นักพัฒนาซอฟต์แวร์บน Android กลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจนโยบายของกูเกิล รวมตัวกันตั้ง "สหภาพนักพัฒนา" (Android Developers Union) และยื่นข้อเรียกร้องให้กูเกิลปรับเปลี่ยนนโยบาย 7 ข้อ ถ้าไม่เกิดผลก็จะถอนแอพของตัวเองออกจาก Android Market ไปยังร้านขายแอพอื่นๆ หรือไม่ก็ขายผ่านเว็บแทน
ในบล็อกของ Android Developers Union สมาชิกคนหนึ่งระบุว่าตัวเองหารายได้จากการขายแอพเป็นหลัก เขาพบปัญหาว่าแอพโดนถอดจาก Market โดยไร้สาเหตุ และการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของกูเกิลก็ทำได้ยากมาก ได้รับแต่ข้อความอัตโนมัติ ไม่มีคนจริงๆ มาตอบแต่อย่างใด
ปีสองปีให้หลังนี้ ข่าวกูเกิลแจกอุปกรณ์ให้นักพัฒนาเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (ตอนนี้คนที่ไปงาน Google I/O คงคาดหวังว่าจะได้อะไรสักอย่างกลับบ้านแน่) แต่ล่าสุดกูเกิลขยายขอบเขตการแจกของไปยังงานของคนอื่นๆ แล้ว
ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาด้านการพัฒนาเกม Game Developers Conference 2011 ซึ่งกำลังจัดอยู่ในขณะนี้ที่ซานฟรานซิสโก จะได้รับ Motorola XOOM หรือ Nexus S กลับบ้าน โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องเข้าฟังห้องที่บรรยายเทคนิคการสร้างเกมบน Android ด้วย
ที่มา - Engadget
ข่าวฮาๆ ท่ามกลางกระแสข่าวแอปเปิลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงนี้ครับ
นักพัฒนาชื่อ Andrew Vos มีไอเดียแปลกๆ น่าสนใจ เขาเขียนโค้ดแกะ commit message หรือข้อความหมายเหตุขณะโพสต์โค้ดขึ้นไปบนเว็บ GitHub ซึ่งเป็นแหล่งรวมโค้ดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สรายใหญ่แห่งหนึ่ง สิ่งที่เขาอยากดูก็คือ มี "คำหยาบ" หรือ "คำสบถ" มากน้อยแค่ไหน ผลก็คือคำว่า shit เป็นแชมป์
Andrew Vos ยังได้แยกสถิติตามโครงการที่ใช้ภาษาโปรแกรมต่างๆ สรุปข้อมูลได้ว่าโปรแกรมเมอร์ภาษา C++, JavaScript, Ruby "ติดคำหยาบ" มากที่สุด
ที่มา - Andrew Vos ผ่าน ReadWriteWeb
โนเกียส่งอีเมลถึงนักพัฒนาที่เข้าร่วมโครงการ Nokia Launchpad (เครือข่ายนักพัฒนาของโนเกีย เหมือนกับพวก MSDN ต้องเสียเงินค่าสมาชิกแต่ตอนนี้เปิดฟรี 1 ปี) ว่าจะแจกมือถือให้นักพัฒนาคนละ 2 เครื่อง
มือถือเครื่องแรกคือ Nokia E7 รุ่นท็อปของสาย Symbian ณ ปัจจุบัน ส่วนมือถืออีกตัวคือมือถือ Windows Phone 7 ตัวแรกของโนเกีย ซึ่งจะส่งให้ทันทีที่วางจำหน่าย (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร) นอกจากนี้ยังมีของแจกอื่นๆ อย่างบัตรเข้างาน Nokia Developer Summit และ support ticket ฟรี เป็นต้น
ในอีเมลฉบับนี้ โนเกียยังย้ำความสำคัญของ Symbian ด้วยประโยคเดิมว่า "เราจะขาย Symbian อีก 150 ล้านเครื่อง"
ที่มา - SlashGear
Peter Verterbacka แห่งบริษัท Rovio ผู้สร้างเกม Angry Birds ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Tech Marketing พูดหลายประเด็นที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมมือถือ
เขาเล่าว่า Rovio อยู่ในอุตสาหกรรมเกมบนมือถือมานาน ทำเกมมาแล้ว 50 กว่าเกม ไม่ใช่เพิ่งทำเกมแรกแล้วดังเลย ทีมงานที่ทำ Angry Birds มีด้วยกัน 12 คน แต่ตอนนี้ Rovio มีพนักงานเกิน 50 คน ซึ่งขยายตัวมากในปีนี้ เขาบอกว่าเกมคู่แข่งอย่าง Cut the Rope ก็เป็นทีมที่เคยสร้างเกมมานานเช่นกัน
ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่าตอนนี้ WP7 มีนักพัฒนาเข้ามาลงทะเบียน 15,000 คน เพิ่มจากเมื่อต้นเดือนที่มี 13,000 คน เพิ่มขึ้น 15% ในเดือนเดียว และเทียบกับเดือนกันยายนแล้วโต 80%
ส่วนแอพ ตอนนี้มี 2,500 ตัว และตั้งเป้า 3,000 ตัวภายในสัปดาห์นี้
ที่มา - WinRumors
เป็นที่รู้กันดีว่าไมโครซอฟท์ต้องการให้เกิดแอพฯ บน WP7 เป็นจำนวนมากที่สุด เพื่อให้แข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ และกลยุทธ์ของไมโครซอฟท์ก็ตรงไปตรงมาคือควักเงินจ่ายให้ทำเลย
เว็บไซต์ GigaOm ได้ข้อมูลเรื่องนี้มาพอสมควรครับ
เป็นที่รู้กันว่านักพัฒนา Android ทำเงินจากการขายโปรแกรมได้ไม่เท่ากับ iOS (ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ระบบการจ่ายเงินหรือการละเมิดลิขสิทธิ์) จนทำให้นักพัฒนาบางกลุ่มเลี่ยง Android ด้วยเหตุนี้
แต่มีนักพัฒนาคนหนึ่งเปิดเผยว่า เขาได้เขียนโปรแกรมแจกฟรีบน Android ทั้งหมด 6 ตัว และหารายได้จากการโฆษณาทั้งหมด (นับตามคลิก) โปรแกรมของเขาไม่ใช่โปรแกรมยอดนิยมบน Android Market แต่เขาพบว่ารายได้ของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 4.92 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ มาเป็น 1,059.31 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม (สูงสุดอยู่ที่ 1,545.45 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน)
เขาบอกว่ารายได้ยังไม่เยอะขนาดเลี้ยงตัวเองได้จากการเขียนแอพอย่างเดียว แต่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราที่น่าสนใจ ตัวเลขอย่างละเอียดดูกันตามลิงก์นะครับ
ที่มา - KreCi
บริษัทโฆษณาบนมือถือ Millennial Media ได้สำรวจความคิดเห็นของนักพัฒนาโปรแกรมบนมือถือ ว่าสนใจแพลตฟอร์มใดบ้างทั้งในปีนี้และปีหน้า
แพลตฟอร์มสำหรับปี 2010: iPhone (30%), Android (23%), iPad (21%), RIM (12%) และ Windows Mobile (6%)
แพลตฟอร์มสำหรับปี 2011: Android (29%), Windows Phone 7 (20%), iPad (20%), RIM (12%) และ iPhone (8%)
ที่มา - ReadWriteWeb
แอปเปิลแจก iOS 4.2 ตัวจริง (Gold Master) ให้นักพัฒนาทดสอบแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะนำรุ่นนี้ส่งเป็นอัพเดตแก่ผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งตามปกติเป็นหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้
ของใหม่ในรุ่น Gold Master ได้แก่
- ตัวปรับระดับเสียงใน multitasking bar
- ปุ่มสร้างบัญชี Apple ID ในหน้า Mobile Me
- ใช้ฟีเจอร์ AirPlay ได้จากโปรแกรม YouTube
- ผู้ปกครองสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ได้มากขึ้น
ที่มา - App Advice
หนังสือพิมพ์ The New York Times มีสกู๊ปเกี่ยวกับนักพัฒนาโปรแกรมบนมือถือ โดยรวมคือนักพัฒนาสนใจ Android กันมากขึ้นมาก ปัจจุบันมีโปรแกรมเกือบ 1 แสนตัว นักพัฒนา 270,000 คน แต่ก็ยังมีปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ
- การจ่ายเงินเพื่อซื้อโปรแกรมใน Android Market ยังจำกัด ซึ่งเกิดจากประเทศที่รองรับน้อย และการจ่ายเงินบังคับใช้ Google Checkout ทำให้นักพัฒนาเปลี่ยนไปหาเงินจากโฆษณาแทน (ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Angry Birds ที่ให้โหลดตัวเต็มฟรี)
- ปัญหาเรื่อง fragmentation ของฮาร์ดแวร์ที่ต่างกันมาก ทำให้การทดสอบโปรแกรมยุ่งยากมาก
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal มีสกู๊ปเรื่องความยากลำบากของ RIM ในการดึงดูดนักพัฒนาให้มาสร้างแอพฯ ขายบน BlackBerry ส่วนหนึ่งก็เพราะระบบของ RIM เอง
นักพัฒนาหลายเจ้าบอกว่า RIM ให้การสนับสนุนการสร้างแอพฯ ก็จริง แต่การหาเงินจากโปรแกรมทำได้ยากมาก ตัวอย่างของบริษัท Widality บอกว่าถ้าลูกค้าจะซื้อโปรแกรม ต้องลบโปรแกรมเวอร์ชันฟรีก่อน แล้วเข้าเว็บเพื่อซื้อโปรแกรมตัวเต็ม โหลดข้อมูลเข้าไปใหม่ ส่วนการจ่ายเงินก็ต้องใช้ PayPal เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Widality บอกว่าระบบการจ่ายเงินแบบใหม่ของ BlackBerry AppWorld จะช่วยให้บริษัททำเงินจากการขายโปรแกรมได้มากขึ้น
โนเกียเร่งจูงใจนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สร้างโปรแกรมมาขายใน Ovi Store โดยหั่นค่าลงทะเบียนนักพัฒนาจากเดิม 50 ยูโร ลงมาเหลือแค่ 1 ยูโร จ่ายเพียงครั้งเดียวได้ตลอดชีพ ไม่ต้องจ่ายซ้ำทุกปี การหั่นราคาครั้งนี้ทำให้ Ovi Store ถือว่ามีค่าลงทะเบียนถูกที่สุดในหมู่ร้านขายโปรแกรมบนมือถือ (ดูตารางประกอบ)
โนเกียยังเผยสถิติการดาวน์โหลดโปรแกรมบน Ovi Store เพื่อชักจูงนักพัฒนามากขึ้น เช่น ยอดดาวน์โหลด 2.5 ล้านครั้งต่อวัน, ประเทศที่ใช้งาน Ovi Store ได้ทั้งหมด 190 ประเทศ, ประเทศที่ซื้อโปรแกรมได้ 170 ประเทศ (รวมประเทศไทย)
ที่มา - The Handheld Blog
ค่าย Qualcomm คงอยากให้มือถือที่ใช้ซีพียู Snapdragon ของตัวเองมีแอพพลิเคชันใช้เยอะๆ โดยเฉพาะวงการ augmented reality (AR) ที่เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มพัฒนา
Qualcomm เริ่มจากแจก AR SDK for Android เพื่อให้พัฒนาโปรแกรม AR ได้ง่ายขึ้น ตัว AR SDK ทำงานได้บนสามระบบปฏิบัติการหลัก (ต้องมี Android SDK และ Android NDK อยู่ก่อน)
ลำดับถัดมา Qualcomm ยังจัด 2010 Augmented Reality Developer Challenge เพื่อประกวดโปรแกรมที่สร้างจาก AR SDK ผู้ชนะอันดับหนึ่งรับเงินรางวัล 125,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.8 ล้านบาท)
ที่มา - TechCrunch
STEM (ย่อมาจาก science, technology, engineering and math) เป็นโครงการส่งเสริมด้านการศึกษาของสหรัฐ ซึ่งมีพาร์ทเนอร์ร่วมมือหลายราย มองว่าเกม (ทั้งเกมคอมพิวเตอร์และเกมที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์) เป็นเครื่องมือสำคัญต่อการเรียนรู้ของเยาวชนอเมริกัน จึงได้จัดการประกวดออกแบบเกม National STEM Video Game Challenge ขึ้น
การประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับคือ ระดับเยาวชน (เกรด 5-8) ซึ่งรับทั้งเกมกระดาษและเกมคอมพิวเตอร์ที่สร้างด้วยเครื่องมือออกแบบเกมฟรีบนอินเทอร์เน็ต และระดับนักพัฒนาซึ่งมีโจทย์ให้ออกแบบเกมบนมือถือสำหรับเด็กเล็ก
รางวัลเพียบทั้งในแง่ตัวเงินและโอกาสพัฒนาธุรกิจ ที่สำคัญโครงการ STEM ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโอบามา ว่ามันจะช่วยให้คนอเมริกันมีความสามารถด้านนวัตกรรมได้ดีขึ้น
ที่มา - Tom's Guide
เมื่อแผนการขาย Nexus One ผ่านหน้าเว็บของกูเกิลล้มเหลว บริษัทก็หันมาขาย Nexus One กลับมาในฐานะ Developer Phone แต่สถานการณ์รอบนี้กลับต่างออกไป เพราะผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ Nexus One ล็อตแรกก็ขายหมดเกลี้ยง
ตอนนี้กูเกิลกำลังสั่งให้ HTC ผลิตเครื่องล็อตใหม่ให้อยู่ ซึ่งกูเกิลบอกเพียงแค่ว่า HTC บริหารชิ้นส่วนได้ดี แม้ว่าจอ AMOLED จะขาดตลาดก็ตาม (ไม่ได้พูดว่าล็อตใหม่ใช้จอ Super LCD หรือไม่)
ที่มา - Android Developer Blog, CNET
คำถามที่ผมได้รับเรื่อยๆ หลังจากเขียนบทความเกี่ยวกับ AppUp Center เรื่อยมาคือสามารถพัฒนาในภาษาใดได้บ้าง ในประเด็นนี้แม้ตัว AppUp จะไม่ได้กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องพัฒนาด้วยภาษาใด แต่ตัว SDK นั้นก็รองรับเพียงภาษา C/C++ เท่านั้น ส่วนถ้าใครจะพัฒนาด้วยภาษาอื่นก็ต้องไปเขียน binding ของแต่ละภาษากันเอาเอง แต่วันนี้ทาง BaKno Games ผู้ผลิตเกมบน AppUp รายหนึ่งก็ได้ประกาศเปิดแพลตฟอร์ม AppAble ให้ใช้งานได้ฟรี
AppAble 2.0 เป็นการพอร์ต AppUp SDK ไปยังภาษาอื่นๆ ได้แก่ UnityPro, Run Revolutions, C# (.NET), Python, Ruby, Java, และ Flash
ทุกวันนี้เราเห็นโปรแกรมและแพลตฟอร์มต่างๆ แข่งกันสร้าง ecosystem ของตัวเองจนเป็นเรื่องปกติ (รายแรกๆ คือ Firefox นะครับ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็น iPhone) ล่าสุดเป็นคิวของ µTorrent โปรแกรม BitTorrent ชื่อดัง
µTorrent ได้เปิด API สำหรับโปรแกรมเสริมจากภายนอก โดยโครงการนี้มีชื่อว่า Project Griffin อนุญาตให้สร้าง app ที่เขียนด้วย HTML/JavaScript สำหรับเพิ่มความสามารถให้กับ µTorrent
เท่านั้นยังไม่พอ µTorrent ยังแจก SDK สำหรับการนี้ ใช้ชื่อว่า Apps for BitTorrent SDK และจัดประกวด App Developers Challenge เพื่อจูงใจนักพัฒนาด้วย เงินรางวัลอาจไม่มากแค่ 1,000 ดอลลาร์ แต่ก็น่าสนใจทีเดียว
ที่มา - BitTorrent
วันนี้ข่าวไมโครซอฟท์จะเยอะหน่อยเพราะไมโครซอฟท์จัดงาน และมีการออกซอฟต์แวร์หลายตัว
อันนี้เป็นคิวของ Windows Phone 7 ที่ใกล้ถึงเวลาออกรุ่นจริงเต็มที โดยหลังจากเปิดรุ่น CTP ออกมาก่อนหน้านี้ วันนี้ไมโครซอฟท์ก็ออกรุ่นเบต้าของ Windows Phone Developer Tools แล้ว (มันคือ SDK ที่เรียกชื่อให้พิสดารขึ้นไปอีกนั่นเอง)
สงครามมือถือที่ร้อนแรง โดยเฉพาะคู่ iPhone vs Android ซึ่งเห็นได้บ่อยๆ ว่าทั้งสองค่ายต่างขุดตัวเลขมาบลัฟกัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนโปรแกรมหรือจำนวนนักพัฒนา
แต่การสำรวจล่าสุดของเว็บไซต์ AppStoreHQ ซึ่งมีฐานข้อมูลของโปรแกรมบนมือถือจำนวนมาก ได้ตัวเลขออกมาดังนี้
- นักพัฒนาบน iOS 43,185 ราย
- นักพัฒนาบน Android 10,199 ราย
- นักพัฒนาทั้งสองแพลตฟอร์ม 1,412 ราย
แม้ว่าตัวเลข 1,412 จะดูน้อยเมื่อเทียบกับยอดรวม แต่ทาง AppStoreHQ ได้วิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วย และพบว่านักพัฒนากลุ่มนี้คือรายใหญ่อย่าง Gameloft, Facebook, AOL, Amazon, Warner Brothers, Yelp, Intuit, PayPal และ The New York Times
ที่มา - AppStoreHQ





