จากข่าวเก่า Opera Mini 5 สำหรับ Android รุ่นเบต้ามาแล้ว ตอนนี้ Opera Mini เวอร์ชัน 5.1 ตัวเต็มพร้อมแล้วที่จะให้ดาวน์โหลดผ่าน Market
ตอนนี้มีคนใช้ Opera Mini กว่า 61 ล้านคน อุปกรณ์ที่ใช้ Opera Mini ได้รวมกว่า 3000 รุ่น โดยคุณสมบัติหลักที่มีมาใน Opera Mini คือการเข้าถึงเว็บที่เร็วขึ้น ผ่านเซิร์ฟเวอร์ของทาง Opera และที่ผมชอบมากคือมันสนับสนุน SVG
น่าเสียดายที่ฟีเจอร์สำคัญอย่าง multi touch ยังไม่ยอมมา
ที่มา: MobileCrunch
Opera เบราว์เซอร์จากนอร์เวย์ ออกรุ่นใหม่ 10.60 แล้ว ของใหม่ได้แก่
- ความเร็ว: Opera โฆษณาว่า "faster than the fastest" หรือเร็วกว่ารุ่นเดิมอีก 50% (ข่าวเก่า: Opera 10.60 Alpha เร็วกว่าทั้ง 10.5x และมันฝรั่ง!)
- รองรับ WebM และฟีเจอร์อื่นๆ ของ HTML5 เช่น offline, geolocation (ข่าวเก่า: Opera รองรับ WebM พร้อมปล่อยรุ่นทดสอบออกมาแล้ว, รับ HTML5 เพิ่มเติม)
- เพิ่ม Bing เข้ามา, ปรับปรุง search suggestions
- ปรับปรุงหน้าตาอีกเล็กน้อย
ผมไม่ได้ใช้ Opera เลยไม่รู้จะคอมเมนต์อะไรต่อ ต้องรอผู้ใช้ Opera เข้ามาแสดงความเห็นละกัน ดูวิดีโอประกอบด้านในครับ
Opera เป็นหนึ่งในบริษัทที่ประกาศตัวตั้งแต่วันแรกว่าจะร่วมใช้งานและรับ WebM เป็นมาตรฐานเว็บพร้อมๆ กับ Mozilla และ Adobe และในวันนี้ก็มีประกาศออกมาว่ารุ่น Snapshot ตัวล่าสุดนั้นมีฟีเจอร์ WebM เข้ามาแล้ว
นอกจาก WebM แล้ว Opera รุ่นนี้ยังรองรับมาตรฐาน HTML5 เพิ่มเติมอีกหลายส่วนได้แก่
- HTML5 Offline Web Application
- Geolocation
- Web Workers
- Cross-document messaging
ดูเหมือนตอนนี้กระแส HTML5 จะจุดติดจนยากจะหยุด ตอนนี้อาจจะเป็นจังหวะที่ดีที่เริ่มศึกษากันได้ ก่อนกระแส Tablet/MID ที่รองรับ HTML5 เต็มๆ จะมากันจนเต็มตลาด
ส่วน Opera รุ่นใหม่นี้ดาวน์โหลดได้ทั้ง Windows, Macintosh, และ Linux
ที่มา - Opera
ต่อเนื่องจากข่าว แอปเปิลโชว์ความสามารถ HTML5 และ Firefox แฉเล่ห์แอปเปิลเรื่อง HTML5 อีกรายที่ออกมาร่วมวงคือ Opera
พนักงานคนหนึ่งของ Opera ชื่อ Haavard เขียนลงในบล็อกของเขาว่า เดโม HTML5 ของแอปเปิลนั้น มีส่วนที่เป็น HTML5 จริงๆ แค่แท็ก <video> และ <audio> เท่านั้น ที่เหลือเป็นโค้ดเฉพาะบริษัท (เช่น -webkit-border-radius) แถมยังมีวิดีโอแบบ H.264 ที่ยังตกลงกันไม่ได้เพราะติดสิทธิบัตรอีกด้วย
Haavard ย้ำกับผู้ใช้ Opera ว่า Opera ไม่สามารถแสดงเดโมนี้ได้ เพราะแอปเปิลตรวจสอบเบราว์เซอร์ (ตอนนี้เลิกแล้ว) และใช้โค้ดเฉพาะบริษัท นอกจากนี้ เขายังพูดถึงกรณี IE9 ผ่านการทดสอบ HTML5 และ CSS3 ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ว่าเป็นเล่ห์กลลักษณะเดียวกับของแอปเปิล
ที่มา - Haavard
หลายวันก่อน Opera Software ได้ปล่อย Opera 10.60 Alpha มาให้ผู้ใช้ทดสอบการทำงานกันแล้ว โดยใน 10.60 มีการปรับปรุงจากเดิมในหลายจุด รวมถึง Carakan ที่โฆษณาว่าเร็วกว่าเดิมถึง 75% (ใน Choose Opera บอกว่า เร็วกว่าทั้งสาย 10.5x และมันฝรั่ง!)
รายการอัพเดทที่พอจะเห็นได้ชัด มีดังนี้ครับ
Opera ลงมาร่วมถกประเด็น HTML5 vs Flash แล้ว โดย Phillip Grønvold นักวิเคราะห์ของ Opera ให้ความเห็นว่า อินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ขาด Flash ไม่ได้ ถ้าเราเอา Flash ออกไป มันก็ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต ทาง Opera มองว่าภายใน 18 เดือนข้างหน้า Flash จะยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่ ไม่ได้หายไปไหน
แต่เขาก็บอกว่าอนาคตของเว็บคือมาตรฐานเปิดอย่าง HTML5 และมองว่า Adobe ควรตอบสนองกระแสนี้ให้เร็ว โดยรีบประกาศ Flash ให้เป็นเทคโนโลยีเปิด
เขาบอกว่า Flash มีงานที่เหมาะสำหรับมัน นั่นคือเนื้อหาแบบไดนามิก แต่เขาก็วิจารณ์ Flash ในเรื่องการกินซีพียูและแบตเตอรี่ โดยบอกว่าคุณสามารถต้มไข่ได้บนอุปกรณ์ที่รัน Flash เลยทีเดียว
ที่มา - TechRadar
หลังจากที่แอปเปิลอนุมัติให้ Opera Mini เข้าสู่ App Store หลังจากนั้นไม่นาน Opera Mini ก็มียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้งตั้งแต่ในวันแรกที่เปิดให้ดาวน์โหลด และก้าวขึ้นอันดับหนึ่ง ใน App Store ในหลายๆ ประเทศอย่างรวดเร็ว
ประเทศใดที่ตอนนี้ Opera Mini ขึ้นอันดับหนึ่ง ลองไปดูได้ที่นี่
Lars Boilesen ผู้เป็น CEO ของ Opera Software กล่าวว่า "วันนี้ผู้ใช้ iPhone มีตัวเลือกแล้ว และจากที่ตัวเลขแสดงออกมา พวกเขาต่างอยากที่จะลองการเข้าเว็บด้วยทางที่ใหม่และเร็วกว่าเดิมบน iPhone โดยเฉพาะช่วงที่มีการใช้งานเว็บอย่างหนักหน่วง"
ที่มา - Opera Press Releases
Opera ได้ออกมารายงานแล้วว่าเว็บเบราว์เซอร์ของตัวเอง Opera Mini สำหรับไอโฟนนั้นได้ผ่านการตรวจสอบจากทีมงาน App Store ของแอปเปิลแล้ว และจะเปิดให้ดาวน์โหลดภายใน 24 ชั่วโมงนี้
ก่อนหน้านี้มีเสียงจากหลาย ๆ กลุ่มที่คาดเดากันเองว่าแอปเปิลอาจจะไม่ให้ผ่าน Opera Mini เพราะว่าหากดูจากสาเหตุที่แอปเปิลเคยให้กับนักพัฒนาอื่น ๆ โปรแกรมต่าง ๆ ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับโปรแกรมที่มีอยู่แล้วโดยแอปเปิลนั้น จะไม่ถูกให้ผ่านและไม่สามารถเปิดให้ดาวน์โหลดบน App Store ได้
ผมเห็นมันอยู่บน App Store แล้วนะครับ โหลดมาใช้ได้เลย ข่าวร้ายคือตัดคำภาษาไทยไม่ได้ตามเคย สกรีนชอทหลังเบรคครับ
ที่มา - MacRumors
เป็นเวลากว่า 20 วัน ที่ Opera ส่ง Opera Mini ไปให้แอปเปิลพิจารณาเข้าสู่ App Store และตอนนี้มันก็ผ่านเข้าสู่ App Store เป็นที่เีรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Opera Mini จะเข้าสู่ App Store และให้ดาวน์โหลดกันได้ฟรีภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ครับ
ใครเบื่อหน้า Safari แล้วก็เชิญเฮกันดังๆ ครับ
ที่มา - Opera Press Release
ระหว่างที่รอ Opera Mini ให้ผ่านเข้า App Store วันนี้ทาง Opera ก็เปิดตัว Opera Space Edition มาให้เราลองใช้กันแล้วครับ
Opera Space Edition นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดสอบการใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างดวงดาว ภายใต้โครงการ Future Opera Operations in Lunar Surroundings ซึ่งมีฟีเจอร์หลักๆ 3 อย่างดังนี้
- INTP Support การเชื่อมต่อผ่าน Interplanetary Network Transport Protocol
- ARB browsing สำหรับแสดงหน้าเว็บขึ้นมาบนอุปกรณ์จำพวก Visual Retinal Displays (VRDs) หรือ Heads-up Displays (HUDs)
- Finger Friendly UI ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ปรับแต่งพิเศษสำหรับการใช้งานจอทัชสกรีน โดยผู้ใช้สวมถุงมืออยู่
ผู้สนใจทดสอบ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่นี่
ที่มา - Choose Opera
เมื่อสักครู่นี้ Opera เพิ่งจะส่ง Opera Mini ไปให้ Apple พิจารณาเข้าสู่ App Store ไปหมาดๆ พร้อมเปิดหน้าจับเวลาให้ได้ดูกัน ว่าตั้งแต่ที่ส่งโปรแกรมเข้าไป (ณ เวลา 13:00 CET หรือ 14:27 GMT) จะใช้เวลานานเท่าไหร่ กว่า Opera Mini จะได้รับการอนุมัติเข้าสู่ App Store
พร้อมกันนี้ Opera ยังเปิดให้สมาชิก My Opera เดาว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ที่ Opera Mini จะได้รับการอนุมัติผ่านเข้าสู่ App Store ของ Apple โดยมีรางวัลคือ iPhone 3GS ให้กับผู้ที่ตอบถูก หรือตอบเข้าใกล้กับเวลาจริงมากที่สุด (เล่นกันระดับวินาทีเลยทีเดียว)
ที่มา - Choose Opera
Opera ชนะผลทดสอบชุดทดสอบ Sputnik ของกูเกิลด้วยเบราเซอร์รุ่นใหม่ๆ ทั้งหมด โดย Opera 10.50 นั้นไม่ผ่านเพียง 78 ชุดทดสอบ ขณะที่ WebKit 4.0.4 ไม่ผ่าน 158 ชุด, Chrome 4.0 ไม่ผ่าน 218 ชุด, Firefox 3.6 ไม่ผ่าน 259 ชุด, ส่วน IE8 ยังรั้งท้ายด้วยการไม่ผ่าน 463 ชุด
ชุดทดสอบ Sputnik เป็นชุดทดสอบความเข้ากันได้กับมาตรฐาน ECMAScript 3 (ที่เรารู้จักกันในชื่อ JavaScript) หรือเอกสารทางการคือ ECMA-262 มันถูกพัฒนาโดยทีมงานของกูเกิลและเผยแพร่ออกมาในช่วงกลางปี 2009 โดยชุดทดสอบ Sputnik นั้นได้ชื่อว่าหินกว่า Acid3 เพราะ Acid3 นั้นทั้ง Chrome, Opera และ Webkit ก็ล้วนผ่านด้วยคะแนนเต็ม ขณะที่ Firefox นั้นได้คะแนน 96/100 (ส่วน IE ได้คะแนนใน IE9 55/100)
ทาง TechCrunch สงสัยว่า IE9 จะทดสอบชุด Sputnik ได้คะแนนเท่าใหร่ ผลคือจากชุดทดสอบกว่า 5,000 ชุด IE9 รันไปได้ไม่กี่ร้อยชุดแล้วจะปิดตัวเองไปเสมอ โดยตัวเลขทดสอบไม่ผ่านตัวเลขสุดท้ายคือ 50 กว่าๆ
นับแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ไมโครซอฟท์ถูกบังคับให้วินโดวส์ที่ขายในสหภาพยุโรปต้องมีหน้าจอเลือกเบราว์เซอร์ แทนที่การลง Internet Explorer เช่นเดิม ผลคือยอดดาวน์โหลด Opera เพิ่มขึ้นถึง 153% ทันที
ประเทศที่ยอดเพิ่มขึ้นมากๆ ได้แก่ โปแลนด์เพิ่มขึ้น 328%, สเปนเพิ่มขึ้น 215%, อิตาลีเพิ่มขึ้น 202%, เดนมาร์กเพิ่มขึ้น 198% และเนเธอแลนด์เพิ่มขึ้น 157% ทำให้ผู้บริหาร Opera ออกมาให้ข่าวเรื่องนี้ทันทีว่านี่เป็นการยืนยันว่า เมื่อผู้ใช้มีทางเลือก ผู้ใช้จะไม่ยึดติดกับเบราเซอร์หลักๆ เช่นเดิม
เรื่องน่าสนใจคือหน้าจอนี้จะโผล่ขึ้นมาในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งใหม่ ส่วนเครื่องที่ติดตั้งแล้วก็จะถูกเรียกโปรแกรมเลือกเบราว์เซอร์นี้ผ่านทาง Windows Update อีกด้วย
อยากแอบไปดูปีหน้าว่า Opera ยังแรงต่อไปไหม
ที่มา - InformationWeek
เว็บไซต์ Tom's Hardware ได้ทดสอบความเร็วของเว็บเบราว์เซอร์ทั้ง 5 ยี่ห้อ หลังจาก Opera ออกรุ่น 10.5 ที่โฆษณาว่า "เร็วที่สุดในโลก" เพื่อทดสอบว่าคำอ้างนี้เป็นจริง หรือเป็นเพียงคำโฆษณาเกินจริง
การทดสอบแบ่งเป็นหลายส่วน ทั้งหมดทดสอบบนวินโดวส์ ผมคัดมาเฉพาะสรุปผลผู้ชนะในแต่ละส่วนนะครับ
หลังจากที่ Desktop Team บ้าระห่ำปล่อย RC ออกมาถึง 5 RC ภายใน 2 วัน วันนี้ก็ได้ออก Opera 10.50 ตัวเต็มเวอร์ชั่นสำหรับ Windows มาแล้วครับ (ส่วนระบบปฏิบัติการอื่นๆ รอกันไปก่อนครับ)
โดยรวมแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปต่างๆ ก็คือตามที่ได้เสนอไว้แล้วในข่าวเก่า (1, 2, 3) สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้
- ปรับปรุงความเข้ากันกับ Windows 7 (และดูย่ำแย่ลงบน Windows XP)
- อัพเกรด Presto เป็น 2.5 เปลี่ยน JavaScript Engine เป็น Carakan แทน Futhark และเปลี่ยน Graphic Library เป็น Vega
- ย้ายเมนูหลักไปไว้ใน O Menu
- เพิ่มการ Preview Tab เข้ามา (Visual Tab)
- ปรับปรุงสกินและไอคอนในเบราว์เซอร์หลายๆ จุด
- Opera Widgets for Desktop คือสามารถรันวิดเจ็ตเป็น process แยกกับตัว Opera ได้
- รองรับการทำงานร่วมกับ Download Manager ภายนอก (แต่จริงๆแล้ว Download Manager ภายนอกหลายๆ ตัวทำงานกับ Opera มาได้นานแล้ว)
- Non-modal Notification Dialog สำหรับพวก JS Alert หรือ HTTP Authentication
- เพิ่ม Private Browsing
- รองรับ Web Storage และ Web SQL Database
ที่มา : Opera Press Releases
หลังจากที่เพิ่งออกตัว Beta ไปได้ไม่นาน (Beta 2 นั้นเพิ่งออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) วันนี้ Opera ก็ได้ปล่อยตัวจริงของ Opera 10.50 สำหรับ Windows มาให้ใช้กันแล้วครับ โดยสามารถไปดาวน์โหลดได้จากหน้า Download ครับ
รุ่นสำหรับ Mac/Linux นั้นยังไม่คลอดตัวเต็มแต่คาดว่าคงรอกันอีกไม่นาน ทบทวนกันอีกทีในรุ่น 10.50 นี้มีคุณสมบัติหลักๆ คือ
- ปรับปรุงส่วนติดต่อกับผู้ใช้สวยขึ้น ดูสะอาดขึ้น บนแท็บจะมีตัวอย่างหน้าเว็บพรีวิวไว้อยู่ (Opera เรียก Visual tabs) และเมนูจะไปรวมกันอยู่บนปุ่มตัว O ด้านซ้ายมือบนของหน้าจอ
- ปรับปรุงการใช้งานร่วมกับ Aero Glass, Aero Peek และ Jump Lists ของ Windows 7
- เอนจิ้น Presto 2.5 สนับสนุนการทำงานกับ HTML5, CSS, SVG ได้ดีขึ้น
- เอนจิ้นจาวาสคริปต์ตัวใหม่ Carakan โฆษณาว่าเร็วกว่าเดิม 7 เท่า
- สนับสนุน Private Browsing แล้ว
- อื่นๆ รวมถึงสิ่งที่เปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ จาก Beta 2 นั้นดูได้จาก Changelog ครับ
เท่าที่ทดลองใช้ดูพบว่าตัดคำไทยยังไม่ค่อยได้เรื่องเหมือนเดิมครับ
หลังจากที่ Opera ได้ปล่อย Opera 10.50 Beta for Mac มาให้ได้ทดสอบกัน ซึ่งมีจุดเด่นๆ ดังนี้
- ใช้ Cocoa
- Unified tool bar
- รองรับ Growl notifications
- รองรับ Multi-touch gestures
ตอนนี้ทาง Computerworld ได้ทำการทดสอบ quick JavaScript benchmarks พบว่า Opera 10.50 Beta for Mac สามารถประมวลผลได้เร็วกว่า Safari 4 ที่ราวๆ 10% (ส่วน Nightly Build ช้ากว่าเป็นเท่าตัว) และยังเร็วกว่า Chrome อีกด้วย (ดูภาพประกอบการทดสอบได้จากที่มา)
อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างความเร็วนี้อาจจะเห็นได้ไม่ชัดเจนมากนัก
ที่มา : Computerworld ผ่าน MacRumors.com
เมื่อไม่นานมานี้ Opera เพิ่งจะปล่อย Opera 10.50 Beta มาให้ลองใช้กัน วันนี้ Opera ยังคงฟิตไม่เลิก ได้ปล่อย Opera 10.50 Beta 2 มาให้ทดสอบกันแล้วครับ
ใน Beta 2 สิ่งที่เปลี่ยนไปเด่นๆ มีดังนี้
- ปรับปรุงสกินเล็กน้อย เปลี่ยนไอคอนในหลายๆ จุด ปรับ O Menu ไปเป็นแบบเรียบๆเหมือนอย่างตอน Pre-Alpha ปรับปรุงหน้าภายในใหม่ (พวก Error pages และ opera:* ต่างๆ)
- ปรับปรุง opera:config ใหม่
- ปรับปรุงส่วน HTTP Authentication ใหม่
- ปรับปรุงคอนเท็กซ์เมนูต่างๆ
- มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบพื้นฐานสำหรับ Web Storage
- แก้บั๊กที่ทำให้เบราว์เซอร์แครชหลายๆ จุด
- ปรับปรุงระบบ Widgets
ไปดาวน์โหลดมาทดสอบกันได้ ที่นี่
ที่มา : Opera Desktop Team
เบราว์เซอร์หลักแต่ละตัวในตลาดตอนนี้ ต่างก็มี Developer Tools เป็นของตัวเอง ซึ่ง Opera ก็มี Developer Tools ของตัวเองเช่นกัน ในชื่อว่า Dragonfly
ไม่กี่วันก่อน Opera ได้ออกมาประกาศโอเพนซอร์สให้กับ Dragonfly เป็นที่เรียบร้อย โดยใช้สัญญาอนุญาตแบบ BSD ผู้ที่สนใจสามารถใช้ Mercurial เชื่อมต่อเข้าไปยัง Opera Dragonfly STP-1 repository ได้ทันที ส่วนเอกสารประกอบสามารถหาอ่านได้ใน Wiki
ที่มา : Opera Dragonfly
จากข่าวเก่า Opera เปิดตัว Opera Mini for iPhone และได้โชว์เดโมของจริงในงาน Mobile World Congress ทีมงานของ Engadget ไปลองจับมาแล้ว และพบว่ามันเร็วกว่า Mobile Safari ของ iPhone ถึง 5 เท่าตัว (เว็บที่ทดสอบคือหนังสือพิมพ์ The New York Times)
สูตรลับของความเร็วเกิดจากการประมวลผลเว็บเพจที่เซิร์ฟเวอร์ของ Opera ก่อน ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ใน Opera Mini บนมือถือรุ่นอื่นๆ อย่างไรก็ตามมันยังไม่รองรับการซูมแบบสองนิ้วมัลติทัชที่มีใน Safari
Opera บอกว่าจะส่งมันเข้าไปใน App Store คำถามสำคัญอันต่อไปคือแอปเปิลจะอนุมัติหรือไม่? ซึ่งทาง Engadget มองว่าถ้าแอปเปิลไม่อนุมัติ ก็เป็นไปได้ที่ Opera จะใช้วิธีทางกฎหมายเข้าช่วย เหมือนกับที่เล่นงานไมโครซอฟท์จนต้องทำ ballot screen ใน Windows 7 มาแล้ว
ที่มา - Engadget













