มีรายงานข่าวว่า Barnes & Noble (B&N) กำลังพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ของธุรกิจเครื่องอ่านอีบุ๊กและแท็บเล็ตใหม่ หลังช่วงที่ผ่านมา Nook ไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ โดยอาจใช้วิธีให้สิทธิการผลิตฮาร์ดแวร์กับผู้ผลิตรายอื่นจากเดิมที่ทำเอง โดย B&N จะเลือกโฟกัสที่ธุรกิจขายเนื้อหาผ่านแพลตฟอร์ม Nook ที่ทำกำไรได้มากกว่าแทน
นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า Leonard Riggio ประธานบริษัทและผู้ถือหุ้น B&N รายใหญ่ที่สุด มีความสนใจที่จะขอซื้อหุ้นคืนทั้งหมดในส่วนธุรกิจร้านหนังสือดั้งเดิม เพื่อให้ส่วนธุรกิจนี้ออกมาจากตลาดหุ้น โดยคงเหลือเพียงธุรกิจหนังสือกลุ่มการศึกษา และ Nook
B&N จะรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดในคืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งน่าจะมีการแถลงถึงยุทธศาสตร์ตามข่าวลือดังกล่าวที่ชัดเจนมากขึ้น
ที่มา: The Verge
Kara Swisher แห่ง All Things D รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า Marissa Mayer ซีอีโอยาฮูได้หารือกับฝ่ายบุคคลเพื่อแก้ไขระเบียบ บังคับให้พนักงานที่ปัจจุบันสามารถใช้วิธีรีโมทเข้ามาทำงาน เป็นให้ทุกคนต้องเข้ามาทำงานในสำนักงานใหญ่เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานยาฮูหลายร้อยคนที่เข้าข่าย ซึ่งหากพนักงานไม่สามารถยอมรับระเบียบใหม่นี้ก็ต้องยื่นใบลาออกไป
Swisher บอกว่าพนักงานหลายคนที่ได้รับผลกระทบอยู่ฝ่ายดูแลลูกค้าซึ่งพวกเขาสามารถทำงานที่บ้าน หรือทำงานในเมืองที่ไกลออกไปได้ พนักงานเหล่านี้นั้นไม่สะดวกในการเดินทางเข้ามาสำนักงานใหญ่ พวกเขาจึงรู้สึกโกรธที่ระบบบริษัทเปลี่ยนไปและไม่ยืดหยุ่นแบบในอดีต
โฆษกของยาฮูปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวดังกล่าว
ที่มา: All Things D
HP รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2013 สิ้นสุดเดือนมกราคมตามปฏิทินการเงินบริษัท รายได้รวม 28.4 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิ 1.2 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 16% ตัวเลขที่ออกมาถือว่าดีกว่าไตรมาสที่แล้วที่ขาดทุนจากการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ในดีล Autonomy
ซีอีโอ Meg Whitman กล่าวว่ากำไรที่บริษัททำได้นั้นสูงกว่าที่บริษัทเคยประเมินก่อนหน้านี้ ซึ่งมาจากการดำเนินได้ตามแผนงานรวมถึงแผนปรับโครงสร้างก็ส่งผลที่ดีขึ้นด้วย
เมื่อจำแนกรายได้ตามส่วนธุรกิจแล้ว ส่วนพีซีรายได้ลดลง 8% เครื่องพิมพ์ลดลง 5% กลุ่มสินค้าองค์กรลดลง 4% บริการองค์กรลดลง 7% ซอฟท์แวร์ลดลง 2%
ที่มา: HP
เดลล์รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2013 มีรายได้ 14.3 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 530 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 31% โดยรายได้จากธุรกิจบริการและลูกค้าองค์กรเติบโต 6% ขณะที่กลุ่มสินค้าสำหรับลูกค้าทั่วไปลดลง 24%
ซีเอฟโอ Brian Gladden กล่าวว่าเดลล์ยังคงดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาวได้ดี โดยเฉพาะการเติบโตต่อเนื่องในตลาดองค์กร รวมทั้งยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก ขณะเดียวกันบริษัทยังคงลงทุนซื้อกิจการต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเดลล์ได้ซื้อกิจการอย่าง Quest, SonicWall, Wyse และ AppAssure
เดลล์ไม่มีการประเมินตัวเลขการเงินในปีการเงิน 2014 เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงการขอซื้อหุ้นคืนเพื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์ บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องรายงานผลประกอบการต่อสาธารณะนับจากนี้ครับ
ที่มา: เดลล์
เมื่อวานนี้ (16 กุมภาพันธ์) เป็นวันจำหน่ายบัตรการแสดงเดี่ยว 10 ของโน้ส อุดม แต้พานิชเป็นวันแรก โดยในปีนี้ได้ย้ายมาจัดจำหน่ายผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งหลังจากเริ่มทำการขายตั้งแต่เวลา 10:00 น. นั้น การจำหน่ายบัตรก็ไม่ราบรื่นโดยจุดจำหน่ายต่างไม่สามารถเข้าไปทำรายการขายได้เนื่องจากระบบส่วนกลางล่ม
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 15:00 น. หรือ 5 ชั่วโมงนับจากเริ่มจำหน่ายบัตร ซึ่งยังมีบัตรเหลืออยู่พอสมควร ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ประกาศปิดระบบและยุติการจำหน่ายบัตรชั่วคราว ต่อมาในเวลา 22:22 น. ในแฟนเพจของเดี่ยว 10 ได้ประกาศขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยุติการจำหน่ายบัตรผ่านช่องทางเดิม โดยจะแจ้งช่องทางการขายใหม่อีกครั้งเร็วๆ นี้
ประเด็นทางเทคนิคที่น่าสนใจของกรณีนี้มีการรวบรวมโดยคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ (@yoware) ผู้สื่อข่าว MCOT ซึ่งได้สอบถามผู้บริหารว่าระบบจะสามารถรับมือได้หรือไม่ โดยทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสระบุว่าระบบเคยรองรับธุรกรรมสูงสุดระดับ 1 ล้านรายการภายใน 1 วัน รวมถึงได้มีการทดสอบระบบขายบัตรเดี่ยว 10 พร้อมกัน 600 สาขาก็สามารถรับมือได้ ทั้งนี้ระบบเคาน์เตอร์เซอร์วิสใช้วิธีติดต่อกับส่วนกลางผ่าน ADSL ด้วย Private Link
Jim Balsillie อดีตซีอีโอร่วมของ BlackBerry ได้รายงานผ่านเอกสารของกลต. ว่าเขาได้ขายหุ้นใน BlackBerry ที่ตนถือครองอยู่ก่อนหน้านี้ออกไปทั้งหมดแล้ว ก่อนสิ้นปี 2012
Balsillie ถือเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ใน BlackBerry โดยเขามีหุ้นก่อนหน้านี้ 26.8 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เขาร่วมงานกับ BlackBerry ในปี 1992 หรือ 8 ปีนับจากบริษัทก่อตั้งโดยอยู่ในฐานะซีอีโอร่วมกับ Mike Lazaridis และลาออกเมื่อต้นปี 2012
ที่มา: Business Insider
มีผู้พบช่องโหว่บน iOS 6.1 ซึ่งทำให้สามารถเข้าไปดูข้อมูลใน iPhone ได้แม้ว่าเครื่องจะตั้งรหัสล็อคเอาไว้ โดยข้อมูลที่เข้าไปดูได้มีทั้งรายชื่อติดต่อ ข้อความเสียง รูปภาพ ตลอดจนสามารถโทรศัพท์ออกได้ด้วย
Trudy Muller ตัวแทนของแอปเปิลให้ความเห็นกับข่าวนี้ว่าแอปเปิลให้ความสำคัญมากในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ซึ่งทางแอปเปิลรับทราบปัญหานี้แล้วและจะออกตัวแก้ไขออกมาเร็วๆ นี้
สำหรับวิธีการเจาะผ่าน iOS 6.1 ดูได้ในคลิปท้ายข่าวและที่มาครับ
ที่มา: All Things D และ Jailbreak Nation
รัฐสภาออสเตรเลียได้ทำหนังสือเรียกตัวแทนผู้บริหารของแอปเปิล เพื่อให้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสภาว่าเหตุใดสินค้าของแอปเปิลจึงมีราคาขายในประเทศสูงมาก หากเทียบกับราคาที่จำหน่ายในประเทศอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการก็ได้เรียกไมโครซอฟท์และ Adobe เข้าชี้แจงเช่นกัน แต่ทั้งสองบริษัทปฏิเสธที่จะให้การ
ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียมีมูลค่าเท่ากับ 1.03 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกันมาก แต่เมื่อดูรายละเอียดราคาสินค้าแล้ว iPad 16GB WiFi ที่ขายในอเมริกา 499 ดอลลาร์ กลับมีราคาถึง 539 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งสินค้าไอทีตัวอื่นก็มีการตั้งราคาในออสเตรเลียสูงกว่าแบบนี้เช่นเดียวกัน
ส.ส. Ed Husic ซึ่งเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนี้ระบุว่าการที่สินค้าไอทีมีราคาแพงเกินไปเช่นนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในออสเตรเลียมีมูลค่าสูงกว่าประเทศอื่น การอ้างต้นทุนค่าแรงว่าเป็นปัจจัยหลักก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ผลิตในออสเตรเลีย ยิ่งกับสินค้าซอฟท์แวร์แล้วแทบไม่ควรมีต้นทุนส่วนเพิ่มเข้ามาเลย ข้อมูลจากการศึกษาของ Husic เองพบว่าออสเตรเลียต้องจ่ายเงินส่วนเพิ่มนี้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาษีคืนกลับเข้ามาในประเทศนั้นมีไม่ถึง 1% ของส่วนนี้ด้วยซ้ำ
ตัวแทนแอปเปิลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวดังกล่าว
ที่มา: Reuters
โซนี่รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส งวดเดือนตุลาคม - ธันวาคม โดยบริษัทยังมีกำไรจากการดำเนินงาน 46.4 พันล้านเยน หรือ 496 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้านี้ที่เริ่มกลับมามีกำไร และมีรายได้รวม 1.948 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ตามเมื่อหักค่าใช้ทางการเงินแล้วโซนี่ก็ยังขาดทุนสุทธิอยู่ 10.8 พันล้านเยน แต่ก็เป็นตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ลดลงมาเมื่อเทียบกับปีก่อน
โซนี่ระบุว่าส่วนธุรกิจที่มีการฟื้นตัวชัดเจนมากคือธุรกิจภาพถ่ายและธุรกิจภาพยนตร์ ขณะที่ธุรกิจเกมและโทรทัศน์ยังเป็นขาลง บริษัทคาดหวังว่าสมาร์ทโฟน Xperia Z จะเป็นเรือธงในการพาธุรกิจโทรศัพท์ให้ฟื้นตัวได้ เช่นเดียวกับ PlayStation รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจเกมกลับมาดีขึ้นได้
ที่มา: The Next Web
Vine แอพแชร์วิดีโอของ Twitter ที่ประสบปัญหาอย่างหนักเรื่องภาพอนาจารหลังเปิดตัวได้ไม่กี่วัน ได้ออกอัพเดตแอพเวอร์ชันล่าสุด 1.0.5 แล้ว ซึ่งครั้งนี้มีการปรับเรทติ้งของแอพบน App Store ขึ้นเป็นขั้นสูงสุด 17+ หรือเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอายุ 17 ปีขึ้นไป เหมือนกับกรณีของ 500px
คุณสมบัติอื่นที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันนี้ก็มีการรายงานหรือบล็อคผู้ใช้งาน (เหมือน Twitter) และสามารถกดแชร์คลิปวิดีโอของผู้ใช้งานไปยัง Twitter หรือ Facebook ในภายหลังได้ด้วย
ที่มา: The Next Web
HP ออกแถลงการณ์หลังจากเดลล์ประกาศซื้อหุ้นคืนเพื่อออกจากตลาดหุ้น ว่าเดลล์กำลังเลือกเดินเข้าสู่เส้นทางที่ยากลำบาก และทำให้บริษัทต้องอยู่ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอนยาวนานมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ส่งผลเสียต่อลูกค้าของเดลล์เอง
ในแถลงการณ์นี้ยังระบุว่า ปัญหาของเดลล์จากนี้คือดีลนี้ทำให้บริษัทมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นมามาก ส่งผลให้การลงทุนกับโครงการใหม่ทำได้อย่างจำกัด การซื้อหุ้นคืนนี้จึงเหมือนการเลือกทิ้งลูกค้าปัจจุบันไว้กลางทาง ตลอดจนทิ้งนวัตกรรมของบริษัทไปอีกด้วย ซึ่ง HP เชื่อว่าลูกค้าปัจจุบันของเดลล์จะมองหาทางเลือกที่แตกต่าง และ HP ก็พร้อมเต็มที่สำหรับโอกาสอันดีนี้
ที่มา: HP ผ่าน Marketwire
Zynga รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2012 มีรายได้รวม 311 ล้านดอลลาร์ ค่อนข้างคงที่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และยังขาดทุนอีก 48.6 ล้านดอลลาร์ ในส่วนของตัวเลขผู้เล่นเกมนั้น จำนวนผู้เล่นเป็นประจำระดับเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 311 ล้านคน แต่ในระดับวันลดลงจาก 60 ล้านคนเหลือ 54 ล้านคน
ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Mark Pincus กล่าวว่าผลงานเด่นของไตรมาสที่ผ่านมาคือเกมภาคต่อ FarmVille 2 ซึ่งมีรูปแบบ 3 มิติและได้รับความนิยมอย่างสูง โดยในปี 2013 บริษัทจะมุ่งเน้นการทำเกมเครือข่ายสังคมบนมือถือและแท็บเล็ต และสร้างระบบที่ง่ายขึ้นในการเชื่อมต่อผู้เล่นเข้าด้วยกัน
ที่มา: Zynga
เดลล์ประกาศอย่างเป็นทางการวันนี้ว่าจะมีการขอซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อทำเรื่องออกจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตรงกับข่าวก่อนหน้านี้ โดยจะทำการซื้อหุ้นคืนในราคา 13.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าราคาเฉลี่ย 90 วันย้อนหลัง 37% ซึ่งทำให้ขนาดของดีลซื้อหุ้นคืนครั้งนี้สูงถึง 24.4 พันล้านดอลลาร์
สำหรับแหล่งเงินทุนที่จะนำมาซื้อหุ้นคืนนี้ ประกอบด้วยเงินสดส่วนตัวของซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ไมเคิล เดลล์ (ตามข่าวลือ), เงินจากกองทุน Silver Lake, เงินจากกองทุน MSD Capital ซึ่งเป็นของไมเคิล เดลล์เอง, เงินให้กู้ยืม 2 พันล้านดอลลาร์จากไมโครซอฟท์ (ข่าวนี้ก็ตรง) และเงินกู้จากธนาคารอีก 4 แห่ง โดยเดลล์คาดว่าดีลนี้จะสิ้นสุดในไตรมาสที่สอง ตามปีปฏิทิน 2014 ของบริษัท หรือในอีก 6 เดือนข้างหน้า
ซีอีโอเดลล์กล่าวว่านี่เป็นการก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเดลล์ ซึ่งทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่างๆ คล่องตัวมากขึ้น และวางแผนกลยุทธ์ในระยะยาวได้สะดวกมากขึ้น
Imangi Studios ประกาศความสำเร็จอีกครั้งว่าเกม Temple Run 2 ถูกดาวน์โหลดรวมแล้วกว่า 50 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์ม iOS, Android และ Kindle ในเวลาเพียง 13 วันเท่านั้น ทำให้กลายเป็นเกมบนมือถือที่เติบโตเร็วที่สุดยิ่งกว่า Angry Birds Space ที่ใช้เวลา 35 วัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทเพิ่งประกาศยอด 20 ล้านดาวน์โหลด
Temple Run เป็นอีกเกมที่ต่อยอดความสำเร็จออกไปนอกเหนือจากเกมบนมือถือ โดยขายไลเซนส์ไปยังสินค้าหมวดหมู่อื่นทั้งชุดกีฬา การ์ตูนดิจิตอล เกมการ์ด รวมถึงความร่วมมือกับดิสนีย์ในการสร้างเกม Temple Run: Brave ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Brave เมื่อปีที่แล้วด้วย
ที่มา: Imangi Studios
Facebook รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2012 มีรายได้ถึง 1.585 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน โดยคิดเป็นรายได้จากค่าโฆษณา 84% ที่เหลือมาจากการชำระเงิน และมีกำไรสุทธิ 64 ล้านดอลลาร์
ซีอีโอ Mark Zuckerberg กล่าวว่าในปี 2012 เราได้เชื่อมโยงผู้คนนับพันล้านคนเข้าด้วยกัน และเรากลายเป็นบริษัทบนแพลตฟอร์มมือถือไปแล้ว ซึ่งในปี 2013 นี้บริษัทจะยังรักษาโมเมนตัมที่ดีนี้ไว้ และลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้บริษัทแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ตัวเลขอื่นที่น่าสนใจนั้นก็มีจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวันที่สูงถึง 618 ล้านคน ตัวเลขผู้ใช้งานบนมือถือ (ไม่รวม Instagram) ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ Zuckerberg ยังเผยว่ารายได้ส่วนโฆษณานั้นมาจากมือถือถึง 23% แล้ว ซึ่งสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 14% ตรงนี้น่าจะช่วยลดความกังขาถึงอนาคตในการอยู่บนแพลตฟอร์มมือถือได้
Zuckerberg ยังบอกว่า Facebook จะเริ่มใช้แนวทางเพิ่มคุณสมบัติใหม่บนมือถือก่อนพีซีให้มากขึ้นด้วย
ที่มา: Facebook และ TechCrunch
แอพ 500px บน iOS สำหรับดูรูปที่ฝากไว้ในเว็บ 500px ได้กลับเข้าสู่ App Store อีกครั้งแล้ว หลังจากถูกถอดออกไปด้วยสาเหตุที่แอปเปิลระบุว่ามันสามารถค้นหาภาพโป๊ได้ โดยแอพเวอร์ชันแก้ไขนี้ มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือเพิ่มปุ่มสำหรับแจ้งภาพที่ไม่เหมาะสม และแอพถูกจัดเรทติ้งเป็นระดับสูงสุดคือ 17+
Evgeny Tchebotarev ผู้ก่อตั้ง 500px เผยว่าทีมได้แก้ไขแอพทุกอย่างตามที่แอปเปิลร้องขอรวมถึงการใส่ปุ่มรายงานภาพด้วย นอกจากนี้พวกเขายังปรับปรุงระบบเสิร์ชเพื่อให้แน่ใจว่าภาพโป๊จะถูกเลือกมาแสดงบนแอพได้ยากขึ้น
Tchebotarev ยังให้ความเห็นถึงปัญหาภาพโป๊ในแอพ Vine ว่าบริการ Vine ซึ่งเป็นของ Twitter นั้นใหญ่กว่า 500px มาก แต่จนถึงตอนนี้แอพนี้ก็ยังอยู่ แถมได้เรทติ้งแค่ 12+ ด้วยซ้ำ เขายังตัดพ้ออีกว่าจนถึงตอนนี้ทีมงานก็ยังไม่พบภาพอนาจารเด็กที่แอปเปิลกล่าวอ้าง และก็ยังรอแอปเปิลนำภาพเหล่านั้นมาให้ดูด้วย
ที่มา: The Verge
บริการรับจองโต๊ะร้านอาหาร OpenTable ประกาศวันนี้ว่าได้เข้าซื้อกิจการ Foodspotting แอพมือถือสำหรับแชร์ภาพมื้ออาหารที่ไปทานตามร้านต่างๆ ซึ่ง Alexa Andrzejewski ซีอีโอ Foodspotting เผยเองว่า OpenTable ตกลงที่จะจ่ายเงินสด 10 ล้านดอลลาร์สำหรับดีลนี้ โดย OpenTable จะยังคงให้ Foodspotting มีอยู่ต่อไป เพื่อเอาข้อมูลนี้มาเสริมกับบริการ OpenTable นั่นเอง
ดีลนี้อาจจะไม่ได้มีมูลค่าสูงเหมือนดีลซื้อแอพอื่น หากแต่ก็ยังให้กำไรกับผู้ลงทุนใน Foodspotting เพราะตั้งแต่ก่อตั้งมานั้น Foodspotting มีการเพิ่มทุนไปแล้ว 3.75 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
แอพแชร์ภาพถ่ายอาหารเป็นอีกตลาดที่เครือข่ายสังคมรายใหญ่ต่างสนใจ ก่อนหน้านี้ Pinterest ก็ซื้อ Punchfork ไปเสริมทัพ ส่วน Evernote นั้นได้สร้างแอพว่าด้วยอาหารแยกออกมาเลย
ที่มา: TechCrunch และ OpenTable
Facebook ออกอัพเดตแอพบน iOS เวอร์ชัน 5.4 โดยมีของใหม่คือสามารถส่งข้อความเสียงหากันได้ (ของ Android ออกมาสัปดาห์ที่แล้ว), สามารถบันทึกและแชร์วิดีโอได้จากแอพโดยตรง และคุณสมบัติค้นหาสถานที่ยอดนิยมโดยใช้ Nearby
ผู้ใช้ iOS สามารถอัพเดตได้ที่ App Store
จากที่มีรายงานข่าวว่าซีเอฟโอ Wong Waiming แห่ง Lenovo บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะซื้อกิจการ RIM นั้น วันนี้ตัวแทนของ Lenovo ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในบทสัมภาษณ์ของซีเอฟโอนั้นเป็นการพูดถึงยุทธศาสตร์ทั่วไปในการเติบโตของบริษัทด้วยการซื้อกิจการ แต่นักข่าวก็พยายามขยายความและสรุปเองว่า Lenovo สนใจซื้อ RIM ซึ่งที่จริงการตอบคำถามของ Wong นั้นก็เป็นคำตอบธรรมดาเหมือนการตอบคำถามเรื่องซื้อกิจการอื่นในอดีต
ขณะเดียวกัน RIM ก็ออกแถลงการณ์ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าตอนนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดตัว BlackBerry 10 ในปลายเดือนนี้เป็นหลัก และบริษัทก็จะพยายามหาโอกาสสร้างความร่วมมือทุกอย่างที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งดีกว่าการดำเนินการทุกอย่างคนเดียว แต่ตอนนี้บริษัทไม่มีประเด็นใหม่อื่นใดที่จะรายงาน
ที่มา: The Next Web
สถานการณ์ของแอปเปิลหลังรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังยังคงสร้างแรงกดดันต่อไป โดยเมื่อคืนนี้ราคาหุ้นของแอปเปิลปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 2 ปิดที่ 439.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น และทำให้มูลค่ากิจการตามราคาหุ้นตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก กลับมาเป็นรองบริษัท Exxon Mobil อีกครั้ง
มูลค่ากิจการของแอปเปิลล่าสุดนั้นอยู่ที่ 413.06 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Exxon Mobil นั้นอยู่ที่ 418.23 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแอปเปิลมีมูลค่าแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2011 และหากนับตั้งแต่จุดที่หุ้นแอปเปิลมีราคาสูงสุดถึงตอนนี้ ราคาหุ้นก็ปรับลดลงมากว่า 30% แล้ว
ที่มา: MarketWatch


