Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

Vercel เปิดตัว Next.js 13 โดยมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเพิ่มโฟลเดอร์ /app โครงสร้างระบบ router ตามไฟล์แบบใหม่ที่สามารถทดแทน /pages แบบค่อยเป็นค่อยไป

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของ /app คือ URL จะสร้างขึ้นตามโฟลเดอร์เท่านั้น ไม่สร้างตามไฟล์เหมือน /pages อีกต่อไป และแต่ละโฟลเดอร์สามารถมีไฟล์ tsx ได้จำนวนมาก รวมถึงไฟล์ CSS, รูปภาพ, หรือโค้ดทดสอบต่างๆ

ตอนนี้ /app ยังเป็นเบต้า และในเวอร์ชั่นนี้ก็มีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Turbopack, next/image ปรับปรุงใหม่ให้ใช้โค้ดจาวาสคริปต์ฝั่งเบราว์เซอร์น้อยลง, next/font รองรับการโฮสต์ฟอนต์ด้วยตัวเองอัตโนมัติ, รองรับการสร้างภาพปกโซเชียลด้วยไลบรารี @vercel/og

Tags:
Node Thumbnail

Vercel ผู้สร้าง Next.js เปิดตัวโครงการ Turbopack ระบบรวมทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง (bundler) ทำให้การใช้งานบน front end เพื่อทดแทนโครงการ Webpack ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตอนนี้

Turbopack เขียนด้วย Rust และทำงานที่ประสิทธิภาพระดับเนทีฟ โดยโครงการแสดงประสิทธิภาพการรันจากเริ่มต้น (cold start) ใน Next.js 13 ที่ใช้ Turbopack สามารถรันได้ภายในเวลาต่ำกว่า 1 วินาที ขณะที่ Next.js 12 ต้องใช้เวลาถึง 3.4 วินาทีเมื่อมี React Component ประมาณ 1,000 รายการ

การทำงานของ Turbopack ทำงานแบบ incremental ทำให้ไม่ต้องรันงานทั้งหมดซ้ำทุกครั้ง รองรับการโหลดโมดูลใหม่ขณะรัน และยังรองรับการ build สำหรับใช้งานได้หลายแห่ง เช่น เบราว์เซอร์, เซิร์ฟเวอร์ ได้พร้อมกัน

Tags:
Node Thumbnail

Cloudflare Pages บริการโฮสต์เว็บที่เดิมเน้นเว็บ static เป็นหลักประกาศรองรับเฟรมเวิร์ค Next.js โดยอาศัยฟีเจอร์ Edge Runtime ของ Next.js ที่เพิ่งปล่อยออกมาปีนี้และยังเป็นฟีเจอร์ระดับทดลองเท่านั้น

ตัว Cloudflare Pages เองรองรับการประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ด้วยฟีเจอร์ Pages Functions มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เบื้องหลังการทำงานนั้นก็คือการไปสร้าง Workers มารันโค้ดอีกที

Tags:
Node Thumbnail

บริษัท Vercel ผู้สร้างเฟรมเวิร์คจาวาสคริปต์ชื่อดัง Next.js ประกาศระดมทุนซีรีส์ D จำนวน 150 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

ธุรกิจของ Vercel คือเป็นแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาเว็บ front-end ที่รองรับเฟรมเวิร์คหลากหลาย (ไม่ใช่แค่ Next.js แต่รวมถึงตัวอื่นๆ เช่น Vue.js, Ember, Angular) โดยระบบของ Vercel จะรองรับการโฮสต์ไฟล์แบบ serverless นักพัฒนาไม่ต้องดูแลระบบเอง (วัดตามจำนวนครั้งที่เรียกใช้งาน) จัดการเรื่องความปลอดภัยและ CDN ที่กระจายอยู่ทั่วโลก (edge network) เพื่อให้เว็บไซต์ตอบสนองรวดเร็วต่อผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ นักพัฒนาสนใจแค่การพัฒนาเว็บอย่างเดียว ไม่ต้องมีภาระเรื่องการจัดการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ