Borderlands

ประเด็นเรื่องเกม Borderlands 3 ตัดสินใจลง Epic Games Store แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ ไม่น้อย จนโดนรุมถล่มรีวิวเกมภาคเก่าบน Steam และเป็นผลให้ Randy Pitchford ผู้ก่อตั้งบริษัท Gearbox Software ผู้พัฒนาเกมซีรีส์นี้ ต้องออกมาชี้แจงผ่านทวิตเตอร์

Pitchford อธิบายว่ากรณีนี้ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจนำเกมลง Epic Games Store คือผู้จัดจำหน่าย 2K Games ไม่ใช่ Gearbox ที่เป็นผู้พัฒนา แต่เขาก็ยินดีพูดคุยและรับฟังเสียงจากแฟนๆ เช่นกัน

Pitchford บอกว่าในหลักการแล้ว การมี Epic Games Store มาแข่งขันกับ Steam เป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว ถ้าเรามองจากอนาคตย้อนกลับมา การที่ Borderlands 3 ลง Epic จะถือเป็นจุดเปลี่ยนของวงการเกมพีซี ที่การผูกขาดของ Steam พังทลายลง

ในฐานะที่เขาเคยทำงานร่วมกับทั้งสองบริษัทมาก่อน (Gearbox เคยทำภาคเสริมให้ Half-Life และเคยใช้เอนจิน Unreal) ก็เห็นทิศทางของทั้งสองบริษัทชัดเจน โดย Steam เปลี่ยนแปลงและปรับตัวช้ามากในรอบ 5-10 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ Epic เริ่มมุ่งไปในทิศทางที่เหมาะสม แต่การเกิดขึ้นของ Epic Games Store ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้ Valve ต้องเร่งปรับตัว

เขายังพูดถึงร้านขายเกมอื่นๆ อย่าง Origin หรือว่า Uplay ว่าไม่ใช่คู่แข่งที่สามารท้าทาย Steam ได้เพราะไม่มีความเป็นกลางมากพอ อิงกับเกมค่ายตัวเองเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ Epic มีฐานลูกค้าที่ใช้เอนจิน Unreal มายาวนาน และค่ายเกมเหล่านี้ก็เชื่อมั่นในความเป็นกลางของ Epic

เขายอมรับว่า Epic Games Store ยังมีฟีเจอร์หลายอย่างด้อยกว่า Steam แต่ก็หวังว่าฟีเจอร์จะเพิ่มมากขึ้นทันกับกำหนดวางขายของ Borderlands 3 ในเดือนกันยายนนี้ หาก Epic ทำไม่ทันก็จะเป็นผลลบต่อ Epic เอง และเขาก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่ Epic จะทำไม่ทันตามที่สัญญาไว้เช่นกัน แต่นั่นเป็นความเสี่ยงที่ 2K ต้องแบกรับในฐานะผู้จัดจำหน่ายและผู้ตัดสินใจเรื่องนี้

เขายังบอกด้วยว่า ระยะเวลาเอ็กซ์คลูซีฟของ Borderlands 3 อยู่ที่ 6 เดือน ถือว่าสั้นที่สุดในวงการ ซึ่งปกติแล้วมักใช้ระยะเวลา 1 ปี

ที่มา - Wccftech

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

จ่ายค่าไลเซนส์ของเอนจินที่ใช้ตามข้อตกลงของผู้ให้ใช้เอนจิน บวกกับ 12% ของรายได้เกมบน EGS ครับ

หรือถ้าเราใช้เอนจินที่ free หรือ opensource อยู่แล้ว อย่างเช่น Godot ก็จ่ายแค่ 12% ของรายได้ใหกับ Epic Games ก็พอ

อันนี้ผมสงสัยนะ ปกติถ้าไม่ลง Steam แล้ว ยังลงขาย Store ไหนได้บ้างหรอครับ?
ส่วนตัวที่ผมรู้จักตอนนี้ก็มี Origin กับ Uplay ซึ่งก็ไม่น่าจะขายเกมของค่ายอื่น

ทั้ง Origin, Uplay นี่ขายเกมจากที่อื่นน่ะ แต่ไปลงกันน้อยเพราะข้อตกลงข้างหลังมันต้องคุย EA, Ubisoft ซึ่งมีกฏของเขาอีกที เขาคัดเกมระดับหนึ่งด้วยละ

ที่อื่นก็มี Amazon, GOG, Green Man Gaming, Humble Bundle Store เป็นต้น

พูดไปมา ความต่างมันอยู่ในรายละเอียดข้อเดียวละครับ: Steam ไม่มีสัญญาข้อไหน ว่าลงสตีมแล้วห้ามไม่ให้ลงขายที่อื่นพร้อมกัน แต่ Epic Store มีข้อนี้ครับ ออกมาเพื่อตัดไม่ให้เกมลงสตีมพร้อมกันโดยเฉพาะ (ล่าสุดไปดูเห็น Metro Exodus ขายผ่านใน Humble Bundle อยู่)

ก่อน Epic Store จะคลอด ทั้งหมดจะไปขึ้นกับผู้พัฒนาว่าจะเสนอตัวเลือกไหนบ้าง โดยแต่ละ platform เขามีข้อตกลงแตกต่างกันไป และด้วยความ Steam พร้อม สะดวก คนเล่นเยอะสุด เกมมักจะเลือกลง Steam เลย ก็ไม่ถือว่าผูกขาดโดยตรง แต่ผูกขาดทางอ้อมผ่านฐานผู้เล่นมหาศาล*

* พูดในมุมผู้พัฒนาเกม; จริงๆใช้คำว่าผูกขาดก็ไม่ถูก เรียกว่าเจ้าตลาดมากกว่า แต่จะเรียกผูกขาดก็ไม่ผิดในบาง context น่ะ ฮา

ผมเขียนสั้นไป เหมือน steam เป็นร้านค้าที่ขายดีอยู่ร้านเดียว แล้วร้านที่จะเปิดใหม่ดันไปมองว่าร้านนี้ผูกขาดอยู่ร้านเดียว เพราะแค่เขาขายได้ดีกว่าแค่นั้นเอง

จริงๆเรื่อง steam ขยับช้าหรือไม่ขยับนี่เรื่องราวเยอะมาก ในวงการผู้พัฒนาที่ต้องเกี่ยวข้องกับสตีมรู้กันดี

  • steam x86-64 บอกว่าจะมา นี่กี่ปีแล้ว
  • major bug ของ steam client หลายอย่างที่ควรต้องแก้แต่ยังค้างคาอยู่เป็นปีๆ หรือบอกไม่แก้ (เช่น 0 bytes download bug ผมยังเจออยู่เลยตะกี้ บัคนี้เป็นปีล่ะ)
  • etc. ขี้เกียจไปหามาแปะ

คนเล่นเกมจะไม่ค่อยเห็นชัด แต่ถ้าขยับเป็นระดับผู้พัฒนาจะเริ่มเห็นเลยครับ หรือง่ายสุดถ้าตาม twitter ของ พวก steamdb, steamspy มักจะได้อ่านที่บ่นให้ฟังถึงความเหวอของระบบ steam บ่อยๆ

  • สโตร์หลักอื่นๆ ก็ยังเป็น 32bit อยู่นี่ครับ ไม่เข้าใจว่ามีข้อเสียและเกี่ยวข้องกับการปรับตัวยังไง
  • 0 bytes อาการมันเป็นยังไงครับ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย อันนี้ผมไม่เคยเจอ ผมโหลด/อัพเดตสำเร็จทุกเกม ถ้าเน็ตไม่มีปัญหา

ใน 5-10 ปีมานี้ ผมก็เห็น Steam มีออกฟีเจอร์ใหม่มาเรื่อยๆ นะ ไม่ถือว่าช้าอะไร(ในฐานะผู้นำ) อย่างเช่น VR support, Linux support, Steam OS หรือ Steam Console, Family sharing, Steam link, streaming งี้ บางอันก็ออกมาตามยุคสมัย หรือบางอันก็ออกมาทั้งที่คู่แข่งไม่มีแม้แต่แผนด้วยซ้ำ ส่วนที่เกี่ยวกับการเงิน(ซื้อ-ขาย-คืน)ผมก็ไม่เห็นว่าจะน้อยหน้าชาวบ้านเขาตรงไหนนะ

เอาตรงๆ การปรับตัวที่ว่า มันก็หมายถึงส่วนแบ่งรายได้นั่นล่ะ เพราะมันส่งผลต่อผู้พัฒนาโดยตรง เพราะงั้นถ้าเขาจะคิดว่า Steam ไม่พัฒนาก็ไม่แปลก เพราะ Steam เน้นพัฒนาในฝั่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นโดยตรงมากกว่า

ตื่นมาได้อ่านโพสตัวเองอีกที เลย realized ว่าผมตอบไม่ตรงประเด็น แหะๆ ไม่มีข้อแก้ตัวนอกจากบอกว่า มันดึก+พิมพ์เพลิน (ผมคอมเม้นข่าวนี้รวดเดียวสามอันเลยแหะ คงเพราะรู้สึกไม่ชอบใจเรื่อง Exclusive Deals เท่าไหร่ เห็นทีไรต้องแสดงคห.)

แต่ไหนๆก็พิมพ์มาแล้วผมตามตอบให้หมดล่ะกัน

สโตร์หลักอื่นๆ ก็ยังเป็น 32bit อยู่นี่ครับ ไม่เข้าใจว่ามีข้อเสียและเกี่ยวข้องกับการปรับตัวยังไง

ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวอย่างท่านว่าครับ XD
ผมพยายามยกตัวอย่างแล้วนึกออกอันนี้อันแรก off the top of my head เฉยๆ

แต่ข้อเสียมีแน่ คือเวลาใช้บน x64 linux ทำให้ต้องลง multilib เพื่อใช้ steam ครับ ขนาดกรณีในไลบารี่ทุกเกมเป็น 64bit หมดแล้ว (= เกมไม่จำเป็นต้องใช้ 32bit lib ใดๆ) แต่ก็ยังต้องตามลง multilib ให้ steam client รันอยู่ดี เป็นปัญหามากน้อยต่างกันไปในแต่ละ distro ว่ายุ่งยากแค่ไหนกับ multilib / อาจไม่นับเป็น high priority แต่ก็นับว่าเป็นปัญหาแน่นอน

0 bytes อาการมันเป็นยังไงครับ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย อันนี้ผมไม่เคยเจอ ผมโหลด/อัพเดตสำเร็จทุกเกม ถ้าเน็ตไม่มีปัญหา

ประมาณนี้

แต่ไม่ใช่ major bug แน่ๆครับ แค่ bug เฉยๆ 5555 ตอนพิมพ์คราแรกผมดันนึกออกอันนี้เป็นอย่างแรก เพราะเพิ่งเจอหลังเล่นเกมเสร็จ

ไม่เป็นไรครับ บางทีผมก็เป็น
ส่วน 32bit นี่ผมก็นึกถึงแต่บน Windows ครับ ลืมไม่ได้นึกถึง Linux distro อื่นนอกจากสาย Ubuntu เลย แต่อาจจะต้องเผื่อใจนะครับว่า EGS อาจจะทำแค่สาย Ubuntu เช่นกัน

ถ้าพูดกันระยะยาว เห็นด้วยนะที่ว่า Epic Store ช่วยให้ Steam พัฒนาขึ้น การมีทางเลือก ส่งผลดีต่อผู้บริโภค

แต่วิธีที่ Epic ใช้สู้กับ Steam บอกตรงๆว่า กลืนลำบาก ครับ

กับบางเกมจะเรียกตบหน้าผู้ให้การสนับสนุนก็ไม่เกินเลย ไปดูเรื่องราวเกม Phoenix Point ที่ Snapshot เปลื่ยนใจลง exclusive Epic Store, เล่นเอาคนลงเงินมาตั้งแต่ Kickstarter หน้าชาหัวร้อนไป

ทั้งหมดทั้งมวล ถ้าเงื่อนไข Exclusive Deals ตัดเรื่องห้ามลงบน steam พร้อมกันออก ทุกอย่างสวยหมดเลยครับ แม้เข้าใจว่าทำแบบนี้เพื่อให้สู้กับเจ้าตลาดเก่าได้ แต่จะให้อ้าแขนรักใคร่เลยนี่ไม่ใช่ล่ะ

ถ้าพูดเรื่องการแข่งขัน Epic ก็คงบอกว่าถ้าไม่ทำ Exclusive Deals คือเกมไปลง Steam ด้วย คุณคิดว่าคนที่ใช้ Steam อยู่แล้วจะมาซื้อใน Epic Store ไหมล่ะ ฮ่า

คือมันก็ต้องมองในสองด้านอ่ะนะ ว่าเค้าคิดกันยังไงกับเรื่องนี้ แต่ผมไม่ค่อยวอรี่เท่าไหร่ เพราะผมไม่ค่อยได้เล่นเกม เล่นไม่ไหวครับ ปฎิกิริยาไม่ทันล่ะ อายุมากแล้ว

preference ของ user มันไม่เกี่ยวอะไรกับการผูกขาดการค้านี่ครับ ในวงการ search engine ก็มี Google ครองตลาดที่ใครๆ ก็ใช้แต่ของเจ้านี้

แต่มันไม่ใช่การผูกขาดครับ การผูกขาดทางการค้าคือพฤติกรรมของตัวองค์กร ไม่ได้เกี่ยวกับตัว user ใดๆ ครับ

ในกรณีที่คุณถามว่า user จะมาใช้ Epic Store มั้ย ... นั่นเรียกว่าการแข่งขันที่ทาง Epic จะต้องหากลยุทธ์ "จูงใจ" ให้ลูกค้าหันมาใช้ครับ มีตั้งหลายวิธีที่ไม่ใช่การ exclusive เช่น ลดราคา หรือโปรโมชั่นอื่นๆ

เพราะการ exclusive นั้นทาง Epic ใช้วิธีจ่ายเงินให้กับทางผู้พัฒนาเกมโดยตรง ถ้าเอาเงินตรงนั้นมาทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าจะดีกว่าครับ

ลองคิดในมุมกลับกันสิ ถ้า Steam ใช้วิธี exclusive บ้าง ผมเชื่อเจ้าเล็กเจ้าน้อยตายหมดครับ

และ Steam จะโดนข้อหาผูกขาดตลาดทันที ทั้งๆ ที่ทำแบบเดียวกันกับ Epic

Epic ก็คงใช้เกม exclusive เพื่อดึงลูกค้าล่ะครับ นี่ก็เป็นกลยุทธทางการแข่งขันเหมือนกันนะครับ แบบเดียวกับที่ PS ทำ หรือ Xbox กับ Nintando ทำ

ขนาดตอนนี้แอปเปิ้ลยังคิดจะลงทุนทำเกม exclusive ของตัวเองเลย จะว่าผูกขาด ไม่ใช่การแข่งขัน ก็แสดงว่าในตลาดนี้มีการผูกขาดกันมานานแล้วล่ะครับ ไม่ใช่เพิ่งเป็นที่ Epic

มันเรื่องปกติที่ใครๆเค้าก็ทำกัน(แม้จะไม่ใช่ทุกเจ้า)ถูกแล้วครับ

แต่ไม่ใช่ทำเพราะผลประโยชน์ของตัวเองแล้วบอกว่าทำเพราะต้องการต่อต้านการผูกขาด ผมว่านี่แหละที่คนเค้าไม่ชอบ

ผมว่ามันต่างกันหน่อยนึงนะตรงที่ PS,Xbox, Nintando เขาใช้สตูภายใน บ. ของตัวเองสร้างไม่ก็จ้างค่ายเกมสร้างขึ้นมาหรือมีดีล exclusive ก่อนเกมเปิดตัว อันนี้ผมไม่มีปัญหา แต่ Epic เล่นโฉบเกมที่กำลังจะออก เกมระดมทุน แล้วก็เกมที่กำลังจะลง steam หรือร้านอื่นๆ

งั้นถ้า Steam ทำ exclusive บ้างล่ะครับ เงินหนากว่าด้วย ฐานลูกค้าใหญ่กว่าด้วย

คิดว่าตลาดจะเป็นยังไงครับ?

ส่วนเครื่อง console นั่นอย่าเอามาเทียบกันฮะ เค้าใช้ค่ายในเครือของตัวเองทำ แต่ PC มันไม่มีใครเป็นเจ้าของ platform ครับ

Microsoft ยังไม่ exclusive ให้เกมต้องทำงานได้เฉพาะวินโดวส์เลย

และแบบที่คุณ McKay บอกครับ อย่ามาอ้างทำเพื่อตลาด ถ้าเอาเงินฟาดหัว แล้วตีหัวเข้าบ้านแบบนี้

ไม่ใช่ว่าแค่อยากจะทำ Platform ของตัวเองเพื่อส่วนแบ่งหรอกเรอะ
คือก็ไม่แปลกนะ แต่คนส่วนใหญ่ก็ชินกับ Client Steam กันหมดละ
แต่ถ้าใครอยากเล่นเกมแล้วผู้พัฒนาหัวชนฝาว่าจะลง Epic ก็ตามใจเถอะ
ยังไงคนมันก็ตามไปเล่นกันอยู่แล้ว

ถ้า EPIC มาแรงกลัว Steam เน่ามากกว่า แข่งขันกันสูงอาจจะมีคนล้มตายจากไป ผู้บริโภคเดือดร้อนเกมหายยยอีก ฮ่าๆ

จนตอนนี้ผมยังหาข้อดีของ EGS ได้ข้อเดียวเอง คือ ราคาขายใน US ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Steam อย่างมีนัยสำคัญ

ยังไม่นับข่าวอื้อฉาวที่ทำลายความเชื่อมั่นใน EGS อีกจำนวนมาก

(แก้ไขเพิ่มเติม) ในสมัย Steam ก็เคยมีคนพูดในทำนองเดียวกัน ว่าเมื่อเรามีสโตร์ออนไลน์ เราก็จะลดต้นทุนของ dev รายเล็กลงได้มาก ทั้งไม่ต้องผลิตแผ่น ไม่ต้องมีหน้าร้าน ขายเกมได้ทันที ทำให้ขายเกมได้ถูกลง แต่ที่ผ่าน ๆ มา ไตเติลใหญ่ ๆ ต่างพากันขยับราคาขึ้นทุกปี ๆ จนเกือบจะเท่าราคา retail แล้ว (รายเล็กก็เช่นกัน สมัยก่อนผมเห็นเกมเดียวกันขายราคา ~3xx เมื่อมีภาคใหม่ราคากลับขยับขึ้นเป็น ~5xx) ซึ่งผมคิดว่าต่อให้มีสโตร์แบบ Epic เกิดขึ้น ผลลัพธ์ก็ไม่น่าจะต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำการตลาดแบบผูกขาดแบบนี้ (มีให้ซื้อที่เดียว ฉันจะกำหนดราคาเท่าไรก็ได้)

ผมอยากฟังความเห็นครับ จะได้มีมุมมองด้านอื่นๆ ด้วย เพราะส่วนตัวผมต้าน Epic แบบรังเกียจวิธีการเลย

แต่ถ้าฟังแต่ความเห็นของคนที่คิดเหมือนกัน ผมก็เห็นแค่ด้านเดียว เลยอยากฟังความเห็นหลายๆ แบบ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

เริ่มต้นด้วยเรื่องที่ไม่ดีของ Epic Store ตอนนี้ก่อนแล้วกันนะครับ

  1. ไปดัดหลังคนเล่นเกมพอสมควร โดยเฉพาะเกมที่เคยบอกว่าจะลง Steam แล้วอยู่ ๆ ไป exclusive ให้กับ Epic Store โดยไม่แจ้งล่วงหน้าแต่แรก เรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วยเหมือนกัน

  2. ไปหาเกมจาก publisher อื่น ๆ มา exclusive บน platform ตัวเองโดยแจ้งล่วงหน้าไว้ก่อน กรณีนี้ผมเข้าใจ Epic Store ว่าต้องเดินหมากแบบนี้ ถ้าทุกเกมลงทั้ง Steam และ Epic Store หมด ก็คงไม่มีใครยอมหันมาใช้ Epic Store ทุกคนก็คงไปเก็บสะสม collection เกมบน Steam เหมือนเดิมแม้ว่า (สมมติว่า) feature จะเท่าเทียมกันก็ตาม มันคือกลยุทธ์ที่จำเป็น

  3. แอบดูข้อมูลต่าง ๆ ของผู้เล่นเกมจาก Steam โดยอ้างว่าผู้ใช้ client ยินยอมเพราะได้กด accept ที่จะให้ import ข้อมูลเกมแล้ว อันนี้ผมไม่ได้รู้ด้านเทคนิคเยอะเท่าไรเลยไม่รู้ว่าเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง จริง ๆ ก็ไม่ควรทำแต่ถ้ามันอยู่ใน terms อยู่แล้วก็คงว่าอะไรมากไม่ได้ ทาง Steam เองก็ผิดเล็กน้อยที่เก็บข้อมูลผู้ใช้แบบง่าย ๆ เกินไปจนโดน reverse engineer ได้ และถ้ามองไปว่า import ข้อมูลไปแล้วทำให้การนำเสนอเกมหรือบริการต่าง ๆ ตรงใจผู้ใช้มากขึ้นในอนาคต (เรียกว่าเอาข้อมูลไปเรียนรู้เรียบร้อย) ผมว่าก็พอแถได้แบบถูไถ

  4. feature น้อยกว่า Steam จนไม่น่าให้อภัย จริง ๆ feature น้อยขนาดนี้ ถ้าเป็นผมผมก็คงเลื่อนเวลาเปิดตัวออกไปก่อนจนกว่าจะพร้อม แต่คิดว่าในอนาคตน่าจะมี feature หลักที่พอทัดเทียม Steam ได้อย่างไม่น่าเกลียด

ส่วนเรื่องที่ผมว่าในระยะยาวน่าจะดีต่อวงการมากกว่าก็เป็นเพราะ

  1. ไม่ว่าตลาดใดก็ตามเมื่อมีผู้เล่นรายใหญ่รายเดียวกินส่วนแบ่งมากเกินไปจนไม่เกิดการแข่งขัน มันมักจะนำไปสู่ความเฉยชา ไม่พัฒนาไม่ปรับปรุง การมีการแข่งขันย่อมเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภคเสมอ ขออนุญาตยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่อาจจะไม่ได้ตรงเป๊ะ ๆ แต่น่าจะทำให้เห็นอารมณ์ใกล้เคียงได้ 7-Eleven มีสาขาในประเทศไทยมากจนยากที่คู่แข่งจะเกิดใหม่มาสู้ได้ (ถ้ากฎหมายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงช่วยเหลือเจ้าใหม่) มองเผิน ๆ ก็เหมือนจะสะดวกดีที่เราไปซื้อสินค้าได้สะดวกทุกที่ ไปที่ไหนก็เจอ แต่ถ้ามองไปลึก ๆ จะพบว่าเราขาดความหลากหลายของสินค้าให้เลือกไปพอสมควร ข้าวกล่องเราก็ไม่มีโอกาสได้ลองกินของเจ้าอื่น ๆ ที่อาจจะทำอร่อยกว่าของ CP ให้มากกว่าของ CP โบโลน่าเราก็จะได้ซื้อเฉพาะของ CP ที่เป็นหมูผสมไก่ เราจะไม่มีวันได้ซื้อแบบหมูล้วนของยี่ห้ออื่นที่บาง supermarket มีขาย เป็นต้น ทว่าหากมีการแข่งขันกัน feature ต่าง ๆ ในอนาคตที่ตอนนี้ Steam ยังคิดไม่ออกและไม่ได้ใส่มาให้ อีกหน่อย Epic Store อาจจะคิดออกและใส่มา ทำให้ Steam เองก็ต้องพัฒนา client ของตัวเองเช่นกัน

  2. Steam กินส่วนแบ่งไปมาก หาก Epic Store สามารถทำให้ developer ได้เงินเยอะกว่าเดิม ทำกำไรได้มากกว่าเดิม ทาง developer สุดท้ายก็มีเงินเหลือมากขึ้นและนำไปสู่กระบวนการพัฒนาเกมที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคตได้

ผมคิดประมาณนี้ครับ

อันนี้ก็ต้องดูระยะยาวมากสำหรับ feature ของ Epic Store เพราะหลายๆอย่างยังไม่มีใน roadmap เลย ส่วนเรื่องส่วนแบ่งที่เอามาเป็นประเด็น เกมอินดี้หน้าใหม่จะได้ประโยชน์จาก Epic Store มากกว่า Steam จากส่วนแบ่ง 18% ตั้งแต่แรก ส่วน Steam มีส่วนแบ่งหลายระดับขึ้นอยู่กับยอดขาย ขายได้ $10m ส่วนแบ่งจะเหลือ 25% $50m เหลือ 20% ซึ่งต่างกับ Epic แค่ 2% เองซึ่งเกมค่ายใหญ่ๆ หรือเกมที่มีชื่อแล้วขายได้อยู่แล้ว $50m แล้วค่ายใหญ่ส่วนต่างที่ได้ก็ไปไม่ถึง developer หรอกไปอยู่ที่ Publisher นั่นแหละ

ผมอ่านแล้วก็เห็นด้วยอยู่นะครับ อันนี้มันชัดเจนเถียงได้ยาก

ถ้าผมจะเถียงก็คงได้แค่ว่า ... ก็ใช้วิธีการให้มันถูกแต่แรกซะสิ เพราะ Epic ขายในราคาถูกกว่าอยู่มาก ถ้าทำตลาดดีๆ โปรโมทดีๆ ผมว่าก็น่าจะได้ผลลัพท์กับตลาดโดยรวมที่ดีนะ

Steam บอกว่ากูเอามั่ง ตลาดเละเทะเลยนะครับ คราวนี้ล่ะผูกขาดของแท้เลย developer, publisher ระบม ระทมกันหมด