Donald Trump

คนไทยคงยังสงสัยไม่หายว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งได้อย่างไร ในเมื่อโพลก่อนหน้านี้ ฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนนำมาตลอด และที่เห็นชัดกว่านั้นคือนโยบายสุดโต่งของทรัมป์ (นี่ยังไม่นับการพูดจาของเขา)

เว็บไซต์ Brandinside วิเคราะห์ประเด็นนี้ไปแล้วว่า เป็นผลจากคนอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากทุนนิยม ที่สร้างสภาวะโลกาภิวัฒน์ให้เกิดขึ้นทั่วโลก คำถามคือ เป็นเพราะโลกาภิวัฒน์เท่านั้นหรือที่นำพาทรัมป์มาจุดนี้

สปอตไลท์โลกจับจ้องมาที่ Facebook อีกครั้ง เมื่อนักวิเคราะห์และสื่อต่างๆ บอกว่า Facebook มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ชนะ เพราะเป็นแหล่งแพร่กระจายข่าวปลอมที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด และข่าวปลอมเหล่านี้เองที่ช่วยกระตุ้นให้คนไปลงคะแนนเลือกทรัมป์

ปัจจบุัน ชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คนเสพข่าวผ่าน Facebook เป็นหลัก เปลี่ยนพฤติกรรมไปจากเดิมดูผ่านโทรทัศน์ ฟังวิทยุจากสำนักข่าวกระแสหลัก

ที่มาภาพ Pew Research Center

Facebook กับอัลกอริทึมการคัดเลือกข่าวปลอม

ประเด็นที่ Facebook โดนโจมตีคืออัลกอริทึมในการคัดเลือกข่าวมาแสดงบนหน้าฟีด ผู้อ่าน Blognone คงพอจำข่าวอัลกอริทึม Facebook Trending ที่โดนแฉว่ามีฝ่ายคัดกรองเนื้อหาเฉพาะ เอื้อพื้นที่ข่าวให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากกว่า ตามมาด้วยความพยายามปรับอัลกอริทึม และที่สำคัญคือหลังจากปรับแล้ว The Washington Post ลองทดสอบมอนิเตอร์ Facebook เป็นเวลา 1 เดือน ก็ยังพบข่าวปลอมบนหน้า Trending ถึง 5 ข่าว และข่าวที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง 3 ข่าว

แต่ Facebook ดูเหมือนไม่ได้แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง (หรือไม่ได้ระบุยุทธศาสตร์เชิงเทคนิคในการกำจัดข่าวปลอม) ข่าวปลอมจึงยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่ง Facebook มีอิทธิพลต่อการเสพข่าวของผู้ใช้เป็นพันล้านคนนี้ ถือเป็นเรื่องน่ากลัวมาก

ตัวอย่างข่าวปลอมส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเมืองสหรัฐฯ และอาจมีส่วนช่วยให้ทรัมป์ชนะ คือข่าวเชิงบวกว่า โป๊บฟรานซิสให้การรับรองทรัมป์ จากเว็บไซต์ WTOE 5 News ซึ่งอ้างอิงข่าวจากไหนไม่รู้ แต่ไม่มีเอกสารใดที่บอกว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงเลย

ในอีกทางข่าวเชิงลบของคู่แข่ง มูลนิธิของฮิลลารีบริจาคเงิน 137 ล้านดอลลาร์ให้กลุ่มติดอาวุธ ตีพิมพ์โดยเว็บไซต์ WhatDoesItMean.com โดยบล็อกเกอร์คนหนึ่งชื่อ Sorcha Faal ที่มีชื่อเสียงไม่ดี หรือมีข่าวฮิลลารีซื้อบ้านราคา 200 ล้านดอลลาร์ในมัลดีฟส์ ล้วนแล้วแต่เป็นข่าวปลอม แต่มันก็ยังปรากฏในหน้าฟีด Facebook อยู่ดี

แล้ว "สื่อคุณภาพ" ที่นำเสนอความจริงหายไปไหน คำตอบคือสื่อหลักยังคงอยู่ แต่การเกิดขึ้นของข่าวปลอม ก็ไม่ได้มาจากการขาด "สื่อคุณภาพ" ที่นำเสนอและวิเคราะห์สถานการณ์ตามความจริง

Jim Rutenberg คอลัมนิสต์เขียนไว้ใน New York Times บอกว่าข่าวปลอมไม่ได้มาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเชื่อภายในวันสองวัน แต่ข่าวปลอมช่วยสร้างความคิดเห็น ความเชื่อผิดๆ และสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วย "เสรีภาพในการแสดงออก" ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ นี่เองที่ทำให้ข่าวปลอมเป็นปัญหา การพยายามสร้างสื่อดีๆ จึงไม่ช่วยอะไร มีแต่จะทำให้เกิดเสียงดังผสมปนเปกันวุ่นวาย (cacophony)

อีกความเห็นหนึ่งจาก Zeynep Tufekci นักสังคมวิทยา และ Clay Shirky ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวปลอมบน Facebook จะกระจายความเชื่อผิดๆ ได้ขนาดนั้นหรือไม่ แต่มันช่วยเปิดพื้นที่การยอมรับให้ความเชื่อที่มาจากข้อมูลผิดนั้นมาอาศัยอยู่ได้ พูดอีกแง่คือ Facebook ไม่เพียงจะทำให้การเมืองแย่ลง แต่จะเปลี่ยนการเมืองไปทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ

Facebook โต้ข้อกล่าวหา ข่าวปลอมมีจริงแต่อิทธิพลไม่ได้เยอะขนาดนั้น

กระแสวิจาร์ณว่า Facebook อาจเป็นสาเหตุหนึ่งให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อนถึงบรรดาคนทำงานใน Facebook ต้องออกมาชี้แจง

โฆษก Facebook รายหนึ่งออกมาบอกว่า Facebook ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่รับข่าวสาร แต่ยังมีบทบาทเป็นพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่อกับผู้แทนของเขา มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง และแชร์มุมมองของพวกเขา

Andrew Bosworth ผู้มีประสบการณ์ในการสร้าง News Feed ของ Facebook บอกว่าแม้ News Feed มันไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็มีความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็น มากกว่าสังคมการเมืองที่เป็นในช่วงศตวรรษที่ 19

ด้าน Adam Mosseri หัวหน้างานด้าน News Feed เคยให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อเดือนสิงหาคมว่า เราไม่สามารถอ่านและตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างบนหน้าฟีดได้ ดังนั้นจึงมีการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รายงานว่าสิ่งนี้มันผิด

กระแสแรงขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุด Mark Zuckerberg ต้องออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ เขายังยืนกรานว่าพื้นที่ใน Facebook มีข้อมูลจริงจากสื่อจริง 99% เขาไม่ปฏิเสธว่า News Feed มีข่าวปลอม แต่ไม่น่าจะอยู่ในระดับที่จะเปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้ และรู้สึกภูมิใจที่ Facebook เป็นพื้นที่ให้คนเชื่อมต่อ รับข้อมูล โต้ตอบกับนักการเมือง ซึ่งเป็นการรับสารโดยตรง

แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็สัญญาว่าจะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ท่าทีของ Zuckerberg สอดคล้องกับข่าวลือว่าเรื่องทีมหัวหน้าระดับท็อปของ Facebook นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมลับ พร้อมผู้รับผิดชอบด้านนโยบายอีก 2-3 คน พูดคุยกันว่า Facebook ต้องทบทวนบทบาทและอิทธิพลของตัวเองในเรื่องนี้หรือไม่

ตกลงแล้ว Facebook คือบริษัทสื่อหรือไม่?

ในความเห็นของคนวงการสื่อ บทบาทของ Facebook ไม่ได้เป็นแค่โซเชียลมีเดีย แต่เป็นบริษัทสื่อเลยก็ว่าได้ การมีข่าวปลอม แพร่กระจายอยู่บนแพลตฟอร์มจึงเป็นเรื่องที่บรรดาสื่อเป็นห่วง

แน่นอนว่าการสาดโคลนเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เพียงแต่ Facebook เป็นตัวช่วยให้มันแพร่กระจายไปกว้างมากขึ้น ที่สำคัญคือผู้ใช้ Facebook เองก็มีอคติ และความเชื่อส่วนตนในการรับข่าวสารเช่นกัน บางครั้งถ้าข่าวนั้นสนับสนุนความเชื่อที่มีอยู่เดิม ก็พร้อมเชื่อทันทีแม้จะเป็นข่าวปลอมก็ตาม

ตอนนี้ก็ยังพิสูจน์ได้ยากว่า Facebook มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีจริงหรือไม่ เราจึงขอปิดท้ายบทความด้วยผลสำรวจจาก Pew Research Center สำรวจความคิดเห็นประชาชนว่าโซเชียลมีเดียสามารถเปลี่ยนใจผู้ใช้ในประเด็นต่างๆ ได้แค่ไหน ผลคือ มี 20% ของผู้ให้สำรวจ เปลี่ยนมุมมองการเมืองของตัวเองจากสิ่งที่ได้เห็นในโซเชียลมีเดีย และ 17% บอกว่า โซเชียลมีเดียยังเปลี่ยนมุมมองของพวกเขาที่มีต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนอีกด้วย

อย่างน้อยก็ยังมีคนส่วนใหญ่ 80% ที่โซเชียลมีเดียไม่มีผลต่อมุมมองการเมืองของพวกเขา

ที่มา - Techcrunch, New York Magazine, The New York Times

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

มันเป็นโลกยุคใหม่ของข้อมูลสารสนเทศที่ข่าวสารมีมากมายดั่งทะเล ยากที่จะควบคุมมัน
และการหาข้อเท็จจริงจากข่าวสารเหล่านี้บางทียากยิ่งกว่า

ยุคแบบนี้มันพึ่งเกิดมาไม่กี่ปี คนยุคปัจจุบันยังไม่ได้ถูกฝึกฝนให้วิเคราะห์ข้อมูลที่ปะปนระหว่างข้อมูลปลอมและข้อเท็จจริงเหล่านี้

จริงครับ ยังชินกับเห็นแค่คำว่า "ข่าว" ก็เชื่อไว้ก่อนแล้ว เพราะลืมนึกไปว่าเดี๋ยวนี้ใครก็เขียนข่าวได้ ทำไปทำมาคนรุ่นใหม่อาจจะมีภูมิมากกว่า(เพราะโดนหลอกมาเยอะ)

ผมว่าจะโทษFacebookอย่างเดียวมันก็ไม่ถูกนะ
ต้องโทษกระบวนการทางการศึกษาของประเทศนั้นๆด้วย ที่ไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคที่มีการแพร่กระจายข้อมูล(ทั้งจริงและเท็จ)อย่างรวดเร็ว แบบนี้
ผมว่า การสอนให้ประชาชนรู้จักการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ ข้อมูลที่ได้รับมา นั้นสำคัญกว่าการไปบีบให้Facebookปรับอัลกอลิทึ่มกรองข่าวปลอมอะไรนั่นอีก เพราะไม่ว่าอัลกอลิทึ่มจะเทพขนาดไหน สุดท้ายมันก็ตามหลังข่าวปลอมอยู่ 1 ก้าวอยู่ดี เหมือนกับพวกAntivirusและAdblockทั้งหลายแหล่นั่นแหละ

revensoft Mon, 14/11/2016 - 19:44

The Washington Post !? แล้วเรื่องที่สื่อกระแสหลักบิดเบือนฝั่งทรัมป์ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์จากตัวเองนี้ไม่พูดถึงเลยนะเช่นเขาพูดเรื่องผู้เข้าเมืองผิดกฏหมายก็ไปตัดคำเหลือแค่เป็นผู้เข้าเมืองเฉยๆ ส่วนตัวนี้ผมว่าแพ้แล้วพาลกันซะมากทั้งๆ บริษัทไอทีของที่นั้นสนับสนุนฮิลลารี่กันหมดเท่าที่ผมเห็นจากหน้าสื่อต่างๆ แม้แต่ CNN ที่เอียงสุดๆ จนได้ชื่อว่าเป็นช่องฮิลลารี่ยังเคยโดนพวกเดียวกันหาว่าช่วยทรัมป์เลยครับ

ผมพูดตรงๆ เลยว่าเหตุที่สื่อต่างๆ นั้นไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้นั้นก็เพราะว่าพวกเขานั้น "ไร้คุณภาพ" เอง อย่างที่รู้กันดีว่าสื่อกระแสหลักของสหรัฐนั้นเลือกข้างอย่างชัดเจนซึ่งคราวนี้จัดหนักเล่นทุกเล่ห์ สื่อประเทศอื่นๆ ที่มักง่ายเอาข่าวจากสื่อกระแสหลักของสหรัฐไปแปลต่อโดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ก็พลอยส่งข้อมูลที่คลาดเคลื่อนให้ประชาชนไปด้วย

ถ้าสื่อนั้นไม่มักง่ายซักนิดแล้วเข้าไปดูคลิปปราศัยฉบับเต็มของทั้งสองผู้สมัครที่มีอยู่อย่างดาษดื่นเต็มยูทูบแล้วก็จะเห็นได้ว่าทำไมทรัมป์ถึงชนะ เช่น

4 พฤศจิกายน 2016 ณ เพนซิวาเนีย

ทรัมป์
https://www.youtube.com/watch?v=Dj1L0TNNHTg

ฮิลลารี่
https://www.youtube.com/watch?v=mWfc2Da-_ys

เห็นชัดๆ ว่าทำไม ซึ่งในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ผมกังขาสื่อต่างๆ ว่าสื่อเหล่านั้นมีคุณภาพต่างจากเพจเฟสบุ๊คต่างๆ ที่คนทั่วไปนำเสนอข่าวกันเองอย่างไร ในเมื่อทั้งหมดนั้นไม่มีการกลั่นกรองตรวจสอบไปถึงแหล่งที่มาข่าวกันซักเจ้า ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้กันหมด

ถ้าเหล่านักวิจารย์วิจัยการเมืองทั้งหลายในครั้งนี้ได้ไปไล่ดูคลิปแสดงความเห็นของเหล่าผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายในยูทูบบ้างแล้วคงไม่เกิดอาการนั่งเทียนวิเคราะห์ไปนั่นแบบนี้หรอกครับ ที่มันพลิกโผหักปากการเซียนกันก็เพราะว่าสื่อฟังกันเองมากกว่าฟังประชาชนคนที่จะไปเลือกตั้งกัน

Facebook มีส่วนช่วย แต่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด...
ว่ากันว่า คนไทยที่อยู่อเมริกาบอกว่าสื่อคนไทยนั่นหล่ะโง่ วิเคราะห์กันมั่วๆ... คนอเมริกันส่วนใหญ่นิยมทรัมป์และเหตุผลหนึ่งคือเกลียดภาพลักษณ์อันตอแหลของฮิลารี

คนไทยที่อยู่อเมริกาคนนั้นเค้าเห็นจราจลต่อต้านทรัมพ์ทั่วหัวระแหงมั้ยนะ

จริงๆ แล้วคงไม่มีจราจลสินะ สื่อไทยมั่ว และตัดต่อภาพผู้ประท้วงไปใส่

ผมเห็น เอาภาพเหตุการจราจลจากที่อื่นมาใส่ก็มีนะครับ เช่น เฉลียว กองทัด นักข่าวของเนชั่น

ต้องยอมรับนะครับว่าคนต่อต้านทรัมป์ มันน้อยมากจริงๆ เมื่อเทียบกับประชาชนของเขา ถ้าไม่ก่อการจราจล คงไม่มีใครสนใจ บางคนก็ไม่ได้ต้องการล้มล้างอะไร แค่ออกมาเชิงแสดงสัญญลักษณ์

ผมไม่ได้อยู่อเมริกานะครับ นั่งวิเคราะห์เองจากข่าว แต่คนไทยที่อยู่อเมริกาส่วนใหญ่ บอกว่า คนชอบทรัมป์เยอะกว่ามากครับ ส่วนการชุมนุมก็น้อยมากจริงๆ ยังใช้ชีวิตการทำงานปกติ

ทั่วหัวระแหง... คิดพื้นที่เป็น%จากกี่มลรัฐหรือกี่เมืองหรือจากจำนวนประชากรของสหรัฐครับที่ออกมาประท้วงถึงจะใช้คำว่า ทั่วหัวระแหง ได้

คือจะถามข้อมูลเชิงสถิติเพื่อจะบลัฟผมว่าสิ่งที่ผมพูดมันมี Political and Statistical correctness ต่ำ ผมว่าเป็นอะไรที่ออกแนวไร้สาระ และพยายามลดทอนความน่าเชื่อมากเลยครับ เป็นอะไรที่ "การเมือง" มากๆ แทนที่จะมาบอกว่าเค้าประท้วงกันเป็นวงแคบ หรือเป็นส่วนน้อย หรือถ้าจะชอบดูข้อมูลจริงๆ ก็เอาข้อมูลที่ท่านๆ คิดว่าน่าเชื่อถือมาให้ผมดูสิครับ แล้วค่อยบอกว่าผมอ้างเลื่อนลอยขาดข้อมูล ผมว่าจะสร้างสรรค์กว่า

โอเค ผมไม่มีข้อมูลอะไรแบบนั้นหรอกครับ แต่ถามว่าการจราจลมันเป็นข่าวในไฮไลท์หรือไม่ คนที่ติดตามการเลือกตั้ง ปธน.ครั้งนี้ มีใครบ้างที่ไม่ทราบว่ามีการประท้วง มีการจราจล และมีคนดังเข้าร่วมหลายคน

คือเม้นของผมตอบไปที่ต้นเม้นอ่ะนะ ซักถามว่าที่บอกว่าสื่อไทยมั่ว คนอเมริกันส่วนใหญ่ "ชอบทรัมพ์" น่ะ ... ไม่ได้ตามข่าวเลยหรือ

ผมไม่ได้ว่า ใครมั่วนะคุณ ไอ้ต้นเม้นนั่นก็ไม่ได้น่าเชื่อนะเพราะโยงอ้างอิงจากอะไรก็ไม่ได้มีแค่เขาว่ามา แต่คุณน่ะกำลังโจมตีต้นเม้นว่าเขาไม่น่าเชื่อถือโดยคำแนวประชดประชัน กับข้อมูลที่คุณเองก็ไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือรึเปล่าเนี่ยนะ

ผมไม่ได้บอกว่าอะไรน่าเชื่อกว่ากัน

คือผมก็ตามข่าวแหละครับ ประท้วงมันมีจริงไม่มีใครปฏิเสธ แต่ทั่วหัวระแหงเนี่ย ผมก็สงสัยแค่ว่า มันแค่ไหน มีข่าวไหนบอกได้ว่ามันเป็นแบบนั้นผมก็เลยแค่ถามว่า ทั่วหัวระแหงน่ะมันแค่ไหน เพราะผมก็ไม่เคยเห็นข่าวเสนอแนวนั้น เจอแต่ที่เสนอว่ามีหลายแห่ง

เรารับผลกระทบจากข่าวปลอม ข่าวลือมานานแล้ว
ถือว่าบ้านเค้าเกิดขึ้นช้านะ

น่าสนใจว่า ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
-ไม่จัดการ ก็จะมีการชี้นำสังคมด้วยข่าวปลอมต่อไป
-ถ้าจัดการ ก็มีคำถามว่า ที่เข้าไปจัดการ เป็นกลางจริงหรือเปล่า??

Dilemma Problem

จากผลโพลที่สำรวจมาผมก็ยังไม่แน่ใจนะว่านั่นคือข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงหรือเปล่า เวลามีใครไปถามผมว่าเชื่อหรือติดตามข่าวสารจาก social media เป็นหลักมั้ยผมก็คงตอบไปว่าไม่เชื่อ เพราะถ้าบอกว่าเชื่อมันจะดูโง่หรือเป็นตัวตลกไปทันที แต่ในความเป็นจริงเรามีแนวโน้มที่จะถูกชักจูงจาก social media และเชื่อถือข้อมูลจากช่องทางนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นที่มันเกิดขึ้นมาแล้วกับพฤติกรรมการค้นหาสินค้าหรือบริการโดยการศึกษาข้อมูลจากรีวิวต่างๆ

ประเทศUSAสิ้นหวังแล้ว
เลือกเอาคนที่ชูนโยบาย
เหยียดเชื้อชาติชนกลุ่มน้อย อุ้มชูคนผิวขาว
หาว่าclimate changeเป็นเรื่องไม่จริง
ต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน
จะยกเลิกนโยบายobama careอีก

บัญชียาวขนาดนี้ยังเลือกกันได้(ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวที่เลือก Trump) http://edition.cnn.com/election/results/exit-polls

ผมกลับคิดว่า ชนอเมริกันผิวขาวที่เลือกทรัมพ์ พวกเขาต้องการรักษาผลประโยชน์ของตนนะครับซึ่งในความคิดของเขามันถูกต้องและชอบธรรม

ผมกลับคิดว่า อเมริกาที่เป็นอเมริกาแบบทุกวันนี้ได้ ก็เพราะเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาตินะครับ และความหลากหลายเชื่อชาตินี้ก็มีบทบาทในทุกภาคส่วนของสหรัฐ ไม่ใช่อเมริก้นผิวขาวที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศเพียงอย่างเดียว

ถ้าจะบีบชนกลุ่มน้อย แล้วชูอเมริกันผิวขาวขึ้นมาเป็นใหญ่ มันก็คงไม่ใช่อเมริกันทุกวันนี้อีกต่อไป ประเทศอาจจะพังพินาศก็ได้

ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเคยมีประเทศนึงที่บีบชนกลุ่มน้อยแล้วชูคนเชื้อชาติตัวเองขึ้นมาเป็นใหญ่ที่สุดท้ายประเทศก็เศรษฐกิจพังพินาศ เรื่องรักษาผลประโยชน์ส่วนตนมันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์และมันคิดกันได้ไม่ผิด แต่มันต้องมองในภาพรวมด้วย เพราะอย่างนั้นพวกหัวสมัยใหม่ในเมืองใหญ่จึงไม่เลือกทรัมพ์ก้น และเลือกตั้งครั้งนี้ก็สะท้อนอเมริกันชนในชนบทได้ดี

ปล. ส่วนต้วผมอยากเห็นทรัมพ์เป็น ปธน. ครับ และขอให้ทรัมพ์ทำตามทุกอย่างที่ว่ามาด้วย คนทั้งโลกจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของอเมริกาซักที และผมเชื่อว่าจากนั้นอเมริกาจะได้รับผลกระทบอย่างสุดโต่งแน่นอน ซึ่งก็อยากให้ตรงนั้นเป็นบทเรียนให้แก่คนอเมริกาเองนั่นแหละ

+1 ไทยก็เช่นกัน แต่อนิจจา ปัจจุบันแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเหลือเกิน ไม่เห็นมองภาพรวมกันเลย ไม่ใช่แค่กีฬาสีนะ ข้าวราคาตกก็สวมหัวโขน "ชาวนา" ทันที ยางพาราราคาตกก็สวมหัวโขน "ชาวสวนยาง" ทันที ไหนจะชาวไร่ข้าวโพด ชาวพ่อค้าแม่ขายริมฟุตบาต ชาวชุมชนโน่นนี่นันที่จะถูกไล่ที่ไปทำสาธารณะประโยชน์อย่างอื่น ฯลฯ

ผมก็นึกไม่ออกว่าต้องทำยังไงให้หันกลับมาคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมกันมากขึ้น (เอาแค่มากขึ้นนะ ไม่ต้องถึงกับยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อส่วนรวมหรอก) ได้แต่ทอดถอนใจ

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า Poll ที่ออกมาที่เอียงข้างใดข้างหนึ่งมันจะ favor คนนั้นจริงๆหรือ
เพราะมันจะกลายเป็นว่าฝั่งที่เห็นว่ากำลังแพ้นั่นจะยิ่ง motivate ให้ออกไปใช้สิทธิกัน ส่วนฝั่งที่เห็นว่าชนะนอนมา กลับกลายเป็นชะล่าใจว่าชนะชัวร์ เลยไม่ได้มีแรงส่งให้ไปทำกิจกรรมหรือจูงใจคนรอบข้างอีก

เห็นได้ชัดก็ตอน Brexit และก็เลือกตั้งครั้งนี้ล่ะ
ในไทยก็ ตอนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ/ Poll เลือกตั้งผู้ว่า กทม ก็เช่นเดียวกัน ผลออกมาตรงข้ามกับ Poll หมดเลย

ประเด็น ฝ่ายแพ้จะยิ่งออกมาใช้สิทธิ
ในขณะที่ฝ่ายชนะนิ่งนอนใจ นี่น่าสนใจ

เมื่อก่อนเคยสงสัยแบบนั้นเหมือนกัน
แต่ตอนนั้นคิดว่าคงไม่มากระดับพลิกผลได้

เพราะถ้าเป็นคู่ที่ขาด ก็น่าจะไม่ทำให้ผลเปลี่ยน
ขณะที่คู่สูสี ก็จะทำให้ active ทั้งคู่ ก็ไม่น่าทำให้ผลเปลี่ยน อยู่ดี

อีกความเป็นไปได้คือ คนตอบ exit poll ไม่ตรงกับความจริง
เพราะถ้าเลือก Trump แต่ใครรู้อาจโดนโห่ว่าพวกเหยียดผิวได้ จะซวยเอา

ของไทยเทียบไม่ได้นะครับ เพราะใช้การปิดกั้นข้อมูลฝ่ายตรงข้ามด้วย ทำให้การนำเสนอข้อมูลแค่ด้านดีด้านเดียวเป็นส่วนใหญ่ครับ :)

มีเรื่องน่าสนใจคือ พ่อมดการเงิน จอร์จโซรอส ที่ทรัมป์ติงว่าอยู่เบื้องหลังการเดินประท้วงใน USA ตอนนี้
เป็นที่เปิดเผยทั่วไปว่ามอบเงินสนับสนุนเวบ ริเบอร่าล ชื่อดังของไทย

http://pantip.com/topic/35512348

อนึ่ง โซรอส คือคนเดียวกับที่เคยทำลายค่าเงินบาทไทย ตอนวิกฤติต้มยำกุ้ง

ทรัปม์เองก็เป็นนักธุรกิจชื่อดัง เรื่องรู้ใส้พุงทุนนิยมนั้น คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวนัก

ถ้าคุณเชื่อสื่อพวกนี้แบบข้างเดียวก็สะท้อน IQ ของคุณได้ดีแล้วครับ

เดี๋ยวนี้มีไอ้งั่งใส่แว่นบน youtube เที่ยวมโนไปเรื่อยยันเรื่อง MH370 ออกมาแข่งกับ sanamluang ทั้งที่คำพูดออกมานั้นเน่าเฟะพอกัน

เรื่องการสนับสนุนหรือไม่ตรงนั้นผมไม่แน่ใจ แต่ประเด็นที่สงสัยคือแล้ว Soros นี่ทำผิดอะไรเหรอครับ ผมนึกว่าเป็นเพียงนักลงทุนคนหนึ่ง แต่ไปอ่านคอมเมนต์ในกระทู้ที่คุณแปะไว้ก็บันเทิงดีครับ

อยู่หน้าเวบกองทุน OIF เนี่ยละครับ ยิงได้ทั่วโลกแบบเปิดเผยเลย
https://www.opensocietyfoundations.org/people/george-soros

อ เจฎ ก็คอนเฟิร์มว่ารับเงินจาก OIF มาจริงๆ
เรื่องโจมตีค่าเงินบาทปี 40 ก็เรื่องจริง . แต่โซรอสดังที่สุด ตอนทุบเงินปอนด์ได้.

ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร
พอนายทรัมป์ มหาเศรษฐี และปธน คนที่ 45 ของ USA .ออกมาพูดเรื่องโซรอสเอง
เริ่มคิดได้

ไปอ่านมาแล้วครับ แล้วก็เห็นว่าเปิดเผยมานานแล้วด้วย ถ้าอ่านจากวัตถุประสงค์ของการใช้เงินหรือที่มาก็ดูไม่มีข้อสงสัยอะไรนะครับ

การใช้กองทุน เงินบริจาคที่เปิดเผย เป็นเรื่องปรกติที่ทำให้เงินไม่น่าสงสัยครับ .
เพราะเวลาเกิดปัญหาคดีความขึ้นมา ช่องทางเงินที่ไม่เปิดเผยจะส่งผลเยอะกว่า
สู้เปิดเผยและกำหนดวาทกรรมไว้จะสะดวกกว่า

ตอนคดีที่นาย นาจิบ ยักยอกเงินกองทุน IMDB ก็มีการอ้าง " เงินบริจาค " เช่นกัน
เงินบริจาคการกุศล . เงินบริจาคศาสนา เงินบริจาคอิสระ เป็นช่องทางธรรมดาของพวกเศรษฐี

สรุปว่าประชาไทยเชื่อถือไม่ได้เพราะขายแค่ข่าว rumor ไม่มี hard-facts มีแต่ random-facts+propaganda ตั้งใจบ่อนทำลายชาติ ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน รับเงินจากต่างประเทศ

ส่วน manager เป็นสื่อที่เล่น hard-facts ไม่มี random-facts+propaganda ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ ไม่ได้ขายข่าวความเกลียดชังเพื่อประโยชน์ส่วนตน

สิ่งที่คุณจะสื่อเป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ?

อันนี้ผมขออนุญาตท้วงติงนิดนึงครับ ผมเห็นสมาชิกท่านนี้คอมเมนต์เชิงเหยียด / พากระทู้ออกทะเลมาหลายรอบ น่าจะเตือนเป็นทางการหน่อย

อัลกอรึทึ่ม จะฉลาดแค่ไหนก็ไม่น่าจะเก็บหมด
ทำป้าย แล้วผลักภาระให้คนอ่านดีกว่า :D
ลิงค์นี้โพสโดย verify เพจ ,
ลิงค์นี้โพสโดยประชาชนทั่วไป โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

0FFiiz Tue, 15/11/2016 - 13:24

จะโทษ Social อย่างเดียวไม่น่าจะได้หรอกครับ
ต้องโทษสื่อด้วย ที่เลือกข้าง ไม่ว่าจะแบบเปิดเผย หรือ แอบๆ อยู่
ทั้งนำเสนอข่าวด้านเดียว บิดเบือน หรือ พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว
ทำให้ความน่าเชื่อถือของตัวเองลดลง

ข่าวการเมืองนี่ ทุกประเทศเหมือนกันหมดเลยแฮะ
ทุกฝ่ายคิดว่าข้อมูลตัวเองถูกกันทั้งหมด

สื่อคุณภาพมากจ้า คนหนึ่งนี่ evil รัวๆ จนนึกว่าซาตานขึ้นมาจากนรก ส่วนอีกคนไร้ที่ติยังกับนางฟ้าจุติมาจากสวรรค์ ขนาดผมไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ ยังรู้สึกเอือมแทนคนอเมริกันเลย ที่ต้องมาเจอสื่อแบบนี้