Honda

เมื่อต้นเดือนมีนาคม Honda ได้เปิดตัวต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า Honda e ที่งาน Geneva Motor Show ล่าสุดมีรายละเอียดเพิ่มเติมของรถรุ่นดังกล่าวออกมานิดหน่อยแล้ว

รายงานระบุว่า Honda e จะมีการกระจายน้ำหนัก (Weight Distribution) แบบ 50/50 คือน้ำหนักลงที่ล้อหน้าและหลังเท่ากัน นั่นหมายความว่ารถรุ่นนี้จะทรงตัวได้ดีขณะเข้าโค้ง บวกกับเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังก็จะทำให้ขับได้สนุกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Honda e จะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 35.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จไฟด้วยหัวชาร์จแบบ Type 2 (Mannekes) หรือหัวชาร์จด่วนแบบ CCS2 วิ่งได้ระยะทางราว 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

การกระจายน้ำหนักแบบ 50/50 ว่ากันว่าเป็นสัดส่วนที่ดีมากในวงการรถยนต์ (บ้างก็ว่าดีที่สุด) แต่รถแข่งบางประเภทเช่นรถ drag ก็มักจะเซ็ทรถให้น้ำหนักลงที่ล้อหลังมากกว่าเพื่อให้ล้อหลังเกาะพื้นถนนมากที่สุด

Honda e เวอร์ชันวางขายจริงจะเปิดตัวภายในปีนี้

ที่มา - TechCrunch


ภาพโดย Honda

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

tkmzaa Fri, 21/06/2019 - 13:28

200 โลนี่ต่ำสุดแล้วมั้งที่เคยเห็น พอขับไปพัทยาได้

langisser Fri, 21/06/2019 - 13:46

รถไฟฟ้านี่ การจราจรจะมีผลต่อความสิ้นเปลืองไฟมั็ยครับ เช่นถ้าเป็นรถน้ำมันขับในเมืองนี่กินสุดๆ

รถไฟฟ้านี่เหมาะกับสภาพจราจรในเมืองมากเลยครับ ตอนรถหยุดมันก็ใช้ไฟแค่ระบบไฟฟ้าภายในรถ แอร์ แล้วก็น่าจะระบบระบายความร้อนแค่นั้น ที่ใช้แบตเยอะก็มอเตอร์ขับเคลื่อนรถซึ่งไม่ถูกใช้งานเลยตอนรถจอดแล้วก็ใช้พลังงานตามความเร็วที่วิ่ง

ปัญหาคือแอร์ในรถนี่ น่าจะกินไฟอยู่นะ ถ้าจะให้ในรถเย็นตลอดเวลาเนี่ย และมีผลกับระยะการขับของรถไฟฟ้าด้วย

แอร์บ้าน 15000 btu กินไฟประมาณ 1000 วัตต์ แอร์รถน่าจะเล็กกว่านั้นตามขนาดพื้นที่ เทียบกับมอเตอร์ที่กินระดับสิบถึงร้อยกิโลวัตต์ น่าจะมีผลน้อยครับ

เคยเห็นระบบของฮุนไดที่มันโชว์การกินไฟของแต่ละระบบ ระบบแอร์กินน้อยกว่ามอเตอร์มากครับ

หรืออย่าง Tesla สามารถเปิดแอร์นอนทั้งคืนได้ เช้ามาถ้าจำไม่ผิดลดไปประมาณ 20-30 โลมั้ง นั่นคือเปิดแอร์ 8 ชั่วโมง

แต่ตอนจรจรติดขัดโดยที่มอเตอร์ไม่ค่อยได้ทำงาน แอร์คือตัวกินไฟมากสุดถูกไหมครับ?
คุณเปลี่ยนประเด็นอะไรไปหรือป่าว แล้วเคยใช้รถไฟฟ้าล้วนจริงจังแล้วใช่ไหมครับ?

ส่วนตัวผมยังไม่เคยใช้รถไฟฟ้าล้วนหรอก แต่ปัจจุบันใช้ไฮบริดอยู่ เทียบกันระหว่างเปิดแอร์กับปิดแอร์ตอนแบตเต็ม ถ้าเปิดแอร์จอดเฉยๆ นี่แบตลดเอาลดเอา อยู่ได้ไม่เกิน 15-20 นาที เครื่องก็ติดมาปั่นไฟละ แต่ในทางกลับกัน ผมปิดแอร์จอดเฉยๆ อยู่ได้เป็นชั่วโมง เครื่องถึงจะติดขึ้นมาปั่นไฟ ผมถึงสรุปได้ว่าศัตรูของรถไฟฟ้าตอนจราจรติดขัดคือแอร์ไงครับ

ใช่ครับแอร์คือตัวกินไฟสุดตอนรถจอด แต่ไปเทียบกับแบตกับไฮบริดนี่มันก็ต่างกันเยอะอยู่นะความจุแบตของไฮบริดนี่เสี้ยวเดียวของ EV เลย

เรื่องขนาดแบตนี่ผมไม่เถียงเลย แต่ที่ผมยกตัวอย่างเรื่องการกินไฟของแอร์กับรถไฮบริดมัน 'น่าจะ' มีผลใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าที่มีระยะทางวิ่งได้ไม่เยอะอย่าง honda e กับ mitsu i-miev นี่ล่ะครับ ถ้าเดินทางเฉลี่ยวันละ 80 โล ตะลุยการจราจรในกรุงเทพฯ อย่างผมก็คงมีเสียว ๆ ตอนรถติดหนักหรือลืมชาร์ทไฟในบางวันบ้างอยู่เหมือนกัน

ถึงจะเป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็ก ขนาดแบตก็ต่างกันเป็นสิบเท่าขึ้นแล้ว คุณจะเปรียบเทียบกับไฮบริดได้ไงครับ เปิดไม่เปิดแอร์เวลารถติดจอดนิ่งเฉยๆ ประมาณสัก1ชั่วโมง ผลต่างมันไม่มี"นัยสำคัญ"ครับเมื่อเทียบกับไฮบริด ที่มันต้องติดเครื่องยนตร์น้ำมันมา

รถไฮบริด แบตมีขนาดเล็กมาก อย่างแคมรี่ ไฮบริด แบตมีขนาด 6.5 ah แปลงมาเป็น kwh ได้ 1.6 kwh (ข้อมูลจากวิกิ https://en.wikipedia.org/wiki/Hybrid_Synergy_Drive)

รถ EV อย่าง ลีฟ มีแบตขนาด 42 kwh
mg zs ev มีขนาด 44.5 kwh
ฮอนด้า ด้านบน มี 35 kwh

ผมว่าเยอะกว่าเป็น สิบเท่าเลย
ดังนั้นผมว่าข้อมูลจากเทสล่าที่ว่าลดไปไม่มาก ก็ไม่น่าจะผิดอะไรนะครัช

ตอนจอดติดแอร์มันต้องเป็นส่วนที่กินเยอะสุด ถูกแล้ว เพราะมอเตอร์มันไม่ได้ทำงาน แต่ประเด็นของผมคือเมื่อเทียบกับระยะทางที่วิ่งได้ มันน้อยมาก
ผมถึงบอกว่ารถอย่าง Tesla มันเปิดแอร์นอนได้ 8 ชั่วโมง แบตลดแค่ไม่กี่สิบกิโล เมื่อเทียบกับระยะที่วิ่งได้ มันแทบไม่ต้องคำนึงถึงด้วยซ้ำ

ไฮบริด แบตมันเท่ามดเองนี่ครับ ระยะทางวิ่งไฟฟ้านี่หลักสิบกิโล หรือไม่ถึงเองรึเปล่า?

ตัวอย่างฮุนไดที่ผมยกมา ที่แบต 90% ระบบมอเตอร์ใช้ 21kW ระบบแอร์ใช้ 1kW เปิดแอร์วิ่งได้ 160 ปิดแอร์วิ่งได้ 170 ซึ่งมันมีผลน้อยมาก ยกเว้นคุณขับไม่ชาร์จ แบตเหลือ 10% แล้วต้องปิดแอร์วิ่งแบบรถน้ำมัน 555

Ioniq ระยะวิ่งน่าจะพอๆกับ honda e นี่แหละครับ 200 กิโล (รุ่นเก่า) คุณเริ่มทุกเช้าแบตเต็ม ถ้าขับ 80 โล เหลือแบตเอาไว้รถติดอีกบาน

แล้วคำถามคือคุณเคยใช้รถไฟฟ้าหรือไฮบริดแบบจริงจังว่าผลจริงออกมาอย่างไรไหมครับ? หรือแค่อ่านมาแล้วเอามาอ้างอย่างเดียว?

เอาเถอะ ในเมื่อประเด็นเริ่มเป๋ไปตั้งแต่แรกและพยายามจับผิดทั้งที่ไม่เคยใช้รถไฟฟ้าหรือไฮบริดแบบจริงจังมาก่อนก็ตามใจ รอไปพิสูจน์กันเองแล้วกันกับเรื่องไฟ แบต และแอร์

ผมยังไม่เข้าใจว่าการเคยใช้หรือไม่เคยใช้ส่งผลอย่างไร คุณรู้ใช่มั้ยครับว่าโลกอินเตอร์เน็ตมันมีสิ่งที่เรียกว่า YouTube ที่มี real world test มากมาย ไม่ใช่แค่การเปิดเว็บอ่าน spec sheet

ปล. ผมเคยใช้ครับ แต่ผมไม่เห็นความจำเป็นต้องบอกอะไร ผมประชดเรื่องวินโดวเพราะรู้สึกเหมือนกำลังเถียงกับคนในพันทิปมากกว่าเว็บอย่าง blognone

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าผมเปลี่ยนประเด็นตรงไหน ดูคอมเมนท์อื่นเค้าก็เข้าใจกันแถมยังมาแย้งเรื่องการเทียบกับ ขนาดแบตของไฮบริดเหมือนผม คุณเองก็บอกว่าเข้าใจ และไม่เถียง (อ้าว!)

คือผมไม่รู้ว่าคุณเข้าใจผมผิด แต่กลับไม่ทันเลยต้องตามน้ำ หรือเข้าใจผมถูก แต่ไม่อยากแพ้ เลยต้อง all in 555

ถ้ารถจอดเฉยๆ แอร์กินพลังงานที่สุดถูกต้องแล้วครับ
เพราะมันเป็นอย่างเดียวที่ทำงาน ก็ไม่แปลกที่จะกินกระแสมากสุด

เพื่อนสมาชิกพยายามชี้ให้เห็นว่า มันกินที่สุดจริง แต่การเปิดแอร์ในช่วงรถติดมันไม่มีนัยยะสำคัญในการใช้งานประจำวัน
ไม่รู้คุณจะเอาชนะเรื่องอะไร ผู้ผลิต EV ไม่ได้เอามาใส่ใจด้วยซ้ำ เพราะมันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้น
รถ EV บันทึก track มาเป็นล้านกิโลเมตร ไม่มีผู้ใช้ที่มีปัญหาเพราะเปิดแอร์ตอนรถติดสักราย อุปโลกศัตรูที่ไม่มีจริง ชัดๆ

ถ้าอย่าง Tesla ทนรถติดสองวันได้ครับ

โหมด Camper อยู่ได้ 48 ชั่วโมง ถ้าแบตเต็มๆ ยังไงก็เพียงสำหรับรถติดในเมืองไทย จอดนอนสบายไม่ต้องกลัวไอเสียเข้ารถเลย

TeamKiller Sat, 22/06/2019 - 12:51

In reply to by McKay

ฮ่าๆ ผมว่าเต็มที่อย่างน้อยก็คงอยู่ได้ทั้งคืนนะครับ ประสิทธิภาพคงไม่หายไปขนาดครึ่งๆ

เดาว่ารถน้ำมันหมดก่อนมั้งถ้าถังเล็กๆ แต่รถน้ำมันถึงหมดก็เติมง่ายหารถอีกคันไปซื้อมาเติม รถไฟฟ้าแบตหมดจะหา power bank จากไหนได้เนี่ย ฮ่าาๆ

hisoft Fri, 21/06/2019 - 21:30

In reply to by tk719

กินนะครับ สูญเสียเยอะมากเลยนะครับทั้งตอนใช้แปลงเคมีเป็นไฟฟ้าก็เสีย -> แปลงไฟฟ้าเป็นกลก็เสียอีก -> แปลงกลเป็นกลก็ยังเสีย (แรงขับมอเตอร์ไปเป็นความเร่ง) -> วิ่งอยู่เฉยๆ ก็สูญเสีย (เหมือนปล่อยรถไหลเอง เดี๋ยวมันก็หยุด) -> แล้วก็แปลงกลกลับเป็นกล -> แปลงกลกลับเป็นไฟฟ้า -> ไฟฟ้ากลับเป็นเคมี สูญเสียทุกขั้นตอนเลยครับ

เบรคแล้วได้พลังงานคืนก็จริงเมื่อเทียบกับรถน้ำมันที่เบรคแล้วเสียทิ้ง แต่ที่ใช้พลังงานน้อยจริงๆ คือการขับโดยใช้เบรคให้น้อยที่สุดครับไม่ว่ารถน้ำมันหรือไฟฟ้า

ในช่วง 4-5 ปีนี้ผมขับไกลสุดคือเข้าสวนไปกลับรวม 180โล สำหรับผมก็น่าจะพอใช้ได้อยู่
แต่ถ้าพูดถึงรูปโฉมละก็ honda ตัวนี้ยอมรับว่าโดนใจมากถ้าราคาไม่แรงก็อยากได้มาครอบครองอยู่นะ(แต่ดูทรงแล้วน่าจะแรง)

size นี้เอามาแทน k-car ล่ะมั๊ง บ้านเรามาเน้นในเมืองได้อยู่ สมัย Mercedez Benz ไทย ออก E200NGT ถ้่าใช้แก็สล้วนๆก็วิ่งได้แค่ 200km เช่นกัน(แต่มันเติมน้ำมันวิ่งได้)

ถ้ามันชาร์จด่วนได้ไวไม่เกิน 20 นาที(พอๆกับเวลาเติมแก็ส) และมีปั๊มให้เติมตามหัวเมือง ก็น่าจะไม่ลำบากมาก

ที่สำคัญคือราคานี่แหละ

"แต่รถแข่งบางประเภทเช่นรถ drag ก็มักจะเซ็ทรถให้น้ำหนักลงที่ล้อหลังมากกว่าเพื่อให้ล้อหลังเกาะพื้นถนนมากที่สุด"
ล้อหน้าจะไม่ยกหรอครับ

ชาร์จแบตได้ไวพอๆ กับเติมน้ำม้นเมื่อไหร่ แล้วจะหันไปมองนะ ตอนนี้ขอใช้เครื่องเติมน้ำมันไปก่อนละกัน

ผมเชื่อว่าเอาเข้าจริงคงต้องย้ายมาใช้รถไฟฟ้าก่อนจะเติมไฟฟ้าได้เร็วเท่าเติมน้ำมันนะครับ เว้นแต่มีเหตุการพลิกโลกอย่างตัวนำไฟฟ้ายวดยิ่งที่อุณหภูมิบ้านเราเกิดขึ้นมาในราคาถูก

สาเหตุแบ่งเป็นสองส่วน

  1. ถูกบีบจากสภาพแวดล้อมทำให้ต้องเปลี่ยนตาม เมื่อการใช้รถน้ำมัน_ไม่สะดวก_อีกต่อไป (แต่ข้อนี้มันไม่แน่นอน)
  2. ต่อให้แบตทำให้ชาร์จเร็วได้จริงๆ การส่งไฟฟ้ามาก็ยังเป็นปัญหาครับถ้าไม่มีตัวนำยวดยิ่ง อย่างตรงนี้ที่พูดถึงเรื่องชาร์จแบตไว้ว่า__ชาร์จครึ่งชั่วโมง__วิ่งได้ 170 กิโลเมตรเนี่ย จะทำให้มิเตอร์ไฟบ้านวิ่งไปได้ถึง 120 หน่วย (ขณะที่บ้านผมใช้ไฟมากที่สุดตั้งแต่ผมอยู่มาคือ 1 เดือน 362 หน่วย ชาร์จไฟรถได้แค่ชั่วโมงครึ่งเองครับ)

ตีแบบให้ความเร็วชาร์จไม่มีตก (คิดแบบโง่นิดนึงนะครับ ไม่ได้หารายละเอียดเยอะ) สถานีชาร์จรุ่นล่าสุด 250kW ชาร์จรุ่น X ให้เต็มได้ในเวลา 325(ไมล์)/75(ไมล์/5นาที) = 22 นาที ถ้าจะให้ชาร์จเต็มได้ภายใน 3 นาทีนี่คงต้องใช้ไฟสัก 1.8MW ครับ

ใช่ครับ มิเตอร์ตามบ้านทั่วไป 15 แอมป์นี่ 3,300 วัตต์ครับ ส่วนอันนี้ชาร์จรถหนึ่งคันใช้ 1,800,000 วัตต์ครับ

อื้มมม จริงๆ ผมว่าเข้าใกล้ความจริงมากละนะครับ ที่สถานีชาร์จนี่เรามาถึง 250,000 วัตต์แล้วนะ อีกนิดเดียวเอง ใช้สายส่งเท่าเดิมแต่ลดหัวจ่ายลงก็น่าจะชดเชยกันได้อยู่มั้ง (เอ้า คิดไปคิดมาขัดความเห็นตัวเองต้นทางเฉยเลย)

ผมว่าเราติดกับดักเรื่องของ"ความเร็วชาร์จ" จนลืมไปว่าทุกสถานที่มีไฟฟ้า และรถคนทั่วไปมันมีช่วงเวลาจอดเฉยๆไม่น้อย
จาก Log ของ Tesla พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ชาร์จทิ้งไว้ที่บ้าน ก็เพียงพอต่อชีวิตประจำวัน

ไม่เหมือนน้ำมันที่คุณต้องไปเติมที่ปั๊มเท่านั้นจึงต้องการความเร็ว
แต่ถ้าเราสมมติว่าทุกสถานที่ ทุกที่จอดรถ มีหัวจ่ายไฟที่จะจ่ายอัตโนมัติให้ทุกครั้งที่คุณขับรถเข้ามาจอดทีละนิดๆ โดยไม่ต้องกินแรงไฟมาก
ความเร็วในการชาร์จจึงไม่ใช่ปัญหาการใช้งานที่แท้จริงเลย (อาจมีในกรณีพิเศษ)

คนทั่วไปที่วันนึงเดินทางไม่ถึง 300 km ในแต่ละวัน กลับบ้านก็ชาร์จทิ้งไว้ตอนนอน ตื่นมาก็ขับออกไปได้เลย ใช้รถไฟฟ้าอย่างไม่มีอุปสรรคใดๆ

คนส่วนนึงไม่ได้วางแผนชีวิตอะไรทั้งในระยะยาวและระยะสั้นครับ

ปัจตุบันหลายๆ คนยังเป็นแบบ "ขับออกไปก่อนแล้วค่อยดูว่าต้องเติมน้ำมันไหม"

การใช้รถไฟฟ้ามันต้องวางแผนชาร์จนิดนึงครับ เพราะใช้เวลาชาร์จไม่น้อย

ซึ่งคนกลุ่มที่ผมกล่าวถึงเค้าไม่ชอบ เค้าอยากให้ชาร์จเร็วเพราะว่าไม่ต้องวางแผนอะไรเลย กะว่าลืมชาร์จกลางคืนก็เสียเวลาเข้าชาร์จ 5 นาทีอะไรแบบนี้

สมมติว่าทุกสถานที่ ทุกที่จอดรถ มีหัวจ่ายไฟ

ยากครับที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้น ROI ไม่คุ้มพอหรือใช้เวลานาน ยังไงก็ต้องไปจุดชาร์ตโดยเฉพาะอยู่ดี

ยอมรับว่าผมเอาเกณฑ์ส่วนตัวมาตัดสินเกินไป

  • ผมใช้รถส่วนตัวแต่เช่าอพาร์ตเม้นท์อยู่ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีที่ชาร์จค้างคืน
  • ผมเดินทางไกลบ่อยทีละ 800 กม. ซึ่งมองตรงนี้ว่าแม้จอดพักทานอาหารครึ่ง ชม. เนี่ยที่ชาร์จจะพอเพียงใหม ถึงแม้ว่าบางปั๊มเข้าคิวเติมน้ำมันยังไงก็ไม่ถึงครึ่ง ชม. ต่อให้ถึงเวลาการเติมน้ำมันก็ไม่ถึงครึ่ง ชม. กลับกันถ้าเป็นรถไฟฟ้าต้องบวกเวลาเพิ่มอีกครึ่ง ชม.

ผมเลยมองว่ารถแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีบ้านส่วนตัว และระยะทางในการเดินทางน้อย ไม่เหมาะกับคน ตจว. ที่เข้ามาทำงานในเมือง และใช้รถทำงานด้วยระยะทางไกล รถบริษัทมีให้นะครับพร้อมคนขับ แต่สบายใจเวลาขับรถตัวเองมากกว่า และสะดวกด้วย ขี้เกียจทะเลาะกับคนขับ กับระบบจองรถ

ต่อวัน แวะปั๊มเข้าห้องน้ำ 4 รอบ กับเติมน้ำมันและกินข้าว 1 รอบ
ถ้าทำงานใน กทม. วันนึงไม่เกินร้อยโลหรอกครับ