้สถิติ บริษัทวิเคราะห์คู่มากกว่า 100 คู่และคาดการณ์รูปแบบทางพันธุกรรมที่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการมีความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ ด้วยการอิงจากอัลกอลิทึมและดีเอ็นเอของผู้ใช้บริการ บริษัทจะคำนวนหาความน่าจะเป็นในความพอใจและความสัมพันธ์อันยืนยาวของคู่ที่จับให้
บริษัทจะทำการเก็บดีเอ็นเอจากตัวอย่างน้ำลาย โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า buccal swab ซึ่งจะส่งตรงถึงบ้านของผู้ใช้บริการ ข้างในนั้นมีคำแนะนำให้ทำตาม ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเก็บดีเอ็นเอจากกระพุงแก้มได้อย่างง่ายดาย เสร็จแล้วเก็บตัวอย่างใส่ซองที่จ่าหน้าถึงบริษัท และรอผล
บริษัทจะทำการหาคู่จากแหล่งหาคู่และมีบริการที่ให้ผู้ใช้บริการได้เห็น คู่ที่เหมาะกับตนเอง ถ้าดีเอ็นเอตรงกัน ไม่ต้องห่วงว่าจะผิดกฏหมาย เพราะที่สวิตส์เซอร์แลนด์ไม่มีกฏหมายเรื่องการเก็บดีเอ็นเอ
ที่มา - Techcrunch
ปล. มีใครสนใจเปิดบริษัทแบบนี้กับผมไหม ผมสามารถจับคู่ทางดีเอ็นเอได้นะ
- 16 comments
- 2044 reads
นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาได้เปิดห้องสมุด ห้องใหม่ที่เป็นของยีนมนุษย์ในวิกิพีเดีย โดยจะมีมนุษย์มากกว่า 25,000 ยีนในจีโนมทั้งหมด และมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ 9,000 บทความ ที่จะเข้าไปอยู่ในหน้า Gene Wiki ซึ่งเป็นโครงการของ Genomics Institute ใน Novartis Research Foundation ที่ซานดิเอโก แคลิฟอเนีย
โดยเป้าหมายของโครงการนี้อยู่ที่การให้จุดเริ่มต้นของแต่ละยีนที่ตรงกัน ซึ่งหลังจากนั้นข้อมูลจะถูกเติมเพื่อให้ทันสมัยโดยชุมชน ตามแบบฉบับของวิกิพีเดีย
ในขณะที่นักวิจัยจากโรงพยาบาลบอสตันและฮาร์วาร์ดจะควบคุมงานทางอินเทอร์เนตเพื่องานวิจัย และเพื่อติดตามการระบาดของโรค และ HealthMap.org จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล จัดระเบียบและแจกจ่ายข้อมูลของการระบาดของโรคลงในหน้าสนทนาออนไลน์หรือผ่านข่าวทางอินเทอร์เนต
โดยเว็บไซด์จะมีบทบาทสำคัญในการบ่งชี้ถึงข้อมูลการตรวจพบโรคล่าสุดและสนับสนุนการกระตุ้นให้ระวังการระบาดของโรค ได้ให้ข้อมูลปัจจุบันและข้อมูลการระบาดของท้องถิ่นได้
ที่มา - physorg.com
- 4 comments
- 2720 reads
ต่อไปนี้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจะทำงานปลอดภัยขึ้น เพราะสามารถตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยจากระยะ 100 เมตรได้ โดยใช้อุปกรณ์เลเซอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยจาก Oak Ridge National Laboratory
ระบบดังกล่าวใช้หลักการ quantum cascade ซึ่งจะสร้างแสงเลเซอร์ออกมาในช่วงความถี่ย่าน infrared เมื่อเลเซอร์กระทบกับวัตถุที่มีสารเคมีจากวัตถุระเบิดปนเปื้อนอยู่ ก็จะเกิดการกระจายของแสง แสงบางส่วนจะสะท้อนกลับ และถูกตรวจจับโดยผลึกควอตซ์ แล้วเปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้เป็นคลื่นเสียง ซึ่งสามารถแยกแยะได้ว่าระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดชนิดใด
ถ้าได้มาให้ทหารทางใต้ใช้ก็ดีสิเนอะ
ที่มา Discovery
- 4 comments
- 2301 reads
นักสำรวจพบว่าฤดูร้อนของ Antarctica ที่ผ่านมา มีลูกเพนกวินแข็งตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในตอนกลางวันซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็ง เกิดฝนตกอย่างหนัก ทำให้ลูกเพนกวินที่ยังไม่มีขนที่สามารถกันน้ำได้เปียกโชก เมื่อกลางคืนมาเยือน อุณหภูมิจะต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้ลูกเพนกวินที่ยังคงเปียกอยู่แข็งตาย
และแน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งก็เกิดจากภาวะโลกร้อน (อีกแล้ว)
เพราะฉะนั้นก็ช่วยกันลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกกันด้วยนะครับ
ที่มา National Geographic
- 30 comments
- 4414 reads
100 ปีหลังเหตุการณ์การระเบิดที่ทุ่ง Tunguska ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าโลกยังไม่มีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับหายนะดังกล่าว
การระเบิดที่ทุ่ง Tunguska กินอาณาบริเวณ 2,000 ตารางกิโลเมตร มีความรุนแรงเทียบเท่าระเบิดปรมาณูที่ Hiroshima 200 ลูก ซึ่งอาจมีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน หากการระเบิดนี้เกิดในเมืองใหญ่
ทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายเหตุการณ์นี้คือ เกิดจากอุกกาบาตชนโลก หรือระเบิดขณะอยู่ในอากาศเหนือพื้นที่ดังกล่าว
ปัจจุบันยังไม่มีแผนการในการตรวจจับวัตถุในอวกาศในระยะที่ไกลพอจะผักมันออกจากวิถีที่จะชนกับโลกได้ ซึ่งในแต่ละวันจะมีวัตถุจากนอกโลกขนาดเล็กๆ เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกรวมกันประมาณ 100 ตัน นอกจากนี้ NASA ได้ทำการจัดกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นอันตรายกับโลกไว้ 959 ดวง ทั้งหมดมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 150 เมตร และห่างจากโลกไม่เกิน 7.5 ล้านกิโลเมตร
และจากสถิติที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยทุกๆ 300 ปีจะมีอุกกาบาตขนาดกลางพุ่งชนโลกหนึ่งครั้ง
หากอุกกาบาตพุ่งสู่พื้นโลก ก็จะเกิดฝุ่นควันขนาดใหญ่ปิดบังแสงอาทิตย์ และเกิดฝนกรด หากพุ่งลงทะเลก็จะเกิดคลื่นยักษ์ Tsunami
ดูเหมือนเราจะกำลังเจอทั้ง The Core, The Day After Tomorrow และ Deep Impact
ที่มา National Geographic
- 23 comments
- 2238 reads
ผลการศึกษาใหม่พบว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นเปลือกโลก (liquid metal) ลึกลงไป 3,000 กิโลเมตร กำลังทำให้สนามแม่เหล็กในบางภูมิภาคของโลกอ่อนลง
นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าความผันผวนของสนามแม่เหล็กโลกกำลังเกิดขึ้นในหลายภูมิภาค โดยในปี 2003 นักวิทยาศาสตร์พบความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กในแถบออสเตรเลีย และปี 2004 ในแถบแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ข้อมูลจากดาวเทียมยังแสดงให้เห็นว่าบริเวณทางตะวันออกของประเทศบราซิล มีระดับสนามแม่เหล็กต่ำกว่าส่วนอื่นของโลกในละติจูดเดียวกัน
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของการกลับทิศของสนามแม่เหล็กโลกในไม่ช้า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังต้องจับตามองต่อไป
ที่มา National Geographic
- 19 comments
- 1338 reads









