Tags:
Windows 8

บล็อก Building Windows 8 เผยข้อมูลเกี่ยวการเชื่อมต่อระหว่าง Windows 8 กับ "เซ็นเซอร์" แขนงต่างๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์นานาชนิด

  • เซ็นเซอร์มาตรฐานที่ Windows 8 รองรับได้แก่ ambient light sensor (ALS) ที่ช่วยปรับความสว่างหน้าจอตามแสงภายนอก และข้อมูลจาก accelerometer ที่คอยปรับหน้าจอเป็นแนวตั้ง-นอน อันนี้คงไม่ต่างจากระบบปฏิบัติการอื่นๆ
  • แต่ที่เป็นประเด็นยืดยาวคือ เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว 3 ประเภท ได้แก่ 3D accelerometer (วัดความเร่ง 3 แกน), 3D magnetometer (วัดสนามแม่เหล็ก 3 แกน) และ gyro sensor วัดการหมุน
  • บล็อกของไมโครซอฟท์อธิบายแนวคิดของเซ็นเซอร์ทั้ง 3 ชนิดนี้ และบอกข้อจำกัดของการใช้เซ็นเซอร์แต่ละตัวว่า ไม่สามารถวัดการเคลื่อนไหวได้ละเอียดเท่าที่ควร โดยเฉพาะถ้าต้องการการตอบสนองในเวลาที่จำกัด
  • ทางออกของไมโครซอฟท์คือนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทั้ง 3 ชนิดมารวมกัน จะวัดความเคลื่อนไหวได้ 9 มิติ ไมโครซอฟท์เรียก API ตัวนี้ว่า “9-axis sensor fusion” ซึ่งเป็น API มาตรฐานของ WinRT และแอพใดๆ สามารถเรียกใช้ได้เลย
  • ข้อดีของ 9-axis sensor fusion คือการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ไมโครซอฟท์จะทำมาให้เสร็จ แอพไม่ต้องไปคิดคำนวณเอง (แต่จะใช้ raw data ก็ย่อมได้) แถมการประมวลผลจะอยู่ในระดับฮาร์ดแวร์เซ็นเซอร์ ไม่ต้องเปลืองพลังของซีพียูมาคำนวณอีกทีหนึ่ง
Tags:
Windows 8

ก่อนหน้านี้เราเคยเห็น ข่าวลือ เรื่องนี้มาก่อนแล้ว ล่าสุดบล็อก Building Windows 8 ของไมโครซอฟท์เพิ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลของมันอย่างเป็นทางการ

อธิบายแบบสั้นๆ คือ Windows 8 จะมีระบบไฟล์ (file system) แบบใหม่ที่เป็นภาคต่อของ NTFS ที่ใช้กันมานาน ระบบไฟล์ตัวใหม่มีชื่อเรียกว่า Resilient File System หรือตัวย่อ ReFS ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นที่ความเหนียวแน่น (resilence) ของมันในการรับมือกับปัญหาระบบไฟล์พัง

ReFS จะเสร็จพร้อมใช้ใน Windows 8 แต่ไมโครซอฟท์พยายามปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นในขั้นแรก มันจะถูกใช้กับ Windows Server 8 ก่อนเฉพาะในพาร์ทิชันเก็บข้อมูล จากนั้นในอนาคตข้างหน้า ไมโครซอฟท์จะเพิ่มมันเข้ามาใน Windows Client รุ่นหน้า (อาจจะเป็น Windows 9) ในฐานะระบบไฟล์สำหรับเก็บข้อมูลเช่นกัน และสุดท้ายมันจะเข้ามาทดแทน NTFS อย่างสมบูรณ์ในพาร์ทิชันที่วินโดวส์ติดตั้งอยู่ (boot partition)

Tags:
bada

ในที่สุดซัมซุงก็พูดถึงอนาคตของระบบปฏิบัติการอีก 2 ตัวที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง นั่นคือ bada ที่ทุกคนรู้จักกันดี และ Tizen ที่จับมือกับอินเทล สืบทอดตำนานจาก MeeGo

Tae-Jin Kang ผู้บริหารของซัมซุงให้สัมภาษณ์ที่ CES เปิดเผยว่ากำลังรวม bada กับ Tizen เข้าด้วยกัน เขาบอกว่ายังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อใด แต่เมื่อรวมกันเรียบร้อย Tizen จะสามารถรันแอพที่สร้างจาก bada SDK ได้

หลังจากรวมสองระบบเข้าด้วยกัน นักพัฒนาจะมี SDK และ API ชุดเดียว (ไม่ว่าจะมาจากสาย bada หรือ Tizen)

อย่างไรก็ตาม Kang ยอมรับว่าซัมซุงยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะวางตัว bada กับ Tizen อย่างไรดี เขาบอกว่า bada อาจจะจับมือถือตลาดล่างที่ใช้ซีพียูคอร์เดี่ยว และ Tizen จับมือถือตลาดบนที่ไม่ได้ใช้ Android/Windows Phone

เขายังทิ้งท้ายว่าเราจะได้เห็นมือถือ Tizen 1-2 รุ่นในปีนี้ และบอกว่า Tizen จะยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการหลักของซัมซุงในอนาคตอันใกล้

ที่มา - Forbes

Tags:
Linux

วันนี้ (12 มกราคม 2012) เว็บไซต์ The H Online ได้รายงานว่าเคอร์เนลลินุกซ์รุ่น 3.3 ตัวล่าสุดที่อยู่ใน Git ของสายพัฒนาหลัก (main Linux development tree) มีซอร์สโค้ดเป็นจำนวน 15,046,951 บรรทัด ตัวเลขนี้นับรวมพวก comments, blank lines, documentation, scripts และ userland tools ที่รวมอยู่ในเคอร์เนลทั้งหมด เป็นครั้งแรกที่จำนวนบรรทัดของซอร์สโค้ดเคอร์เนลลินุกซ์ทะลุหลักตัวเลข 15 ล้าน นับเป็นจุดหลักสำคัญอีกครั้งของโครงการลินุกซ์

Tags:
Tizen

สองเดือนกว่าๆ หลังการเปิดโครงการ Tizen จากค่ายอินเทลที่จับมือกับซัมซุง ตอนนี้ซอร์สโค้ดรุ่นแรกก็ออกมาให้ใช้งานกันแล้ว พร้อมกับข่าวลือว่าทางซัมซุงจะสร้างมือถือ I9500 ที่เป็น Tizen ที่อาจจะออกมาเปิดตัวในงาน MWC 2012

Tizen ในตอนนี้เป็นระบบปฎิบัติการที่เปิด API ให้กับแอพพลิเคชั่นเฉพาะ Web API เท่านั้น ข้อดีที่เราน่าจะได้เห็นคือแอพพลิเคชั่นใช้งานทั่วไปแบบต่างๆ น่าจะพัฒนาได้ง่ายมากเพราะมีพื้นฐานจากการพัฒนาเว็บทั้งหมด ปัญหาคือชุดพัฒนาตอนนี้ยังไม่รองรับแอพพลิเคชั่นแบบ native ทำให้การเปิดตัวอาจจะขาดเกมไปจำนวนมาก

ขณะที่ I9500 นั้นก็ยังไม่มีข้อมูลว่าจะใช้ซีพียูตระกูลใด หากใช้ Medfield ของอินเทลก็อาจจะเป็นครั้งแรกที่อินเทลขายชิป x86 ให้กับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ได้ นอกเหนือจากที่พัฒนาแล้วไม่มีการผลิตขายจริง

ชุดเครื่องมือพัฒนาของ Tizen นั้นสร้างบนฐานของ Eclipse เช่นเดิม แต่ตัว emulator นั้นเป็น virtual machine ในสถาปัตยกรรม x86 ทำให้น่าจะทำความเร็วได้ดีกว่าฝั่ง Android มาก

ที่มา - Slashgear, Tizen

Tags:
Linux

โครงการลินุกซ์นั้นที่จริงแล้วเป็นผู้ดูแลตัวเคอร์เนลเป็นหลัก และเมื่อวานนี้เคอร์เนลรุ่น 3.2 ก็ออกมาแล้ว โดยมีฟีเจอร์สำคัญๆ หลายอย่าง

  1. Ext4 เพิ่มขนาดบล็อคสูงสุด: แต่เดิม Ext4 จะรองรับขนาดบล็อคสูงสุดที่ 4KB ทำให้เสียเวลาจองพื้นที่ขนาดใหญ่ๆ ค่อนข้างมาก ค่าสูงสุดถูกปรับให้ไปได้ถึง 1MB แล้วในรุ่นนี้
  2. กำหนดโควต้าซีพียูให้กับโปรเซส: แม้ลินุกซ์จะมีความสามารถในการกำหนดความสำคัญ ในการประมวลผลได้เสมอมา (ผ่าน nice) แต่ไม่สามารถกำหนดเพดานการใช้งานซีพียูได้ มารอบนี้จะสามารถกำหนดการใช้งานว่าจะใช้เป็นเวลาเท่าใหร่ในช่วงเวลาที่กำหนด ฟีเจอร์นี้น่าจะมีประโยชน์มากกับบริการเว็บโฮสต์บางที่ที่แยกโปรเซสของเว็บเซิร์ฟเวอร์ให้แต่ละเว็บ ที่จะสามารถบีบการใช้งานของแต่ละเว็บตามโควต้าได้แล้ว
  3. TCP Proportional Rate Reduction: ถ้าใครเรียนวิชาเน็ตเวิร์คมาในมหาวิทยาลัย กระบวนการดันความเร็วของ TCP นั้นคือการส่งข้อมูลเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแพ็กเก็ตเริ่มหาย (RFC2988) ซึ่งมีข้อเสียคือการเข้าสู่จุดที่ความเร็วพอดีนั้นทำได้ช้า แต่ข้อเสนอใหม่จากกูเกิลที่ตั้งชื่ออัลกอลิธึ่มว่า "Proportional Rate Reduction" เพิ่งได้รับการเสนอเข้า IETF เมื่อกลางปีที่แล้ว และตอนนี้ลินุกซ์ก็รองรับแล้ว
  4. Cross memory attach: เพิ่มช่องทางการเขียนเมมโมรีข้ามโปรเซสโดยตรง โดยไม่ต้องเขียนผ่าน shared memory อีกต่อไป กระบวนการนี้จะทำให้งานที่ต้องการสื่อสารข้ามโปรเซสทำงานได้เร็วขึ้น

ฟีเจอร์เต็มๆ และรายการแก้บั๊กอื่นๆ อยู่ในที่มา ส่วนถ้าใครอยากลอง เร็วๆ นี้น่าจะเริ่มมีดิสโทรต่างๆ คอมไพล์รุ่นทดสอบมาให้ลองกันในไม่กี่วันนี้

ที่มา - Kernel Newbies

Tags:
Android

หลังจาก Dianne Hackborn วิศวกรกูเกิลออกมาอธิบายเหตุผลทางเทคนิคว่าทำไม Android ไม่ลื่น ก็มีคนมาร่วมแจมมากมาย ความเห็นที่น่าสนใจเป็น "อดีต" เด็กฝึกงานคนหนึ่งของกูเกิลชื่อ Andrew Munn ซึ่งเขาเคยทำงานในทีม Android เสียด้วย

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก ควรดูประวัติของ Andrew Munn กันก่อนนะครับ ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ปี 3 เคยฝึกงานกับบริษัทมาแล้วหลายแห่ง ได้แก่ Amazon, Google, Xtreme Labs และล่าสุดเขาจะไปฝึกงานกับทีม Windows Phone ในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

Windows 8

เว็บไซต์ WinRumors รายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันว่า Windows Server 8 (ชื่อจริงอาจจะใช้เป็น Windows Server 2013) จะใช้ระบบไฟล์แบบใหม่ที่ชื่อ Resilient File System (ย่อว่า ReFS)

ตามข่าวบอกว่าเดิมทีไมโครซอฟท์พัฒนาระบบไฟล์ตัวใหม่ชื่อ Monolithic NTFS (MNTFS) และโค้ดเนม "Protogon" แต่สุดท้ายเปลี่ยนชื่อมาเป็น ReFS แทน ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดของมันออกมามากนัก บอกเพียงแค่ว่ามันนำแนวคิดหลายอย่างที่ไมโครซอฟท์เคยจะทำใน WinFS สมัย Longhorn แต่สุดท้ายล้มโครงการนี้ไป

ReFS จะเน้นความยืดหยุ่นตามชื่อของมัน และจะมีฟีเจอร์หลายอย่างที่ป้องกันไม่ให้ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ไม่กระทบระบบไฟล์มากนัก มันออกแบบมาสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น ซึ่ง Windows 8 จะไม่ได้ใช้ระบบไฟล์แบบนี้

ที่มา - WinRumors

Tags:
Windows 8

ไมโครซอฟท์โพสต์บล็อก Building Windows 8 ตอนล่าสุด พูดถึงนโยบายการบูตเครื่องใหม่หลังอัพเดตแพตช์ต่างๆ ผ่านบริการ Windows Update ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารำคาญของผู้ใช้วินโดวส์มาโดยตลอด ซึ่งใน Windows 8 จะลดความถี่ของการบูตเครื่องใหม่ลงไปมาก

นโยบายใหม่ด้านการรีบูตเครื่องหลังอัพเดต แบบสรุปรวบรัด

  • Windows 8 จะบังคับให้เราบูตเครื่องใหม่ เฉพาะเมื่อมีอัพเดตด้านความปลอดภัยเท่านั้น ตามธรรมเนียมของไมโครซอฟท์จะออกอัพเดตความปลอดภัยทุกวันอังคารที่สองของเดือน นั่นแปลว่าเราจะต้องบูตใหม่อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (แต่ถ้าผู้ใช้อยากรีบูตก่อนเอง ก็ทำได้ตามปกตินะครับ)
  • ในกรณีที่มีอัพเดตด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่แก้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย Windows 8 จะสะสมไปรอบูตพร้อมกันทีเดียวทุกเดือน
  • ในกรณีพิเศษจริงๆ ที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแบบฉุกเฉิน (เช่น แก้เวิร์ม) Windows 8 จะบังคับผู้ใช้บูตเครื่องก่อนกำหนด 1 เดือน
  • ในกรณีที่ต้องบูต Windows 8 จะแจ้งข้อความเตือนหน้า login screen โดยจะแสดงเป็นเวลา 3 วันก่อนบังคับให้รีบูต และกรณีที่เรารันงานทิ้งไว้หรือมีงานที่ไม่ได้เซฟ (ล็อคหน้าจอทิ้งไว้) Windows 8 จะเลื่อนการบูตออกไปจนกว่าเราจะกลับมาล็อกอินเข้าระบบอีกครั้ง
Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์เผยแผนการออก Windows Embedded รุ่นหน้า ซึ่งจะวางกำหนดการณ์ให้สอดคล้องกับ Windows 8

  • Windows Embedded Enterprise (สำหรับ ATM และตู้ kiosk) ออก 1 ไตรมาสหลังจาก Windows 8
  • Windows Embedded Standard (สำหรับพีซีและอุปกรณ์ทั่วไป) ออก 3 ไตรมาสหลังจาก Windows 8 (จะออกรุ่นพรีวิวในไตรมาสแรกของปี 2012)
  • Windows Embedded Compact ออกครึ่งหลังของปี 2012

สำหรับ Windows Embedded Standard จะสนับสนุนซีพียูตระกูล ARM ด้วย ทั้งนี้ไมโครซอฟท์ยังไม่บอกนะครับว่า Windows 8 จะออกเมื่อไร

ที่มา - Microsoft, Computerworld

Tags:
Linux Mint

หลังจากประกาศแนวทางพัฒนาไปแล้ว ในที่สุดทีมงานก็ได้ปล่อย Linux Mint 12 RC โค้ดเนม "Lisa" ออกมา ให้ผู้ที่ติดตามได้ลองใช้ ก่อนที่จะปล่อยเวอร์ชันจริงประมาณวันที่ 20 เดือนนี้

โดยสิ่งที่เพิ่มมาใหม่คือ

  • Gnome 3 ที่มาพร้อมกับ Mint Gnome Shell Extensions (MGSE) เพื่อคงความเป็น Gnome 2 ไว้
  • MATE ที่เป็นการนำ Gnome 2.32 มาพัฒนาต่อเพื่อให้ติดตั้งร่วมกับ Gnome 3 ได้
  • หน้าตาที่ปรับปรุงจากรุ่นเดิม โดยใช้ธีมใหม่ที่มีชื่อว่า Mint-Z
  • Duck Duck Go เสิร์ชเอ็นจินที่ทีมงานพัฒนาขึ้นมาเองและตั้งให้เป็นค่าเริ่มต้น
Tags:
Lion

ระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.7 Lion ที่ขายผ่านช่องทาง Mac App Store มียอดขายในช่วงแรกน่าตื่นตา (ข่าวเก่า: Mac OS X Lion หนึ่งวัน หนึ่งล้านชุด) แต่ตัวเลขล่าสุดจากบริษัทวิจัย Chitika Insights กลับพบว่า Lion มีส่วนแบ่งตลาดเฉพาะใน Mac OS X รุ่นต่างๆ เริ่มคงตัว ไม่โตขึ้นแบบก้าวกระโดดแล้ว

ตัวเลขของ Chitika Insights บอกว่าปัจจุบัน Lion มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 16% ของ Mac OS X ทั้งหมด โดยอันดับหนึ่งยังเป็นของ 10.6 Snow Leopard ที่ประมาณ 56% และตามด้วย 10.5 Leopard ที่ 22%

แต่เมื่อดูส่วนแบ่งตลาดย้อนหลังเทียบกับเวลา (โดยอิงจากสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ด้วย Lion) พบว่าส่วนแบ่งของ Lion เติบโตช้ามากในช่วงหลังๆ คือ เติบโต 0.98% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น (มิถุนายน-กันยายน) ที่โต 4.05% ต่อเดือน

Tags:
Solaris

หลังจากที่พรีวิวความสามารถในงาน Oracle OpenWorld เมื่อเดือนก่อน วันนี้ Solaris 11 ออกรุ่นจริงแล้ว

ของใหม่ในรุ่นนี้เป็นความสามารถด้าน virtualization, ความปลอดภัย, ประสิทธิภาพ, ความสะดวกในการจัดการ ฯลฯ ที่น่าสนใจคือออราเคิลเลือกใช้คำว่า "the First Cloud OS" เพื่อเกาะกระแสกลุ่มเมฆที่กำลังมาแรง และเน้นฐานลูกค้าสำคัญของ Solaris ที่มักนำมาใช้เป็นระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่

Solaris ถือเป็นจิ๊กซอสำคัญอีกตัวของออราเคิล ที่ต้องการสร้าง "โซลูชันครบวงจร" แก่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ การซื้อกิจการซันทำให้ออราเคิลมีระบบปฏิบัติการของตัวเองไปแข่งกับ IBM/HP ได้ และแน่นอนว่า Solaris 11 ย่อมถูกปรับแต่งมาอย่างดีให้รันซอฟต์แวร์องค์กรของออราเคิลได้อย่างราบรื่น

ที่มา - Oracle Press

Tags:
FSF

Free Software Foundation (FSF) ในฐานะผู้ดูแลสัญญาอนุญาต (license) ยอดนิยมหลายตัว ได้ออกแถลงการณ์ให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ตื่นตัวต่อฟีเจอร์ Secure Boot ที่ไมโครซอฟท์ต้องการให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ (OEM) เปิดใช้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งและบูตเข้าสู่ Windows 8 ได้อย่างปลอดภัย

Secure Boot คือ UEFI ในฐานะตัวโหลดระบบปฏิบัติการ ซึ่งจะทำงานร่วมกับชิป Trusted Platform Module (TPM) ในการตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการมีอะไรปนเปื้อน (เช่น มัลแวร์) หรือไม่ ผ่านการเช็คคีย์ (PKI) ของไฟล์อิมเมจระบบปฏิบัติการ เพื่อป้องกันมัลแวร์หรือการโจมตีที่เข้ามาแก้ไฟล์ระบบปฏิบัติการ เพื่อปิดความสามารถด้านความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการตั้งแต่ตอนบูตเครื่อง สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเชิญอ่านได้จากข่าวเก่า

เนื่องจาก Secure Boot อาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นได้ FSF ยื่นข้อเสนอว่า ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จะต้องยอมให้ผู้ใช้สามารถปิดฟีเจอร์ดังกล่าวหรือแนะนำการติดตั้งและรันระบบปฏิบัติการที่ผู้ใช้ต้องการได้ FSF ยังเปิดให้ลงชื่อร่วมกับแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งระบุไว้ว่า FSF และผู้ลงชื่อจะไม่ซื้อหรือแนะนำคอมพิวเตอร์ที่จำกัดเสรีภาพของผู้ใช้ และพวกเขาจะกระตุ้นผู้คนอย่างสม่ำเสมอให้หลีกเลี่ยงการใช้ระบบเหล่านั้น

ไมโครซอฟท์ได้แถลงไปก่อนหน้านี้ว่า Windows 8 จะรองรับทั้ง BIOS และ UEFI และฟีเจอร์ Secure Boot นี้ไม่ได้ปิดกั้นการลงระบบปฏิบัติการอื่นๆ (เช่น ลินุกซ์) แต่อย่างใด ผู้ใช้ยังมีสิทธิควบคุมเครื่องของตัวเองเหมือนเดิม

ที่มา: FSF ผ่าน WinRumors

Tags:

หนึ่งในระบบปฏิบัติการเก่าแก่ของโลกนอกจากยูนิกซ์, วินโดวส์, แมคอินทอช ยังมี Amiga ที่แม้จะมีชื่อเสียงสู้ผู้เล่นหลักๆ ไม่ได้ แต่ถ้ามีอายุสักยี่สิบห้าปีขึ้นไปก็น่าจะเคยผ่านช่วงรุ่งเรืองของ Amiga มาบ้าง

AmigaOS นับเป็นระบบปฏิบัติการแรกๆ ที่รองรับระบบมัลติทาสกิง, ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก, วิตเจ็ต, การทำงานแบบหน้าต่าง ฯลฯ

ครั้งสุดท้ายที่โลกได้เห็น AmigaOS คือเจ็ดปีที่แล้วกับ AmigaOS 4 ที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับแมคอินทอช

และล่าสุด Hyperion Entertainment บริษัทผู้พัฒนาได้เผยอย่างไม่เป็นทางการว่าเตรียมวางขายอุปกรณ์ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ AmigaOS 4.x โดยขั้นตอนการพัฒนาฮาร์ดแวร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย

ที่มา - Slashdot, Amigaworld