ความคืบหน้าต่อจากคดีศาลสหรัฐตัดสิน Google มีพฤติกรรมผูกขาดบริการ Search Engine เมื่อเดือนสิงหาคม 2024
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice หรือ DoJ) ในฐานะผู้ยื่นฟ้อง ได้ยื่นแนวทางบรรเทา (remedies proposal) พฤติกรรมการผูกขาดต่อศาล ทั้งหมด 4 ข้อ
- Search Distribution And Revenue Sharing เป็นเรื่องพฤติกรรมของกูเกิลในการควบคุมช่องทางการใช้งาน search ไม่ให้คู่แข่งเข้ามาโดยง่าย เช่น Chrome, Android, Google Play โดยกระทรวงยุติธรรมเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (structural remedies) ซึ่งหมายถึงการแยกธุรกิจเหล่านี้ออกจากกูเกิล
- Accumulation And Use Of Data เสนอให้กูเกิลเปิดข้อมูล ดัชนี อัลกอริทึม ผลการค้นหา ฯลฯ ให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดูได้
- Generation And Display Of Search Results เป็นเรื่องการที่กูเกิลนำข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ไปสร้าง "คำตอบ" ให้การค้นหาด้วยพลัง AI ทางกระทรวงยุติธรรมเสนอให้กูเกิลต้องยอมให้เว็บไซต์ไม่อนุญาต (opt-out) การนำข้อมูลไปใช้เทรน AI หรือไม่อยู่บนคำตอบสรุปด้วย AI
- Advertising Scale And Monetization เสนอให้กูเกิลแยกส่วนโฆษณา ออกจากผลการค้นหา แล้วเปิดไลเซนส์ให้หน่วยงานอื่นใช้งาน รวมถึงเพิ่มความโปร่งใสในการแสดงผลโฆษณา
ข้อเสนอที่เป็นประเด็นข่าวคือ การเสนอให้กูเกิลแยก Chrome, Play, Android ออกมาเป็นบริษัทใหม่ เพื่อไม่ให้พัวพันกับธุรกิจ Search

แน่นอนว่ากูเกิลย่อมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรม และออกมาตอบโต้ในประเด็นต่างๆ
- การแยก Chrome หรือ Android จะเป็นการทำลายซอฟต์แวร์เหล่านี้ และจะสร้างผลกระทบต่อเนื่องมากมาย เพราะคงมีแค่ไม่กี่บริษัทที่มีทรัพยากรและความสามารถมากพอในการพัฒนา Chrome/Android เป็นโอเพนซอร์สได้แบบเดียวกับที่กูเกิลทำ ซึ่งซอฟต์แวร์ทั้งสองตัวกลายเป็นฐานให้ซอฟต์แวร์อื่นๆ มากมาย อีกทั้งจะเป็นการปล่อยให้ iPhone/App Store ยิ่งผูกขาดตลาดเพิ่มขึ้น
- การแชร์ข้อมูลการค้นหาให้คู่แข่ง มีความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพราะสามารถตามรอยได้ว่าผู้ใช้คนไหน ค้นหาข้อมูลอะไร
- การจำกัดฟีเจอร์ AI สรุปเนื้อหาคำตอบ จะส่งผลต่อการพัฒนานวัตกรรม AI ของสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาสำคัญที่ AI กำลังเปลี่ยนผ่าน
- การแยกธุรกิจโฆษณาออนไลน์ออกจาก Search จะทำให้คุณค่าของโฆษณาลดลง เพราะโฆษณาไม่ตรงกับความสนใจของผู้ค้นหา และทำลายอุตสาหกรรมโฆษณาลงไป
กูเกิลประกาศว่าจะโต้เถียงกับข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรมในชั้นศาล ส่วนแนวทางของคดีก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อไปด้วย ซึ่งคดีนี้น่าจะใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ
ที่มา - Ars Technica, Google
on
ตอบดี
tom789 Thu, 10/10/2024 - 12:08
ตอบดี
น่ากลัวมากตัดสินแบบนี้ระบบที่
peakna Thu, 10/10/2024 - 13:49
น่ากลัวมากตัดสินแบบนี้ระบบที่รัดกุมและปลอดภัยมันไม่ได้ทำขึ้นมาได้ง่ายๆนะ ทำไมศาลไม่เอาไปเทียบกับผู้ให้บริการอื่นที่ทำแล้วสู้ไม่ได้เพราะมันไม่ปลอดภัยละมีตัวอย่างหลายๆเจ้าเลย (Hotmail, Yahoo,ฯลฯ)ยิ่งเดียวนี้การป้องกันมันทำได้ยากขึ้นและซับซ้อนขึ้นไปอีก ใครไม่เคยโดน Hack hotmail กับ yahoo เนี่ยบอกได้เลยปวดหัวตั้งป้องกันทุกช่องทางยังโดนแถมระบบกู้คืนก็ยุ่งยากมาก
เมื่อก่อนโดนแฮคกันเป็นว่าเล่น
aoza00123 Thu, 10/10/2024 - 15:47
In reply to น่ากลัวมากตัดสินแบบนี้ระบบที่ by peakna
เมื่อก่อนโดนแฮคกันเป็นว่าเล่นสมัยนี้ยังดีที่โดนยากขึ้นแต่ผมก็เคยโดนอยู่นะขนาดใช้แอพ authentication ส่วนหนึ่งผมพลาดไปลงแอพนอกสโตร์ที่ใช้สิทธิ์อันตรายมันปิดจอผมไปเลยเป็นสีดำทำอะไรไม่ได้เลยสุดท้ายรหัสหลุดหมดเลยมานั่งแก้เป็นอาทิตย์กว่าจะเปลี่ยนรหัสกว่าจะไล่ลบแอพแปลกๆออก ปวดหัวจริงๆ
ต่อให้ Chrome Android
KuroNeko_Hiki Thu, 10/10/2024 - 14:41
ต่อให้ Chrome Android เปลี่ยนตัว Search หรือมีให้เลือกตั้งแต่แรกว่าจะเอาเจ้าไหน คนก็น่าจะยังเลือก Google อยู่ดี
แหมม คำตอบบบ
zerocool Thu, 10/10/2024 - 15:25
แหมม คำตอบบบ
Google เป็นคนริเริ่ม
Nattoman Fri, 11/10/2024 - 12:51
Google เป็นคนริเริ่ม และลงทุนกับ Android มาตั้งแต่ต้น จะให้เขาแยกโน่นนี่ไปทำไม เหมือนคุณไปเดินตลาดมีร้านปลามาอยู่ตรงนี้ ร้านผักมันอยู่ตรงนั้น คุณจะบอกให้เอาร้านปลาร้านอื่นมาแทนร้านเดิม เพราะคุณไม่พอใจที่เขาขายดี...หรอครับ
ตรรกะคืออะไร งงมานานแล้ว ก็ไปซื้อของยี่ห้อเขามาใช้ เขาก็ใส่แอพของเขาไว้สิ ตอนเริ่มไม่เห็นมีสปอนเซอร์มาร่วมทุน พอเขาไปรอดมีกำไร เติบโต ตอนนี้มาโวยวายอะไรกันครับ ทำมือถือยี่ห้อตัวเองมาแข่งสิครับ ถึงจะแฟร์
แต่ส่วนของข้อสามนี่เห็นด้วยกั
suriyan2538 Fri, 11/10/2024 - 17:01
แต่ส่วนของข้อสามนี่เห็นด้วยกับศาลนะ ว่าเจ้าของเว็บควรมีสิทธิ์อนุญาตหรือไม่อนุญาต ในการที่ Google นำคำตอบบนเว็บไปสรุปให้กับผู้ใช้
เพราะแม้มันจะอำนวยความสะดวกให้กับคนหาข้อมูล แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรกับเจ้าของเว็บที่ Google นำไปใช้งานเลย