ไมโครซอฟท์ประกาศแนวทางพัฒนาส่วนขยาย C# ของ Visual Studio Code ซึ่งบางส่วนจะใช้ไลเซนส์แบบปิด แตกต่างของตัวที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโอเพนซอร์สทั้งหมด
ส่วนขยาย C# ของ VS Code ในปัจจุบันเริ่มมาจากโครงการ OmniSharp ที่พัฒนาโดยชุมชนโปรแกรมเมอร์ และเริ่มพัฒนาในยุคแรกๆ ของ VS Code ที่มาตรฐานด้าน API และโปรโตคอลยังไม่นิ่ง
ในระยะถัดมา VS Code เพิ่มฟีเจอร์ Language Server Protocol (LSP) สำหรับเชื่อมต่อกับภาษาโปรแกรมมิ่งอื่นๆ (ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของวงการในเวลาต่อมา) แต่ตัวส่วนขยาย C# ของเดิมยังไม่ได้เชื่อมต่อผ่าน LSP

สิ่งที่ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะทำคือ
- ย้ายส่วนขยาย C# เดิมมาสื่อสารกับตัว VS Code ผ่าน LSP ทั้งหมด
- จากนั้นไมโครซอฟท์จะสร้างชุดเครื่องมือ LSP Tool Host ที่ปิดซอร์ส รองรับฟีเจอร์ระดับสูงอย่าง IntelliCode ที่ไมโครซอฟท์ไม่ยอมเปิดซอร์ส
- ย้ายส่วนขยาย C# มาอยู่บน LSP Tool Host แทน ซึ่งจะมีฟีเจอร์มากขึ้นกว่าส่วนขยาย C# บน LSP แบบปกติ
- ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ส่วนขยายแบบไหน แต่ส่วนขยายบน LSP Tool Host จะเป็นค่าดีฟอลต์
ตัวโค้ดเดิมในปัจจุบันจะยังเป็นโอเพนซอร์สต่อไปเช่นเดิม แต่การที่ส่วนขยายนี้จะต้องเรียกใช้ LSP Tool Host ที่ปิดซอร์ส ก็ทำให้ไมโครซอฟท์ถูกวิจารณ์ไม่น้อย (เพิ่งมีคดีเรื่องฟีเจอร์ Hot Reload ของ Visual Studio กันมาเมื่อเร็วๆ นี้) อย่าง Miguel de Icaza ผู้ก่อตั้ง Xamarin ที่เพิ่งลาออกจากไมโครซอฟท์เมื่อต้นปี ก็ออกมาโพสต์วิจารณ์ไมโครซอฟท์ในเรื่องนี้
Truly disappointing that Microsoft would subvert an active open source project by ramming in a proprietary extension to continue to lockdown .NET.An unaccetable abuse of power from the stewards of the platform, and a betrayal of the community.https://t.co/zbuSbBpn4a pic.twitter.com/0VSCokfeHJ
— Miguel de Icaza (@migueldeicaza) June 15, 2022
on
จะรอดูว่าจะโดนด่าจนยอมกลับลำห
big50000 Tue, 21/06/2022 - 08:23
จะรอดูว่าจะโดนด่าจนยอมกลับลำหรือไม่ หลัง ๆ มาทำตัวไม่น่ารักเลย