ระยะหลังเราได้ยินข่าว iPhone App Store ของแอปเปิลปฏิเสธหรือสั่งถอนโปรแกรมด้วยเหตุผลแปลกๆ (หรือบางครั้งก็ไม่มีเหตุผล) กันเยอะมาก กรณีที่ดังที่สุดคงไม่พ้น Google Voice แต่ก็มีกรณีย่อยๆ อย่างอื่นอีกมากมาย ผลที่ตามมาคือนักพัฒนาและผู้ใช้ iPhone จำนวนมากไม่พอใจแอปเปิล บางคนถึงกับประกาศเลิกใช้ iPhone หรือเลิกพัฒนาโปรแกรมบน iPhone เลย
แม้ว่าแอปเปิลจะเงียบไปนาน แต่ล่าสุดเริ่มมีเสียงตอบรับออกมาจาก Phil Schiller รองประธานของแอปเปิลแล้ว โดย Schiller เริ่มส่งอีเมลหานักพัฒนาโปรแกรมและบล็อกเกอร์บางราย เพื่ออธิบายสถานการณ์ภายในแอปเปิล รวมถึงบอกว่า "เขากำลังรับฟัง" ปัญหาต่างๆ ของ App Store
รายแรก Schiller ส่งเมลหา John Gruber บล็อกเกอร์ชื่อดังแห่งบล็อก Daring Fireball โดยกล่าวถึงกรณีของโปรแกรมพจนานุกรม Ninjawords ซึ่งมีข่าวว่าแอปเปิลปฏิเสธโปรแกรมนี้เพราะมีคำหยาบคาย ส่วนกรณีที่สอง เขาส่งเมลหา Steven Frank นักพัฒนาโปรแกรม e-book บน iPhone (แม้ว่าตอนนี้จะย้ายไปใช้ Android แล้ว) ซึ่งเคยถูกปฏิเสธโปรแกรมจาก App Store เช่นกัน
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา แต่ท่าทีของ Schiller ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าแอปเปิลรับทราบและกำลังพยายามแก้ปัญหาครับ
ที่มา - TechCrunch
จาก แอปเปิลปฏิเสธโปรแกรม Google Voice ไม่ให้เข้า App Store และ AT&T: เราไม่ได้แบน Google Voice เป็นหน้าที่ของแอปเปิลต่างหาก ความคืบหน้าล่าสุดคือ FCC ซึ่งเทียบได้กับ กทช. ของสหรัฐออกโรงมายุ่งกับเรื่องนี้แล้ว เริ่มจากการส่งจดหมายไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งสาม ขอคำตอบแบบเคลียร์ๆ จากกรณีการแบน Google Voice ที่เกิดขึ้น
คำถามที่ FCC ส่งถึงตัวแทนฝ่ายกิจการรัฐบาลของแอปเปิลมี 6 ข้อ สรุปสั้นๆ ดังนี้
- ทำไมแอปเปิลถึงปฏิเสธโปรแกรม Google Voice ไม่ให้เข้า App Store รวมถึงเอาโปรแกรมจากนักพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ Google Voice ออกทั้งหมด
- แอปเปิลทำคนเดียว หรือ AT&T มีเอี่ยวด้วย
- AT&T มีบทบาทในการตัดสินให้โปรแกรมใดเข้า-ไม่เข้า App Store หรือไม่
- ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างโปรแกรม Google Voice กับโปรแกรม VoIP ตัวอื่นๆ ที่แอปเปิลอนุมัติให้เข้า App Store ไปแล้วด้วย
- มีโปรแกรมอื่นๆ อะไรบ้างที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า App Store และด้วยเหตุผลอะไร
- แอปเปิลมีมาตรฐานในการอนุมัติ/ปฏิเสธโปรแกรมเข้าใน App Store อย่างไร
คำถามต่อ AT&T จะคล้ายๆ กับของแอปเปิล ส่วนคำถามต่อกูเกิลเน้นเก็บข้อมูลว่ากูเกิลเคยส่งโปรแกรมอื่นๆ เข้า App Store สำเร็จหรือไม่ FCC ขีดเส้นให้ทั้งสามบริษัทตอบภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2009
ที่มา - TechCrunch
ต่อเนื่องจากข่าว แอปเปิลปฏิเสธโปรแกรม Google Voice ไม่ให้เข้า App Store หลังจากเสียงโวยส่วนใหญ่ถล่มเข้าไปที่ AT&T ว่าเป็นผู้สั่งไม่ให้เอา Google Voice ขึ้น iPhone App Store แต่ตอนนี้ AT&T ออกมาปฏิเสธแล้ว
Glenn Lurie ผู้บริหารระดับสูงของ AT&T ตอบเว็บไซต์ TechCrunch มาทางอีเมลว่า AT&T ไม่มีสิทธิ์ดูแล App Store แต่อย่างใด อำนาจทั้งหมดในการ "อนุมัติโปรแกรม" เป็นของแอปเปิลแต่เพียงผู้เดียว
เว็บไซต์ Gizmodo วิจารณ์ว่า กระบวนการอนุมัติโปรแกรมของแอปเปิลมันชักจะ "มากเกินไปแล้ว"
ที่มา - TechCrunch
Google Voice เป็นบริการของกูเกิลที่ช่วยให้เราใช้ "เสียง" ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ได้ง่ายขึ้น (ข่าวเก่า Google Voice บริการเบอร์เดียวเบ็ดเสร็จสำหรับมือถือ) ระยะหลังกูเกิลเริ่มพัฒนาโปรแกรมสำหรับ Google Voice บนมือถือแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Android และ BlackBerry รวมถึง iPhone
เรื่องมีอยู่ว่าแอปเปิลได้สั่งเอาโปรแกรม Google Voice เวอร์ชันสำหรับ iPhone บน App Store ออก รวมถึงบล็อคการส่งโปรแกรมเข้าไปยัง App Store อีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า "Google Voice มีความสามารถซ้ำกับความสามารถที่มากับตัว iPhone อยู่แล้ว" ส่วนโฆษกของกูเกิลบอกว่ากำลังหาวิธีอื่นให้ผู้ใช้ iPhone อยู่ โดยอาจให้ใช้ผ่านเบราว์เซอร์แทน
สำนักข่าวหลายแห่งมองว่าต้นเรื่องมาจาก AT&T เพราะว่าบริการของ Google Voice จะทำให้ AT&T เสียรายได้จากค่าโทรทางไกล (ผมเข้าใจว่าหมายถึงทางไกลภายในสหรัฐ)
ที่มา - TechCrunch
แม้ว่า App Store แอปเปิลจะมีคนดาวน์โหลดโปรแกรมมากถึง 1.5 พันล้านครั้ง แต่ Vic Gundotra รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิลก็ยังมองว่าแนวทางการพัฒนาโปรแกรมแบบ native แล้วขายผ่าน App Store นั้นไม่ใช่อนาคตที่วงการมือถือควรจะมุ่งไป
เขาบอกว่าปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมือถือเป็นจำนวนมาก ทั้ง iPhone, BlackBerry, Windows Mobile, Symbian ฯลฯ ซึ่งแม้แต่บริษัทระดับกูเกิลเองก็ยังไม่ใหญ่โตพอที่จะสนับสนุนแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้หมด อนาคตของมือถือที่แท้จริงอยู่ในเว็บเบราว์เซอร์ต่างหาก
Vic เชื่อว่าเว็บจะเป็นแพลตฟอร์มที่ชนะในศึกทั้งหมด และเป็นแพลตฟอร์มที่กูเกิลลงทุนไปจำนวนมหาศาล Michael Abbott จาก Palm ซึ่งอยู่บนเวทีเดียวกันก็สนับสนุนแนวคิดของ Vic และบอกว่า HTML5 จะเพิ่มขีดความสามารถของแอพพลิเคชันบนเบราว์เซอร์ให้เทียบเท่ากับ native
Vic บอกว่าคนที่มองเห็นเรื่องนี้เร็วกว่าใครๆ คือสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งประกาศในช่วงเปิดตัว iPhone ใหม่ๆ ว่า "เว็บคือ SDK" แต่แนวคิดนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากนักพัฒนามากนัก Vic มองว่าจังหวะของจ็อบส์อาจเร็วเกินไป แต่ในระยะยาวแล้วทุกคนจะเข้าใจว่าเว็บสำคัญแค่ไหน
ที่มา - FT.com
วันนี้มีสำนักข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีหลายแห่งที่ได้รายงานว่ามีโปรแกรมภาพอนาจารออกมาบน App Store แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกลบออก แม้ว่าผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้อ้างว่าเขาตัดสินใจที่จะเอาโปรแกรมออกเนีื่องจากเซิร์ฟเวอร์ของเขาทำงานไม่ไหว แต่ดูเหมือนว่าแอปเปิลนั้นมีส่วนในการตัดสินใจเอาโปรแกรมนี้ออกด้วย
โดยแอปเปิลเองได้ทำการบอกกับ CNN ว่าแอปเปิลตัดสินใจที่จะเอาโปรแกรมนี้ออกจาก App Store เนื่องจากว่าตามนโยบายของแอปเปิลนั้น โปรแกรมที่ "ไม่เหมาะสม" จะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกจากแอปเปิลได้ โดยโปรแกรมที่มีเนื้อหาอนาจารถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น โดยสาเหตุที่โปรแกรมนี้หลุดการคัดกรองจากแอปเปิลตอนแรกได้ก็เพราะว่าโปรแกรมนี้ใช้วิธีโหลดภาพโป๊จากเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง
ที่น่าแปลกคือการจัดเรทติ้งของแอปเปิลเอง (เช่น Parental Control) กลับมีการอ้างอิงถึงโปรแกรมที่ได้รับเรทติ้ง "ภาพโป๊" อยู่ด้วย
ที่มา - MacRumors
เมื่อเดือนที่แล้วมีผู้ขออนุญาตทาง EFF ว่าขอใช้โลโก้ในโปรแกรมอ่าน RSS แต่เมื่อเช้าัวันที่ 1 มิถุนายนนี่เอง ทาง Apple ไม่อนุญาตให้แจกจ่ายโปรแกรมดังกล่าวทาง App Store เนื่องจากมีบล็อคเรื่องหนึ่งของทาง EFF ที่ล้อเลียนวงการอุตสาหกรรมบันเทิงด้วยการนำฮิตเลอร์มาเป็นผู้บริหาร และในซับไตเติ้ลก็มี f-word ออกมา (ภาพด้านใน)
เมื่อต้นปีในงาน Mobile World Congress โนเกียได้ประกาศว่าจะทำร้านขายโปรแกรมและสื่อต่างๆ บนมือถือใต้ชื่อ Ovi Store (ข่าวเก่า: 1, 2) วันนี้ร้าน Ovi Store เปิดแล้ว
Ovi Store ได้แบ่งสินค้าเป็น 4 ประเภทคือ แอพพลิเคชัน, เพลงและวิดีโอ, เกม และชุดตกแต่งมือถือ (ริงโทน/วอลล์เปเปอร์) ตามคำกล่าวของโนเกียเองบอกว่ามือถือรุ่นใหม่ๆ ประมาณ 50 รุ่นสามารถใช้ Ovi Store ได้ทันที โดยดาวน์โหลดโปรแกรม Ovi มาติดตั้งเพิ่มเติม (ใครมีมือถือโนเกียก็ฝากลองด้วยนะครับ)
ผมลองเปิดเวอร์ชันเว็บปกติเล่นๆ ก็เริ่มมีแอพพลิเคชันเข้ามาพอสมควร ในหมวดเพลง/วิดีโอ และชุดตกแต่งมือถือนั้นยังมีสินค้าน้อยอยู่ ราคาก็มีตั้งแต่ฟรีไปจนถึง 40 ยูโร (แพงสุดที่ผมหาเจอ) เว็บไซต์ TechCrunch ได้รายงานว่าการเปิดตัวของ Ovi วันแรกนั้นมีปัญหามาก ตั้งแต่การตอบสนองของเว็บไซต์ที่ช้ามาก, ค้นหาอะไรไม่ค่อยเจอ, โปรแกรมในรายการผลุบๆ โผล่ๆ ทางทีมผู้ดูแล Ovi ได้ยอมรับปัญหานี้แล้วและสัญญาว่าจะรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด
ที่มา - Nokia Conversations, TechCrunch
แอปเปิลไม่อนุญาตโปรแกรมบนไอโฟน "Me So Holy" ที่อนุญาตให้คุณผ่านรูปตัวเองแล้วนำหน้าตัวเองไปแปะบนภาพศาสดาของศาสนาต่าง ๆ ขึ้นบน App Store
เหตุผลที่แอปเปิลได้นำมาอ้างนี้ เช่นเดิม อยู่ภายใต้กฎข้อที่ 3.3.13 ว่า "แอพพลิเคชั่นใด ๆ ก็ตามต้องไม่มีส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสม หรือมีเนื้อหาที่คนทั่วไปรับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบข้อความ ภาพ ฯลฯ หรือเนื้อหาใด ๆ ก็ตามที่แอปเปิลเห็นสมควรว่าไม่ควร"
นักพัฒนาโปรแกรม Me So Holy นี้กล่าวว่า แอปเปิลเอาอะไรมาตัดสินว่าเนื้อหาของโปรแกรมของเขานั้นไม่เหมาะสม
บนเว็บไซท์ของเขาเอง เขาได้อ้างว่า "เราเข้าใจถึงเหตุผลที่แอปเปิลปฏิเสธโปรแกรมอย่าง Baby Shaker กับ Nine Inch Nail ได้ แต่คำถามของเราคือศาสนามันไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับโปรแกรมที่รุนแรงพวกนี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมโปรแกรมเกี่ยวกับเซ็กซ์ ฉี่ และตดยังผ่านการอนุญาตได้อย่างง่ายดาย ทำไมโปรแกรมเกี่ยวกับศาสนาที่ไม่รุนแรงแน่นอนถึงถือว่ารุนแรง?
ที่มา - C|net
หลังจากที่แอปเปิลได้เปิดตัว iPhone SDK 3.0 Beta 5 มาไม่นาน ทางแอปเปิลได้ส่งจดหมายข่าวไปยังนักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้ว่าทางแอปเปิลจะรับเฉพาะโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาและสามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ iPhone 3.0 เท่านั้น โดยที่โปรแกรมที่ไม่สามารถทำงานได้จะถูกตีกลับ และนักพัฒนาต้องทำการทดสอบบนระบบปฏิบัติการ iPhone 3.0 เป็นหลัก
การประกาศของแอปเปิลครั้งนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบปฏิบัติการ iPhone 3.0 นั้นยังไม่เสถียรเท่าที่ควร และทำให้นักพัฒนาจะต้องเสียเวลามากขึ้นในการทำให้โปรแกรมนั้นสามารถทำงานกับระบบปฏิบัติการนี้ได้อย่างสมบูรณ์
เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดว่าแอปเปิลนั้นเมินเฉยต่อความเข้ากันได้กับรุ่นก่อนหน้า (backward compatibility) บนระบบปฏิบัติการของ iPhone อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้มีโปรแกรมหลายตัวไม่สามารถที่จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ iPhone 2.0 ได้ ถ้ามันถูกเขียนมาสำหรับ iPhone 2.1, 2.2, 2.2.1 เท่านั้น ซึ่งเป็นเหมือนการบังคับให้ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องอัพเกรดระบบปฎิบัติการให้เป็นรุ่นล่าสุด ไม่เหมือนกับการที่แอปเปิลยังคงรองรับการทำงานของโปรแกรมที่เขียนสำหรับโอเอส 9 ให้สามารถรันได้จนถึง Mac OS X Leopard ก่อนที่จะหยุดรองรับใน Snow Leopard ในที่สุด
ที่มา: TUAW
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ผมเป็นผู้ใช้ Macbook Pro และ iPhone 2G
CNN รายงานว่าแอปเปิลได้ทำการประกาศขอโทษอย่างเป็นทางการที่ปล่อยให้แอพพลิเคชั่นชื่อ Baby Shaker ผ่านการตรวจสอบมาอยู่บน App Store ได้
เกม Baby Shaker นี้เปิดให้ดาวน์โหลดได้ผ่านทาง App Store ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นในวันพุธแอปเปิลก็ได้ทำการถอดเกมนี้ออก หลังจากที่ผู้ใช้หลาย ๆ คนและสื่อเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเกมนี้เข้าข่ายการทำร้ายเด็กทารกโดยการเขย่า (Shaken Baby Syndrome)
ในเกมนี้นั้น จะมีภาพและเสียงเด็กทารกร้องไห้ ผู้เล่นจะต้องทำการเขย่าตัวเครื่องเพื่อให้เด็กหยุดร้องไห้
การอนุมัติโปรแกรมบน App Store ของแอปเปิลนั้นเป็นที่รู้กันว่ามีปัญหาอยู่มากพอสมควร เช่นโปรแกรม South Park ที่แอปเปิลให้เหตุผลว่าภาษาที่ใช้นั้นไม่สุภาพ ในขณะที่รายการ South Park ที่มีภาษาไม่สุภาพเช่นกันกลับสามารถขายบน iTunes Store ได้อย่างไม่มีปัญหา
แม้ว่ากฎของแอปเปิลคือโปรแกรมจะต้องไม่ใช่โปรแกรมสแปม ไม่มีภาพโป๊ ฯลฯ แต่ก็มีหลายครั้งที่แอปเปิลอนุมัติโปรแกรมที่ผิดกฎของแอปเปิล และหลายครั้งที่โปรแกรมไม่ได้แหกกฎ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติเพราะเป็นโปรแกรมที่แข่งกับโปรแกรมที่แอปเปิลมีให้อยู่แล้ว
ที่มา - CNN
Windows Marketplace for Mobile นั้นเป็นอีกหนึ่ง App Store ที่ไมโครซอฟท์เปิดขึ้นมาเพื่อให้ Windows Mobile นั้นทัดเทียมกับระบบปฏิบัติการอื่น (อ่านข่าวเก่าโดยคุณ infernohellion: รวม App Store ทั้งหมดจากงาน Mobile World Congress) วันนี้ไมโครซอฟท์เผยราคาค่าบริการต่างๆ สำหรับนักพัฒนาที่สนใจจะต้องทำตามแล้วครับ
นักพัฒนาที่ขายโปรแกรมผ่าน Windows Marketplace for Mobile นั้นจะได้รับส่วนแบ่ง 70% ของการขาย (ซึ่งเท่ากับแอปเปิลและกูเกิล) โดยนักพัฒนานั้นจะต้องจ่ายค่าบริการรายปีเป็นจำนวน 99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงแรกนี้จะสามารถส่งได้ 5 โปรแกรม และถ้าต้องการส่งโปรแกรมเพิ่มจะต้องเสียอีกปีละ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อโปรแกรม สำหรับนักศึกษาที่พัฒนาผ่านทาง DreamSpark นั้นได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายครับ
กระบวนการพิจารณาก่อนเอาขึ้นเว็บของไมโครซอฟท์นั้นนักพัฒนาจะสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดทุกขั้นตอน สำหรับนักพัฒนาที่สนใจจะสามารถสมัครได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและจะเริ่มส่งโปรแกรมได้ในช่วงฤดูร้อน (ประมาณเดือนมิถุนายน) นี้
ที่มา: Microsoft PressPass
iTunes App Store นั้นขึ้นชื่อว่ามีปัญหากับการเอาโปรแกรมขึ้นอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมราคาสามหมื่นกว่าบาท หรือจำกัดบางเบราเซอร์ไม่ให้ขาย (ซึ่งตอนหลังกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด) วันนี้ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันอีกแล้วครับ
โปรแกรมที่มีปัญหานี้คือ Tweetie รุ่น 1.3 ซึ่งเป็น Twitter Client ที่ผู้พัฒนาได้ใส่คุณสมบัติในการดู Trends หรือแนวโน้มของสิ่งที่คนทั้งหมดกำลังส่งข้อความถึงกันอยู่ (สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ Twitter มันก็คล้ายกับดูว่ามีใครกำลังค้นอะไรอยู่บ้างในกูเกิลนั่นละครับ) ปัญหาเกิดเนื่องจากตอนที่แอปเปิลกำลังพิจารณาอนุมัติอยู่นั้นผู้คนส่วนใหญ่กำลังพูดถึงคำที่ไม่สุภาพ ทำให้แอปเปิลจับภาพหน้าจอและส่งกลับมายังผู้พัฒนาว่าไม่สามารถให้ผ่านเข้า App Store ได้เนื่องจากมีคำที่ไม่สุภาพนี้อยู่ในโปรแกรม
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้พัฒนาได้ชี้แจงแล้วก็สามารถที่จะลง App Store ได้ในที่สุด แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณาของแอปเปิลนั้นยังน่าสงสัยอยู่มากทีเดียว
Fortune รายงานจากงาน Mobile World Congress ณ กรุงบาเซโลนา ว่าจุดเด่นของงานในปีนี้คือผู้ผลิตระบบปฏิบัติการหรือโทรศัพท์มือถือเกือบทุกรายตัดสินใจเพิ่ม App Store เข้าไปในระบบ/เครื่องของตนเองเกือบแทบทั้งสิ้น โดยพอสรุปได้ว่า:
- Nokia Ovi Store จะเป็นทั้ง Online App Store และเป็น Media Portal ที่จะมาพร้อมกับโนเกีย N97 และสามารถโหลด Ovi Store เข้าไปในโนเกียรุ่นก่อน ๆ ได้ด้วยภายในเดือนพฤษภาคมนี้
- Windows Marketplace จะมาพร้อมกับ Windows Mobile รุ่นต่อไป โดยจะมี App กว่า 20,000 ตัว ณ เวลาที่เปิดตัวเลยทีเดียว
- App Store for Symbian โดย PocketGear ซึ่งเคยทำ App Store ให้กับ Palm และ Windows Mobile มาก่อน จะทำ App Store ลักษณะเดียวกันให้กับ Symbian ที่รันบนโทรศัพท์มือถือของโนเกีย แต่ดูเหมือนว่าอาจจะมีการแข่งขันระหว่าง App Store ตัวนี้กับ Ovi Store อยู่เหมือนกัน
- Android Market เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนตุลาคมเมื่อปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ยังเปิดรับเฉพาะ App ฟรี แต่ดูเหมือนว่าจะเห็นหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปเร็ว ๆ นี้
- Blackberry Application Center ในขณะนี้อยู่ระหว่างการชักชวนผู้พัฒนาให้เข้าร่วมพัฒนาโปรแกรมสำหรับ BlackBerry ที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมปีนี้
- Palm Software Store ถูกเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว ณ เวลานี้มีโปรแกรมกว่า 2,000 ตัวและเกมอีกกว่า 1,000 เกม สามารถดาวน์โหลดลงทั้งบน Palm OS และ Windows Mobile ได้
สำหรับตอนนี้ iTunes App Store เป็นบ้านให้กับ App กว่า 20,000 ตัวและรวมยอดดาวน์โหลดทั้งหมดมากกว่า 500 ล้านครั้งแล้ว ปีนี้คงเป็นปีที่น่าสนใจสำหรับตลาดซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือไม่น้อยเลยทีเดียว
คุณล่ะ คิดจะเขียนโปรแกรมให้กับโทรศัพท์มือถือหรือยัง?
ที่มา - MacRumors







