Android

หลังจากที่ร้านค้าจำนวนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม Merchant Customer eXchange (MCX) ได้ปิดเครื่องอ่าน NFC ภายในร้านตนเองเพื่อสกัดดาวรุ่งอย่าง Apple Pay (ข่าวเก่า) ล่าสุดกลุ่มผู้ใช้ iOS และ Android บนเว็บ Reddit ได้รวมตัวกันเพื่อเตรียมคว่ำบาตรร้านค้าดังกล่าว เนื่องจากการปิดเครื่องอ่าน NFC กระทบผู้ใช้มือถือ Android ที่ชำระสินค้าผ่าน Google Wallet ด้วย

ก่อนหน้านี้ร้านขายยาเครือ CVS ที่เป็นสมาชิกกลุ่ม MCX ได้มีการร่อนจดหมายภายในถึงพนักงาน และผู้จัดการสาขาให้ปิดเครื่องอ่าน NFC ภายในร้านเพื่อไม่ให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน Apple Pay วันนี้ร้านขายยาอีกเครือ Rite Aid ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม MCX อีกเช่นกัน ได้สั่งปิดเครื่องอ่าน NFC ภายในสาขาของตัวเองแล้ว

สมาชิกของกลุ่ม MCX ต้องการที่จะผลักดัน CurrentC ซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินด้วยมือถือที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่ม MCX เอง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงค่าบริการที่ทางร้านค้าจะต้องแบ่งให้กับบริษัทบัตรเครดิต โดย CurrentC จะใช้วิธีหักเงินจากบัญชีในธนาคารของลูกค้าโดยตรง

วิธีการใช้งาน CurrentC ในการชำระค่าสินค้าและบริการหลัก ๆ มีสองขั้นตอน คือขั้นแรกลูกค้าจะต้องใช้กล้องมือถือสแกน QR Code ที่แสดงบนจอภาพของร้าน หลังจากนั้นมือถือของลูกค้าจะผลิต QR Code อีกตัวออกมาบนจอภาพมือถือ โดยทางแคชเชียร์จะต้องสแกนโค้ดตัวนี้เข้าไปอีกที (ใครสนใจวิธีการใช้ CurrentC อย่างละเอียด อ่านได้ที่ TechCrunch ครับ)

แม้ว่าแอปเปิลจะไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการปิดเครื่องอ่าน NFC ในร้านค้าเหล่านี้ แต่ผู้บริหารของ MasterCard นาย Ed McLaughlin ได้ออกมาบอกว่าลูกค้าควรสามารถเลือกที่จะชำระเงินด้วยวิธีใดก็ได้ที่ต้องการ แต่ก็เชื่อว่าระยะยาว Apple Pay จะชนะในที่สุด

McLaughlin ยังระบุอีกว่าทั้ง Rite Aid และ CVS ต่างก็เคยรองรับการชำระเงินด้วย Contactless/NFC มานานแล้ว และเขาหวังว่าเครือร้านขายยาทั้งสองจะกลับมาเปิดรับการใช้จ่ายด้วยระบบ NFC อีกครั้ง

ที่มา - 9to5Mac, Bloomberg และ The New York Times

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

Drama กันใหญ่ละ แต่วิธีการใช้งาน CurrentC ก็ไม่ชวนให้น่าใช้เลยจริงๆ
จะให้ scan ส่อง กันไปมาทำไม

มองเห็นจุดที่ดีกว่า Apple Pay กับ Google Wallet แค่นิดเดียว คือทำให้มือถือที่ไม่มี NFC ก็สามารถจ่ายเงินด้วยวิธีนี้ได้

คือทำให้มือถือที่ไม่มี NFC ก็สามารถจ่ายเงินด้วยวิธีนี้ได้

บัตรเครดิตที่เป็น PayWave ยังเอามาเสียบกับเครื่องระบบชิป หรือรูดกับเครื่องระบบแถบแม่เหล็กได้ ทำไมมันไม่มีสักตัวที่ทำให้สแกน QR ก็ได้ หรือ NFC ก็ได้แทนล่ะครับ

Apple Pay กับ Google Wallet
คือการเอา เบอร์บัตรเครดิต ไปอยู่บนตัวเครื่อง โทรศัพท์

แต่ CurrentC คือ การออกบัตรเครดิต-เดบิต แล้วหักบัญชีธนาคาร ด้วยตัวร้านค้าเองนะครับ
เค้าจงใจสร้าง มาสู้กับบัตรเครดิตโดยเฉพาะครับ
แต่วิธีการ ดูจะงี่เง่าไปนิดหน่อย

ร้านค้าปลีกทำเงินจากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขาย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 10% จากยอดขาย เครือข่ายบัตรเครดิต หักไป 3-5% จากยอดขาย หรือก็คือตัดกำไรไป 30-50% (โดยไม่รวมส่วนที่เจ้าของ os จะขอหัก)

คิดว่า mcx จะไม่สนใจการประท้วงครับ

เอ่อ ตัวเลข margin 10% นี่เอามาจากไหนฮะ งงและตะลึงทีเดียว (ยิ่งร้านขายยายิ่งไม่น่าเป็นไปได้เลย) อ่านนี่

ส่วนเรื่อง card transaction fee มันไม่ 3-5% หรอกครับ มันมีส่วน base fee กับส่วน % ทำให้การจ่ายเงินยอดน้อยผ่านบัตรแพงสำกรับร้านค้าแต่ถ้าก้อนใหญ่ถูก แต่เอาอย่างไรไม่มีทางถึง 5% หรอกครับ ลดอคติแล้วอ่านก่อน

ร้านขายอะไรอย่างอื่นผมไม่รู้
รู้แต่ร้านของชำ 15-25% ครับ

แต่ว่าอย่าลืมค่าจมทุนนะครับ ตัวเลขกำไรเยอะก็จริงแต่ว่านานๆคนจะซื้อทีนึง

เหมือนสินค้าชนิดอื่นนะแหละ อย่างรองเท้าเงี้ยะ 50% แต่ว่าไม่ได้มีคนซื้อกันบ่อยมากนักหรอก

หักค่าเช่าที่ค่าพนักงานค่าไฟฟ้า ... สุดท้ายแล้วจะเหลือน้อยกว่านั้นครับ ร้านยาที่ถูกต้อง จะต้องจ้างเภสัชค่าตัวไม่ไช่ถูกๆ

ไม่นับเงินกู้อื่นๆ roi ประมาณ 10% ไม่น้อยไปหรอกครับ

ทำไมไม่โจมตีเรื่องการผูกขาดอ่ะครับถ้าอยากมีส่วนแบ่งบ้าง ผมยกกรณีที่ IE ของ windows โดนเรื่องการผูกขาดไปเมื่อนานมาแล้ว

แล้วในกรณีของ ios ทำไมไม่สามารถโจมตีเรื่องการผูกขาดได้ หรือผมพลาดประเด็นสำคัญไหนไป ขอทางสว่างด้วยครับ

เรื่องการผูกขาดเป็นเรื่องที่จะต้องมีผู้เริ่มฟ้องหรือสืบสวนพฤติกรรม "กีดกันการแข่งขัน" โดยต้องพิจารณาจากอำนาจที่บริษัทนั้น ๆ มีภายในตลาดที่ทำธุรกิจอยู่ ส่วนใหญ่แล้วทุกรัฐบาลจะมีหน่วยงานคอยจับตาดูบริษัทที่มีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขันอยู่ครับ (ของไทยไม่รู้มีหรือเปล่า ปล่อยให้ Major Cineplex ควบรวมกับ EGV ได้ตอนนั้น)

ทำไมแอปเปิลถึงไม่โดนซะที? เพราะว่าส่วนแบ่ง iOS มันไม่เยอะพอซะทีที่จะโดนฟ้องครับ จึงพอสรุปได้ว่ายังไม่มี "อำนาจมากพอที่จะกีดกันการแข่งขัน" คนแถวนี้ก็ออกจะมาพูดบ่อย ๆ ว่าส่วนแบ่งตลาด iOS กระจอก

ถ้าจะให้ดูทุกตลาดที่แอปเปิลทำอยู่ ไม่มีทางเลยที่จะสามารถบอกได้ว่าแอปเปิลมีอำนาจมากพอที่จะทำให้ตลาดไม่สามารถเกิดการแข่งขันได้อย่างยุติธรรมได้ เช่น tablet ส่วนแบ่งก็ไม่เยอะพอ iOS ส่วนแบ่งก็น้อยนิดเมื่อเทียบกับ Android พอกลับไปดูฝั่ง Mac ส่วนแบ่งก็น้อย

บังคับให้คนใช้ iOS และ Mac มาใช้ Safari ก็ไม่น่าจะโดนได้ เพราะส่วนแบ่ง Safari เองก็ไม่ถึง 10% แถมระบบนิเวศที่ผู้ใช้โดนบังคับเองก็ยังไม่มีส่วนแบ่งมากพอที่จะกระทบการแข่งขันทั้งในตลาด Browser และตลาด OS

กระจ่างเลยครับ ส่วนแบ่งการตลาดอาจไม่มากพอ แต่อำนาจต่อรองนี่สูงมาก - -"

ป.ล. ระยะยาวผมอยากใช้ Apple Pay + Apple Watch ครับ โอกาสหายน้อยกว่ามือถือ เอาข้อมือไปแตะพอ
ถ้าต้องมาสแกน QR Code กันไปมา เสียเวลามาก ยิ่งถ้าเป็นประเทศไทยลูกค้ารอจ่ายเงินเยอะนี่มีหงุดหงิดกันได้เลย

ผมมองว่า Apple ยังไม่ได้ถึงขั้นผูกขาดครับเพราะ..

  1. เพิ่งเริ่ม และยังมีที่ว่างให้เจ้าอื่นทำตามหรือพัฒนาให้ใช้ง่ายกว่านี้ได้
  2. Apple พยายามทำให้การจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ตัดการงานใช้งานบัตรเครดิตออกไป
  3. จาก ข้อ 2 ผู้กุมอำนาจที่ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่คือ Master และ VISA ไม่ได้ถูกกันออกจากบ้านตัวเอง แม้อาจจะเสียรายได้ต่อครั้งไปบ้าง แลกกับการที่คนอยากจ่ายเงินผ่านทางนี้มากขึ้น ยังไงบัตรเครดิตที่มีตรา Master และ VISA ก็ต้องอยู่ต่อไป รวมถึงอาจจะมีคนอยากทำบัตรเครดิตมากขึ้นเพื่อเอามาผูกกับระบบของ Apple

Be1con Tue, 28/10/2014 - 00:22

Apple Play => Apple Pay

งานนี้น่าสนุกแล้ว เพราะว่าต้นเหตุอยู่ที่ทางร้านค้าชัด ๆ

สกัด Apple Pay กระทบ Android NFC ไปด้วย... อืม ก็ไม่เลว

แต่ถ้าสองมาตรฐานไม่รับสแกนเครื่อง iOS แต่รับ Android น่าจะมันส์กว่านี้

จริงๆแล้ว Apple Pay กับ Google Wallet มันใช้ tokenisation ของ Visa/MasterCard/AMEX ทั้งคู่ เลยสามารถนำไปใช้ได้ทุกที่ที่รองรับ VisaPaywave กับ MasterCard PayPass อยู่แล้วไงครับ

มันน่าจะเกี่ยวกับเงินก้อนหนึ่งที่จะตกอยู่คนกลางคนที่สอง
ปกติ ผู้ผลิด พ่อค้าคนกลาง ผู้บริโภค
nfc ผู้ผลิด พ่อค้าคนกลาง พ่อค้าคนกลางคนที่สอง ผู้บริโภค
ไม่ยอมเพราะ

  • พ่อค้าคนกลาง ต้องแบ่งกำไรให้ พ่อค้าคนกลางคนที่สองเพื่อให้ได้ราคาเดิม
  • พ่อค้าคนกลางคนที่สองถ้ากุมผู้บริโภคได้ย่อมมีอำนาจต่อรองราคาสินค้าพ่อค้าคนแรกได้
  • จากข้อสองพ่อค้าคนกลางคนแรกไม่ตกลงในราคา พ่อค้าคนกลางคนที่สองก็ไปเลือกสินค้าหรือบริการที่ยอมให้ในเงื่อนไข

ก็ไม่รู้จะดีกว่าผู้ยริโภคหรือเปล่า อาจดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่ที่แน่ๆไม่ดีกับ พ่อค้าคนแรกแน่ๆ เพราะสินค้าเค้าเยอะเงินที่ต้องเสียไปก็เยอะตามไปด้วย เพราะจะชาดกับลูกค้าเพิ่มคงไม่ได้ เพราะสินค้าบางอย่างราคาก็กำหนดมาแล้ว

ผมเห็นด้วยนะเรื่องอยากตัดพ่อค้าคนกลางทิ้ง
มันดูเอาเปรียบคนอื่นไปหน่อย

แต่วิธีที่ร้านค้าใช้ มันก็นะ -*-
ต้องดูว่าทุนและอิทธิพลจะเยอะขนาดไหน

เรื่องนี้แก้ไม่ยาก ก็เปิดใช้ NFC ตามปกติ แล้วบวกเพิ่มค่ารูดไปในราคาสินค้า ถ้าพอใจจะจ่ายด้วยวิธีนี้ก็ต้องยอมรับค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนใครจ่ายด้วย MCX ก็ไม่โดนบวกเพิ่มแค่นั้นเอง

ทำจริงๆมันไม่ได้ หรือ อาจทำไม่ได้เยอะมาก เพราะหากเราเก็บแพง แล้วคู่แข่งเค้าเก็บถูก เราก็แข่งขันไม่ได้ เพราะสินค้าบางอย่างตามข่าวบอกเป็นราคาที่กำหนดมาแล้ว บวกกับเก็บแพงลูกค้าหายหมด

เรื่องของเรื่องผมว่ามันทำให้ได้กำไรลดลง เป็นภาระกับผู้ประกอบการแทน

ก็เขารวมกลุ่มกันแบน ก็รวมกลุ่มกันบวกค่าหัวคิวไปก็มีค่าเท่ากันนะครับ ส่วนคนที่อยู่นอกกลุ่มเขาก็ใช้ nfc ได้ตามปกติอยู่แล้ว

เห็นด้วยครับ ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้คงไม่มีปัญหา แต่บังเอิญในสหรัฐมีกฎหมายไม่ให้ร้านค้าเก็บค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตครับ (พ่อค้าคนกลางในอเมริกานี่เขาล็อบบี้เก่งจริงๆ)

ตลกอะ ไม่ให้ร้านค้าเก็บ fee บัตรเครดิต แต่ให้บัตรเครดิตเก็บจากร้านค้าได้
เราก็บอกว่าเก็บค่าธรรมเนียม nfc แทนหยั่งงี้ได้มั้ย

เข้าใจว่า CurrentC เน็นเรื่อง ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตเป็นหลักครับ -คนอื่นในนี้บอกว่า- บัตรเครดิตเก็บ 2-3% (เพื่อนผมบอกว่ามีค่าไช้จ่ายจริงๆ ประมาณ 5%) Apple Pay เก็บ"เพิ่ม" 0.15%

เข้าใจว่าทาง CurrentC จะมีส่วนลดให้ผู้ใช้แทนครับ น่าจะจูงใจกว่าโยนภาระให้ผู้ซื้อ แต่ที่แน่ๆ เกิดอะไรไม่ดี ภาระตกเป็นของผู้ซื้อนะ รู้สึก ไม่เหมือนบัตรเครดิต

errin Tue, 28/10/2014 - 08:51

ขอบคุณ MCX ที่ทำให้แฟนๆสองค่ายยักษ์ยอมจับมือกันได้ (Microsoft พยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ lol)

woravik Tue, 28/10/2014 - 09:17

การใช้ Scan QR Code เป็นวิธีที่ไม่ค่อยปลอดภัย ในความคิดผม เพราะ QR Code ที่แสดงสามารถ ส่งเป็นรูปไป Scan ที่อื่นได้(ยังคิดวิธี โจรกรรม ไม่ได้ 555) แต่ NFC ต้องนำมาแตะที่เครื่องเท่านั้น ซึ่งอย่างน้อยก็เห็นคนจ่ายเงินจริงๆ

ผมคิดเล่นๆนะครับ

คุณรู้รหัสของ กระเป๋าตังในโทรศัพท์ ของเป้าหมายอยู่ แต่จะขโมยมาทั้งโทรศัพท์เลยมันจะเป็นที่สงสัย เลยให้ผู้สมรู้ร่วมคิดไปที่ร้านค้า(ไม่เกี่ยวกับร้านยา) แล้วซื้อของจ่ายเงิน ทำท่าเหมือน Scan QR Code แต่ใช้การส่งรูป มาให้เราแทน เราก็ Scan แล้วส่ง QR Code กลับมาให้เพื่อ เพื่อให้พนักงาน Scan คืนอีกที คราวนี้ เจ้าของเงิน ก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปซื้อของได้ไง แล้วพนักงานก็ไม่รู้ด้วย ว่าเราจ่ายด้วยเงินคนอื่น

คิดซับซ้อนไปไหม? แต่ผมว่าไม่นะ 555+

การที่เราต้อง scan qr ของร้านค้าก่อน แปลว่า qr จากฝั้งเราไม่คงที่ครับ ผมไม่รู้ว่ากลไกลจริงๆมันเป็นอย่างไร แต่อย่างที่รู้กัน มีเงินระดับ ล้านล้าน usd อยู่ดังนั้นคงไม่ง่าย

โอ้โห สงคราม Mobile Payment กำลังเริ่ม

ตอนนี้ 2 เจ้าใหญ่ต้องมาสู่กับขั้วที่ 3 ก่อนแล้วค่อยแข่งกันเอง

lol

isk Tue, 28/10/2014 - 12:17

Apple Pay จำเป็นขนาดนั้นเลยหรอ ?

ก็ต้องถามกลับกันแหละครับว่า Apple Pay มันดูเป็นอุปสรรคหรือยุ่งยากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดต้องรีบปิดระบบ NFC ที่มีอยู่เพื่อกันการจ่ายเงินทางนี้

การต้องเล็ง QR code ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกแน่ๆ เมื่อเทียบกับ NFC ยิ่งต้องยิง 2 ครั้งดูแล้วไม่น่าจะสะดวกสักเท่าไหร่

Bullshit

เวลาใช้ EFTPOS มันมี Minimum อยู่
ว่าต้องซื้ออย่างต่ำเกินกี่เหรียญก็ว่าไป ถึงจะคุ้มกับที่ร้านค้าโดนธนาคารหักค่าทำเนียม

ถ้าใช้ Apple Pay/GG Wallet แล้วมันมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม
ก็แค่ปรับเพดาน Minimum Purchase เพิ่มก็ได้แล้ว ไม่ต้องปรับราคาสินค้า

CurrentC มันแค่อยากได้ตังไว้เอง ไม่มีอะไรเลย