SMS
สหรัฐห้ามข้าราชการส่ง SMS ขณะขับรถ
Submitted by mk on 5 October 2009 - 08:55ช่วงหลังๆ เราเริ่มได้ยินข่าวประเทศต่างๆ ออกกฎห้ามโทรศัพท์-ส่ง SMS ขณะขับรถกันมากขึ้น (ดูข่าวเก่า กรณีของนิวซีแลนด์) รายล่าสุดคือสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะไม่ออกเป็นกฎหมาย แต่ก็ออกมาเป็นกฎสำหรับข้าราชการและลูกจ้างของรัฐบาลแล้ว
กฎใหม่นี้ห้ามลูกจ้างของรัฐบาล (รวมถึงทหารและบุรุษไปรษณีย์) จำนวนทั้งหมด 4.5 ล้านคน ไม่ให้ส่ง SMS ขณะขับรถยนต์ และสถานการณ์เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- อยู่ในเวลางาน
- เป็นรถยนต์ของหน่วยงาน
- ใช้มือถือของหน่วยงาน
ถ้าอยู่นอกเวลางาน ใช้รถยนต์และมือถือของตัวเอง ก็อาจส่ง SMS ขณะขับรถได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายของบางรัฐได้เช่นกัน
ผลการศึกษาจาก Virginia Tech Transportation Institute บอกว่าการส่ง SMS ขณะขับรถ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขึ้น 23 เท่า สหรัฐมีผู้บาดเจ็บจากการเสียสมาธิระหว่างการขับรถ 500,000 คนต่อปี
ที่มา - Ars Technica
กูเกิลเปิดบริการตอบคำถามเรื่องเพศผ่าน SMS ในยูกันดา
Submitted by Blltz on 1 July 2009 - 00:35โครงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ผ่านทางข้อความนี้ เป็นความร่วมมือของกูเกิล และมูลนิธิเพื่อการกุศลกรามีน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยากจน และไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
โดยมีการสำรวจพบว่ามีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถึงเก้าล้านคนที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ กูเกิลจึงจัดตั้งโครงการนี้โดยผู้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ สามารถส่งข้อความไปยังศูนย์บริการเพื่อสอบถามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการตอบคำถามกลับมาทางข้อความ
มีหญิงสาวชาวยูกันดาคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับทางบีบีซีว่า บริการนี้ช่วยให้เธอคุยกับลูกของเธอในเรื่องเพศสัมพันธ์ได้ โดยก่อนหน้านี้ตัวเธอนั้นรู้สึกอายที่จะตอบคำถามลูกของเธอเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้เธอสามารถส่งข้อความคำถามเพื่อรับคำตอบจากศูนย์บริการได้แล้ว
อนึ่ง โครงการนี้มีการจัดตั้งที่กานา และเคนยา แต่ทว่าไม่ได้ครอบคลุมทั่วประเทศเหมือนยูกันดา
ที่มา : BBC
จีนจะจำกัดปริมาณการส่งข้อความบนมือถือ
Submitted by Blltz on 13 June 2009 - 00:38รายงานจากสื่อของรัฐบาลจีนได้ออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะจำกัดการส่งข้อความผ่านมือถือในแต่ละวัน เพื่อต่อสู้กับข้อความที่มีลักษณะเข้าข่ายสแปม
การส่งข้อความสแปมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวมเร็ว และหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าหากว่าในวันๆ หนึ่งจะได้รับข้อความสแปมเหล่านี้มากกว่าสิบข้อความ
โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทั้งสามอย่าง China Telecom, China Mobile Ltd และ China Unicom ต่างก็ตกลงในสัญญาที่จะร่วมต่อสู้กับข้อความสแปมเหล่านี้
หากข้อบังคับนี้เริ่มบังคับใช้ จะมีผลทำให้ไม่สามารถส่งข้อความได้มากกว่า 200 ข้อความต่อชั่วโมงในวันธรรมดา 500 ข้อความต่อชั่วโมงในวันหยุด และ 1,000 ข้อความในวันธรรมดา 2,000 ข้อความในวันหยุด
เกิดเป็นคนจีนต้องอดทนจริงๆ :P
ที่มา : REUTERS
เด็กหญิงอายุ 13 ปีส่ง เอสเอ็มเอส เดือนเดียวกว่า 14,500 ข้อความ
Submitted by kaitok on 13 January 2009 - 08:36 tags:นิวยอร์ค โพสต์ ตีพิมพ์ข่าว เด็กหญิงอายุ 13 ปีในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ส่งข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอส (SMS) กว่า 484 ข้อความทุกวันตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หรือโดยเฉลี่ยเธอจะส่งข้อความสั้น 1 ข้อความทุกๆ 2 นาที ซึ่งพ่อของเธอกล่าวว่า มีบิลค่าโทรศัพท์มาเรียกเก็บค่าใช้บริการ SMS ของลูกสาวกว่า 440 หน้า เป็นค่าส่ง 14,528 ข้อความ
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Nielsen ระบุว่า แต่ละเดือนหนุ่มสาวอเมริกันอายุ 13 – 17 ปี มีการส่งข้อความสั้นเฉลี่ยเดือนละ 1,742 ข้อความ
พ่อของเธอหัวเราะและกล่าวอย่างติดตลกว่า มันแทบไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เมื่อใช้เครื่องคิดเลขคำนวณดูก็เห็นว่าเป็นไปได้ที่มนุษย์จะทำเช่นนั้นได้ อย่างไรก็ดีถือว่าเป็นโชคดีของครอบครัวนี้ที่ก่อนหน้านี้พ่อของเธอได้ไปขอใช้บริการส่ง SMS ได้ไม่จำกัดจำนวนข้อความ มิฉะนั้นคงจะต้องจ่ายเงินเกือบ 3,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 105,000 บาท)
ที่มา - cellular-news
ฟินแลนด์แนะนำผู้ปกครองควบคุมการใช้โทร.มือถือของเด็ก
Submitted by kaitok on 8 January 2009 - 07:38 tags:องค์กรควบคุมความปลอดภัยของนิวเคลียร์ (Radiation and Nuclear Safety Authority) หรือ STUK ของฟินแลนด์ ออกมาเตือนบรรดาผู้ปกครองว่า ควรควบคุมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของเด็กให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และกล่าวด้วยว่า ถึงแม้ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า การใช้โทรศัพท์มือถือบ่อยครั้งและแต่ละครั้งนานเกินควรนั้นจะมีอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ แต่เด็กๆ ก็ไม่ควรใช้งานเกินปกติในขณะที่ยังไม่ทราบผล
STUK เตือนผู้ปกครองด้วยว่า ควรให้คำแนะนำให้เด็กใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) แทนการพูดคุยโทรศัพท์ และใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรี รวมทั้งควรจำกัดการใช้โทรศัพท์ต่อวันของเด็กด้วยเพื่อความปลอดภัย
จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีการกล่าวถึงกันมานานแล้ว และมีผลงานวิจัยเป็นจำนวนมากออกมาสนับสนุนว่า การใช้โทรศัพท์มือถือบ่อยครั้งและแต่ละครั้งนานเกินควรนั้นมีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นชัดในวงการแพทย์ว่า มีผู้ป่วยรายใดเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากการใช้โทรศัพท์มือถือ
ที่มา - cellular-news
SMS ปีใหม่ 2009 ทุบสถิติในยุโรป
Submitted by mk on 4 January 2009 - 23:02บริษัทมือถือในทวีปยุโรปได้รายงานตัวเลขของ SMS ที่ถูกส่งออกไปในช่วงคืนวันสิ้นปีจนถึงวันปีใหม่ ซึ่งปรากฎว่าของปี 2009 นี้ทำลายสถิติของปีก่อนกันถ้วนหน้า
- สหราชอาณาจักร: ผู้ใช้บริการมือถืออันดับหนึ่ง O2 เพียงเจ้าเดียว มี SMS วิ่งผ่านในเครือข่าย 166 ล้านข้อความในเวลา 24 ชั่วโมง เฉลี่ยตกวินาทีละ 1900 ข้อความ
- เนเธอร์แลนด์ (นับจาก 22.00 ของคืนวันที่ 31 ถึง 4.00 ของวันที่ 1): Vodafone 22.1 ล้าน, T-Mobile 19 ล้าน, KPN 24.5 ล้าน
- สวีเดน: Telia 44.3 ล้าน, Tele2 51.1 ล้าน สองเจ้านับเวลาไม่เท่ากันซะทีเดียว
- ไอร์แลนด์: Meteor 1.7 ล้านข้อความในหนึ่งชั่วโมงขณะเปลี่ยนปี, O2 นับ 24 ชม. รวม 21 ล้านข้อความ
- ฝรั่งเศส: Orange นับจากสามทุ่มถึงตีสอง 66 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 27%) และ Bouygues Telecom นับหนึ่งชั่วโมงเปลี่ยนปี 15 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 100%!)
- เบลเยียม: BASE นับ 24 ชั่วโมง 18.7 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้น 44%
- บัลแกเรีย: สองเจ้าใหญ่สุดคือ Mtel และ Globul รวมกัน 14 ล้านข้อความ
ผมไม่แน่ใจว่าสถิติพวกนี้ โอเปอเรเตอร์ไทยมีเปิดเผยหรือเปล่า ใครมีข้อมูลช่วยแชร์หน่อยจะดีมากเลยครับ
ที่มา - O2 UK, Dutch, ประเทศอื่นๆ ที่เหลือ
สิ่งที่ผู้ให้บริการมือถือไม่อยากให้คุณรู้เกี่ยวกับ SMS
Submitted by toandthen on 30 December 2008 - 03:00The New York Times ได้รายงานว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในสหรัฐไม่อยากให้ผู้ใช้รู้เกี่ยวกับการเทกซ์หรือการส่ง SMS ก็คือต้นทุนที่แท้จริง เพื่อที่จะเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดจากความโมโหของผู้ใช้บริการที่ถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการ SMS ที่เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา
ความจริงคือการส่งข้อความ SMS นั้นเกิดขึ้นใน Control Channel ซึ่งเป็นแบนด์วิธที่ถูกใช้ไม่ว่าจะมีการส่งข้อความหรือไม่ก็ตาม โดยการส่งข้อความขนาด 160 ไบต์นั้นเป็นขนาดที่เล็กมาก โดยต้นทุนที่แท้จริงแทบจะเรียกได้ว่าเท่ากับ 0 ต่อข้อความพันล้านกว่าข้อความ ไม่ว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการเหล่านี้แทบไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด นี่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากการให้บริการทางเสียงแบบธรรมดา
ที่มา - Slashdot
SMS จากนายกฯ เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
Submitted by toandthen on 18 December 2008 - 20:33The Nation รายงานว่ากรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคได้ออกมากล่าวว่า การส่ง SMS โดยนายกฯ อาจจะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลก็ได้
ภายใต้กฏหมายโทรคมนาคม ผู้ให้โอเปรเตอร์ไม่มีสิทธิที่ให้ข้อมูลและรายชื่อของผู้ใช้ของลูกค้าตัวเอง แก่บุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม โดยไม่มีการได้รับอนุญาตจากผู้ใช้งานเอง
นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะอีกว่า นายกรัฐมนตรีควรเลือกใช้การนำเสนอข่าวผ่านสื่อโทรทัศน์หรือสื่อสาธารณะอื่น ๆ ในการติดต่อสื่อสารกับประชาชน แทนที่จะเลือกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน
ที่มา - The Nation
ความเห็นผู้เขียน: ไม่มีคนออกมาพูดแบบนี้เมื่อมีโฆษณาผ่านมือถืออยู่ทุกวันนี้? เลือกปฏิบัติ?
ประชาธิปัตย์เตรียมการส่ง SMS หาผู้ใช้ทั้งประเทศ
Submitted by lew on 18 December 2008 - 11:34พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ส่งหนังสือเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามค่ายใหญ่คือ เอไอเอส, ดีแทค, และทรูมูฟ เข้าประชุมเพื่อขอความร่วมมือในการส่ง SMS ที่มีข้อความดังนี้
ผม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขอเชิญท่านร่วมนำประเทศไทยออกจากวิกฤติ สนใจได้รับการติดต่อจากผม กรุณาตอบ 1 มาที่เบอร์ 9191 (3 บ.)
หากผู้ใช้ทำตามข้อความใน SMS จะมีเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า
ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมทราบดีกว่า พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน เครียด ผมจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทุ่มเทใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ช่วยเหลือ บ้านเมือง แต่ผมคงจะทำไม่สำเร็จหากคนไทยไม่สามัคคีกัน จึงอยากขอโอกาสจากทุกคน
การประชุมเพื่อขอความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคม
ผมเชื่อว่าถ้าความร่วมมือนี้สำเร็จ นี่จะเป็นสแปม (ข้อความขยะ) จากรัฐบาลครั้งแรกๆ ในโลก
ที่มา - ไทยรัฐ
ภาษาเมสเซจใช้เวลาอ่านมากกว่าเดิม
Submitted by chayaninw on 10 December 2008 - 23:28งานวิจัยจากอาจารย์จิตวิทยาชาวออสเตรเลีย แสดงให้เห็นว่า ภาษาอังกฤษแบบย่นย่อที่ใช้ในการส่งข้อความสั้น ทำให้คนอ่านต้องใช้เวลามากขึ้น
Nenagh Kemp อาจารย์วิชาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ได้นำนักศึกษา 55 คนมาทดสอบอ่านข้อความ และพบว่า ถึงแม้การใช้ภาษาเมสเซจจะลดเวลาในการพิมพ์ คนอ่านกลับต้องใช้เวลามากขึ้นเป็นเท่าตัวในการอ่านเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษมาตรฐาน โดยข่าวบอกว่า ใช้เวลา 26 วินาทีในการอ่านข้อความแบบย่อ แต่เพียง 14 วินาทีกับข้อความแบบเต็ม
ภาษาย่นย่อเหล่านี้ โดยทั่วไปใช้การตัดอักษรบางตัวออก มักเป็นสระ หรือใช้การสะกดตามเสียงอ่าน เช่น wld l8 4get 2 แทน would late forget และ to ตามลำดับ
อาจารย์คนดังกล่าวให้ความเห็นว่า ปกติคนเราจะชินกับการอ่านภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน และสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องออกเสียง แต่ว่าเวลามีการสะกดแปลกๆ เราจะต้องหยุดและลองออกเสียงออกมา จึงจะเข้าใจได้
นอกจากนี้ Kemp ยังได้ระบุว่า การใช้ภาษาเมสเซจนี้ไม่ได้ทำให้ทักษะภาษาแย่ลง อย่างน้อยที่สุดในประชากรผู้ใหญ่
Kemp เตือนว่า การใช้ภาษาแบบนี้ในโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องรับได้ แต่ขอให้แน่ใจว่าคนอ่านเข้าใจ และอย่าใช้ในอีเมล เรียงความ หรือใบสมัครงานเด็ดขาด
จะมีมหาวิทยาลัยไทยแห่งไหนทำวิจัยเรื่องการใช้ "ภาษาเอ็ม" และภาษาเว็บบอร์ดทั้งหลายหรือเปล่า
ที่มา - The Dominion Post, Reuters
วุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งจดหมายขอคำชี้แจงที่ค่าส่ง SMS แพง
Submitted by lew on 14 September 2008 - 21:57วุฒิสมาชิก Herb Kohl ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการว่าด้วยการค้าผูกขาดของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายสี่รายใหญ่ทั่วประเทศซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันเกินร้อยละ 90 เพื่อให้อธิบายว่าทำไมค่ารับและส่ง SMS ในสหรัฐฯ จึงมีราคาสูงมาก อีกทั้งยังแพงขึ้นเท่าตัวในช่วงสามปีที่ผ่านมา
จดหมายฉบับดังกล่าวแสดงข้อสังเกตว่าต้นทุนในการส่ง SMS นั้นน่าจะต่ำกว่าการให้บริการในส่วนอื่นๆ เช่นเสียงและข้อมูลอินเทอร์เน็ตมาก แต่กลับมีค่าบริการที่แพงกว่าหลายเท่าตัว และนับแต่มีการรวมตัวของผู้ให้บริการหลายครั้ง Sprint เป็นบริษัทแรกที่เริ่มขึ้นค่าบริการ SMS ไปถึงเท่าตัวตามด้วยบริษัทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ในจดหมายขอให้ทั้งสี่บริษัทแสดงโครงสร้างต้นทุนของค่าให้บริการ SMS เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสมเหตุสมผลของการขึ้นค่าบริการไปเท่าตัวนี้ ตลอดจนปริมาณการใช้งาน, และเปรียบเทียบโครงสร้างราคาระหว่างบริษัทของตนกับบริษัทของคู่แข่งให้วุฒิสภาได้รับทราบ
ผมไม่พูดถึงงานของวุฒิสภาบ้านเราแล้วกัน
ที่มา - ArsTechnica, U.S. Senator
SMS ในสหรัฐขึ้นราคาเท่าตัว
Submitted by mk on 3 July 2008 - 14:53นอกจากราคาน้ำมันจะขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์แล้ว ในสหรัฐอเมริกา ราคา SMS ก็เพิ่มขึ้นสูงไม่แพ้กัน นับจากปี 2005 ถึงปัจจุบัน SMS ขึ้นราคามาแล้วอีกหนึ่งเท่าตัว
เดิมที SMS ในสหรัฐคิดข้อความละ 10 เซนต์ หลังจากนั้นขึ้นมาเป็น 15 และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เครือข่าย Sprint Nextel เป็นผู้นำการขึ้นราคามาเป็น 20 เซนต์ ซึ่งส่งผลให้ AT&T กับ Verizon Wireless ขึ้นราคาตามมาให้เท่ากัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออีกรายที่เหลืออยู่คือ T-Mobile เพิ่งประกาศปรับราคาตาม โดยมีผลสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการมือถือจะมีโปรโมชันรวม SMS เข้ามาในค่ารายเดือนอยู่บ้าง แต่แนวโน้มการขึ้นราคาก็ไม่ต่างกัน สัญญาของผู้ใช้ iPhone รุ่นแรกแบบเดือนละ 59.99 ดอลลาร์นั้นรวม SMS 200 ข้อความมาให้ แต่พอเป็น iPhone 3G ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 5 ดอลลาร์ (ถือว่าเป็นค่าชดเชยเงินที่ AT&T ต้องจ่ายให้แอปเปิล)
อัตราการส่งข้อมูลผ่าน SMS ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับบริการส่งข้อมูลอื่นๆ ผ่านมือถือ มีคนคำนวณว่าถ้าดาวน์โหลดเพลง MP3 หนึ่งเพลงผ่าน SMS แทน GPRS จะต้องเสียเงินถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อเพลง ข่าวนี้ใกล้เคียงกับข่าวเก่า ค่าส่ง SMS แพงกว่าค่ารับภาพจากดาวเทียม Hubble สี่เท่าตัว
SMS ขึ้นราคา แต่ค่าตัวน้องยังเหมือนเดิม?
ที่มา - CNET
ค่าส่ง SMS แพงกว่าค่ารับภาพจากดาวเทียม Hubble สี่เท่าตัว
Submitted by lew on 12 May 2008 - 18:25นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Leicester ได้ลองตรวจสอบถึงต้นทุนของการส่ง SMS เทียบกับค่าใช้จ่ายในการรับภาพจากดาวเทียม Hubble พบว่าการส่งข้อมูลผ่าน SMS แต่ละเมกกะไบต์นั้นจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 374.49 ปอนด์อังกฤษ หลังจากนั้นเขาได้สอบถามข้อมูลไปยังองค์กรนาซ่าว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรับภาพจากดาวเทียม Hubble นั้นเป็นเท่าใหร่ จึงได้รับคำตอบว่าอยู่ที่ 8.5 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์
อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของนาซ่ายังไม่ได้รวมถึงค่าบำรุงรักษา และค่าแรงของผู้ดูแลระบบ ทำให้ต้องมีการประมาณการใหม่เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไป แต่จากการประมาณการ ค่าใช้จ่ายรวมนั้นไม่มีทางเกิน 85 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์ไปได้ ทำให้ค่าส่ง SMS นั้นแพงกว่าอย่างน้อยๆ สี่เท่าตัว
อาจจะได้เวลาหาทางใหม่ๆ ในการส่ง SMS แล้วสินะ
ที่มา - PhysOrg
E-mail และ Text messages: ลด IQ มากกว่าสูบกัญชา
Submitted by zybernav on 14 April 2008 - 16:48นักจิตวิทยา จาก University of London รายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้งาน text messaging และ email ที่มีผลต่อ IQ (สนับสนุนโดย Hewlett Packard) โดยแสดงผลของภาวะ Infomania หรือการหมกมุ่นอยู่กับการส่งข้อความผ่านทางช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ (Electronics Messaging) ซึ่งมีสิ่งที่ทำให้วอกแวกเข้ามาตลอด กลายเป็นปัญหาสำคัญของคนทำงาน โดยเฉพาะผู้ชาย สมองจึงถูกกำหนดให้เตรียมพร้อมรับหลากหลายเรื่อง ตลอดเวลา (always on) แต่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับทางที่อยู่ตรงหน้าลดลง เป็นเหตุให้ IQ ลดลงแบบชั่วคราว
โดยการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรก มีผู้เข้าร่วมการทดสอบ IQ 80 คน ซึ่งผู้วิจัยพบว่า มีการลดลงของ IQ โดยเฉลี่ยประมาณ 10 จุด (มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับการสูบกัญชา ซึ่งลดลงประมาณ 4 จุด ในขณะที่การอดนอนก็ทำให้ IQ ลดลง 10 จุด) ในส่วนที่ 2 เป็นการตอบแบบสอบถาม ซึ่งพบว่า 62% มีการ"เสพติด"การเช็คข้อความ และ e-mail ที่เกี่ยวข้องกับงาน แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือในวันหยุด ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ยอมรับว่า ต้องตอบข้อความนั้น ๆ ทันที และ 1 ใน 5 จะหยุดการพบปะ หรือการประชุมเพื่อตอบข้อความ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม
ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ให้คำแนะนำแก่องค์กรที่มอบหมาย handheld communication device ให้แก่พนักงานว่า ควรกำหนด "แนวทางการใช้งาน" ให้แก่ผู้ใช้ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ online 24 ชั่วโมง
ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่ทำให้เราติดต่อกันได้เร็วและง่ายขึ้นเสียด้วย ว่าแต่เจ้า Twitter นี่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีเลยหรือเปล่าครับ? (-- ผู้รายงาน)


