แม้ว่าจะยังไม่มี Kindle ขายในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ แต่วันนี้ Amazon ก็ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Kindle Store และแอพ Kindle สำหรับสมาร์ทโฟนในประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว
Kindle Store ที่เปิดตัวในครั้งนี้คาดว่าถูกส่งมาเพื่อจับตลาดสมาร์ทโฟน Android ที่มีจำนวนมหาศาลในจีน ถึงขนาดที่มีหน้าพิเศษสำหรับดาวน์โหลดแอพบน Android เพิ่มเข้ามาด้วย ส่วนผู้ใช้ iOS นั้นสามารถดาวน์โหลดได้จาก iTunes Store ตามปกติ
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการที่ Amazon รุกเข้ามาในจีนครั้งนี้ เพื่อปูทางให้บริการอื่นๆ ทยอยเข้ามา ซึ่งบริการต่อไปน่าจะเป็น Amazon AppStore บน Android ที่ขยายบริการมาแถบเอเชียได้พักนึงแล้ว
ส่วนตัวเครื่อง Kindle คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเอามาขายจีนด้วยหรอืไม่ แม้ว่าจีนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมเจ้าเครื่องอ่านอีบุ๊กนี้มาก จนถึงกับมีคนทำเฟิร์มแวร์เฉพาะมาลงก็ตาม
ที่มา - Tech In Asia
Richard Stallman ประธานมูลนิธิซอฟต์แวร์เสรี ออกโรงมาอัด Ubuntu ในประเด็นเรื่องการดึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ จากฟีเจอร์เจ้าปัญหาใน Ubuntu 12.10 ที่แสดงรายการสินค้าจาก Amazon
ประเด็นของ Stallman คือซอฟต์แวร์เสรีหรือโอเพนซอร์ส มีจุดเด่นตรงที่เปิดเผยโค้ดทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ได้ว่ามีอะไรแอบซ่อนอยู่ในซอฟต์แวร์หรือไม่ (และแก้ไขได้ถ้าพบปัญหา) ซึ่ง Ubuntu แหกธรรมเนียมนี้โดยใส่โค้ดที่ส่งข้อมูลคำค้นกลับไปยัง Canonical แล้วส่งไปยัง Amazon อีกต่อหนึ่ง
Stallman บอกว่าผู้ใช้สามารถแก้โค้ดของ Ubuntu เพื่อเลี่ยงฟีเจอร์นี้ได้ แต่การกระทำของ Canonical ก็ไม่ถูกต้องในหลักการอยู่ดี และเขาออกมาเรียกร้องให้บอยคอต Ubuntu ในทุกๆ กรณีเพื่อสร้างแรงกดดันต่อ Canonical
Amazon เผยสถิติที่น่าสนใจของ Amazon Appstore ดังนี้
- ยอดดาวน์โหลดแอพเพิ่มขึ้น 500% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจาก Kindle Fire นั่นเอง
- จำนวนเกมที่รองรับ GameCircle เพิ่มขึ้นเท่าตัว หลัง Kindle Fire HD วางขาย
- ยอดดาวน์โหลด SDK สำหรับฟีเจอร์ in-app purchase และ GameCircle เพิ่มขึ้นเท่าตัวหลัง Kindle Fire HD วางขาย
- แอพ 23 ตัวจากแอพรายได้สูงสุด 25 อันดับแรก ใช้เทคโนโลยี in-app purchase ของ Amazon
ที่มา - Amazon
Amazon ออกเครื่องมือจัดการ AWS บน Windows ตัวใหม่คือ AWS Tools for PowerShell จากเดิมที่มีแต่บน Command Prompt เพื่อให้นักพัฒนาหรือผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลบน AWS ผ่านทาง Windows PowerShell โดยรองรับเครื่องมือบน PowerShell กว่า 20 เครื่องมือและคำสั่งกว่า 550 คำสั่ง
ที่มา - The H
เนื่องจากเพื่อนผมซื้อ Kindle Paperwhite (PW) มาแล้ว และตัวผมก็แสดงความสนใจเจ้าเครื่องนี้จนออกนอกหน้า เพื่อนตัวดีก็ใจดีให้ผมยืมไปลองเล่นเผื่อว่าจะหาเพื่อนร่วมทางได้อีกคน ผมก็เลยถือวิสาสะจับมาทดสอบการใช้งานและพร้อมกับแชร์ให้เพื่อนๆให้ได้รับทราบกัน
ในฐานะที่ผมใช้งานเครื่อง Kindle 2, Kindle 3 และ Kindle DX Graphite มาด้วย และประกอบกับทาง Blognone เองมีรีวิว Kindle 3 โดยคุณ pittaya และ รีวิว Kindle Touch โดยคุณ mk ผมคงจะเน้นส่วนประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างมากกว่ารีวิวเจาะไปในทุกฟีเจอร์ละกันครับ
ผู้ใช้กลุ่มเด็กเป็นตลาดที่ Amazon เน้นมากในช่วงหลัง โดย Kindle Fire HD เองก็มีโหมดชื่อ FreeTime สำหรับพ่อแม่กำหนดเนื้อหาให้ลูกใช้งานบนแท็บเล็ต
ล่าสุด Amazon เปิดบริการตัวใหม่ชื่อ Kindle FreeTime Unlimited หรืออธิบายง่ายๆ คือเป็นบริการดาวน์โหลดเนื้อหา (แอพ-เกม-หนังสือ-หนัง-รายการทีวี) สำหรับเด็กอายุ 3-8 ปีได้ไม่จำกัดจำนวน โดยคิดราคา 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือนต่อบัญชีของเด็กหนึ่งคน หรือจะจ่ายเหมา 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือนต่อครอบครัวก็ได้ (ถ้าเป็นสมาชิก Amazon Prime อยู่แล้วจะมีส่วนลดพิเศษ)
เว็บไซต์ DigiTimes เจ้าเก่า รายงานว่า Foxconn ได้รับคำสั่งผลิตมือถือจาก Microsoft และจาก Amazon โดยมือถือของทั้งสองเจ้าจะได้รับการเปิดตัวในกลางปีหน้า และจะมียอดการผลิตเพื่อส่งไปขาย (shipment) ในล็อตแรกที่จำกัด
เช่นเคย Foxconn ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ใครที่ติดตามข่าวลือมือถือ Surface Phone ก็คงเห็นข่าวใน Blognone มาอย่างต่อเนื่อง ส่วนมือถือจาก Amazon นั้นต้องย้อนกลับไปที่ข่าวลือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ที่มา: DigiTimes
เมื่อวานนี้เป็นงาน re:Invent ของอเมซอน โดยตัวงานรวมเป็นงานสำหรับนักพัฒนาที่ใช้บริการ AWS จุดสนใจหลักไปอยู่ที่บริการ S3 ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากไตรมาสที่แล้วที่มีออปเจกต์ใน S3 ทั้งหมด 905 พันล้านออปเจกต์ ไตรมาสที่สามที่ผ่านมาตัวเลขนี้ก็เติบโตขึ้นเป็น 1.3 ล้านล้านออปเจกต์แล้ว
ในงานเดียวกันอเมซอนประกาศลดราคาค่าส่งข้อมูลจาก S3 ลง 25% ทำให้ราคาเริ่มต้นต่อกิกะไบต์ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 0.095 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์
ตัวเลขการใช้งานที่อเมซอนเปิดเผยอีกอย่าง คือ บริการ Elastic Map Reduce ที่ตอนนี้มีคนสร้างคลัสเตอร์มาใช้งานในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถึง 3.7 ล้านคลัสเตอร์
Amazon เพิ่งประกาศว่า ตอนนี้ บริการกลุ่มเมฆ EC2 ของตน รองรับ Windows Server 2012 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่มีแต่ Windows Server 2003 R2, 2008 และ 2008 R2
Windows Server 2012 ที่เพิ่มเข้ามาจะรวมทั้งการจัดการเซิร์ฟเวอร์สำหรับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์หลาย ๆ เครื่อง, ปรับปรุงประสิทธิภาพ PowerShell, IIS 8.0 และ .NET Framework 4.5
ที่มา - The H
พักหลังๆ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Amazon ในการขยายพรมแดนกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ ไล่ตั้งแต่หันมาทำ Kindle ไปจนถึงมีบริการ Cloud computing เป็นของตนเอง สำหรับเว็บไซต์ของ Amazon เองก็ไม่ได้ขายสินค้าเฉพาะหนังสืออย่างเดียวมานานแล้ว เพราะมีของอย่างอื่นขายด้วยเช่นเดียวกัน
ล่าสุด Amazon เปิดขาย "ไวน์" ซึ่งสั่งจากไร่ไวน์แล้วส่งตรงถึงบ้านลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา แบบเดียวกับเว็บไซต์ขายไวน์อื่นๆ ที่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกา เช่น Wine.com โดยคิดค่าส่งที่ USD9.99 (ประมาณสามร้อยบาท) ต่อหกขวด ให้บริการส่งเป็นบางรัฐเท่านั้น เนื่องด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ของแต่ละรัฐที่แตกต่างกัน
อันที่จริงเคยมีข่าวลือว่า Amazon มีความพยายามที่จะเปิดขายไวน์ออนไลน์มาตั้งแต่ปีคริสตศักราช 2008 แต่แผนการถูกยกเลิกไปเสียก่อนตั้งแต่ปี 2009 (1, 2)
ที่มา - CNET
ส่วนตัวหวังไว้ลึกๆ ว่าเมื่อไหร่จะส่งไวน์ผ่านพอร์ต USB ได้บ้าง
นอกจากเกม Air Patriots ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวานนี้แล้ว Amazon ยังได้ออกแอพ Amazon Cloud Drive Photos มาเสริมทัพบริการ Cloud Drive อีกด้วย
ฟีเจอร์ทั่วไปก็แน่นอนว่าสามารถอัพโหลดรูปภาพขึ้นไปยัง Cloud Drive ได้ โดยได้พื้นที่จัดเก็บฟรี 5 GB และเรียกดูได้จากโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตแอนดรอยด์ หรือเว็บเบราว์เซอร์ แต่ไม่มีฟีเจอร์อัพโหลดอัตโนมัติเหมือนกับแอพ Google+ หรือ Dropbox
นอกจากนี้ยังสามารถแชร์รูปภาพจาก Cloud Drive ไปยัง Facebook หรือบริการอื่นได้โดยตรง
ดาวน์โหลดได้แล้วที่ Play Store และ Amazon Appstore
ที่มา - The Next Web
Amazon มักลดราคาบริการกลุ่มเมฆของตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ล่าสุดก็ประกาศลดราคาผลิตภัณฑ์หลัก EC2 ลงอีกรอบ
การลดราคาครั้งนี้ครอบคลุม EC2 กลุ่ม Standard Instances รุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (กลุ่มที่เป็นวินโดวส์ไม่ลดราคา) โดยราคาลดลงมาราว 18% รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ติดตามกันเองจากลิงก์ต้นทางครับ
นอกจากนี้ EC2 ยังเพิ่ม instance ที่ใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นที่สอง (รหัส m3) อีกสองตัวคือ m3.xlarge และ m3.2xlarge สำหรับงานที่ต้องการพลังประมวลผลมากขึ้นด้วย
ผมไม่แน่ใจว่าคนแถวนี้ใช้ EC2 กันมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีก็ช่วยแสดงตัวด้วยแล้วกันนะครับ
ที่มา - AWS
Amazon เริ่มหยั่งเท้าเข้ามาในโลกของเกมได้สักระยะ โดยเปิดสตูดิโอชื่อ Amazon Games Studio พร้อมเกมตัวแรก Living Classics บนเฟซบุ๊กไปแล้ว
ล่าสุด Amazon Games Studio ออกเกมมือถือเกมแรกในชื่อ Air Patriots โดยลงแพลตฟอร์ม Kindle Fire, Android, iOS แถมดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรี
Air Patriots เป็นเกมตระกูล tower defense ที่ผู้เล่นต้องควบคุมฝูงบินต่อสู้กับรถถังที่บุกเข้ามาโจมตีฐานของเรา (หน้าตาจะคล้ายๆ เกม Zuma) ใครสนใจก็ดาวน์โหลดมาทดสอบกันเองตามสะดวก (Amazon Appstore, Play Store, Apple App Store)
ที่มา - Amazon, Inside Mobile Apps
หลังจาก Amazon ออกมาบอกว่า Kindle Fire HD ขายดีที่สุดในวันที่ iPad mini เปิดตัว บริษัทก็ตามซ้ำด้วยกระสุนชุดที่สอง โดยลงตารางเปรียบเทียบระหว่าง Kindle Fire HD และ iPad mini บนหน้าแรกของ Amazon.com ให้เห็นกันชัดๆ
Amazon ใช้คำโปรยว่า Much More for Much Less ชูจุดขายว่า Kindle Fire HD ใช้จอความละเอียดสูงกว่า iPad mini (216 ppi ต่อ 163 ppi), มีระบบเสียงสเตอริโอ และเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้เร็วกว่าด้วยเสาอากาศแบบ MIMO
ส่วนราคาของ Kindle Fire HD ก็ถูกกว่าคือ 199 ดอลลาร์ เทียบกับ iPad mini 329 ดอลลาร์
ที่มา - The Next Web
เราเห็นไมโครซอฟท์กับแอปเปิลออกมาเปิดสงครามน้ำลายระหว่างกันไปเยอะแล้ว ล่าสุด Amazon ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันของ iPad mini ก็ออกมาสยบกระแส ด้วยการประกาศว่า "Kindle Fire HD รุ่น 199 ดอลลาร์ มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ iPad mini เปิดตัว"
Amazon ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขของ Kindle ทุกชนิดเช่นเคย บอกเพียงว่ายอดขายของ Kindle Fire HD ในวันดังกล่าวเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้านั้น
ที่มา - AllThingsD
ปรากฎการณ์ Amazon AWS ล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พาให้เว็บขนาดใหญ่จำนวนมากล่มตามไปด้วย สร้างปัญหาต่อความน่าเชื่อถือของการใช้บริการจากกลุ่มเมฆ ที่แม้จะเป็นบริการจากผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถืออย่างอเมซอนก็ยังมีข่าวล่มหลายครั้ง ตอนนี้ทางอเมซอนก็ออกมาชี้แจงปัญหานี้แล้ว โดยปัญหาหลักจากตัวมอนิเตอร์เซิร์ฟเวอร์เวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่งติดตั้งลงไป
ตัวซอฟต์แวร์เก็บข้อมูล (data collection agent) ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ทุกตัวในบริการ AWS เพื่อมอนิเตอร์ว่าเครื่องใดต้องการการซ่อมบำรุงหรือไม่ เมื่อติดตั้งลงไปแล้ว ก็เกิดปัญหาภายในอีกอย่างหนึ่ง คือ เซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่งนำมาเปลี่ยนเครื่องที่เสียไปนั้น มีปัญหาการอัพเดต DNS ทำให้เครื่องบางส่วนในวงภายในของอเมซอนไม่สามารถติดต่อเครื่องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ ปรากฎว่าเมื่อซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลรุ่นใหม่พยายามติดต่อเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลไม่ได้ มันเกิดการสะสมข้อมูลที่ต้องรายงานกลับไว้ในหน่วยความจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อเมซอนระบุว่าภายในเซิร์ฟเวอร์มีการมอนิเตอร์หน่วยความจำแล้ว แต่ไม่สามารถตรวจสอบปัญหาบางรูปแบบได้ เพราะการใช้หน่วยความจำที่ซับซ้อนของซอฟต์แวร์ของอเมซอนเอง ทำให้ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลที่มีบั๊กกินหน่วยความจำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเครื่องจำนวนมากเริ่มไม่ตอบสนอง และทำให้ AWS ของโซนนั้นๆ ล่มไปในที่สุด
อเมซอนระบุว่าได้แก้ไขทั้งบั๊กในซอฟต์แวร์ และปรับปรุงระบบการมอนิเตอร์ของตัวเองแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต และทางอเมซอนขออภัยลูกค้าที่เดือดร้อน
ชื่อเสียไปแบบนี้ ตลาดที่กลัวที่สุดคงเป็นตลาดองค์กรที่คงชะลอแผนการย้ายบริการมาอยู่บนกลุ่มเมฆออกไปอีกสักหน่อย
ที่มา - Amazon
Amazon.com ออกมาประกาศว่าแท็บเล็ตรุ่นล่าสุด Kindle Fire HD ทะยานขึ้นมาเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งของ Amazon ทั่วโลก อย่างไรก็ตามทางบริษัทก็ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขยอดขายเช่นที่แล้วๆ มา
ในข่าวเดียวกับ Amazon ยังประกาศอัพเดตซอฟต์แวร์ของ Kindle Fire HD ให้เพิ่มฟีเจอร์ FreeTime สำหรับพ่อแม่ควบคุมการใช้งานแท็บเล็ตของลูกๆ ด้วย
นอกจากนี้ Amazon ยังเตรียมวางขาย Kindle Fire HD รุ่นหน้าจอ 8.9" ที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นแรกในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ตั้งราคา 299 ดอลลาร์ครับ
ที่มา - SlashGear, The Next Web
ถ้าใครอยากได้ Kindle หน้าจอสัมผัสแบบไม่มีไฟ ขอแสดงความเสียใจด้วย ตอนนี้อเมซอนเลิกขาย Kindle Touch ที่เปิดตัวเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตัดออกจากหน้าอุปกรณ์ Kindle ถ้าคุณยังหา Kindle Touch ในเว็บอเมซอน จะขึ้นว่า ไม่มีของเหลือ โดยแนะนำให้ไปซื้อ Kindle Paperwhite แทน
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอเมซอนมักเลิกขาย Kindle รุ่นเก่าเมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่ ซึ่งทาง The Verge ทราบตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้วว่าอเมซอนลดกำลังการผลิต Kindle Touch
ที่มา - The Verge
เมื่อเวลาประมาณ 10:38 AM PDT ในสหรัฐได้มีการตรวจสอบพบปัญหาของบริการ Elastic Block Store (EBS) ที่อยู่ในรัฐเวอร์จิเนียตอนเหนือซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง(จากที่ Amazon รายงาน) ในขณะนี้กำลังแก้ไขอยู่
ปัญหาในครั้งนี้ส่งผลให้บริการออนไลน์ต่างๆ ได้รับผลกระทบด้านประสิทธิภาพและพบการล่มในหลายๆบริการ ได้แก่ Heroku, Coursera, Reddit, Foursquare, Airbnb, Flipboard, Appfog, RedisToGo, GitHub, imgur, Pocket, HipChat, Minecraft และอื่นๆ
ปัญหานี้ได้เคยเกิดขึ้นแล้ว ต่อไปนี้ใครจะใช้บริการบนกลุ่มเมฆต้องคิดให้หนักขึ้นแล้ว
บริการ EC2 ของอเมซอนให้บริการเช่าเครื่องใช้งานเป็นหน่วย "ซีพียู" โดยไม่เปิดเผยว่าเครื่องที่เรากำลังซื้อนั้นจริงๆ แล้วเป็นซีพียูอะไร แต่งานวิจัยล่าสุดก็แสดงให้เห็นการอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ในปีนี้อเมซอนกำลังย้ายมาใช้งานอินเทล Xeon E5645 เกือบทั้งหมด
ในปีที่แล้ว EC2 มีซีพียูเอเอ็มดีให้บริการอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องขนาดเล็กที่มี Opteron 270 และ Opteron 2218HE ให้บริการอยู่ในเครื่องขนาดใหญ่ แต่ปีนี้กลับหายไปเกือบหมด และย้ายไปให้บริการเครื่องขนาดเล็กเท่านั้น













