Tags:
Node Thumbnail

ที่งาน Geneva Motor Show ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Honda ได้นำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ e Prototype มาโชว์ พร้อมระบุว่าจะผลิตขายจริงในช่วงปลายปี 2019 แต่นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบแล้ว Honda ยังได้ประกาศเป้าหมายสำคัญว่าจะขายเฉพาะรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในยุโรป ภายในปี 2025

เป้าหมายนี้เป็นเป้าใหม่หลังสถานการณ์ในยุโรปเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปต่างมีแผนเลิกใช้เครื่องยนต์ดีเซลกันแล้ว และผู้คนก็เริ่มมองหารถยนต์ตัวเลือกใหม่ๆ ที่มีค่าบำรุงรักษาต่ำ โดย Honda เคยประกาศเมื่อปี 2017 ว่าจะขายรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 66% ในปี 2025 แต่คราวนี้คือเปลี่ยนเป็น 100% เลย

ที่มา - Engadget

No DescriptionHonda e Prototype | ภาพโดย Honda

Get latest news from Blognone

Comments

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 6 March 2019 - 09:46 #1099980
hisoft's picture

ส่วน Honda ไทยก็ถอด Hybrid ออกทุกรุ่นเหลือไว้แค่ Accord Hybrid

ผู้คนก็เริ่มมองหารถยนต์ตัวเลือกใหม่ๆ ที่มีค่าบำรุงรักษาต่ำ โดย Honda เคยประกาศเมื่อปี 2017 ว่าจะขายรถยนต์ไฮบริด

ไฮบริดกับค่าบำรุงรักษาต่ำ 😏

By: crisis_xiii
iPhone
on 6 March 2019 - 10:47 #1099991
crisis_xiii's picture

hybrid = ราคาขายต่อแย่ บำรุงรักษายากกว่า เพราะซื้อต่อกังวลเรื่องค่าซ่อมและค่าแบตแม้จะเคลมว่ามีประกัน 10 ปี (ของหมด ใช้เวลาในการเปลี่ยน สารพัดอ้างตอนจะขอเคลม)

จุดนี้เป็นจุดสำคัญจุดนึงให้รถ hybrid ไม่เป็นที่นิยมในไทย
เพราะซื้อแพงแต่ขายได้ถูก เทียบกับรถเครื่อง ICE ปรกติแล้ว ราคาซื้อถูกกว่าแถมขายได้ราคาดีกว่า ใครจะรักโลกก็ต้องเจ็บหน่อยนะ

ค่าน้ำมันที่ประหยัดไป มันเทียบไม่ได้เลยกับส่วนต่างที่เกิดจากการบำรุงรักษาหรือขายต่อครับ

By: Alios
iPhoneAndroidWindows
on 6 March 2019 - 10:53 #1099993 Reply to:1099991

เชื่อว่าราคาขายต่อจะสูงขึ้นถ้าช่างซ่อมชำนาญงานและอะไหล่เซียงกงมีเยอะครับ พอรถเริ่มนิยมราคาขายต่อก็สูงขึ้นเอง

อันนี้เฉพาะที่ไทยนะครับ

By: Kurito on 6 March 2019 - 11:06 #1099995 Reply to:1099993
Kurito's picture

+1 ส่วนหนึ่งมาจากผู้ผลิตด้วยว่ายอมให้ซ่อมแบบเฉพาะชิ้นส่วนได้หรือป่าว เช่น

  1. เซลแบตบางตัวเสื่อม ก็เปลี่ยนเฉพาะเซล ไม่ต้องเปลี่ยนแบตทั้งชุด
  2. แหวนเชื่อมวงจรแบตสกปรก ก็เปลี่ยน/ทำความสะอาดแค่แหวน ไม่ต้องเปลี่ยนแบตทั้งชุด
  3. คอมแอร์ไฟฟ้า เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสีย (เหมือนเปลี่ยนหน้าครัชคอมแอร์ปกติ)
  4. แม่ปั๊มเบรคไฟฟ้า เปลี่ยนเฉพาะตัวปั๊มอย่างเดียวได้ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด
  5. ระบบอินเวอเตอร์ที่ซ่อมเฉพาะจุดได้ ไม่ใช่เปลี่ยนยกชุดราคา 80000+
By: Zatang
ContributoriPhoneAndroid
on 6 March 2019 - 12:10 #1100011 Reply to:1099991

Hybrid ราคาไม่ค่อยต่างจากตัวธรรมดาแล้วครับ​ ลองดู​ option ใกล้ๆ​ กัน​ได้​ เพียงแต่รุ่นท็อป​มีแต่​ hybrid ให้เลือก ส่วนราคาขายต่อขึ้นกับการยอมรับของคน​ ราคาอะไหล่เริ่มถูกลงแล้ว​ ถ้ามีอู่นอกซ่อมได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ​ ราคาคงค่อยๆ​ ดีขึ้น​ แต่ยังไงก็ซ่อมแพงกว่าน้ำมันล้วนอยู่ดี​ ถูกจริงคงต้องรอ​ EV ล้วน


อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว

By: IDCET
Contributor
on 6 March 2019 - 13:30 #1100022 Reply to:1100011

ค่าแบตถูกลงนะใช่ครับ แต่ราคาก็ยังแพงอยู่ดี แต่ก่อนหลักแสน ตอนนี้เหลือหกหมื่น แต่มีอีกชิ้นที่ราคาแพงอยู่ก็ตัว Inverter ระบบแปลงไฟในรถนั่นแหละครับ ยังหลักแสนอยู่เลย แค่รถในประกันยังหนาว หมดประกันเมื่อไหร่ ตัวใครตัวมันเลย

ถ้าเป็นแบตลิเทียม ในต่างประเทศมีรับซ่อมและกระตุ้นเป็นชุดเปลี่ยนแล้ว แต่ของเราถึงมีแต่ยังน้อยรายมาก แถมแพงด้วย พอแบบระบบเปลี่ยนแบตที่ศูนย์เปลี่ยนเหมือน better place ที่เคยทำแล้วเจ๊งไปแล้ว คนก็ไม่เอาอีก

ถ้าเป็นแบบ 18650 ต่อกันแยกชุดเป็นหมื่นก้อนก็ว่าไปอย่าง ซ่อมง่ายหน่อย แต่ของจริงมันไม่ใช่ไง มาเป็นแบตแบบเดียวกับแบตมือถือเลย ถ้าเสียที ไม่กระตุ้นแบตก็เปลี่ยนเลย

By: Zatang
ContributoriPhoneAndroid
on 6 March 2019 - 18:25 #1100046 Reply to:1100022

ราคาต่ำแสนแล้วครับ https://pantip.com/topic/37923585
ก็ยังแพง ผมถึงใช้คำว่าเริ่มลง ไม่ได้บอกว่ามันถูกแล้ว แต่สถานการณ์มันน่าจะค่อยๆ ดีขึ้น และไม่ใช่ว่าคนใช้ไปและต้องเปลี่ยนทุก part ยิ่งคนใช้เยอะมันจะยิ่งถูกลงและมีทางเลือกมากขึ้น ต่อไปถ้าเป็นลิเทียมและคนใช้มากขึ้นอีกมันก็ดีขึ้น ยุโรปเองยังตั้งเป้าไว้ 2025 เลย


อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว

By: darkleonic
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 6 March 2019 - 11:11 #1099999
darkleonic's picture

ดีทรอยด์แห่งเอเชียก็คงเป็นที่สุดท้ายที่ยังผลิต ICE เต็มรูปแบบสินะครับ

By: TeamKiller
ContributoriPhone
on 6 March 2019 - 11:12 #1100000
TeamKiller's picture

ถ้าในไทย ข้าม Hybrid ไปเหอะ ไป EV ล้วนเลยดีกว่า หรือไม่ก็แบบ Note e-Power ของ Nissan ตั้งเป้าของยุโรปแบบนี้ แล้วเป้า Asia นี่อีกนานกว่านี้แน่

By: xenatt
ContributorWindows PhoneRed HatSymbian
on 6 March 2019 - 11:31 #1100003
xenatt's picture

ผมมองว่ารัฐบาลคงไม่สนับสนุนรถยนต์ จักรยานยนต์ไฟฟ้าครับ เพราะ ปตท จะแย่เอา


Opensource - Hackintosh - Graphic Design - Scriptkiddie - Xenlism Project

By: MaxDOL
iPhoneWindows
on 6 March 2019 - 12:32 #1100013 Reply to:1100003

ยิ่งกว่าปตท. คือเหล่ากิจการSMEขนาดกลางเล็ก ที่คอยผลิตชิ้นส่วนป้อนโรงงานผลิตรถยนต์ ที่ถ้านำรวมการจ้างงานแล้วมากกว่าบริษัทที่ผลิตยนต์ชื่อดังทั้งหลายอีก

เพราะรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า ประกอบด้วยชิ้นส่วนน้อยกว่ากว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมาก พอใช้ชิ้นส่วนน้อยลง กิจการSMEที่กล่าวมาก็เจ๊งกันหมด ยอดตัวเลขการจ้างงานคนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ลดลงเยอะแน่ๆ นี่ละปัญหาใหญ่ของการมาของรถยนต์ไฟฟ้า

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 6 March 2019 - 13:01 #1100015 Reply to:1100003
hisoft's picture

ไม่สนับสนุนแล้วก็ปล่อยให้แย่ลงช้าๆ ขายกันแต่ในประเทศ | สนับสนุนผลักดันให้ปรับตัวกันทั้งระบบ

By: TeamKiller
ContributoriPhone
on 6 March 2019 - 14:12 #1100028 Reply to:1100003
TeamKiller's picture

บริษัทใหญ่ขนาดนั้นสบายๆ ครับ พวกนี้มีแผนสำรองลงทุนธุรกิจด้านอื่นๆ ไว้อยู่แล้ว

By: zionzz on 6 March 2019 - 14:50 #1100030 Reply to:1100003

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2277893

ก็สนับสนุนนะครับ หรือผมพลาดอะไรไป

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 6 March 2019 - 15:14 #1100033 Reply to:1100030

ภาษีนำเข้ายังไม่ลดครับ ทั้งแบบนำเข้าทั้งคันและชิ้นส่วนอะไหล่ด้วย

By: Garlamare
iPhoneAndroidWindowsIn Love
on 6 March 2019 - 16:48 #1100039 Reply to:1100003

ตอนนี้ปตท.ทุ่มกับก็าซธรรมชาติเป็นหลัก
ซึ่งขายต่อไปผลิตไฟฟ้าครับ ก็ขายให้ egat หรือ gulf หรือ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าเอกชนอื่นๆ เพื่อขายไฟเข้าระบบของ mea pea ครับ
ซึ่งธุรกิจน้ำมันเฉยๆ มาก กาแฟอเมซอนยังกำไรกว่าอีกมั้ง

By: Orion
Windows PhoneAndroidWindows
on 6 March 2019 - 16:55 #1100040 Reply to:1100003
Orion's picture

ปตท เขาไม่แย่หรอกเท่าที่ดูแล้วเตรียมตัวไว้พร้อมแล้วด้วย อย่างปั๊มน้ำมันต่างๆของ ปตท ก็ปรับเปลื่ยนมีร้านค้า ร้านอาหารในปั๊มรองรับตอนเวลารอชาร์จรถไฟฟ้า ส่วนน้ำมันก็ปรับเอาไปขายผลิตพลังงานไฟฟ้าแทน

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 6 March 2019 - 19:05 #1100047 Reply to:1100003

เอาจริงๆตอนนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นตัวทำ GDP อันดับหนึ่งของประเทศนะครับ จะขยับอะไรก็ต้องระวัง เดี๋ยว GDP ร่วงจะเจ๊งหมด

ผิดกับสิบปีก่อน ที่ product champion คือภาคอุตสาหกรรมอิเล็คฯ แต่ตอนนี้กลายเป็น sunset หมดแล้ว(เฉพาะในไทย)

จะรบ.ไหนจะขยับเรื่องรถไฟฟ้า ถ้าไม่วางแผนงานให้รอบด้าน อาจจะล้มทั้งประเทศแรงๆ แบบตอนปี 2540 ได้เลยนะ

ยังไม่นับแผนการจัดหาไฟฟ้า ที่ก็ยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติกว่า 60% ซึ่งต้องทำให้คิดหนัก ถ้าจะเปลี่ยนถ่ายจาก ICE มาใช่้ไฟฟ้าเต็มตัว จะเอาจากไหนมาใช้? (พวกที่บอกว่าก็ใช้พลังงานทดแทนน่ะ ยอมจ่ายหน่วยละ 10-20บาทไหม?)

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 6 March 2019 - 22:22 #1100062 Reply to:1100047

EV มีค่า Efficiency สูงกว่า ICE มากครับ ซึ่งผมคิดว่าเอาน้ำมันที่ใช้เติมรถไปใส่โรงไฟฟ้าแล้วส่งมาตามสายยังคุ้มกว่า แถมจัดการมลพิษได้ง่ายกว่าด้วย
https://insideevs.com/efficiency-compared-battery-electric-73-hydrogen-22-ice-13/

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 7 March 2019 - 14:04 #1100202 Reply to:1100062

ประเด็นคือถ้าเอาไฟฟ้าจากแหล่งอื่นๆ จะจ่ายค่าไฟไหวหรือเปล่า?

อย่างแผน pdp ก็ไม่ได้เผื่อพลังงานอื่นๆสักเท่าไร ตราบใดที่กำลังผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศยังเป็นก๊าซธรรมชาติ ก็คงต้องพิจารณาอีกเยอะ ถ้าเกิด แหล่งเจาะหยุดซ่อมกระทันหัน แล้วรถต้องหยุดวิ่งสักครึ่งประเทศ มันก็คงดูไม่จืด

ตรงนี้แหละที่บอกว่า ต้องวางแผนขยับไปพร้อมๆกันทุกด้าน ไม่ใช่แค่ลดภาษีแล้วจบ

ป.ล. เอาน้ำมันไปปั่นไฟที่โรงไฟฟ้า แล้วลากสายไฟไปจ่ายจุดชาร์จ? มันก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพดีกว่าเอาน้ำมันมาเผาเป็นต้นกำลังตรงๆของ ICE สักเท่าไร แถมยังสิ้นเปลืองเรื่องการลากสายอีกนะ ประเด็นสำคัญคือราคานี่แหละ การทำหลายต่อย่อมสิ้นเปลืองมากกว่าใช้ตรงๆ ยอมจ่ายค่าไฟหน่วยละ10-20บาทเหมือนเยอรมันหรือญี่ป่นก็จะได้ใช้พลังงานสะอาดกันเต็มที่ แต่กลายเป็นเปลืองกว่าใช้เครื่องยนต์ ICE นะ?

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 7 March 2019 - 14:31 #1100211 Reply to:1100202

ลองดูใน ตารางที่ 6 หน้าที่ 17 link นี้ ดูครับ จะพบว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันมีค่า Efficiency อยู่ที่ 23-43%

เทียบกับใน link ด้านบน ที่ระบุว่า ICE มี Efficiency อยู่ที่ 13%

ส่วนต่าง 10-30% นี่ยังไม่มากพอหรอครับ ไหนจะเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สะดวกกว่าอีก ที่จะต้องคิดหนักจริงๆน่าจะเป็นต้นทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งมากกว่าเรื่อง Efficiency ของพลังงานนะครับ

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 7 March 2019 - 22:38 #1100316 Reply to:1100211
hisoft's picture

ยังไม่นับการจัดการไอเสีย

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 8 March 2019 - 08:30 #1100355 Reply to:1100211

ขอบคุณครับ ยังไม่ได้ดูอย่างละเอียดว่าวัดแบบไหนเทียบยังไง เพราะยังจำตัวเลขประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ICE ยุคใหม่ทั่วไปที่มี thermal efficiency 20-30% อยู่

ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าพลังานน้ำมัน ก็มีความเสี่ยงเรื่องราคาที่ผันผวน แม้ช่วงนี้คงเป็นขาลงของราคาน้ำมันยาวๆ แต่ถ้าเจอเหมือนช่วงสิบปีที่ผ่านมา ที่ขึ้นแรงๆสองหน ก็อาจเป็นประเด็นเช่นกัน

สิ่งที่ผมพยายามพูด คือภาครัฐต้องวางแผนการจัดหาพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคง และต้นทุนรับได้(ไม่ใช่หน่วยละ10-20บาทแบบพลังงานทดแทน) ไม่ใช่แค่ลดภาษีสรรพสามิตแล้วบอกว่าช่วยสนับสนุน ev แล้วนะ(ยังไม่นับภาษีนำเข้าอีกอ้วก)

อีกนิดคือ แม้ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมันจะดีกว่าการใช้ ICE บนรถยนต์ ก็อาจจะได้เปรียบแค่เรื่องการจัดการมลพิษ แต่ต้นทุนรวมต่อการใช้งานอาจจะไม่ถูกกว่าแบบชัดเจน อย่าลืมว่ามีต้นทุนแบตเตอรี่/การทำลายแบตเตอรี่

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 8 March 2019 - 12:37 #1100424 Reply to:1100355

โดยหลักการแล้วยังไงซะการออกแบบ system ที่ต้องเคลื่อนที่ก็มีข้อจำกัดเรื่อง ขนาด และน้ำหนักของตัว system เองมากกว่า system ที่ตั้งอยู่กับที่อยู่แล้วครับ ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งต้นทุนและ efficiency ทั้งสิ้น

ส่วนเรื่องความผันผวนของราคาของเชื้อเพลิง ไม่ว่าเอาไปใช้แบบไหนก็มีความเสี่ยงทั้งนั้นครับ กลับกัน การใช้ EV สามารถใช้เชื้อเพลิงที่หลากหลายกว่า กระจายความผันผวนได้มากกว่าการใช้แหล่งที่มาของพลังงานเพียงแหล่งเดียวได้อีก

ซึ่งก็แน่นอน แลกมากับการจัดการปัญหแบตเสื่อม ซึ่งตรงนี้ต้องเข้าใจว่าทั้งโลกกำลังพัฒนาเรื่องแบตอย่างมาก ทั้งทำให้มันดีขึ้น และเอามันมาใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งจริงๆแล้ว ICE ก็พัฒนาเรื่องประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่เหมือนกัน แต่เทคโนโลยี ICE มีมาเป็น 100 ปี แล้ว จะหวังให้พัฒนาได้ก้าวกระโดดอย่าง EV คงยากครับ

ส่วนเรื่องภาครัฐต้องวางแผนการจัดหาพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงนี่เป็นอะไรที่ต้องทำอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะมีรถไฟฟ้าหรือไม่มี ตราบใดที่เศรษฐกิจยังต้องโต และโตด้วยการใช้พลังงาน ยังไงก็ต้องมีความมั่นคงทางพลังงาน แต่ที่ผมจะสื่อคือมันไม่ใช่ข้ออ้างว่าจะแตะเบคการสนับสนุน EV ครับ เพราะมันเป็นคนละประเด็นกันกับเรื่องไฟไม่พอ

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 8 March 2019 - 14:15 #1100456 Reply to:1100424

ผมเห็นด้วยว่า EV ต้องมา

แต่จะบอกว่า มาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมัน เพื่อจ่ายไฟให้ ev มันดูไม่ก้าวข้ามความเสี่ยงเท่าไร และเป็นการทำซ้ำปัญหาแบบเดิม

ประเด็นที่ผมพูดเสมอ คือความมั่นคงทางพลังงานเราต่ำ ถ้าจะปรับเปลี่ยนก็ต้องเผื่อไปด้วย ไม่ใช่บอกว่า สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมันคุ้มกว่าแล้ว ทั้งๆที่สิบปีที่ผ่านมาเราsuffer กับการผันผวนของราคาน้ำมันอย่างรุนแรง มันก็ดูเหมือนวนในอ่างกับปัญหาเดิมๆ

ผมพูดว่ามันต้องไปพร้อมกันครับ ถ้าคุณเคยได้หนังสือขอความร่วมมือให้หยุดโรงงานชั่วคราว เพราะแหล่งเจาะก๊าซหยุดซ่อม 1 สัปดาห์ คุณจะเข้าใจว่ามันกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศแค่ไหน

อยากไป ev ต้องสนับสนุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือต้องกระจายความเสี่ยง ไม่ให้พึ่งพาพลังงานไหนมากเกิน 50% แบบทุกวันนี้ (สิบปีที่แล้วเราใช้ก๊าซธรรมชาติ 75% ตอนนี้เราใช้ 60%) รบ.ไหนบอกแค่ลดภาษีเพื่อสนับสนุน แสดงว่าไม่ได้สนับสนุนจริงๆ

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 8 March 2019 - 14:25 #1100459 Reply to:1100456

เรื่องสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมันการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคในเรื่อง efficiency ครับ ปัญหาการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มไม่ได้มันไม่ใช่ปัญหาเชิงเทคนิคในเรื่อง efficiency ครับ ดังนั้น EV ก็ต้องผลักดันต่อไป เพื่อผลพลอยได้ สร้างแรงกดดันให้มีการตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าตามที่สมควรครับ ไอที่คุณว่าไฟไม่พอมันกระทบต่อเศรษฐกิจนั่น คนเราทนได้ไม่นานหรอกครับ สุดท้ายก็ต้องหาทางออก ไม่ว่าจะยอมสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม หรือใช้ไฟน้อยลง หรือสุดท้ายคือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งถ้ามีแรงกดดันมากๆก็ซ่อนปัญหาได้ไม่นานหรอกครับ

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 10 March 2019 - 11:26 #1100684 Reply to:1100459

ผมพูดสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาแล้วไงครับ และผมเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบเลยจำได้ดีในสิ่งที่หลายคนมองข้าม

ซึ่งตอนนั้น ชาวบ้านทั้่วไปไม่รู้เรื่องเลย นอกจากชาวบ้านริมแม่น้ำที่กาญฯ ที่ปล่อยน้ำท่วมกลางดึกเพราะเร่งปั่นไฟ กับชาววงการอุตสากรรมฯที่ได้รับหนังสือขอความร่วมมือมา

แผน pdp ล่าสุดที่หลายคนโม้ว่า ไม่ได้พึ่งพาก๊าซธรรมชาติมากอย่างเดิม ใช่ครับ ลดจาก 75% เหลือ 60 กว่า% แต่ก็นับว่าเกินครึ่งนะ แถมราวๆ 20% น่าจะซื้อจากเพื่อนบ้านอีก....

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 10 March 2019 - 16:22 #1100693 Reply to:1100684

โอเคครับ เราเริ่มถกเถียงเรื่องผลกระทบต่อการสนับสนุน EV ซึ่งผมแย้งได้ว่ามันมีข้อดีมากกว่าผลกระทบและผลกระทบก็เป็นอะไรที่เราต้องแก้ไขอยู่แล้วแม้จะไม่หนุน EV

ส่วนเรื่องความมั่นคงทางพลังงานผมเห็นด้วยว่าต้องจัดการให้ดีครับ ที่เห็นต่างคือการมาของ EV เป็นตัวกระตุ้นให้จัดการปัญหานี้มากกว่า ลองคิดดูสิครับ ถ้าคนส่วนมากใช้รถ EV แล้วไฟดับจนชาร์จไม่ได้ แรงกดดันในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานขนาดไหน คนเราต้องได้รับผลกระทบกับตัวเองครับ ถึงจะเข้าใจ

By: IDCET
Contributor
on 8 March 2019 - 15:08 #1100468 Reply to:1100456

ผมว่าเรามองข้างโรงงานขยะหรือเปล่าครับ เรามีขยะตั้งเยอะแยะจักหลายแหล่งมาก แถมที่ฝังกลบก็มีก็าซมีเทน อย่างน้อยก็เอามาใช้กับโรงไฟฟ้าได้นะ อย่างน้อยก็ทำเครือข่ายขนขยะหรือหลุมฝังกลบสร้างมีเทนแส้วส่งให้โรงไฟฟ้าก็ได้นะ

ส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยแหล่งอื่นก็มีนะ เช่น นิวเคลียร์ (แต่ต้องเป็นพื้นที่มั่นคงแน่นอน และไม่มีภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินทรุด หรือแผ่นดินไหวนะ), กังหันลม, โซล่าเซลล์ หรือพลังงานจากใต้พิภพก็ใช้ได้นะ

By: MaxxIE
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 10 March 2019 - 21:35 #1100706 Reply to:1100468
MaxxIE's picture

โรงไฟฟ้าขยะนี่ผลิตไฟฟ้าได้ไม่พอใช้แน่ๆครับ

ถ้าอยู่ กทม.วันหยุดลองตั้งเข็มไปดูโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่แพรกษาใหม่ สมุทรปราการดูครับ โรงไฟฟ้าเบอเริ่ม ผลิตไฟได้9.9เมกกะวัตต์

ผลิตได้เยอะแค่ไหนลองเปรียบเทียบกับพารากอนก็ได้ครับ พารากอน1ชั้นใช้ไฟ40เมกกะวัตต์

By: xenatt
ContributorWindows PhoneRed HatSymbian
on 10 March 2019 - 23:14 #1100712 Reply to:1100706
xenatt's picture

เราควรปิด พารากอนซะ


Opensource - Hackintosh - Graphic Design - Scriptkiddie - Xenlism Project

By: MaxxIE
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 7 March 2019 - 17:57 #1100267 Reply to:1100202
MaxxIE's picture

พลังงานที่เราได้จากน้ำมันคือความร้อน
เครื่องรถยนต์สันดาป เอาแต่แรงดันที่เพิ่มขึ้นจากความร้อน ความร้อนที่เหลือไม่เอา
โรงไฟฟ้าใช้ความร้อนทั้งหมด

ส่วนเรื่องลากสาย มันก็ไม่ได้เพิ่มอะไรมากหรอกครับ เสาเดิมก็มีอยู่แล้ว

และสิ่งที่รถไฟฟ้าประหยัดกว่ารถน้ำมัน ไม่ใช่แค่เรื่องค่าเชื้อเพลิงอย่างเดียวนะครับ ค่าบำรุงรักษาก็ถูกกว่าเยอะด้วย เอาแค่ค่าน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ก็ประหยัดได้เยอะแล้ว ชิ้นส่วนก็น้อยกว่าเยอะ(โคตรๆ)

By: zyzzyva
Blackberry
on 6 March 2019 - 19:18 #1100049

ไทยควรกำหนด deadline ได้แล้ว
2040 ให้ขายแต่รถยนต์ไฟฟ้า
2060 ให้ใช้แต่รถยนต์ไฟฟ้า
2080 ให้ขายแต่รถยนต์ไร้คนขับ
2100 ให้ใช้แต่รถยนต์ไร้คนขับ

By: titleN
iPhone
on 7 March 2019 - 09:24 #1100106

Honda e Prototype หน้าตาน่ารักดี ดูญี่ปุ้นญี่ปุ่น